FAZER LOGINคิรากรลุกขึ้นจากเตียงมาอาบน้ำแต่งตัวตั้งแต่ยังไม่หกโมง เขาไม่ได้ตื่นเช้า แต่นอนไม่หลับตั้งแต่เมื่อคืน หลังออกจากห้องนอนของอลีนาตอนประมาณตีหนึ่งกว่า เขาต้องไปยืนใต้เรนชาวเวอร์ขนาดใหญ่ ให้สายน้ำเย็นเฉียบรินรดตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้าอยู่นานเกือบชั่วโมงกว่าที่ความร้อนรุ่มในร่างกายจะบรรเทา เขานึกว่าตัวเองจะนอนได้ แต่พอหลับตาลงคราใด ภาพเรือนร่างแสนเซ็กซี่ก็ตามมาปั่นป่วนความรู้สึกจนข่มตาหลับไม่ลงอยู่ร่ำไป
ชายหนุ่มเดินผ่านหน้าห้องนอนของหญิงสาวแล้วหยุดชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งว่าจะเคาะประตูเรียกเธอดีหรือไม่ แต่แล้วก็ตัดใจเดินเลยไปยังห้องนอนของลูกสาวซึ่งอยู่ติดกัน เมื่อเขาเปิดประตูเข้าไป ภาพที่ปรากฏแก่สายตาของเขาก็คือ อลีนาที่อยู่ในชุดนอนแบบเสื้อเชิ้ตแขนสั้นและกางเกงขายาวผ้าซาตินสีชมพูกำลังนอนกอดไออุ่นอยู่ เธอน่าจะเข้ามานอนกับลูกตั้งแต่เมื่อคืน
คิรากรยิ้มให้แก่ภาพน่ารักตรงหน้าแล้วแทรกตัวเข้าไปนอนขนาบอีกด้านของไออุ่น วันนี้เป็นวันเสาร์ นักเรียนตัวน้อยไม่ต้องไปโรงเรียน ดังนั้นเขาจะปล่อยให้เธอนอนหลับอย่างเต็มอิ่ม รวมถึงเจ้าสาวป้ายแดงที่เมื่อคืนนี้เขาปอกเปลือกเธอออกจนเกือบหมดแต่ก็ไม่ได้แอ้มนั่นด้วย
ชายหนุ่มลูบศีรษะของลูกสาวด้วยความรักอย่างแผ่วเบา ถ้าเด็กที่โหยหาความรักจากแม่มาตลอดตื่นมาเห็นว่าวันนี้มีแม่นอนกอดอยู่ ต้องดีใจมากแน่ๆ
คิรากรรวบกอดทั้งแม่และลูกไว้ในวงแขนอย่างเงียบงันอยู่พักใหญ่ กว่าที่อลีนาจะรู้สึกตัวตื่น
“มอร์นิงครับคุณภรรยา” ชายหนุ่มโน้มตัวข้ามลูกสาวที่ยังนอนหลับสนิทไปจุ๊บที่หน้าผากของคนที่ยังงัวเงียอยู่
“คุณคิม!” เธอดุเสียงเบาแต่ตาเขียวปั๊ด ความสะลึมสะลือหายไปเป็นปลิดทิ้งเมื่อเห็นรอยยิ้มและแววตาเจ้าเล่ห์แพรวพราวของเขา
“ผมแค่ใช้สิทธิ์ของตัวเองให้เต็มที่ คุณจะมาว่าผมไม่ได้นะ”
“แต่คุณจะใช้สิทธิ์พร่ำเพรื่อแบบนี้ไม่ได้”
“ไม่รู้ละ ถ้าผมอยากทำ ผมก็จะทำ มันเป็นสิทธิ์ของผม ผมต้องใช้ให้คุ้ม” ว่าแล้วก็โน้มตัวไปเพื่อจะจูบที่ริมฝีปากของหญิงสาวให้หายอยากสักหน่อย แต่เสียงเล็กสดใสก็ดังขัดจังหวะขึ้น
“คุณพ่อขา แม่เอิงขา
คิรากรกับอลีนาดีดตัวออกจากกันทันทีราวกับถูกไฟชอร์ตแล้วก้มหน้าลงจูบที่หน้าผากของเด็กหญิงพร้อมเพรียงกันโดยไม่ได้นัดหมาย ทำให้ใบหน้าของทั้งคู่ชนกัน อลีนารีบดันตัวออกห่างก่อนด้วยท่าทางเก้อเขิน ชายหนุ่มแอบยิ้มเอ็นดู เมื่อคืนนี้เธอกับเขาถือว่าข้ามขั้นไปไกลพอสมควร แต่เช้านี้เธอยังเขินอายกับการสัมผัสกันเพียงเล็กน้อยแค่นี้อยู่อีก
