Se connecter“แม่ดีใจกับลูกทั้งสองด้วยนะ กว่าจะมาถึงวันนี้ไม่ใช้เรื่องง่ายเลยกว่าที่ลูก ๆ จะใช้เวลาในการศึกษาเรียนรู้แต่ละคนจนพอสมควรแล้ว ขอให้ลูก ๆ นึกถึงวันนี้ให้ดี ๆ และดูแลซึ่งกันและกันอย่างเข้าใจนะลูก” คุณขวัญฤทัยที่เข้ามาหลั่งน้ำสังข์ให้บ่าวสาวพร้อมกับคำอวยพร เจ้าบ่าวเจ้าสาวจึงก้มหน้ายิ้มรับ
“อุปสรรคที่จะเข้ามาในชีวิตในวันข้างหน้า คือบททดสอบความรักของลูก ๆ พ่อขอให้ลูก ๆ จับมือกันฝ่าฟันและผ่านพ้นมันให้ได้…อุปสรรคที่เข้ามาจะเติมให้ความผูกพันธุ์ของลูกทั้งคู่ให้แข็งแกร่งขึ้น” คุณนนทวัฒน์เข้ามาหลั่งน้ำสังข์ พร้อมกับพูดให้ข้อคิด หนุ่มสาวจึงก้มหน้าพร้อมกับเอ่ยขอบคุณ
“วันนี้เป็นวันสำคัญของนนท์กับกิ่ง แม่ขออวยพรให้ลูก ๆ ทั้งสองมีความสุข รักกันยาวนาน ผิดถูกก็ให้อภัยกัน และรักยืนยงตลอดไป…จนกว่าจะถือไม้พองตะบองยอดเพชรเลยนะลูก”
“ขอบคุณครับคุณแม่”
“ขอบคุณค่ะคุณแม่”
เมื่อบิดามารดาของทั้งคู่รดน้ำสังข์เรียบร้อย ก็ตามด้วยคนอื่น ๆ ที่มาร่วมงานในครั้งนี้
หากมองผ่านกระจกใสออกไปจะเห็นสวนดอกกุหลาบสีขาวที่กรรณิกาปลูกเรียงไว้เต็มไปทั่วบริเวณ ส่งผลให้รอบ ๆ สดชื่นและร่มรื่นไปด้วยดอกไม้สด ญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายต่างพร้อมใจกันมาอวยพรให้เจ้าบ่าวเจ้าสาว อีกทั้งนนทภัทรยังเชิญท่านนายอำเภอมาเป็นสักขีพยานในการจดทะเบียนสมรสในวันนี้ด้วย
ต่อจากนั้นก็เป็นการส่งตัวบ่าวสาวเข้าห้องหอคอยรักซึ่งเป็นฤกษ์มงคลที่ไปดูมากับพระอาจารย์ที่นับถือ โดยการเชิญผู้ใหญ่คู่สามีภรรยาที่แต่งงานแล้วมีชีวิตครอบครัวที่มีความสุขสมบูรณ์ ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้ง และยังมีลูกหลานสืบสกุลเป็นคนดี เพื่อถือเคล็ดให้คู่บ่าวสาวมีชีวิตคู่ที่ดีเช่นเดียวกัน เมื่อทำพิธีอะไรเรียบร้อย คู่สามีภรรยาที่เชิญมาก็ขึ้นไปนอนบนเตียง โดยที่ฝ่ายหญิงจะนอนทางซ้าย ฝ่ายชายนอนทางขวา และกล่าวคำอวยพรที่เป็นมงคลต่อชีวิต
จากนั้นญาติผู้ใหญ่จะพาหญิงสาวไปที่ห้องหอที่ใช้ห้องนอนของเจ้าบ่าว ซึ่งเจ้าบ่าวมารออยู่ในห้องหอก่อนแล้ว ทั้งภายในห้องตกแต่งด้วยดอกกุหลาบสีแดงโรยเป็นรูปหัวใจไว้กลางเตียงนอน มีพ่อแม่ของทั้งคู่นั่งคอยอยู่ก่อนแล้วตรงสตูลปลายเตียง ก่อนที่เจ้าบ่าวจะพาเจ้าสาวคลานเข่าเข้าไปนั่งพับเพียบตรงหน้าผู้ใหญ่
“แม่ขอฝากลูกสาวคนเดียวกับนนท์หน่อยนะลูก มีอะไรก็ค่อยพูดค่อยจากันนะ” คุณขวัญฤทัยฝากฝั่งลูกสาวกับลูกเขย พลางส่งมือบอบบางให้ชายหนุ่มเป็นคนดูแลต่อจากตน
