Se connecterนนทภัทรก้มมองนาฬิกาตลอดเวลาเมื่อใกล้พระอาทิตย์จะตก รีบจูงมือของหญิงสาวให้เดินขึ้นเนินเขาลูกเล็ก ๆ ตามเขามาทั้งที่ช่วงขาของเธอนั้นสั้นกว่ามาก
“พี่นนท์เดินช้า ๆ หน่อยได้ไหม กิ่งตามไม่ทัน” กรรณิกาบอกเมื่อก้าวขาไม่ทันแถมยังเกือบหกล้มก็หลายครั้ง
“โทษทีจ้ะ พี่รีบไปหน่อย” ชายหนุ่มที่มีช่วงขาที่ยาวกว่าแฟนสาวผ่อนแรงเท้าลง
ตลอดเส้นทางเต็มไปด้วยดอกหญ้าสีขาวของหญ้าหิมะกำลังแข่งกันลู่ไปตามแรงลมที่พัดมาผิว ๆ ตามทางเดินจะมีม้านั่งทำจากไม้ไผ่ผ่าซีกตอกด้วยตะปูเพื่อยึดติดกับไม้วางไว้ใต้ต้นไม้น้อยใหญ่เป็นระยะ บางช่วงมีนักท่องเที่ยวแวะถ่ายรูปพระอาทิตย์ที่กำลังจะตกและวิวธรรมชาติเก็บไว้เป็นที่ระลึกแม้จะย่ำเย็นแล้วก็ตาม หากก็มีนักท่องเที่ยวประปรายที่กำลังรอชมพระอาทิตย์อัสดง
สิบนาทีที่ชายหนุ่มพาหญิงสาวขึ้นมาบนนี้ ก่อนจะพาคนตัวเล็กเดินไปทางอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ทันเวลากับแสงสีส้มที่กำลังลาลับขอบฟ้ากระทบกับน้ำในอ่างเก็บน้ำพอดี ทำให้เป็นภาพสวยงามยิ่งนักสำหรับผู้พบเห็น ทั้งยังเป็นอังซีนของที่นี่ก็ว่าได้ ในทุก ๆ ปีจะมีคนเข้ามาพักและมีคู่รักมาใช้สถานที่ถ่ายพรีเวดดิ้งอยู่บ่อย ๆ จนติดอันดับหนึ่งในห้าที่นักท่องเที่ยวอยากมาถ่ายรูปและถ่ายพรีเวดดิ้ง รวมถึงเจ้าของสถานที่ด้วย
“พี่นนท์” เสียงหวานจากคนรักเรียกให้คนที่เดินอยู่ข้างหน้าหันมองคนที่อยู่ปิดตาไว้
“คะ รอแป๊บนะ ใกล้ถึงแล้ว” ร่างสูงบอกเสียงอ่อนโยน เมื่อพาแฟนสาวแฟนเดินออกมาห่างจากผู้คน ทั้งมุมนี้ยังเป็นมุมที่สวยที่สุดอีกมุมหนึ่งเลยก็ว่า
“ถึงแล้วค่ะ” เขาบอก พร้อมกับแก้ผ้าปิดตาออกให้คนรักสาว
“มีอะไรหรือเปล่าคะพี่นนท์?”
คนมีความลับไม่ตอบกลับใช้การกระทำเป็นสิ่งตอบแทน ระหว่างนั้นชายหนุ่มเดินอ้อมมาสวมกอดจากทางด้านหลังแล้วคอยดอมดมผมยาวสลวยของหญิงสาวที่มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของแชมพู ทั้งมองพระอาทิตย์ที่กำลังอัสดงไปกับคนรัก พลางเดินมาคุกเข่าตรงหน้าของแฟนสาวที่ยืนตกตะลึงกับสิ่งที่ชายหนุ่มกำลังทำ
“ทำไมพี่นนท์” คนกำลังทำเซอร์ไพรส์หญิงสาวใช้ปลายนิ้วชี้แตะริมฝีปากบางของคนที่ตั้งคำถามบอกเป็นนัยว่าไม่ให้พูดอะไรตอนนี้ กรรณิกาพยักหน้าเข้าใจเมื่อรู้สิ่งที่ชายหนุ่มพยายามจะสื่อสาร
“กิ่งคะ ชีวิตที่เหลืออยู่ของกิ่งให้พี่เป็นคนดูแลได้ไหม”
“พี่นนท์…”
คนถูกเซอร์ไพรส์ถึงกับพูดไม่ออกบอกไม่ถูกว่าตอนนี้กำลังตัวเองรู้สึกเช่นไรกันแน่ ได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อ ตกตะลึงกับสิ่งที่ชายหนุ่มทำ ตอนนี้เธอไม่อาจรับรู้สิ่งใดอีกแล้ว นอกจากรู้สึกแต่เพียงว่าร่างกายด้านชาไปหมดทั้งตัว
