เข้าสู่ระบบในช่วงชุลมุนอันนาผลักปริมล้มลุกคลุกคลานไปกับพื้น และถีบที่ท้องอย่างแรงอีกหลายครั้งโดยที่ไม่รู้ว่าคู่กรณีตั้งครรภ์อยู่ จนกระทั่งเลือดเหนียวข้นไหลลงมาตามต้นขาด้านในของปริม อันนาถึงได้รู้ตัวว่า ทำบาปใหญ่หลวงเข้าแล้ว...
‘คุณมีเมียอยู่แล้ว ยังจะมาหลอกคบกับฉันอีกทำไม’ อันนาต่อว่ามาร์ชเมื่อพบกันหลังจากทะเลาะกับปริม
‘อย่าเรียกว่าเมียเลย คนที่ผมจะยกย่องให้เป็นเมียออกหน้าออกตาต้องมีฐานะคู่ควรกับผม และเป็นคนที่คุณแม่ผมยอมรับเท่านั้น’
‘แล้วอย่างฉันถือว่าคู่ควรกับคุณหรือเปล่า’ อันนาถามอย่างข้องใจ เพราะคบกันมาระยะหนึ่งแล้ว แต่เขาไม่เคยพาเธอไปพบพ่อแม่เลยสักครั้ง
อันนาจำได้ว่าวันนั้นมาร์ชไม่ตอบคำถามเธอ แล้วหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็หาเรื่องเลิกกับเธอ...
“หุบปากเดี๋ยวนี้นังเอย!!!” ปริมตะคอกพร้อมตวัดปลายปืนขึ้นเล็งที่อันนาอีกครั้ง
“อย่าทำอะไรเอยอีกเลยนะคุณปริม” อลีนาเอาตัวเข้าไปขวางทางปืน
“น้องเลวๆ แบบนี้แกก็ยังจะปกป้องมันอีกเหรอ!”
“ยังไงเอยก็เป็นน้องฉัน ฉันปล่อยให้เอยตายไม่ได้” อลีนาบอกทั้งน้ำตา ถึงแม้ที่ผ่านมาอันนาจะร้ายกาจกับเธอมากแค่ไหนก็ตาม แต่ความเป็น ‘พี่น้อง’ ยังไงก็ตัดกันไม่ขาด
“เอิงถอยไป อย่าเอาชีวิตตัวเองกับลูกในท้องมาทิ้งเพราะน้องเลวๆ แบบเอย” อันนาพยายามดันตัวอลีนาออกไปให้พ้นทางปืน วันนี้เธอได้รับรู้และเข้าใจแล้วว่าอลีนารักเธอมากแค่ไหน
“รักกันมากนักก็ตายไปพร้อมกันเลยก็แล้วกัน” ปริมขึงตามองสองพี่น้องด้วยแววตาแข็งกร้าว ในเวลานี้สติยั้งคิดของเธอหลุดลอยไปไกลแล้ว เหลือเพียงความต้องการแก้แค้นเท่านั้น
ปริมออกแรงกดที่นิ้วเพื่อเหนี่ยวไกปืน...ปัง!!!
กระสุนพุ่งแหวกอากาศตรงไปยังอลีนา หญิงสาวหลับตาลงอย่างยอมรับชะตากรรม แต่ไม่คาดคิด อันนาใช้แรงเฮือกสุดท้ายพลิกตัวขึ้นกอดเธอไว้แล้วเอาแผ่นหลังรับลูกตะกั่วนั้นไว้เอง
ปัง!!!