“รักกันยืนยาวเหมือนเส้นขนมจีนนะลูก แม้เส้นจะเล็กแต่ความเหนียวของข้าวที่เราหมักไว้นานไม่ได้ขาดง่าย ๆ ก็เหมือนกับความรักของลูกทั้งสองนั่นแหละ มีอะไรก็หันหน้ามาคุยกัน ถ้าอีกคนร้อนอีกคนต้องเย็น จำคำของพ่อไว้ล่ะ” คุณกรรชัยสอนสั่งบ้าง พร้อมตบบ่าลูกเขย
“ขอให้ลูกทั้งสองอยู่ด้วยกันไปจนแก่จนเฒ่า ถือไม้เท้ายอดบองก” มารดาของเจ้าบ่าวอวยพร
“มีหลานมาให้พ่ออุ้มเร็ว ๆ ล่ะ พ่ออายุอุ้มหลานแล้ว” คุณนนทวัฒน์บอกปนแซว
“ครับคุณพ่อ” นนทภัทรรับคำของพ่อตา “ผมขอสัญญากับพ่อและแม่ด้วยสัตย์จริงเลยว่าจะไม่ทำให้กิ่งเสียใจแน่นอนครับ” ไม่พูดเปล่าชายหนุ่มยังหันมามองคนรักสาวที่นั่งเคียงข้างกัน ก่อนบ่าวสาวจะก้มกราบเท้าผู้ใหญ่ทั้งสี่ที่ทำให้พวกเธอมีวันนี้
“เราออกไปกันเถอะ ปล่อยให้บ่าวสาวพักผ่อนกัน” คุณกรรชัยเอ่ยชวนทุกคนที่เข้ามาดูพิธีส่งตัวเข้าห้องหอของหนุ่มสาว
เมื่อบิดามารดาทั้งของหญิงสาวและสามีหนุ่มออกไปแล้ว นนทภัทรจึงบอกให้แฟนสาวเข้าไปอาบน้ำ เปลี่ยนชุดสบาย ๆ เพื่อที่ตอนบ่ายจะได้เปลี่ยนเป็นชุดงานเลี้ยงกลางคืน
ก่อนหน้านั้นหกเดือน
“กิ่งปิดร้านเสร็จหรือยังคะ เดี๋ยวเราไปไม่ทันดูพระอาทิตย์นะ” น้ำเสียงนุ่มทุ้มของนนทภัทรร้องถาม เมื่อผลักประตูร้านเบเกอรีเข้ามาถามแฟนสาว
“เรียบร้อยแล้วค่ะ เราไปกันเลยไหมคะ” หญิงสาวที่ยืนเก็บของเรียงอยู่หลังเคาน์เตอร์หันมาตอบ
กรรณิกาดูความเรียบร้อยภายในอีกรอบ ก่อนเดินไปหยิบกระเป๋าสะพายใบเล็กออกไปยืนรอแฟนหนุ่มหน้าร้าน ปกติแล้วที่ร้านมีลูกน้องมาช่วยงานอยู่สองคน ทว่าวันนี้เธอให้กลับก่อนด้วยวันนี้เธอมีนัดกับแฟนหนุ่มไปดูพระอาทิตย์ตกกัน จะรอให้น้องสาวของแฟนหนุ่มมาช่วยดูแลให้ ก็พอดีว่าเด็กสาวรุ่นน้องยังไม่กลับจากมหาวิทยาลัย เธอเลยต้องปิดร้านก่อนเวลากว่าหนึ่งชั่วโมง ด้วยลูกน้องสาวทั้งสองคนลาไปทำธุระกัน
ร้าน King Bakery ตั้งอยู่หน้าทางเข้ารีสอร์ต KN Garden Resort ลักษณะเด่นคงจะเป็นรูปทรงตัวแอล สามารถมองเห็นวิวได้ถึงสามร้อยหกสิบองศา ไม่ว่าจะเป็นภูเขาที่อยู่ด้านหน้าและมีฉากหลังเป็นวิวบ้านพักที่มองทะลุกระจกใสออกไป บ่อน้ำที่ขุดตื้นเขินยามนี้มีนกเป็ดน้ำและนกกระยางมาหากินกุ้ง หอย ปู ปลาตัวเล็ก ๆ บินร่อนไปร่อนมา เป็นผลให้นักท่องเที่ยวที่ขับรถผ่านไปผ่านมา แวะเข้ามาถ่ายรูปและเช็กอินตามโซเชียลและบอกปากต่อกัน
