แชร์

13.1

ผู้เขียน: ณิวาริน
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-25 15:02:34

เช้ามืดของวันใหม่ คิรากรตื่นขึ้นมาบนเตียงนอนว่างเปล่า หญิงสาวที่เขากกกอดไว้ตลอดคืนหลังพายุอันเร่าร้อนสงบลงตอนค่อนดึกหายตัวไป ชายหนุ่มเสียดายอยู่ไม่น้อย เพราะคาดหวังว่าจะตื่นมาแล้วจะได้เจอหน้าเธอเป็นคนแรกในทุกเช้า แต่ก็พอจะเดาได้ว่าเธอน่าจะหนีไปนอนห้องลูก

               เป็นไปตามคาด เมื่อเขาเปิดประตูเข้าไปในห้องนอนของไออุ่นก็เห็นอลีนานอนกอดลูกสาวตัวน้อยอยู่ ทั้งคู่ยังหลับสนิทเขาจึงไม่รบกวน โดยเฉพาะภรรยาที่น่ารัก เขาอยากให้เธอพักผ่อนมากๆ เพราะเมื่อคืนนี้เขาสูบพลังชีวิตของเธอไปจนเกือบหมดตัว

               คิรากรปิดประตูห้องนอนที่ตกแต่งด้วยคอนเซปต์เจ้าหญิงดิสนีย์โทนสีชมพูอ่อนหวานอย่างเบามือแล้วเดินลงไปชั้นล่าง สั่งแก้วให้ขึ้นมาปลุกไออุ่นลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวเตรียมไปโรงเรียนตอนหกโมงเช้า จากนั้นจึงไปเกณฑ์สาวใช้ทั้งบ้านให้มาช่วยกันขนย้ายของใช้ส่วนตัวของอลีนาจากห้องนอนของเธอไปไว้ในห้องนอนของเขาให้หมด

               ชายหนุ่มตามขึ้นมาควบคุมการขนย้ายอย่างใกล้ชิด กำชับทุกคนให้ทำงานอย่างเงียบเชียบที่สุดเพราะเกรงจะทำให้ภรรยาและลูกสาวที่ยังนอนหลับอยู่ในห้องติดกันตื่น ทุกอย่างดำเนินไปอย่างเรียบร้อย จนกระทั่งขนของชิ้นสุดท้ายเสร็จ อลีนาก็เดินเข้ามาถามด้วยความแปลกใจ เพราะเห็นสาวใช้ทั้งบ้านมายืนรวมตัวกันอยู่ที่หน้าห้องนอนของเธอ

               “ทำอะไรแต่เช้าคะ”

               “ผมให้คนมาขนของใช้ของคุณไปไว้ในห้องนอนผม” คิรากรตอบพลางพยักหน้าบอกให้บรรดาสาวใช้ลงไปข้างล่าง แล้วโอบเอวคนเพิ่งตื่นนอนเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง “เข้ามาดูว่าจะเอาอะไรไว้ตรงไหน ตู้เสื้อผ้าถ้าไม่พอผมจะสั่งทำเพิ่มให้”

               “ใครบอกว่าฉันจะมานอนห้องคุณ”

               “เราเป็นสามีภรรยากันจริงๆ แล้วนะเอิง ผมไม่อยากแยกห้องนอนกับคุณอีกแล้ว” ว่าแล้วก็กดปลายจมูกลงบนแก้มนุ่มของคนในอ้อมกอดอย่างอดใจไม่ไหว

               “ฉันอยากนอนกับไออุ่นมากกว่า” หญิงสาวเอียงคอเปิดทางให้เมื่อเขาลากปลายจมูกและริมฝีปากมาคลอเคลียที่ซอกคอ “ฉันแต่งงานกับคุณเพราะอยากมาทำหน้าที่แม่ให้ไออุ่นนะคะ”

               “ผมรู้ แต่คุณก็ต้องทำหน้าที่ภรรยาด้วย” เขาออดอ้อนทั้งที่ยังไม่ยอมหยุดซุกไซ้และคลายวงแขนจากร่างนุ่มนิ่มในชุดนอนกะโปโลสีเหลืองอ่อนชุดเดียวกับที่เขาถอดออกเมื่อคืน