เสียงปืนลั่นอีกหนึ่งนัดในเวลาไล่เลี่ยกัน แต่นัดนี้เป็นการลั่นไกของผู้กองสายฟ้าที่เข้ามาถึงพร้อมกับลูกน้องและคิรากร กระสุนจากปลายปืนของนายตำรวจหนุ่มพุ่งเข้าใส่มือที่ถือปืนของปริม ปืนร่วงลงกระแทกพื้น ลูกน้องของสายฟ้าวิ่งเข้าไปจับตัวปริมใส่กุญแจมืออย่างรวดเร็ว
“เรียกรถพยาบาล” สายฟ้าสั่งลูกน้องอีกคน
คิรากรยืนขาแข็ง ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้เขาช็อกไปชั่วขณะ อลีนาที่นั่งอยู่บนพื้นซีเมนต์ประคองกอดร่างชุ่มเลือดของอันนาไว้กับอก เธอทิ้งคางลงบนไหล่เล็กของน้องสาวแล้วหลับตานิ่ง วินาทีนั้นหัวใจของชายหนุ่มแทบแตกสลายกลัวเหลือเกินว่ากระสุนจะทะลุแผ่นหลังอันนาไปถึงร่างบอบบางของภรรยา
อลีนาฟื้นขึ้นมาในห้องกว้างสีขาวสะอาดตาภายในโรงพยาบาล ที่หลังมือซ้ายมีสายน้ำเกลือเสียบอยู่ ส่วนมือขวาถูกกุมไว้ด้วยมือใหญ่ที่แสนอบอุ่นของคิรากร
“คุณคิม...ลูก...” น้ำเสียงที่เอ่ยถามเบาหวิว คล้ายกลัวคำตอบ
“ลูกยังอยู่กับเรา” เขาตอบพลางวางมือข้างหนึ่งลงบนหน้าท้องของภรรยาอย่างทะนุถนอม “เขาปลอดภัยดี”
“ฉันขอโทษที่ไม่เชื่อฟังคุณ ถ้าฉันรอคุณมารับที่โรงพยาบาลก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้” เธอพูดน้ำตาคลออย่างรู้สึกผิดที่ทำให้สามีเป็นห่วง
“เรื่องมันผ่านไปแล้ว คุณอย่าคิดมาก แต่ต่อไปคุณห้ามดื้อกับผมอีกนะ”
คราวนี้อลีนาพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย “แล้วเอยล่ะ เอยเป็นยังไงบ้าง”
คิรากรอ้ำอึ้ง ลำบากใจที่จะตอบ
“คุณคิม บอกฉันมา เอยเป็นยังไงบ้าง” อลีนาขยับตัวลุกขึ้นนั่ง เขย่ามือสามีที่กุมมือเธออยู่เพื่อเร่งเร้าเอาคำตอบอย่างหวาดหวั่น
“เอย...ไม่อยู่กับเราแล้ว” ชายหนุ่มบอกเสียงเบาพลางรั้งร่างบอบบางที่สั่นเพราะแรงสะอื้นของภรรยาเข้ามากอดปลอบ “เอยเสียเลือดมากก่อนมาถึงโรงพยาบาล หมอพยายามช่วยอย่างเต็มที่แล้ว”
อลีนากอดสามีร้องไห้ตัวโยน พลางคิดถึงคำพูดสุดท้ายของอันนาบนดาดฟ้าก่อนที่สติของเธอจะดับวูบ
‘เอยขอโทษนะเอิง ฝากขอโทษคุณคิมเรื่องเปรมด้วย’
‘เอิงไม่รับฝาก เอยต้องไปขอโทษเขาด้วยตัวเอง’
‘ฝากไออุ่นด้วยนะ อย่าให้แกรู้ว่ามีแม่เลวๆ แบบเอย’
‘ไม่ต้องพูดอะไรแล้วเอย...ไม่ต้องพูดแล้ว…’ อลีนากอดร่างชุ่มเลือดของน้องสาวไว้แน่น น้ำตาไหลพราก
