เข้าสู่ระบบอลีนารับรู้ถึงการถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรงอีกสองถึงสามครั้ง ตามด้วยเสียงคำรามทุ้มต่ำอย่างสุขสมของชายหนุ่มที่โน้มตัวอยู่เหนือร่าง จากนั้นทุกอย่างก็หยุดนิ่ง มีเพียงกล้ามเนื้อภายในของเธอเท่านั้นที่ยังบีบรัดตัวตนของเขาที่ยังแช่ค้างอยู่ภายในเป็นจังหวะรุนแรง
เนิ่นนานกว่าที่ชายหนุ่มจะยอมถอดถอนแล้วพลิกตัวลงไปนอนแผ่หลาบนเตียง แต่ก็ไม่วายที่จะรวบร่างเล็กเปลือยเปล่าเข้าไปกอดไว้กับอกอย่างแสนรักแสนเสน่หา
“คุณทำให้ผมมีความสุขมาก” เขากระซิบบอกพึมพำแล้วจูบที่ขมับชื้นเหงื่อของคนในอ้อมกอด
อลีนานอนซุกอยู่ในอ้อมกอดอบอุ่นของเขาอย่างเงียบงัน ปล่อยให้เขาจูบและลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างอย่างรักใคร่ด้วยความเต็มใจอยู่พักใหญ่ ก่อนจะดันตัวออกห่างให้มีช่องว่างมากพอที่จะมองสบตากันได้แล้วเอ่ยถามคำถามที่ผุดขึ้นในใจหลังพายุพิศวาสจบลง
“คุณจะมองว่าฉันเป็นผู้หญิงใจง่ายหรือเปล่า”
“ทำไมถามแบบนี้” คิรากรย้อนถามน้ำเสียงอ่อนโยนพลางปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกซีกแก้มนวลเนียนออกไป แล้วโอบประคองแก้มนุ่มไว้ในอุ้งมือใหญ่
“ฉันอดรู้สึกแย่กับตัวเองไม่ได้ เราเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน แต่ฉันก็ยอมนอนกับคุณแล้ว”
“ผมเคยบอกแล้วไงว่าไม่ต้องสนใจเรื่องเวลา สนใจแค่ว่าเรารู้สึกยังไงต่อกันเท่านั้นก็พอ” ชายหนุ่มจูบที่หน้าผากชื้นเหงื่อเพื่อปลอบประโลมคนคิดมาก “คุณบอกผมได้มั้ยว่าทำไมคุณถึงยอมเป็นของผม”
“ฉันเคยบอกคุณแล้วใช่มั้ยว่าฉันชอบคุณ”
“บอกแล้ว” เขาตอบรับด้วยแววตายิ้มได้ มากกว่าบอกว่า ‘ชอบ’ เขาอยากได้ยินเธอบอกว่า ‘รัก’
“ตอนแรกฉันก็ไม่รู้ว่าตัวเองชอบคุณมากแค่ไหน จนกระทั่งมีคนตามเราเมื่อเช้า แค่ฉันคิดว่าคนที่ตามอาจจะเป็นมือปืน แล้วมันอาจจะยิงคุณเมื่อไหร่ก็ได้ ฉันก็เป็นห่วงคุณจนอยู่ไม่สุขแล้ว”
“ผมคงต้องขอบคุณคนที่ตามเราซะแล้วที่ทำให้ผมได้มีเมียแบบสมบูรณ์กับเขาซะที”
“อย่ามาทำเป็นพูดเล่น” อลีนาทุบกำปั้นลงบนอกแกร่งเบาๆ “เหตุการณ์นี้ทำให้ฉันฉุกคิดได้ว่า ชีวิตคนเราไม่มีอะไรแน่นอน วันนี้คุณยังอยู่กับฉัน แต่พรุ่งนี้ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”