               “คุณนี่งอแงยิ่งกว่าลูกอีกนะเนี่ย” อลีนายิ้มขำแล้วแกะวงแขนแข็งแกร่งทั้งสองข้างที่โอบอยู่รอบเอวออกแล้วถอยห่างเขาออกไปอีกนิดเพื่อความปลอดภัย ขืนปล่อยให้เขานัวเนียต่อไปคงไม่ดีแน่ เมื่อคืนเขาก็จัดหนักจนเธอร้าวระบมปวดเมื่อยไปทั้งเนื้อตัวแล้ว ถ้าจะต่อตอนเช้าอีกคงไม่ไหว “ไออุ่นยังเด็ก ฉันไม่อยากให้แกนอนคนเดียว”

               “ผมฝึกให้ไออุ่นนอนคนเดียวตั้งแต่สามขวบครึ่งแล้ว แกไม่มีปัญหาที่จะตื่นมาแล้วไม่เจอผมหรือคุณ เพียงแค่ก่อนนอนผมต้องเล่านิทานให้ฟัง แล้วก็อยู่ด้วยจนกว่าแกจะหลับเท่านั้นเอง”

               “คุณให้ลูกนอนคนเดียวเร็วเกินไปหรือเปล่า” หญิงสาวผู้ไม่เคยดูแลเด็กถามอย่างไม่สบายใจ เพราะรู้สึกว่าไออุ่นยังอายุน้อยเกินไปที่จะปล่อยให้นอนคนเดียว

               “ผมปรึกษาหมอเด็กมาแล้ว ช่วงวัยสามถึงสี่ขวบเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะเริ่มฝึกให้เด็กแยกห้องนอนกับพ่อแม่ คุณไม่ต้องห่วงหรอก ไออุ่นชอบห้องนอนตัวเองมากกว่าห้องนอนผมซะอีก แกบอกว่าห้องนอนคุณพ่อไม่สวย ห้องนอนเจ้าหญิงของแกสวยกว่า” คนเป็นพ่อบอกด้วยรอยยิ้มเอ็นดูเมื่อนึกถึงหน้าลูกสาวในวันแรกที่เห็นห้องนอนใหม่ของตัวเอง

               “ถ้าคุณวางแผนมาดีแล้วก็แล้วแต่คุณค่ะ” หญิงสาวยอมรับฟังเหตุผลของเขาแต่โดยดี เรื่องการเลี้ยงลูกเธอจะยอมให้เขาเป็นคนวางแผน เพราะเขาอยู่กับไออุ่นมาตั้งแต่เกิดก็น่าจะรู้ดีกว่าเธอว่าอะไรเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก

               “ทำแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่รักลูกนะ เพราะรักผมถึงต้องทำ” ชายหนุ่มอธิบายเพิ่มเติมเพราะกลัวเธอเข้าใจผิดว่าเขาเลี้ยงลูกแบบทิ้งขว้าง

               “ผมเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยว ต้องเลี้ยงลูกสาวคนเดียวมาตลอด บางครั้งผมก็มีประชุมเลิกดึก บางครั้งก็ต้องไปทำงานต่างประเทศหลายวัน ถ้าไม่ฝึกให้ไออุ่นเคยชินกับการนอนคนเดียวแกจะนอนไม่ได้ถ้าผมไม่อยู่ แล้วมันจะเป็นความรู้สึกที่ไม่ดีในใจเด็ก แกอาจจะคิดว่าพ่อทิ้ง พ่อไม่สนใจได้ ช่วงแรกที่แยกห้องนอนกันผมก็เป็นห่วง ต้องแอบเดินไปดูคืนละตั้งหลายรอบ”

               “เวลาคุณไม่อยู่ ไออุ่นอยู่กับใครคะ”

               “คุณแม่ผมจะมาอยู่ด้วย ผมไม่เคยทิ้งลูกให้อยู่บ้านกับพี่เลี้ยงตามลำพังหรอก ต่อให้ไว้ใจได้มากแค่ไหน ผมก็ไม่ประมาท”

               ยิ่งฟัง อลีนาก็ยิ่งประทับใจ ผู้ชายคนนี้ลึกซึ้ง ละเอียดอ่อน และรอบคอบในทุกเรื่องที่เกี่ยวกับลูก