“แต่งงานกับพี่นะคะ” ร่างสูงที่คุกเข่าอยู่ยื่นกล่องกำมะหยี่สีแดงซึ่งภายในใส่แหวนเงินเกลี้ยงเรียบ ๆ ไว้ เขาหยิบออกมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายให้กับว่าที่เจ้าสาวก่อนเพื่อไม่ให้เธอปฏิเสธ
“ค่ะ กิ่งจะแต่งงานกับพี่นนท์”
กรรณิกาพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเทาและพยักหน้ารับอย่างดีใจ เธอไม่คิดว่าเขาจะเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานในสถานที่แห่งความทรงจำอย่างนี้ เลยอดที่จะน้ำตาคลอออกมาด้วยความซึ้งใจไม่ได้
เสียงตบมือจากนักท่องเที่ยวที่อยู่แถวนั้นดังกึกก้องไปทั่วบริเวณเมื่อหญิงสาวตอบตกลง
ทำไมวันนี้เธอช่างมีความสุขจังนะ กรรณิกาคิด พลางยิ้มอย่างดีใจ
“ไชโย! ขอบคุณค่ะ! ขอบคุณจริง ๆ พี่รักกิ่งที่สุดเลยนะ พี่จะไม่ทำให้กิ่งเสียใจเลยที่กิ่งเลือกพี่เป็นคู่ชีวิต” นนทภัทรละล่ำละลักบอก พลางก้มหน้าพรมจูบหน้าผากมนกับความสุขครั้งนี้
หลังสองหนุ่มสาวลงจากจุดชมวิวของอ่างเก็บน้ำที่คุณปู่ของนนท์ภัทรทำไว้แล้ว นนทภัทรได้ขับเอทีวีพาหญิงสาวเที่ยวชมบรรยากาศรอบ ๆ รีสอร์ตอยู่นานสองนานจนมืดค่ำ ถึงพาหญิงสาวมาส่งที่บ้านและอยู่คุยกับว่าที่พ่อตาด้วยเรื่องทั่วไป รวมไปถึงบอกท่านด้วยว่าเขาได้ขอแต่งงานกับลูกสาวของท่านแล้ว ซึ่งท่านก็รู้สึกดีใจไม่น้อยตอนที่ได้ยินเรื่องน่ายินดี ส่วนว่าที่แม่ยายนั้นไปเตรียมอาหารช่วยแม่บ้านอยู่ในครัว เลยไม่ได้ฟังข่าวดีของหลานชาย ที่กำลังจะพ่วงลูกเขยอีกตำแหน่ง ซึ่งตรงนี้ทุกคนยินดีเป็นอย่างยิ่ง
“ผมขอตัวกลับก่อนนะครับคุณพ่อ” เห็นว่าอยู่ที่นี่นานแล้ว นนทภัทรจึงเอ่ยขอตัว เพราะนัดที่บ้านไว้ว่าจะกลับไปกินข้าวด้วย แม้จะชวนหญิงสาวแล้ว หากหญิงสาวก็ปฏิเสธด้วยเธอต้องอยู่ทำขนมเพื่อวางขายในวันพรุ่งนี้
อย่างที่รู้ ๆ กันว่ากานตพงศ์และนนทภัทรนั้นถูกเลี้ยงมาคู่กัน ทั้งสองครอบครัวเลยให้ลูก ๆ ของตนเรียกพ่อแม่ของอีกฝ่ายได้ และรักลูก ๆ ของอีกฝ่ายราวกับลูกของตัวเอง
“อ้าว ไม่อยู่กินข้าวด้วยกันก่อนหรือ”
“ไม่ดีกว่าครับ พอดีผมนัดที่บ้านไว้” เห็นท่านพยักหน้าแล้ว ชายหนุ่มก็มองหาแฟนสาว เห็นเธอกำลังเตรียมของอยู่ในห้องครัว เขาเลยไม่อยากรบกวน จึงขับเอทีวีกลับบ้านที่อยู่หลังข้าง ๆ กัน
บ้านของครอบครัวรุ่งโรจน์นั้นถูกออกแบบให้เป็นบ้านทรงไทยขนาดสองชั้น ซึ่งทำจากไม้สักทั้งหลัง มองรอบ ๆ จะเห็นความร่มเงาของต้นปีบและดอกแก้วที่ปลูกไว้จนเต็มพื้นที่อีกทั้งยังปูด้วยหญ้านวลน้อยทั้งหมด