“มอร์นิงค่ะ เมื่อคืนไออุ่นฝันดีมั้ยคะ” คุณพ่อถามลูกสาวด้วยเสียงสองที่ทั้งอบอุ่นและอ่อนโยนเหมือนเคย
“ฝันดีค่า” เด็กหญิงตอบสดใสไม่เหมือนเด็กที่เพิ่งตื่นนอนเลย
“ฝันว่าอะไรคะ” คุณพ่อถามต่อ
“ไออุ่นฝันว่าแม่เอิงมานอนกอดไออุ่นค่ะ”
“ไออุ่นไม่ได้ฝันลูก เมื่อคืนแม่เอิงมานอนกับไออุ่นจริงๆ” อลีนาขยับตัวเข้าไปกอดร่างเล็กนุ่มนิ่มแนบอกอีกครั้ง “แล้วแม่เอิงก็กอดหนูไว้แบบนี้ทั้งคืนเลย”
“ไออุ่นดีใจที่สุดในโลกเลยที่แม่เอิงกลับมาหาไออุ่น” วงแขนเล็กสวมกอดคุณแม่เอาไว้แน่นให้สมกับที่รอคอยวันนี้มาเนิ่นนาน
“แม่เอิงขอโทษที่มาหาหนูช้าไป” อลีนากระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นแล้วจูบที่เส้นผมนุ่มลื่นของเด็กหญิงด้วยความรักและรู้สึกผิดที่น้องสาวของเธอทำร้ายความรู้สึกของเด็กน่ารักคนนี้อย่างไม่น่าให้อภัย
คิรากรมองสองแม่ลูกกอดกันกลมด้วยความตื้นตันใจ เขาเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจะมีวันนี้
“คุณพ่อขา” ไออุ่นผละจากอ้อมกอดของคุณแม่แล้วลุกขึ้นนั่งหันหน้าไปทางคุณพ่อของเธอ ทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสองคนต้องลุกขึ้นตามไปด้วย
“ว่าไงคะ”
“ไออุ่นรักคุณพ่อค่ะ คุณพ่อไม่ผิดสัญญา” ร่างเล็กโถมตัวเข้ากอดคอคุณพ่อของเธอไว้แน่นพลางดีดตัวอย่างร่าเริงจนคนเป็นพ่อแทบหงายหลัง
“สัญญาเรื่องอะไรคะ” คิรากรกอดตอบลูกสาวเอาไว้หลวมๆ แล้วหอมแก้มเด็กขี้อ้อนไปหนึ่งฟอด
“สัญญาว่าจะพาคุณแม่มาหาไออุ่นไงคะ ไออุ่นรักคุณพ่อที่สุดในโลกเล้ยยย”
“คุณพ่อก็รักไออุ่นที่สุดในโลกเหมือนกัน”
“แล้วไม่รักแม่เอิงเหรอคะ” อลีนาแกล้งถามด้วยรอยยิ้มปลื้มใจที่เห็นเด็กน้อยมีความสุขกับการมาของเธอมากขนาดนี้
“รักค่า ไออุ่นรักคุณพ่อ รักแม่เอิงด้วย” เด็กหญิงหันมาบอกด้วยรอยยิ้มสดใส แต่แล้วก็ขมวดคิ้วมุ่นเมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้ “แม่เอิงขา ทำไมคุณน้าคนที่ดุๆ เมื่อคืนนี้หน้าเหมือนแม่เอิงเปี๊ยบเลย”
อลีนาลอบมองสบตากับคิรากรอย่างลำบากใจนิดหนึ่ง ก่อนจะปั้นหน้ายิ้มแย้มกับเด็กหญิง “น้าเอยเป็นน้องสาวฝาแฝดของแม่เอิงค่ะ”
“ไออุ่นไม่ชอบน้าเอย น้าเอยดุไออุ่น ผลักไออุ่นด้วย”
คำพูดของลูกสาวทำให้คิรากรกรุ่นโกรธขึ้นมาอีกครั้ง “ถ้าไออุ่นเจอผู้หญิงคนนั้นอีก อย่าไปเข้าใกล้นะลูก เขาจะเป็นอันตรายกับหนู”