               “แล้วนี่ไออุ่นตื่นหรือยัง” ถามแล้วก็เหลือบมองนาฬิกาดิจิทัลเรือนเล็กที่หัวเตียง เห็นว่ายังไม่หกโมงเช้า

               “ยังค่ะ แต่พี่แก้วขึ้นมาแล้วฉันเลยขอตัวมาอาบน้ำก่อน”

               “งั้นก็ไปอาบพร้อมกันเลย” คิรากรบอกหน้าตาเฉย

               “ไม่ค่ะ” หญิงสาวรีบปฏิเสธ

               ถึงแม้จะผ่านค่ำคืนที่สนิทชิดเชื้อกันมาแล้ว แต่จะให้ไปเปลือยกายอาบน้ำพร้อมกันเธอก็ยังไม่ชิน และคงเขินหนักมากหากต้องเห็นอะไรต่อมิอะไรของเขาอีก ภาพความใหญ่โตของเขาที่เห็นเมื่อคืนยังติดตาตรึงใจไม่หาย อย่าเพิ่งให้เห็นซ้ำอีกเลย ขอเวลาทำใจให้ชินสักนิดก่อนเถอะ

               “ผมทำคุณเหนื่อยมาทั้งคืนแล้ว เช้านี้ให้ผมอาบน้ำให้นะ ผมอยากดูแลเมีย” เขาบอกด้วยสีหน้ากรุ้มกริ่ม แววตาเป็นประกายวาววับส่งผลให้คนฟังใบหน้าร้อนผ่าว

               “ฉันดูแลตัวเองได้” คนหน้าแดงจัดก้มหน้างุด ทั้งที่ห้องนอนก็ออกจะกว้างขวาง แต่สมองกลับมึนชาเพราะคำพูดของเขาจนคิดไม่ออกว่าจะเดินหนีไปทางไหน

               “อาบพร้อมกันเถอะ” ร่างสูงที่ยืนห่างกันราวสามก้าวขยับตัวเข้ามาชิดแล้วโอบแขนทั้งสองข้างไปด้านหลัง กอบกุมบั้นท้ายกลมกลึงแล้วดึงรั้งเข้ามากดแนบกับลำตัว จากนั้นจึงโน้มตัวลงกระซิบเสียงทุ้มนุ่มชวนให้ใจสั่นที่ข้างหูคนตัวเล็ก      “ผมอยากตรวจดูให้ละเอียดว่าเมื่อคืนนี้ผมสร้างความเสียหายให้ ‘จุดเกิดเหตุ’ ของคุณมากหรือเปล่า”

               “ไม่ต้องเลยค่ะ ฉันกลัวจะเสียหายหนักกว่าเดิม” ว่าพลางแอบบิดกล้ามเนื้อหน้าท้องที่เป็นลอนแน่นของคนตัวโตจนเขาสะดุ้งแล้วเผลอคลายวงแขนออก “ไม่ใช่เวลาที่จะมาทำเรื่องแบบนี้นะคะ เดี๋ยวต้องไปส่งไออุ่นที่โรงเรียน แล้วคุณกับฉันก็ต้องไปทำงานด้วย”

               “แต่ถ้าเป็นคืนนี้ได้ใช่มั้ย” คนถามทำหน้ากะลิ้มกะเหลี่ย

               “ถ้าลูกหลับแล้วก็เป็นเวลาของคุณค่ะ” ตอบเอาใจคนบ้าพลังแล้วฉวยโอกาสตอนที่เขามัวแต่ยืนยิ้มกว้างด้วยความดีใจ เดินหนีเข้าห้องน้ำแล้วปิดประตูลงกลอนทันที

               คิรากรยิ้มขำกับบานประตูที่ปิดสนิท เมื่อคืนเธอเป็นฝ่ายรุกเขาเองแท้ๆ แต่เช้านี้กลับมาทำเป็นเขิน สงสัยเพิ่งรู้ตัวว่าทำอะไรลงไป

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • อ้อนรักคุณแม่แก้ขัด   22.3 (ตอนจบ)