“สรุปว่าคุณยอม เพราะกลัวผมจะตายก่อนใช่มั้ย” คิรากรหลุดขำออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ในความโชคร้ายที่ถูกคนปองร้าย ก็ยังมีความโชคดีชนิดที่เรียกว่าบุญหล่นทับพ่วงมาด้วย
“ความเป็นความตายไม่ใช่เรื่องตลกนะ” เธอต่อว่าเสียงขุ่น
“ผมยังกินคุณไม่อิ่มเลย ผมไม่ยอมตายง่ายๆ หรอก” ชายหนุ่มยังคงหัวเราะอย่างอารมณ์ดีแล้วพลิกตัวขึ้นทาบทับเธออีกครั้ง ความสุขที่ได้รับจากเธอเมื่อครู่ ทำให้เขาหายเครียดเรื่องถูกสะกดรอยตามเป็นปลิดทิ้ง ตอนนี้เขาขอมีความสุขกับเธอให้เต็มที่ก่อน เรื่องอื่นเอาไว้ค่อยคิดต่อพรุ่งนี้เช้า
“หยุดคิดมากได้แล้ว คุณไม่ได้ทำอะไรผิด เราแต่งงานกันแล้ว จะทำอะไรกันคืนละกี่ครั้งก็ได้”
อลีนาใบหน้าร้อนผ่าวเมื่อเห็นสายตาร้อนแรงของเขาที่มาพร้อมกับอะไรบางอย่างที่เริ่มเหยียดขยายดุนดันเรียกร้องความสนใจอยู่เบื้องล่าง
“ผมรักคุณนะเอิง คุณอาจคิดว่าเร็วเกินไปที่ผมจะพูดคำนี้ แต่ผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆ” คิรากรบอกพลางมองสบตากับคนใต้ร่างด้วยแววตาลึกซึ้งจริงใจ “ผมกล้ายอมรับกับคุณเลยว่าผมเป็นผู้ชายใจง่าย แต่ผมไม่ได้ง่ายกับทุกคนนะ ผมเป็นแบบนี้กับคุณคนเดียว แล้วคุณล่ะ รักผมบ้างมั้ย”
หญิงสาวนิ่งเงียบ ทบทวนความรู้สึกของตัวเอง
“คุณไม่ต้องตอบก็ได้ ผมรู้”
“รู้ว่า?”
“รู้ว่าคุณก็รักผมเหมือนกัน”
“อย่ามโนค่ะ”
“ถ้าคุณไม่รักผมสักนิด คุณคงไม่ยอมมอบ ‘ครั้งแรก’ ของคุณให้ผม” ชายหนุ่มบอกด้วยความภูมิใจที่เลือกคนไม่ผิดมาเป็นภรรยาและแม่ของลูก
ผู้หญิงคนนี้สะอาดบริสุทธิ์ทั้งร่างกายและจิตใจ
“ผมดีใจที่คุณ ‘ให้’ โดยที่ผมไม่ต้องหลอกล่อ เพราะมันหมายความว่าคุณ ‘เต็มใจ’ ที่จะเป็นภรรยาของผม ผมไม่รู้ว่าตัวเองจะเป็นสามีที่ดีได้แค่ไหน แต่ผมจะทำให้คุณเห็นว่าคุณเลือกคนไม่ผิด”
“ช่วยกันทำทุกวันของเราให้มันดีนะคะ ฉันไม่อยากเปลี่ยนสามีใหม่” อลีนาบอกด้วยรอยยิ้มอ่อนหวานแทนความรู้สึกจากใจ
ความสัมพันธ์ของเธอกับเขาเริ่มต้นที่ต่างฝ่ายต่างรู้สึกดีต่อกันก็จริง แต่การที่จะประคับประคองกันไปให้ตลอดรอดฝั่งได้นั้นต้องอาศัยทั้งความ ‘เข้าใจ’ และความ ‘เชื่อใจ’ ที่ทั้งคู่ต้องมีให้กันอย่างหนักแน่น
“ต่อให้คุณอยากเปลี่ยนผมก็ไม่ยอม” คนที่เพิ่งได้เป็นสามีอย่างสมบูรณ์แบบย้ำเสียงหนัก ก่อนจะทิ้งตัวลงทาบทับภรรยาที่น่าฟัดแล้วเริ่มคลอเคลียปลุกเร้าเธออีกครั้ง
เธอน่ารักขนาดนี้ครั้งเดียวคงไม่พอ...ต้องทั้งคืน!