เหตุนี้ทำให้ร้านเบเกอรีของเธอคึกคักไปด้วยผู้คน แถมภายในร้านยังตกแต่งด้วยข้าวของเครื่องใช้ที่เป็นสีเขียวทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะเก้าอี้ที่นั่งยังเป็นสีเขียวอ่อนเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศธรรมชาติที่โอบล้อมร้านไว้ โดยไม่ต้องพึ่งแอร์ อันเนื่องจากมีแรงลมพัดโชยมาอยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้ทั้งนั้นก็มีสองโซนให้เลือกว่าจะนั่งแบบไหน มีทั้งนั่งในห้องแอร์เย็น ๆ และนั่งตากลมชมธรรมชาติอย่างใกล้ชิดก็ดูชิลไปอีกแบบ
ตลอดระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่นนทภัทรและกรรณิกาอยู่ที่นี่ ต่างได้ใช้เวลาร่วมกันตามประสาข้าวใหม่ปลามัน แม้ทุกอย่างจะออกนอกแผนไปบ้างก็ถือว่าชดเชยกันได้ ถึงจะได้ไปแค่ทะเลที่อยู่ตรงข้ามบ้านพักของอัครเดชในช่วงเย็นของทุกวันก็ตามจนวันนี้เป็นวันที่ทั้งสองจะเดินทางกลับ ทั้งอัครเดชทั้งชณิดาภาต่างเดินออกมาส่งถึงหน้าบ้าน“ขอบคุณสำหรับที่พักนะณิดา” กรรณิกาเอ่ย เมื่อเดินมาหยุดอยู่ข้างรถตู้ของโรงแรมที่จะออกไปส่งที่สนามบิน“ไม่เป็นไรหรอก แค่แกมาหาเราก็ดีใจแล้ว”“เรากลับก่อนนะ”“เดี๋ยวเราจะขึ้นไปหาบ่อย ๆ ฝากบอกน้ำฟ้าด้วยนะว่าคิดถึง” สองสาวกอดกันกลมเมื่อได้เวลาแล้ว“เดินทางปลอดภัยนะเว้ย ถึงแล้วก็โทรบอกกันบ้าง” อัครเดชบอกเพื่อน“อืม ๆ”“เรื่องที่ฉันเคยบอกก็จับตาดูให้ดีล่ะ อาจจะมีอะไรเด็ด ๆ ให้พ่อตาแม่ยายมึงตกใจเล่นก็ได้” เจ้าของบ้านกระซิบกระซาบให้ได้ยินกันสองคน โดยที่ไม่ให้สองสาวเห็น…“กลับมาแล้วค่ะ” กรรณิกาส่งเสียงมาตั้งแต่ยั
ก่อนกลับนนทภัทรและกรรณิกายังได้เห็นทะเลหมอกลอยปกคลุมอยู่ยอดขุนเขาท่ามกลางแสงแรกของวันที่สาดส่องลงมาบาง ๆ ก่อนพากันของว่างที่มีวางไว้ให้บริการตัวเองและเดินทางกลับด้วยรถตู้ที่ทางโรงแรมส่งมารับในเวลาต่อมาทันทีที่มาถึงโรงแรมที่พักนนทภัทรก็ได้ทำการคืนห้อง ด้วยเขาจะเข้าเกาะในตอนบ่าย ทว่ามีประกาศแจ้งเตือนจากกรมอุตุนิยมว่าจะมีพายุเข้าในวันนี้ สองสามีภรรยาเลยต้องพับแผนที่วางไว้ใส่กระเป๋า ชณิดาภาที่รู้ข่าว สั่งให้เลขาของสามีพาทั้งสองนั่งรถกอล์ฟมาส่งที่บ้าน“น้ำตาลจ๊ะยกกระเป๋าไปอยู่ห้องเดิมที่คุณกิ่งเคยมาพักนะ” ชณิดาภาบอกคนงานของตัวเอง“ไม่เป็นครับพี่ยกขึ้นไปเอง” นนทภัทรปล่อยให้สองสาวได้คุยกันตามลำพังตามประสาสาว ๆ ส่วนตนยกกระเป๋ามาไว้บนห้องแทน ที่เหลือก็ให้ภรรยาเก็บใส่ตู้ ห้องนี้เขาเคยมานอนแล้วช่วงที่อัครเดชและชณิดาภาแต่งงาน การจัดแต่งห้องยังเป็นโทนสีขาวทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเตียงนอน ตู้เสื้อผ้า โซฟาก็ยังเป็นสีขาวมีลายจุดเล็ก ๆ อยู่บ้างประปราย“ขอบใจนะ เราคงรบกวนจนกว่าจะกลับเลยล่ะ” กรรณิกาพูดอย่างเกรงใจ“ทำไมถึงคิดอย่า