    “ป้าหมอมีกล้องวิเศษส่องค่ะ นัดตรวจคราวหน้าแม่เอิงจะพาไออุ่นไปด้วย หนูจะได้เห็นน้องที่อยู่ในพุงแม่เอิง” “ถ้าน้องคลอดแล้วไออุ่นช่วยคุณพ่อเล่านิทานให้น้องฟังได้มั้ยคะ” คิรากรถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนเคย “ได้ค่า” “เก่งมากค่ะ” คุณพ่อโน้มใบหน้าลงหอมแก้มทั้งสองข้างของลูกสาวดังฟอด “อุ๊ย! น้องดิ้นดุ๊กดิ๊กค่ะ น้องยังไม่หลับ” ไออุ่นบอกอย่างตื่นเต้นโดยที่มือทั้งสองข้างทาบอยู่บนหน้าท้องของคุณแม่ “สงสัยน้องอยากคุยกับพี่ไออุ่นน่ะลูก” อลีนาบอก ไออุ่นเอาแก้มแนบกันหน้าท้องคุณแม่เพื่อจะฟังเสียงน้อง “โอบอุ้มรักพี่ไออุ่นค่า โอบอุ้มอยากออกไปเล่นกับพี่ไออุ่นเร็วๆ” คิรากรทำเสียงเล็กเสียงน้อยอย่างเด็กผู้หญิงแทนเสียงน้องในท้องเพื่อคุยกับไออุ่น เขาทำแบบนี้ทุกวันจนไออุ่นรักและผูกพันกับน้องในท้องมาก แล้วก็ชอบคุยกับน้องมากด้วยเช่นกัน “พี่ไออุ่นก็รักโอบอุ้ม ออกมาเร็วๆ นะ มาเล่นกัน” ไออุ่นบอกเสียงใสแล้วจุ๊บที่พุงคุณแม่ส่งผ่านไปถึงน้องสาว “คุณพ่อก็รักไออุ่นกับโอบอุ้ม

  • อ้อนรักคุณแม่แก้ขัด   22.2

    ในช่วงชุลมุนอันนาผลักปริมล้มลุกคลุกคลานไปกับพื้น และถีบที่ท้องอย่างแรงอีกหลายครั้งโดยที่ไม่รู้ว่าคู่กรณีตั้งครรภ์อยู่ จนกระทั่งเลือดเหนียวข้นไหลลงมาตามต้นขาด้านในของปริม อันนาถึงได้รู้ตัวว่า ทำบาปใหญ่หลวงเข้าแล้ว...‘คุณมีเมียอยู่แล้ว ยังจะมาหลอกคบกับฉันอีกทำไม’ อันนาต่อว่ามาร์ชเมื่อพบกันหลังจากทะเลาะกับปริม‘อย่าเรียกว่าเมียเลย คนที่ผมจะยกย่องให้เป็นเมียออกหน้าออกตาต้องมีฐานะคู่ควรกับผม และเป็นคนที่คุณแม่ผมยอมรับเท่านั้น’‘แล้วอย่างฉันถือว่าคู่ควรกับคุณหรือเปล่า’ อันนาถามอย่างข้องใจ เพราะคบกันมาระยะหนึ่งแล้ว แต่เขาไม่เคยพาเธอไปพบพ่อแม่เลยสักครั้ง อันนาจำได้ว่าวันนั้นมาร์ชไม่ตอบคำถามเธอ แล้วหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็หาเรื่องเลิกกับเธอ... “หุบปากเดี๋ยวนี้นังเอย!!!” ปริมตะคอกพร้อมตวัดปลายปืนขึ้นเล็งที่อันนาอีกครั้ง “อย่าทำอะไรเอยอีกเลยนะคุณปริม” อลีนาเอาตัวเข้าไปขวางทางปืน “น้องเลวๆ แบบนี้แกก็ยังจะปกป้องมันอีกเหรอ!” “ยังไงเอยก็เป็นน้องฉัน ฉันปล่อยให้เอยตายไม่ได้” อลีนาบอกทั้งน้ำตา ถึงแม้ที่ผ่านมาอันนาจะร้ายกาจกับเธอ