“คุณคิม ทำไมสอนลูกแบบนั้นคะ” อลีนาปรามเสียงเบา ถึงแม้อันนาจะเป็นแม่ที่ไม่ดี แต่เขาก็ไม่ควรสอนให้ลูกเกลียดแม่ เพราะมันจะเป็นบาปติดตัวเด็กไปโดยไม่รู้ตัว
“ผมสอนให้ลูกรู้จักดูแลตัวเอง ใครที่จะเป็นอันตรายกับแก แกควรต้องรู้เพื่อจะได้ไม่เฉียดไปเข้าใกล้”
“ไออุ่นไม่เข้าใกล้น้าเอยหรอกค่ะคุณพ่อ น้าเอยดุ ไออุ่นกลัวน้าเอย” เด็กน้อยซุกตัวเข้าหาอ้อมอกอบอุ่นของคุณพ่อด้วยท่าทางหวาดกลัวเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน
“ไออุ่นไม่ต้องกลัวนะลูก แม่เอิงจะไปบอกน้าเอยว่าไม่ให้ดุหนูแบบนั้นอีก” อลีนาบอกพลางลูบศีรษะปลอบขวัญเด็กน้อยด้วยสีหน้าไม่สบายใจ เธอคงต้องหาทางจัดการกับอันนาไม่ให้มาทำร้ายจิตใจลูกได้อีก
“ป้าหมอมีกล้องวิเศษส่องค่ะ นัดตรวจคราวหน้าแม่เอิงจะพาไออุ่นไปด้วย หนูจะได้เห็นน้องที่อยู่ในพุงแม่เอิง” “ถ้าน้องคลอดแล้วไออุ่นช่วยคุณพ่อเล่านิทานให้น้องฟังได้มั้ยคะ” คิรากรถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนเคย “ได้ค่า” “เก่งมากค่ะ” คุณพ่อโน้มใบหน้าลงหอมแก้มทั้งสองข้างของลูกสาวดังฟอด “อุ๊ย! น้องดิ้นดุ๊กดิ๊กค่ะ น้องยังไม่หลับ” ไออุ่นบอกอย่างตื่นเต้นโดยที่มือทั้งสองข้างทาบอยู่บนหน้าท้องของคุณแม่ “สงสัยน้องอยากคุยกับพี่ไออุ่นน่ะลูก” อลีนาบอก ไออุ่นเอาแก้มแนบกันหน้าท้องคุณแม่เพื่อจะฟังเสียงน้อง “โอบอุ้มรักพี่ไออุ่นค่า โอบอุ้มอยากออกไปเล่นกับพี่ไออุ่นเร็วๆ” คิรากรทำเสียงเล็กเสียงน้อยอย่างเด็กผู้หญิงแทนเสียงน้องในท้องเพื่อคุยกับไออุ่น เขาทำแบบนี้ทุกวันจนไออุ่นรักและผูกพันกับน้องในท้องมาก แล้วก็ชอบคุยกับน้องมากด้วยเช่นกัน “พี่ไออุ่นก็รักโอบอุ้ม ออกมาเร็วๆ นะ มาเล่นกัน” ไออุ่นบอกเสียงใสแล้วจุ๊บที่พุงคุณแม่ส่งผ่านไปถึงน้องสาว “คุณพ่อก็รักไออุ่นกับโอบอุ้ม
ในช่วงชุลมุนอันนาผลักปริมล้มลุกคลุกคลานไปกับพื้น และถีบที่ท้องอย่างแรงอีกหลายครั้งโดยที่ไม่รู้ว่าคู่กรณีตั้งครรภ์อยู่ จนกระทั่งเลือดเหนียวข้นไหลลงมาตามต้นขาด้านในของปริม อันนาถึงได้รู้ตัวว่า ทำบาปใหญ่หลวงเข้าแล้ว...‘คุณมีเมียอยู่แล้ว ยังจะมาหลอกคบกับฉันอีกทำไม’ อันนาต่อว่ามาร์ชเมื่อพบกันหลังจากทะเลาะกับปริม‘อย่าเรียกว่าเมียเลย คนที่ผมจะยกย่องให้เป็นเมียออกหน้าออกตาต้องมีฐานะคู่ควรกับผม และเป็นคนที่คุณแม่ผมยอมรับเท่านั้น’‘แล้วอย่างฉันถือว่าคู่ควรกับคุณหรือเปล่า’ อันนาถามอย่างข้องใจ เพราะคบกันมาระยะหนึ่งแล้ว แต่เขาไม่เคยพาเธอไปพบพ่อแม่เลยสักครั้ง อันนาจำได้ว่าวันนั้นมาร์ชไม่ตอบคำถามเธอ แล้วหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็หาเรื่องเลิกกับเธอ... “หุบปากเดี๋ยวนี้นังเอย!!!” ปริมตะคอกพร้อมตวัดปลายปืนขึ้นเล็งที่อันนาอีกครั้ง “อย่าทำอะไรเอยอีกเลยนะคุณปริม” อลีนาเอาตัวเข้าไปขวางทางปืน “น้องเลวๆ แบบนี้แกก็ยังจะปกป้องมันอีกเหรอ!” “ยังไงเอยก็เป็นน้องฉัน ฉันปล่อยให้เอยตายไม่ได้” อลีนาบอกทั้งน้ำตา ถึงแม้ที่ผ่านมาอันนาจะร้ายกาจกับเธอ
คิรากรรับไออุ่นกลับมาถึงบ้านได้ราวหนึ่งชั่วโมง แต่อลีนากับอันนาก็ยังไม่ถึงบ้าน คนเป็นสามีร้อนใจมาก พยายามโทร. ติดต่อภรรยา แต่ก็ติดต่อไม่ได้ “คุณพ่อขา ทำไมแม่เอิงมาช้าจังคะ” ไออุ่นถามเป็นรอบที่สิบ “คุณพ่อโทร. หาแม่เอิงแล้ว แต่แม่เอิงไม่รับสายเลย” คุณพ่อตอบหน้าเครียด รู้สึกใจคอไม่ดี แล้วหันไปถามพ่อกับแม่ของอลีนาที่พยายามกดโทรศัพท์หาลูกสาวทั้งสองคนอยู่เหมือนกัน “ติดต่อเอิงได้มั้ยครับ” “ติดต่อไม่ได้ทั้งเอิง ทั้งเอยเลย” พรกมลตอบหน้าเครียดไม่แพ้กัน “ไม่รู้เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า” “อย่าเพิ่งคิดอะไรในแง่ลบสิคุณ” สันติปลอบภรรยาแล้วหันไปเห็นผู้กองสายฟ้าเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เกิดเรื่องแล้วคิม” นายตำรวจหนุ่มบอกพลางปรายตามองไปยังไออุ่นที่นั่งอยู่ข้างคุณตาคุณยาย เขาไม่อยากให้เด็กและคนแก่ตกใจ “ไปคุยกันข้างนอกได้มั้ย” “ได้” คิรากรตอบรับแล้วหันไปฝากคุณตาคุณยายให้ดูแลไออุ่น แล้วเดินนำเพื่อนไปยังสระว่ายน้ำที่อยู่ภายนอกตัวบ้าน “เกี่ยวกับเอิงใช่มั้ย” “ตำรวจพบรถคุณเอยจอดทิ้งไว้ที่ซอยลัดใต
คิรากรได้รับข้อความจากอลีนาตอนที่อยู่หน้าโรงเรียนสอนเต้นบัลเลต์ของไออุ่นพอดี เขาโกรธจนใจเต้นตุบๆ รีบโทร. กลับไปหาภรรยาทันที “เอิงขับรถอยู่ ไม่สะดวกคุยตอนนี้” อันนาเป็นคนรับโทรศัพท์แทนอลีนา “คุณให้เมียผมที่กำลังท้องขับรถให้คุณนั่งเหรอ!” ชายหนุ่มกัดฟันพูดเสียงต่ำอย่างไม่พอใจสุดขีด “เอิงแค่ท้องนะคุณคิม ไม่ได้ป่วย ตอนฉันท้องฉันก็ทั้งขับรถ ทั้งออกกำลังกาย ทำอะไรๆ ได้เหมือนคนปกติทั่วไป คุณอย่าห่วงจนโอเวอร์ไปหน่อยเลย” คิรากรไม่อยากพูดกับอันนาให้มากความจึงตัดบท “ดูแลเอิงให้ดีก็แล้วกัน ถ้าเมียผมเป็นอะไรไปแม้แต่นิดเดียวเพราะคุณ ผมเล่นงานคุณหนักแน่” อันนากดวางสายแล้ววางโทรศัพท์ไว้ที่ช่องเก็บของอย่างกระแทกกระทั้น “คุณคิมว่ายังไงบ้าง” อลีนาที่กำลังขับรถอยู่ถามทั้งที่สายตายังคงมองถนนเบื้องหน้าและต้องคอยระวังบรรดาสิงห์มอเตอร์ไซค์ที่ขับเบียดมาเป็นระยะ “เขาโกรธที่เอยใช้เอิงขับรถให้ แล้วก็สั่งให้เอยดูแลเอิงให้ดี ถ้าเอิงเป็นอะไรไป เขาจะเล่นงานเอย ท่าทางคุณคิมรักเอิงมากนะ” อันนาเก็บความอิจฉาไว้แทบไม่ม