สองชั่วโมงกลับการนั่งรถ ทั้งคู่ก็มาถึงที่หมายอย่างปลอดภัย เมื่อส่งลูกทัวร์ถึงที่หมายรถตู้ก็กลับไปทันที หากมองจากตรงนี้ที่เป้นเนินสูงจะเห็นว่ามีแพไม้ไผ่และเรือหลายสิบลำลอยละลิ่วอยู่เหนือผิวน้ำคอยรับลูกทัวร์ไปส่งตามที่พักที่ต้องนั่งเรือหรือแพเข้าไป“พี่นนท์เราไปถ่ายรูปก่อนไหมคะ” กรรณิกาตะโกนถามสามีแข่งกับเสียงลมที่พัดมา“จ้ะ พี่ว่ายังพอมีเวลา”ทั้งคู่เดินชมวิวเหนือเขื่อนพร้อมทั้งถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก จนผ่านไปครึ่งชั่วโมงถึงพากันลงเรือเพื่อไปยังห้องพักที่ทางโรงแรมจองไว้ให้ ใช้เวลานานพอสมควรถึงมาถึงที่พัก บรรยากาศโดยรอบร่มรื่น ร่มเย็น สงบ เหมาะแก่การพักผ่อน และยังเห็นหินปูนที่โผล่พ้นน้ำมามากมายเช็กอินที่ล็อบบี้เรียบร้อย พนักงานต้อนรับได้พาทั้งสองเดินบนแพไม้ไปยังห้องที่จองไว้ ซึ่งอยู่หลังสุดท้ายและอยู่ห่างจากหลังอื่น ๆ พอควร ตัวบ้านทำจากไม้ทั้งหมดมีหนึ่งห้องนอนและมีห้องน้ำในตัว ที่ที่เขาพักนั้นเหมาะสำหรับคู่รักที่มาฮันนีมูนอย่างเช่นคู่ของตน เพราะห้องห้องนี้จัดไว้ให้เป็นสไตล์สวีต เข้ามาในตัวบ้านจะเป็นกระจกด้านหน้ามีผ้าม่านสีฟ้าอ่อน
“คิดถึงเหมือนกัน สบายดีนะ”“สบายมาก นั่งก่อน” จัดแจงให้เพื่อนนั่งข้างตัวเองอย่างไม่ถามความเห็นของสามีและสามีของเพื่อน“สั่งเลยนะ เราเลี้ยงเอง” แล้วยื่นเมนูรายการอาหารให้คนข้าง ๆ“เอ่อ ที่รักครับ...” อัครเดชเอ่ยเสียงอึก ๆ อัก ๆ อย่างเกรงใจเมีย“ว่าไงคะ!!” ชณิดาภาถามเสียงเขียว“เปล่าครับเปล่า” ปฏิเสธด้วยคำพูดแต่ท่าทางก็มาพร้อมด้วยการโบกมือว่อนไปมาเฮ้อ สุดท้ายก็แพ้เมียอีกจนได้“พี่อัครน่ารักจังเลย” กรรณิกาปิดปากหัวเราะราวมีเรื่องตลกน่าขบขัน“ใช่ไหมล่ะ” ชณิดาภายักคิ้วให้เพื่อนประมาณว่าข่มไม่ได้อย่างฉันล่ะสิ เลยถูกเพื่อนสาวเบะปากใส่ซะเลยข้อหาหมั่นไส้ห้องอาหารที่สองคู่นั่งกันอยู่นั้นเป็นโซนอาหารไทยที่เคยมานั่งกินข้าวกับอัครเดชเมื่อคืนกรรณิกาสังเกตบริเวณโดยรอบ หลังเมื่อคืนไม่ได้แม้แต่จะมอง สถานที่ของที่นี่จัดได้อย่างสวยงาม สอดแทรกความเป็นไทยเข้าด้วยกันได้ เพอร์เฟกต์ถูกใจคนรักการจัดสวนอย่างเธอเป็นที่สุดด้านที่เธอนั่ง