  • อ้อนรักคุณแม่แก้ขัด   22.1

    คิรากรรับไออุ่นกลับมาถึงบ้านได้ราวหนึ่งชั่วโมง แต่อลีนากับอันนาก็ยังไม่ถึงบ้าน คนเป็นสามีร้อนใจมาก พยายามโทร. ติดต่อภรรยา แต่ก็ติดต่อไม่ได้ “คุณพ่อขา ทำไมแม่เอิงมาช้าจังคะ” ไออุ่นถามเป็นรอบที่สิบ “คุณพ่อโทร. หาแม่เอิงแล้ว แต่แม่เอิงไม่รับสายเลย” คุณพ่อตอบหน้าเครียด รู้สึกใจคอไม่ดี แล้วหันไปถามพ่อกับแม่ของอลีนาที่พยายามกดโทรศัพท์หาลูกสาวทั้งสองคนอยู่เหมือนกัน “ติดต่อเอิงได้มั้ยครับ” “ติดต่อไม่ได้ทั้งเอิง ทั้งเอยเลย” พรกมลตอบหน้าเครียดไม่แพ้กัน “ไม่รู้เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า” “อย่าเพิ่งคิดอะไรในแง่ลบสิคุณ” สันติปลอบภรรยาแล้วหันไปเห็นผู้กองสายฟ้าเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เกิดเรื่องแล้วคิม” นายตำรวจหนุ่มบอกพลางปรายตามองไปยังไออุ่นที่นั่งอยู่ข้างคุณตาคุณยาย เขาไม่อยากให้เด็กและคนแก่ตกใจ “ไปคุยกันข้างนอกได้มั้ย” “ได้” คิรากรตอบรับแล้วหันไปฝากคุณตาคุณยายให้ดูแลไออุ่น แล้วเดินนำเพื่อนไปยังสระว่ายน้ำที่อยู่ภายนอกตัวบ้าน “เกี่ยวกับเอิงใช่มั้ย” “ตำรวจพบรถคุณเอยจอดทิ้งไว้ที่ซอยลัดใต

  • อ้อนรักคุณแม่แก้ขัด   21.3

    คิรากรได้รับข้อความจากอลีนาตอนที่อยู่หน้าโรงเรียนสอนเต้นบัลเลต์ของไออุ่นพอดี เขาโกรธจนใจเต้นตุบๆ รีบโทร. กลับไปหาภรรยาทันที “เอิงขับรถอยู่ ไม่สะดวกคุยตอนนี้” อันนาเป็นคนรับโทรศัพท์แทนอลีนา “คุณให้เมียผมที่กำลังท้องขับรถให้คุณนั่งเหรอ!” ชายหนุ่มกัดฟันพูดเสียงต่ำอย่างไม่พอใจสุดขีด “เอิงแค่ท้องนะคุณคิม ไม่ได้ป่วย ตอนฉันท้องฉันก็ทั้งขับรถ ทั้งออกกำลังกาย ทำอะไรๆ ได้เหมือนคนปกติทั่วไป คุณอย่าห่วงจนโอเวอร์ไปหน่อยเลย” คิรากรไม่อยากพูดกับอันนาให้มากความจึงตัดบท “ดูแลเอิงให้ดีก็แล้วกัน ถ้าเมียผมเป็นอะไรไปแม้แต่นิดเดียวเพราะคุณ ผมเล่นงานคุณหนักแน่” อันนากดวางสายแล้ววางโทรศัพท์ไว้ที่ช่องเก็บของอย่างกระแทกกระทั้น “คุณคิมว่ายังไงบ้าง” อลีนาที่กำลังขับรถอยู่ถามทั้งที่สายตายังคงมองถนนเบื้องหน้าและต้องคอยระวังบรรดาสิงห์มอเตอร์ไซค์ที่ขับเบียดมาเป็นระยะ “เขาโกรธที่เอยใช้เอิงขับรถให้ แล้วก็สั่งให้เอยดูแลเอิงให้ดี ถ้าเอิงเป็นอะไรไป เขาจะเล่นงานเอย ท่าทางคุณคิมรักเอิงมากนะ” อันนาเก็บความอิจฉาไว้แทบไม่ม