“ผมอโหสิกรรมให้เอยนะ เอยชดใช้เรื่องเปรมให้ผมแล้ว แถมยังช่วยชีวิตคุณกับลูกในท้องไว้อีก ผมถือว่าครั้งนี้ผมเป็นหนี้บุญคุณเอย” ถึงแม้เขาจะเคยเกลียดอันนามาก แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกยินดีเลยที่อันนาต้องจบชีวิตลงแบบนี้ แต่ก็นั่นละ ใครก่อกรรมอะไรไว้ ย่อมต้องได้รับผลของมันไม่วันใดก็วันหนึ่ง
เวลาผ่านไปราวหกเดือนทุกคนถึงจะเริ่มทำใจกับการจากไปของอันนาได้ แม้ว่าหญิงสาวที่จากไปก่อนวัยอันควรจะทำเรื่องผิดพลาดไว้มาก แต่เธอก็ยังคงเป็นที่รักของคนในครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เวลาที่เห็นหน้าไออุ่น อลีนาก็อดนึกถึงน้องสาวไม่ได้
เป็นเรื่องน่าเสียดายที่อันนาจากไปทั้งที่ยังไม่เคยมีช่วงเวลาที่ดีกับไออุ่น ไม่ทันได้สร้างความผูกพันระหว่างแม่ลูก และที่สำคัญ ไออุ่นยังไม่เคยได้เรียกอันนาว่า ‘แม่’ สักครั้ง
“คืนนี้ใครจะเป็นคนทาโลชันที่ท้องให้แม่เอิงคะ” อลีนาที่กำลังนั่งพิงหัวเตียงอยู่ถามด้วยรอยยิ้มพลางลูบท้องนูนใหญ่ซึ่งมีอายุครรภ์เจ็ดเดือน
“ไออุ่นค่ะ” เด็กหญิงที่ถือขวดโลชันป้องกันหน้าท้องแตกลายของคุณแม่รอท่าอยู่แล้วรีบกระโดดขึ้นมาบนเตียงนอนหลังใหญ่ในห้องนอนของคุณพ่อคุณแม่
“คุณพ่อช่วย” คิรากรขึ้นไปนั่งบนเตียงเคียงข้างลูกสาวตัวน้อย “อีกสองเดือนไออุ่นก็จะได้เห็นหน้าน้องแล้วนะลูก ตื่นเต้นมั้ยคะ”
“ตื่นเต้นสุดๆ เลยค่า” ไออุ่นตอบด้วยน้ำเสียงสดใสพลางลูบไล้โลชันสูตรเข้มข้นลงบนท้องของคุณแม่อย่างเบามือ
อลีนาตั้งใจมอบหมายหน้าที่นี้ให้ไออุ่นตั้งแต่รู้ตัวว่าตั้งครรภ์ใหม่ๆ เพราะอยากให้เด็กหญิงที่กำลังจะเป็นพี่สาวได้เรียนรู้ที่จะรักและผูกพันกับน้องตั้งแต่อยู่ในท้อง เพื่อป้องกันการอิจฉากันระหว่างพี่น้อง และแน่นอนว่า เธอต้องสอนให้น้องรักพี่ด้วยเช่นกัน
เธอผ่านประสบการณ์ที่ได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างผิดๆ จนทำให้อันนาต้องจบชีวิตลงอย่างน่าเศร้าแล้ว เธอจะไม่ยอมให้เหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นกับไออุ่นและน้องสาวที่กำลังจะคลอดในอีกสองเดือนข้างหน้าแน่นอน
“น้องเป็นผู้หญิงใช่มั้ยคะ”
“ใช่ค่ะ” คุณพ่อตอบพลางช่วยชโลมโลชันลงบนท้องนูนป่องที่เหมือนเนินเขาลูกย่อมๆ
“รู้ได้ยังไงคะว่าน้องเป็นผู้หญิง ไออุ่นยังมองไม่เห็นเลย”
“ป้าหมอมีกล้องวิเศษส่องค่ะ นัดตรวจคราวหน้าแม่เอิงจะพาไออุ่นไปด้วย หนูจะได้เห็นน้องที่อยู่ในพุงแม่เอิง” “ถ้าน้องคลอดแล้วไออุ่นช่วยคุณพ่อเล่านิทานให้น้องฟังได้มั้ยคะ” คิรากรถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนเคย “ได้ค่า” “เก่งมากค่ะ” คุณพ่อโน้มใบหน้าลงหอมแก้มทั้งสองข้างของลูกสาวดังฟอด “อุ๊ย! น้องดิ้นดุ๊กดิ๊กค่ะ น้องยังไม่หลับ” ไออุ่นบอกอย่างตื่นเต้นโดยที่มือทั้งสองข้างทาบอยู่บนหน้าท้องของคุณแม่ “สงสัยน้องอยากคุยกับพี่ไออุ่นน่ะลูก” อลีนาบอก ไออุ่นเอาแก้มแนบกันหน้าท้องคุณแม่เพื่อจะฟังเสียงน้อง “โอบอุ้มรักพี่ไออุ่นค่า โอบอุ้มอยากออกไปเล่นกับพี่ไออุ่นเร็วๆ” คิรากรทำเสียงเล็กเสียงน้อยอย่างเด็กผู้หญิงแทนเสียงน้องในท้องเพื่อคุยกับไออุ่น เขาทำแบบนี้ทุกวันจนไออุ่นรักและผูกพันกับน้องในท้องมาก แล้วก็ชอบคุยกับน้องมากด้วยเช่นกัน “พี่ไออุ่นก็รักโอบอุ้ม ออกมาเร็วๆ นะ มาเล่นกัน” ไออุ่นบอกเสียงใสแล้วจุ๊บที่พุงคุณแม่ส่งผ่านไปถึงน้องสาว “คุณพ่อก็รักไออุ่นกับโอบอุ้ม
ในช่วงชุลมุนอันนาผลักปริมล้มลุกคลุกคลานไปกับพื้น และถีบที่ท้องอย่างแรงอีกหลายครั้งโดยที่ไม่รู้ว่าคู่กรณีตั้งครรภ์อยู่ จนกระทั่งเลือดเหนียวข้นไหลลงมาตามต้นขาด้านในของปริม อันนาถึงได้รู้ตัวว่า ทำบาปใหญ่หลวงเข้าแล้ว...‘คุณมีเมียอยู่แล้ว ยังจะมาหลอกคบกับฉันอีกทำไม’ อันนาต่อว่ามาร์ชเมื่อพบกันหลังจากทะเลาะกับปริม‘อย่าเรียกว่าเมียเลย คนที่ผมจะยกย่องให้เป็นเมียออกหน้าออกตาต้องมีฐานะคู่ควรกับผม และเป็นคนที่คุณแม่ผมยอมรับเท่านั้น’‘แล้วอย่างฉันถือว่าคู่ควรกับคุณหรือเปล่า’ อันนาถามอย่างข้องใจ เพราะคบกันมาระยะหนึ่งแล้ว แต่เขาไม่เคยพาเธอไปพบพ่อแม่เลยสักครั้ง อันนาจำได้ว่าวันนั้นมาร์ชไม่ตอบคำถามเธอ แล้วหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็หาเรื่องเลิกกับเธอ... “หุบปากเดี๋ยวนี้นังเอย!!!” ปริมตะคอกพร้อมตวัดปลายปืนขึ้นเล็งที่อันนาอีกครั้ง “อย่าทำอะไรเอยอีกเลยนะคุณปริม” อลีนาเอาตัวเข้าไปขวางทางปืน “น้องเลวๆ แบบนี้แกก็ยังจะปกป้องมันอีกเหรอ!” “ยังไงเอยก็เป็นน้องฉัน ฉันปล่อยให้เอยตายไม่ได้” อลีนาบอกทั้งน้ำตา ถึงแม้ที่ผ่านมาอันนาจะร้ายกาจกับเธอ