“ป้าหมอมีกล้องวิเศษส่องค่ะ นัดตรวจคราวหน้าแม่เอิงจะพาไออุ่นไปด้วย หนูจะได้เห็นน้องที่อยู่ในพุงแม่เอิง” “ถ้าน้องคลอดแล้วไออุ่นช่วยคุณพ่อเล่านิทานให้น้องฟังได้มั้ยคะ” คิรากรถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนเคย “ได้ค่า” “เก่งมากค่ะ” คุณพ่อโน้มใบหน้าลงหอมแก้มทั้งสองข้างของลูกสาวดังฟอด “อุ๊ย! น้องดิ้นดุ๊กดิ๊กค่ะ น้องยังไม่หลับ” ไออุ่นบอกอย่างตื่นเต้นโดยที่มือทั้งสองข้างทาบอยู่บนหน้าท้องของคุณแม่ “สงสัยน้องอยากคุยกับพี่ไออุ่นน่ะลูก” อลีนาบอก ไออุ่นเอาแก้มแนบกันหน้าท้องคุณแม่เพื่อจะฟังเสียงน้อง “โอบอุ้มรักพี่ไออุ่นค่า โอบอุ้มอยากออกไปเล่นกับพี่ไออุ่นเร็วๆ” คิรากรทำเสียงเล็กเสียงน้อยอย่างเด็กผู้หญิงแทนเสียงน้องในท้องเพื่อคุยกับไออุ่น เขาทำแบบนี้ทุกวันจนไออุ่นรักและผูกพันกับน้องในท้องมาก แล้วก็ชอบคุยกับน้องมากด้วยเช่นกัน “พี่ไออุ่นก็รักโอบอุ้ม ออกมาเร็วๆ นะ มาเล่นกัน” ไออุ่นบอกเสียงใสแล้วจุ๊บที่พุงคุณแม่ส่งผ่านไปถึงน้องสาว “คุณพ่อก็รักไออุ่นกับโอบอุ้ม
ในช่วงชุลมุนอันนาผลักปริมล้มลุกคลุกคลานไปกับพื้น และถีบที่ท้องอย่างแรงอีกหลายครั้งโดยที่ไม่รู้ว่าคู่กรณีตั้งครรภ์อยู่ จนกระทั่งเลือดเหนียวข้นไหลลงมาตามต้นขาด้านในของปริม อันนาถึงได้รู้ตัวว่า ทำบาปใหญ่หลวงเข้าแล้ว...‘คุณมีเมียอยู่แล้ว ยังจะมาหลอกคบกับฉันอีกทำไม’ อันนาต่อว่ามาร์ชเมื่อพบกันหลังจากทะเลาะกับปริม‘อย่าเรียกว่าเมียเลย คนที่ผมจะยกย่องให้เป็นเมียออกหน้าออกตาต้องมีฐานะคู่ควรกับผม และเป็นคนที่คุณแม่ผมยอมรับเท่านั้น’‘แล้วอย่างฉันถือว่าคู่ควรกับคุณหรือเปล่า’ อันนาถามอย่างข้องใจ เพราะคบกันมาระยะหนึ่งแล้ว แต่เขาไม่เคยพาเธอไปพบพ่อแม่เลยสักครั้ง อันนาจำได้ว่าวันนั้นมาร์ชไม่ตอบคำถามเธอ แล้วหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็หาเรื่องเลิกกับเธอ... “หุบปากเดี๋ยวนี้นังเอย!!!” ปริมตะคอกพร้อมตวัดปลายปืนขึ้นเล็งที่อันนาอีกครั้ง “อย่าทำอะไรเอยอีกเลยนะคุณปริม” อลีนาเอาตัวเข้าไปขวางทางปืน “น้องเลวๆ แบบนี้แกก็ยังจะปกป้องมันอีกเหรอ!” “ยังไงเอยก็เป็นน้องฉัน ฉันปล่อยให้เอยตายไม่ได้” อลีนาบอกทั้งน้ำตา ถึงแม้ที่ผ่านมาอันนาจะร้ายกาจกับเธอ