  • อ้อนรักคุณแม่แก้ขัด   21.2

    “เอิง!!! อย่าดื้อกับผม” คิรากรเผลอดุเสียงดังด้วยความเป็นห่วง “ขอโทษ ผมเป็นห่วงคุณมากไปหน่อย” “ฉันเข้าใจค่ะ” อลีนาบอกอย่างใจเย็น ไม่ได้โกรธที่ถูกดุ เพราะรู้ว่าเขาหวังดี “เพื่อความสบายใจของคุณ ฉันจะรออยู่ที่โรงพยาบาลก็ได้” “รักคุณนะ” ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนลงอย่างรู้สึกผิด ในขณะที่เธอกำลังท้อง เขาไม่ควรทำอะไรให้เธอขุ่นเคืองใจ “รักคุณเหมือนกันค่ะ อย่าเครียดมากนะคะ คุณพ่อลูกสอง” “ถ้าคุณไม่ดื้อ ผมก็ไม่เครียด” “ไม่ดื้อแล้วค่ะ จะเชื่อฟังสามีทุกอย่างเลย โอเคมั้ยคะ” อลีนาบอกด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะขอตัวไปจ่ายเงินและรับยา เสร็จแล้วโทร. หาอันนาเพื่อบอกว่าจะรอคิรากรมารับ ให้อันนากลับบ้านก่อน แต่โทร. ไปหลายครั้ง อันนาก็ไม่รับสาย อลีนาลองเดินไปดูที่ลานจอดรถ แต่รถของอันนาไม่ได้จอดอยู่ที่เดิมแล้วอันนาหายไปไหน!อลีนากลับเข้ามานั่งรอคิรากรในล็อบบีโรงพยาบาลแล้วพยายามโทร. หาอันนาอีกครั้ง แต่น้องสาวก็ยังไม่ยอมรับสาย หญิงสาวเอะใจ จึงโทร. ไปที่โรงเรียนสอนบัลเลต์ของไออุ่น “ไออุ่นยังอยู่ในห้องเรียนหร

  • อ้อนรักคุณแม่แก้ขัด   21.1

    “วันนี้เอยว่าง เอยไปส่งไออุ่นแล้วก็พาเอิงไปหาหมอเองนะ” อันนาเดินเข้ามาบอกอลีนาที่ยืนรอคนขับรถอยู่ที่หน้าบ้านกับไออุ่น “ถ้าเอยว่าง เอยควรไปช่วยพ่อแม่ดูบ้านที่ไฟไหม้ แล้วก็เก็บของเตรียมย้ายไปอยู่คอนโดนะ” อลีนาบอกด้วยน้ำเสียงและหน้านิ่งเรียบ เธอเดาไม่ออกว่าน้องสาวต้องการอะไรถึงได้มาทำดีกับเธอแบบนี้ “เราเป็นพี่น้องกันนะ ไม่ต้องมามองเอยด้วยสายตาหวาดระแวงแบบนั้น เอยแค่อยากดูแลเอิง คนขับรถก็แค่ไปส่ง แต่เอยจะตามไปช่วยดูแล ไปส่งจนถึงห้องตรวจเลย แล้วเอยก็อยากช่วยเอิงดูแลไออุ่นด้วย” ว่าแล้วก็ย่อตัวลงนั่งยองๆเพื่อคุยกับเด็กหญิงที่จับมือแม่ไว้แน่นไม่ยอมปล่อย “น้าเอยขอโทษที่เคยทำให้ไออุ่นตกใจ ต่อไปน้าเอยจะไม่ทำอีก เราดีกันนะ” ไออุ่นมองนิ้วก้อยของอันนาที่ยื่นมาตรงหน้าอย่างลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นนิ้วก้อยเล็กป้อมของตัวเองขึ้นไปเกี่ยว “ดีกันก็ได้ค่ะ” “ถ้าเราดีกันแล้ว ให้น้าเอยไปส่งนะ” ไออุ่นนิ่ง ไม่ยอมตอบ อันนาจึงลุกขึ้นยืนแล้วถามอลีนา “ให้เอยไปส่งนะ เอยอยากดูแลเอิง อยากทำความคุ้นเคยกับไออุ่นด้วย หรือว่าเอิงจะกีดกันไม่ให้แม่ลูกสนิทกัน”

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status