“อย่าทำอย่างนั้นสิคะ” นนทภัทรพูดด้วยน้ำเสียงงัวเงียเมื่อถูกรบกวนห้วงนิทราจากคนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมกอดแล้วกระชับรัดกอดแน่น“อือ กิ่งหายใจไม่ออกนะ” พลางใช้มือดันอกแกร่งที่เปลือยเปล่าอยู่ออก และเธอเพิ่งรู้ตัวว่าไม่อาภรณ์ใด ๆ อยู่บนเรือนร่างเลยแม้แต่ชิ้นเดียว “พี่นนท์ทำไมไม่ใส่เสื้อผ้าให้กิ่งด้วยคะ”แต่คนที่กำลังสูดดมกลิ่นกายหอม ๆ อยู่หาสนใจไม่ กลับใช้ปลายนิ้วชี้ข้างหนึ่งจี้เอวบางอย่างหยอกเย้า เป็นผลให้คนโดนแกล้งหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง เพราะบ้าจี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เจออย่างนี้จึงเกิดอาการชักดิ้นชักงอให้เห็น“ฮ่า ฮ่า พี่นนท์คะกิ่งจั๊กจี้นะ อย่าแกล้งกันอย่างนี้สิ”แกล้งจนพอใจชายหนุ่มถึงปล่อยร่างเล็ก เมื่อหลุดออกจากแขนแกร่งได้หญิงสาวรีบลุกขึ้นวิ่งเข้าห้องน้ำทั้งร่างกายเปลือยเปล่าอย่างนั้น แต่ก่อนจะเข้าไปกับหันมาแลบลิ้นใส่ร่างสูงที่นั่งมองมาจากบนที่นอน“ยังอีก!”นนทภัทรทำท่าจะลุก ทำให้ร่างเล็กส่งเสียงกรีดร้องออกมาแล้วรีบปิดประตูห้องน้ำจนเกิดเสียงดัง เกรงว่าชายหนุ่มจะเข้ามาแกล้งเธอถึงข้าง
“กิ่งจ๋า อาบน้ำพร้อมพี่นะครับ พี่อยากมีคนถูหลังให้น่ะ”“ว้าย! พี่นนท์” เข้าห้องมาได้ชายหนุ่มก็อุ้มร่างบางตรงไปยังห้องน้ำทันที หญิงสาวกรีดร้องด้วยความตกใจ ก่อนสามีหนุ่มจะวางร่างของเธอลงพื้นกระเบื้องพร้อมทั้งจับถอดเสื้อผ้าจนหมด ไม่ว่าจะเป็นของชิ้นเล็กชิ้นน้อย ถึงมาถอดของตัวเองบ้างโดยใช้เวลาแค่เสี้ยววินาที ร่างกายแข็งแรงเปลือยเปล่าอุดมไปด้วยลอนกล้ามเนื้อท้องของผู้ชายที่มักใช้เวลาหมดไปกับการออกกำลังกายเป็นแรมเดือนกว่าจะได้ร่างกายกำยำอย่างนี้ ทำให้หญิงสาวมองด้วยสายตาตกตะลึงเบิกตากว้างอ้าปากค้าง ถึงแม้จะเห็นมาหลายต่อหลายครั้งก็ยังไม่ชินกับร่างกายของสามีหนุ่มอยู่ดี ล่าสุดในคืนเข้าหอเธอไม่ได้สังเกตอะไรในร่างกำยำนี้แม้แต่น้อย ทุกครั้งที่เขาพาเธอเล่นผีผ้าห่มเขาไม่เคยเลยที่จะให้เธอตั้งตัวหรือเตรียมใจและครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันปลง!สั้น ๆ แต่ได้ใจความ“กิ่งเช็ดน้ำลายด้วยค่ะ ไหลถึงครางแล้ว” ร่างบางที่มองเขาจนตาค้างอยู่เป็นนานยังไม่ได้สติสักที เลยเอ่ยแซวไปอย่างนั้นเอง“อุ้ย” หญิงสาวตกใจเมื่อได้ยินคำของสามี เลยเกิดอา