คิรากรรับไออุ่นกลับมาถึงบ้านได้ราวหนึ่งชั่วโมง แต่อลีนากับอันนาก็ยังไม่ถึงบ้าน คนเป็นสามีร้อนใจมาก พยายามโทร. ติดต่อภรรยา แต่ก็ติดต่อไม่ได้ “คุณพ่อขา ทำไมแม่เอิงมาช้าจังคะ” ไออุ่นถามเป็นรอบที่สิบ “คุณพ่อโทร. หาแม่เอิงแล้ว แต่แม่เอิงไม่รับสายเลย” คุณพ่อตอบหน้าเครียด รู้สึกใจคอไม่ดี แล้วหันไปถามพ่อกับแม่ของอลีนาที่พยายามกดโทรศัพท์หาลูกสาวทั้งสองคนอยู่เหมือนกัน “ติดต่อเอิงได้มั้ยครับ” “ติดต่อไม่ได้ทั้งเอิง ทั้งเอยเลย” พรกมลตอบหน้าเครียดไม่แพ้กัน “ไม่รู้เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า” “อย่าเพิ่งคิดอะไรในแง่ลบสิคุณ” สันติปลอบภรรยาแล้วหันไปเห็นผู้กองสายฟ้าเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เกิดเรื่องแล้วคิม” นายตำรวจหนุ่มบอกพลางปรายตามองไปยังไออุ่นที่นั่งอยู่ข้างคุณตาคุณยาย เขาไม่อยากให้เด็กและคนแก่ตกใจ “ไปคุยกันข้างนอกได้มั้ย” “ได้” คิรากรตอบรับแล้วหันไปฝากคุณตาคุณยายให้ดูแลไออุ่น แล้วเดินนำเพื่อนไปยังสระว่ายน้ำที่อยู่ภายนอกตัวบ้าน “เกี่ยวกับเอิงใช่มั้ย” “ตำรวจพบรถคุณเอยจอดทิ้งไว้ที่ซอยลัดใต
คิรากรได้รับข้อความจากอลีนาตอนที่อยู่หน้าโรงเรียนสอนเต้นบัลเลต์ของไออุ่นพอดี เขาโกรธจนใจเต้นตุบๆ รีบโทร. กลับไปหาภรรยาทันที “เอิงขับรถอยู่ ไม่สะดวกคุยตอนนี้” อันนาเป็นคนรับโทรศัพท์แทนอลีนา “คุณให้เมียผมที่กำลังท้องขับรถให้คุณนั่งเหรอ!” ชายหนุ่มกัดฟันพูดเสียงต่ำอย่างไม่พอใจสุดขีด “เอิงแค่ท้องนะคุณคิม ไม่ได้ป่วย ตอนฉันท้องฉันก็ทั้งขับรถ ทั้งออกกำลังกาย ทำอะไรๆ ได้เหมือนคนปกติทั่วไป คุณอย่าห่วงจนโอเวอร์ไปหน่อยเลย” คิรากรไม่อยากพูดกับอันนาให้มากความจึงตัดบท “ดูแลเอิงให้ดีก็แล้วกัน ถ้าเมียผมเป็นอะไรไปแม้แต่นิดเดียวเพราะคุณ ผมเล่นงานคุณหนักแน่” อันนากดวางสายแล้ววางโทรศัพท์ไว้ที่ช่องเก็บของอย่างกระแทกกระทั้น “คุณคิมว่ายังไงบ้าง” อลีนาที่กำลังขับรถอยู่ถามทั้งที่สายตายังคงมองถนนเบื้องหน้าและต้องคอยระวังบรรดาสิงห์มอเตอร์ไซค์ที่ขับเบียดมาเป็นระยะ “เขาโกรธที่เอยใช้เอิงขับรถให้ แล้วก็สั่งให้เอยดูแลเอิงให้ดี ถ้าเอิงเป็นอะไรไป เขาจะเล่นงานเอย ท่าทางคุณคิมรักเอิงมากนะ” อันนาเก็บความอิจฉาไว้แทบไม่ม