“เอิง!!! อย่าดื้อกับผม” คิรากรเผลอดุเสียงดังด้วยความเป็นห่วง “ขอโทษ ผมเป็นห่วงคุณมากไปหน่อย” “ฉันเข้าใจค่ะ” อลีนาบอกอย่างใจเย็น ไม่ได้โกรธที่ถูกดุ เพราะรู้ว่าเขาหวังดี “เพื่อความสบายใจของคุณ ฉันจะรออยู่ที่โรงพยาบาลก็ได้” “รักคุณนะ” ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนลงอย่างรู้สึกผิด ในขณะที่เธอกำลังท้อง เขาไม่ควรทำอะไรให้เธอขุ่นเคืองใจ “รักคุณเหมือนกันค่ะ อย่าเครียดมากนะคะ คุณพ่อลูกสอง” “ถ้าคุณไม่ดื้อ ผมก็ไม่เครียด” “ไม่ดื้อแล้วค่ะ จะเชื่อฟังสามีทุกอย่างเลย โอเคมั้ยคะ” อลีนาบอกด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะขอตัวไปจ่ายเงินและรับยา เสร็จแล้วโทร. หาอันนาเพื่อบอกว่าจะรอคิรากรมารับ ให้อันนากลับบ้านก่อน แต่โทร. ไปหลายครั้ง อันนาก็ไม่รับสาย อลีนาลองเดินไปดูที่ลานจอดรถ แต่รถของอันนาไม่ได้จอดอยู่ที่เดิมแล้วอันนาหายไปไหน!อลีนากลับเข้ามานั่งรอคิรากรในล็อบบีโรงพยาบาลแล้วพยายามโทร. หาอันนาอีกครั้ง แต่น้องสาวก็ยังไม่ยอมรับสาย หญิงสาวเอะใจ จึงโทร. ไปที่โรงเรียนสอนบัลเลต์ของไออุ่น “ไออุ่นยังอยู่ในห้องเรียนหร
“วันนี้เอยว่าง เอยไปส่งไออุ่นแล้วก็พาเอิงไปหาหมอเองนะ” อันนาเดินเข้ามาบอกอลีนาที่ยืนรอคนขับรถอยู่ที่หน้าบ้านกับไออุ่น “ถ้าเอยว่าง เอยควรไปช่วยพ่อแม่ดูบ้านที่ไฟไหม้ แล้วก็เก็บของเตรียมย้ายไปอยู่คอนโดนะ” อลีนาบอกด้วยน้ำเสียงและหน้านิ่งเรียบ เธอเดาไม่ออกว่าน้องสาวต้องการอะไรถึงได้มาทำดีกับเธอแบบนี้ “เราเป็นพี่น้องกันนะ ไม่ต้องมามองเอยด้วยสายตาหวาดระแวงแบบนั้น เอยแค่อยากดูแลเอิง คนขับรถก็แค่ไปส่ง แต่เอยจะตามไปช่วยดูแล ไปส่งจนถึงห้องตรวจเลย แล้วเอยก็อยากช่วยเอิงดูแลไออุ่นด้วย” ว่าแล้วก็ย่อตัวลงนั่งยองๆเพื่อคุยกับเด็กหญิงที่จับมือแม่ไว้แน่นไม่ยอมปล่อย “น้าเอยขอโทษที่เคยทำให้ไออุ่นตกใจ ต่อไปน้าเอยจะไม่ทำอีก เราดีกันนะ” ไออุ่นมองนิ้วก้อยของอันนาที่ยื่นมาตรงหน้าอย่างลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นนิ้วก้อยเล็กป้อมของตัวเองขึ้นไปเกี่ยว “ดีกันก็ได้ค่ะ” “ถ้าเราดีกันแล้ว ให้น้าเอยไปส่งนะ” ไออุ่นนิ่ง ไม่ยอมตอบ อันนาจึงลุกขึ้นยืนแล้วถามอลีนา “ให้เอยไปส่งนะ เอยอยากดูแลเอิง อยากทำความคุ้นเคยกับไออุ่นด้วย หรือว่าเอิงจะกีดกันไม่ให้แม่ลูกสนิทกัน”