ภายในบ้านจะถูกแบ่งออกเป็นห้อง ๆ ชั้นล่างจะมีห้องรับแขกอยู่ซ้ายมือของโถงบ้าน ซึ่งตรงนี้สามารถมองเห็นดอกไม้ที่กรรณิกาปลูกไว้อย่างสวยงาม ห้องนั่งเล่นที่นนทภัทรนั่งอยู่นี่จะอยู่เยื้องไปทางขวามีทีวีแอลอีดีจอใหญ่ยักษ์ตั้งไว้บนตู้และมีโซฟาสีน้ำตาลตัดกันกับสีครีมของผนัง ด้านหลังโซฟามีรูปขนาดใหญ่ที่ถูกวาดจากช่างมืออาชีพชื่อดังและมีผนังกระจกสูงจากเพดานจรดพื้นสามารถมองเห็นสวนดอกไม้ที่มีไม้ดอกไม้ประดับหลากหลายชนิดที่แข่งกันส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบ้าน ทั้งยังเป็นสถานที่ที่ลูกสาวบ้านนี้ชอบมานั่งเล่นมองความสวยงามของดอกไม้ในยามว่างจากงาน แม้ช่วงหลัง ๆ จะไม่ค่อยได้มานั่งก็ตาม ด้วยว่าต้องทำเบเกอรี่ลงขายหน้าร้าน และยังรับออร์เดอร์ขนมจากลูกค้าประจำอีก หากมีเวลาจริง ๆ ก็ไปขลุกอยู่ในสวนทั้งวันเช่นกัน
ตลอดระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่นนทภัทรและกรรณิกาอยู่ที่นี่ ต่างได้ใช้เวลาร่วมกันตามประสาข้าวใหม่ปลามัน แม้ทุกอย่างจะออกนอกแผนไปบ้างก็ถือว่าชดเชยกันได้ ถึงจะได้ไปแค่ทะเลที่อยู่ตรงข้ามบ้านพักของอัครเดชในช่วงเย็นของทุกวันก็ตามจนวันนี้เป็นวันที่ทั้งสองจะเดินทางกลับ ทั้งอัครเดชทั้งชณิดาภาต่างเดินออกมาส่งถึงหน้าบ้าน“ขอบคุณสำหรับที่พักนะณิดา” กรรณิกาเอ่ย เมื่อเดินมาหยุดอยู่ข้างรถตู้ของโรงแรมที่จะออกไปส่งที่สนามบิน“ไม่เป็นไรหรอก แค่แกมาหาเราก็ดีใจแล้ว”“เรากลับก่อนนะ”“เดี๋ยวเราจะขึ้นไปหาบ่อย ๆ ฝากบอกน้ำฟ้าด้วยนะว่าคิดถึง” สองสาวกอดกันกลมเมื่อได้เวลาแล้ว“เดินทางปลอดภัยนะเว้ย ถึงแล้วก็โทรบอกกันบ้าง” อัครเดชบอกเพื่อน“อืม ๆ”“เรื่องที่ฉันเคยบอกก็จับตาดูให้ดีล่ะ อาจจะมีอะไรเด็ด ๆ ให้พ่อตาแม่ยายมึงตกใจเล่นก็ได้” เจ้าของบ้านกระซิบกระซาบให้ได้ยินกันสองคน โดยที่ไม่ให้สองสาวเห็น…“กลับมาแล้วค่ะ” กรรณิกาส่งเสียงมาตั้งแต่ยั
ก่อนกลับนนทภัทรและกรรณิกายังได้เห็นทะเลหมอกลอยปกคลุมอยู่ยอดขุนเขาท่ามกลางแสงแรกของวันที่สาดส่องลงมาบาง ๆ ก่อนพากันของว่างที่มีวางไว้ให้บริการตัวเองและเดินทางกลับด้วยรถตู้ที่ทางโรงแรมส่งมารับในเวลาต่อมาทันทีที่มาถึงโรงแรมที่พักนนทภัทรก็ได้ทำการคืนห้อง ด้วยเขาจะเข้าเกาะในตอนบ่าย ทว่ามีประกาศแจ้งเตือนจากกรมอุตุนิยมว่าจะมีพายุเข้าในวันนี้ สองสามีภรรยาเลยต้องพับแผนที่วางไว้ใส่กระเป๋า ชณิดาภาที่รู้ข่าว สั่งให้เลขาของสามีพาทั้งสองนั่งรถกอล์ฟมาส่งที่บ้าน“น้ำตาลจ๊ะยกกระเป๋าไปอยู่ห้องเดิมที่คุณกิ่งเคยมาพักนะ” ชณิดาภาบอกคนงานของตัวเอง“ไม่เป็นครับพี่ยกขึ้นไปเอง” นนทภัทรปล่อยให้สองสาวได้คุยกันตามลำพังตามประสาสาว ๆ ส่วนตนยกกระเป๋ามาไว้บนห้องแทน