“เอิง!!! อย่าดื้อกับผม” คิรากรเผลอดุเสียงดังด้วยความเป็นห่วง “ขอโทษ ผมเป็นห่วงคุณมากไปหน่อย” “ฉันเข้าใจค่ะ” อลีนาบอกอย่างใจเย็น ไม่ได้โกรธที่ถูกดุ เพราะรู้ว่าเขาหวังดี “เพื่อความสบายใจของคุณ ฉันจะรออยู่ที่โรงพยาบาลก็ได้” “รักคุณนะ” ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนลงอย่างรู้สึกผิด ในขณะที่เธอกำลังท้อง เขาไม่ควรทำอะไรให้เธอขุ่นเคืองใจ “รักคุณเหมือนกันค่ะ อย่าเครียดมากนะคะ คุณพ่อลูกสอง” “ถ้าคุณไม่ดื้อ ผมก็ไม่เครียด” “ไม่ดื้อแล้วค่ะ จะเชื่อฟังสามีทุกอย่างเลย โอเคมั้ยคะ” อลีนาบอกด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะขอตัวไปจ่ายเงินและรับยา เสร็จแล้วโทร. หาอันนาเพื่อบอกว่าจะรอคิรากรมารับ ให้อันนากลับบ้านก่อน แต่โทร. ไปหลายครั้ง อันนาก็ไม่รับสาย อลีนาลองเดินไปดูที่ลานจอดรถ แต่รถของอันนาไม่ได้จอดอยู่ที่เดิมแล้วอันนาหายไปไหน!อลีนากลับเข้ามานั่งรอคิรากรในล็อบบีโรงพยาบาลแล้วพยายามโทร. หาอันนาอีกครั้ง แต่น้องสาวก็ยังไม่ยอมรับสาย หญิงสาวเอะใจ จึงโทร. ไปที่โรงเรียนสอนบัลเลต์ของไออุ่น “ไออุ่นยังอยู่ในห้องเรียนหร
“วันนี้เอยว่าง เอยไปส่งไออุ่นแล้วก็พาเอิงไปหาหมอเองนะ” อันนาเดินเข้ามาบอกอลีนาที่ยืนรอคนขับรถอยู่ที่หน้าบ้านกับไออุ่น “ถ้าเอยว่าง เอยควรไปช่วยพ่อแม่ดูบ้านที่ไฟไหม้ แล้วก็เก็บของเตรียมย้ายไปอยู่คอนโดนะ” อลีนาบอกด้วยน้ำเสียงและหน้านิ่งเรียบ เธอเดาไม่ออกว่าน้องสาวต้องการอะไรถึงได้มาทำดีกับเธอแบบนี้ “เราเป็นพี่น้องกันนะ ไม่ต้องมามองเอยด้วยสายตาหวาดระแวงแบบนั้น เอยแค่อยากดูแลเอิง คนขับรถก็แค่ไปส่ง แต่เอยจะตามไปช่วยดูแล ไปส่งจนถึงห้องตรวจเลย แล้วเอยก็อยากช่วยเอิงดูแลไออุ่นด้วย” ว่าแล้วก็ย่อตัวลงนั่งยองๆเพื่อคุยกับเด็กหญิงที่จับมือแม่ไว้แน่นไม่ยอมปล่อย “น้าเอยขอโทษที่เคยทำให้ไออุ่นตกใจ ต่อไปน้าเอยจะไม่ทำอีก เราดีกันนะ” ไออุ่นมองนิ้วก้อยของอันนาที่ยื่นมาตรงหน้าอย่างลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นนิ้วก้อยเล็กป้อมของตัวเองขึ้นไปเกี่ยว “ดีกันก็ได้ค่ะ” “ถ้าเราดีกันแล้ว ให้น้าเอยไปส่งนะ” ไออุ่นนิ่ง ไม่ยอมตอบ อันนาจึงลุกขึ้นยืนแล้วถามอลีนา “ให้เอยไปส่งนะ เอยอยากดูแลเอิง อยากทำความคุ้นเคยกับไออุ่นด้วย หรือว่าเอิงจะกีดกันไม่ให้แม่ลูกสนิทกัน”