คิรากรรับไออุ่นกลับมาถึงบ้านได้ราวหนึ่งชั่วโมง แต่อลีนากับอันนาก็ยังไม่ถึงบ้าน คนเป็นสามีร้อนใจมาก พยายามโทร. ติดต่อภรรยา แต่ก็ติดต่อไม่ได้ “คุณพ่อขา ทำไมแม่เอิงมาช้าจังคะ” ไออุ่นถามเป็นรอบที่สิบ “คุณพ่อโทร. หาแม่เอิงแล้ว แต่แม่เอิงไม่รับสายเลย” คุณพ่อตอบหน้าเครียด รู้สึกใจคอไม่ดี แล้วหันไปถามพ่อกับแม่ของอลีนาที่พยายามกดโทรศัพท์หาลูกสาวทั้งสองคนอยู่เหมือนกัน “ติดต่อเอิงได้มั้ยครับ” “ติดต่อไม่ได้ทั้งเอิง ทั้งเอยเลย” พรกมลตอบหน้าเครียดไม่แพ้กัน “ไม่รู้เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า” “อย่าเพิ่งคิดอะไรในแง่ลบสิคุณ” สันติปลอบภรรยาแล้วหันไปเห็นผู้กองสายฟ้าเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เกิดเรื่องแล้วคิม” นายตำรวจหนุ่มบอกพลางปรายตามองไปยังไออุ่นที่นั่งอยู่ข้างคุณตาคุณยาย เขาไม่อยากให้เด็กและคนแก่ตกใจ “ไปคุยกันข้างนอกได้มั้ย” “ได้” คิรากรตอบรับแล้วหันไปฝากคุณตาคุณยายให้ดูแลไออุ่น แล้วเดินนำเพื่อนไปยังสระว่ายน้ำที่อยู่ภายนอกตัวบ้าน “เกี่ยวกับเอิงใช่มั้ย” “ตำรวจพบรถคุณเอยจอดทิ้งไว้ที่ซอยลัดใต
คิรากรได้รับข้อความจากอลีนาตอนที่อยู่หน้าโรงเรียนสอนเต้นบัลเลต์ของไออุ่นพอดี เขาโกรธจนใจเต้นตุบๆ รีบโทร. กลับไปหาภรรยาทันที “เอิงขับรถอยู่ ไม่สะดวกคุยตอนนี้” อันนาเป็นคนรับโทรศัพท์แทนอลีนา “คุณให้เมียผมที่กำลังท้องขับรถให้คุณนั่งเหรอ!” ชายหนุ่มกัดฟันพูดเสียงต่ำอย่างไม่พอใจสุดขีด “เอิงแค่ท้องนะคุณคิม ไม่ได้ป่วย ตอนฉันท้องฉันก็ทั้งขับรถ ทั้งออกกำลังกาย ทำอะไรๆ ได้เหมือนคนปกติทั่วไป คุณอย่าห่วงจนโอเวอร์ไปหน่อยเลย” คิรากรไม่อยากพูดกับอันนาให้มากความจึงตัดบท “ดูแลเอิงให้ดีก็แล้วกัน ถ้าเมียผมเป็นอะไรไปแม้แต่นิดเดียวเพราะคุณ ผมเล่นงานคุณหนักแน่” อันนากดวางสายแล้ววางโทรศัพท์ไว้ที่ช่องเก็บของอย่างกระแทกกระทั้น “คุณคิมว่ายังไงบ้าง” อลีนาที่กำลังขับรถอยู่ถามทั้งที่สายตายังคงมองถนนเบื้องหน้าและต้องคอยระวังบรรดาสิงห์มอเตอร์ไซค์ที่ขับเบียดมาเป็นระยะ “เขาโกรธที่เอยใช้เอิงขับรถให้ แล้วก็สั่งให้เอยดูแลเอิงให้ดี ถ้าเอิงเป็นอะไรไป เขาจะเล่นงานเอย ท่าทางคุณคิมรักเอิงมากนะ” อันนาเก็บความอิจฉาไว้แทบไม่ม
“เอิง!!! อย่าดื้อกับผม” คิรากรเผลอดุเสียงดังด้วยความเป็นห่วง “ขอโทษ ผมเป็นห่วงคุณมากไปหน่อย” “ฉันเข้าใจค่ะ” อลีนาบอกอย่างใจเย็น ไม่ได้โกรธที่ถูกดุ เพราะรู้ว่าเขาหวังดี “เพื่อความสบายใจของคุณ ฉันจะรออยู่ที่โรงพยาบาลก็ได้” “รักคุณนะ” ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนลงอย่างรู้สึกผิด ในขณะที่เธอกำลังท้อง เขาไม่ควรทำอะไรให้เธอขุ่นเคืองใจ “รักคุณเหมือนกันค่ะ อย่าเครียดมากนะคะ คุณพ่อลูกสอง” “ถ้าคุณไม่ดื้อ ผมก็ไม่เครียด” “ไม่ดื้อแล้วค่ะ จะเชื่อฟังสามีทุกอย่างเลย โอเคมั้ยคะ” อลีนาบอกด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะขอตัวไปจ่ายเงินและรับยา เสร็จแล้วโทร. หาอันนาเพื่อบอกว่าจะรอคิรากรมารับ ให้อันนากลับบ้านก่อน แต่โทร. ไปหลายครั้ง อันนาก็ไม่รับสาย อลีนาลองเดินไปดูที่ลานจอดรถ แต่รถของอันนาไม่ได้จอดอยู่ที่เดิมแล้วอันนาหายไปไหน!อลีนากลับเข้ามานั่งรอคิรากรในล็อบบีโรงพยาบาลแล้วพยายามโทร. หาอันนาอีกครั้ง แต่น้องสาวก็ยังไม่ยอมรับสาย หญิงสาวเอะใจ จึงโทร. ไปที่โรงเรียนสอนบัลเลต์ของไออุ่น “ไออุ่นยังอยู่ในห้องเรียนหร
“วันนี้เอยว่าง เอยไปส่งไออุ่นแล้วก็พาเอิงไปหาหมอเองนะ” อันนาเดินเข้ามาบอกอลีนาที่ยืนรอคนขับรถอยู่ที่หน้าบ้านกับไออุ่น “ถ้าเอยว่าง เอยควรไปช่วยพ่อแม่ดูบ้านที่ไฟไหม้ แล้วก็เก็บของเตรียมย้ายไปอยู่คอนโดนะ” อลีนาบอกด้วยน้ำเสียงและหน้านิ่งเรียบ เธอเดาไม่ออกว่าน้องสาวต้องการอะไรถึงได้มาทำดีกับเธอแบบนี้ “เราเป็นพี่น้องกันนะ ไม่ต้องมามองเอยด้วยสายตาหวาดระแวงแบบนั้น เอยแค่อยากดูแลเอิง คนขับรถก็แค่ไปส่ง แต่เอยจะตามไปช่วยดูแล ไปส่งจนถึงห้องตรวจเลย แล้วเอยก็อยากช่วยเอิงดูแลไออุ่นด้วย” ว่าแล้วก็ย่อตัวลงนั่งยองๆเพื่อคุยกับเด็กหญิงที่จับมือแม่ไว้แน่นไม่ยอมปล่อย “น้าเอยขอโทษที่เคยทำให้ไออุ่นตกใจ ต่อไปน้าเอยจะไม่ทำอีก เราดีกันนะ” ไออุ่นมองนิ้วก้อยของอันนาที่ยื่นมาตรงหน้าอย่างลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นนิ้วก้อยเล็กป้อมของตัวเองขึ้นไปเกี่ยว “ดีกันก็ได้ค่ะ” “ถ้าเราดีกันแล้ว ให้น้าเอยไปส่งนะ” ไออุ่นนิ่ง ไม่ยอมตอบ อันนาจึงลุกขึ้นยืนแล้วถามอลีนา “ให้เอยไปส่งนะ เอยอยากดูแลเอิง อยากทำความคุ้นเคยกับไออุ่นด้วย หรือว่าเอิงจะกีดกันไม่ให้แม่ลูกสนิทกัน”