ที่เหลือก็ให้ภรรยาเก็บใส่ตู้ ห้องนี้เขาเคยมานอนแล้วช่วงที่อัครเดชและชณิดาภาแต่งงาน การจัดแต่งห้องยังเป็นโทนสีขาวทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเตียงนอน ตู้เสื้อผ้า โซฟาก็ยังเป็นสีขาวมีลายจุดเล็ก ๆ อยู่บ้างประปราย“ขอบใจนะ เราคงรบกวนจนกว่าจะกลับเลยล่ะ” กรรณิกาพูดอย่างเกรงใจ“ทำไมถึงคิดอย่า
สองชั่วโมงกลับการนั่งรถ ทั้งคู่ก็มาถึงที่หมายอย่างปลอดภัย เมื่อส่งลูกทัวร์ถึงที่หมายรถตู้ก็กลับไปทันที หากมองจากตรงนี้ที่เป้นเนินสูงจะเห็นว่ามีแพไม้ไผ่และเรือหลายสิบลำลอยละลิ่วอยู่เหนือผิวน้ำคอยรับลูกทัวร์ไปส่งตามที่พักที่ต้องนั่งเรือหรือแพเข้าไป“พี่นนท์เราไปถ่ายรูปก่อนไหมคะ” กรรณิกาตะโกนถามสามีแข่งกับเสียงลมที่พัดมา“จ้ะ พี่ว่ายังพอมีเวลา”ทั้งคู่เดินชมวิวเหนือเขื่อนพร้อมทั้งถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก จนผ่านไปครึ่งชั่วโมงถึงพากันลงเรือเพื่อไปยังห้องพักที่ทางโรงแรมจองไว้ให้ ใช้เวลานานพอสมควรถึงมาถึงที่พัก บรรยากาศโดยรอบร่มรื่น ร่มเย็น สงบ เหมาะแก่การพักผ่อน และยังเห็นหินปูนที่โผล่พ้นน้ำมามากมายเช็กอินที่ล็อบบี้เรียบร้อย พนักงานต้อนรับได้พาทั้งสองเดินบนแพไม้ไปยังห้องที่จองไว้ ซึ่งอยู่หลังสุดท้ายและอยู่ห่างจากหลังอื่น ๆ พอควร ตัวบ้านทำจากไม้ทั้งหมดมีหนึ่งห้องนอนและมีห้องน้ำในตัว ที่ที่เขาพักนั้นเหมาะสำหรับคู่รักที่มาฮันนีมูนอย่างเช่นคู่ของตน เพราะห้องห้องนี้จัดไว้ให้เป็นสไตล์สวีต เข้ามาในตัวบ้านจะเป็นกระจกด้านหน้ามีผ้าม่านสีฟ้าอ่อน
“คิดถึงเหมือนกัน สบายดีนะ”“สบายมาก นั่งก่อน” จัดแจงให้เพื่อนนั่งข้างตัวเองอย่างไม่ถามความเห็นของสามีและสามีของเพื่อน“สั่งเลยนะ เราเลี้ยงเอง” แล้วยื่นเมนูรายการอาหารให้คนข้าง ๆ“เอ่อ ที่รักครับ...” อัครเดชเอ่ยเสียงอึก ๆ อัก ๆ อย่างเกรงใจเมีย“ว่าไงคะ!!” ชณิดาภาถามเสียงเขียว“เปล่าครับเปล่า” ปฏิเสธด้วยคำพูดแต่ท่าทางก็มาพร้อมด้วยการโบกมือว่อนไปมาเฮ้อ สุดท้ายก็แพ้เมียอีกจนได้“พี่อัครน่ารักจังเลย” กรรณิกาปิดปากหัวเราะราวมีเรื่องตลกน่าขบขัน“ใช่ไหมล่ะ” ชณิดาภายักคิ้วให้เพื่อนประมาณว่าข่มไม่ได้อย่างฉันล่ะสิ เลยถูกเพื่อนสาวเบะปากใส่ซะเลยข้อหาหมั่นไส้ห้องอาหารที่สองคู่นั่งกันอยู่นั้นเป็นโซนอาหารไทยที่เคยมานั่งกินข้าวกับอัครเดชเมื่อคืนกรรณิกาสังเกตบริเวณโดยรอบ หลังเมื่อคืนไม่ได้แม้แต่จะมอง สถานที่ของที่นี่จัดได้อย่างสวยงาม สอดแทรกความเป็นไทยเข้าด้วยกันได้ เพอร์เฟกต์ถูกใจคนรักการจัดสวนอย่างเธอเป็นที่สุดด้านที่เธอนั่ง
“อย่าทำอย่างนั้นสิคะ” นนทภัทรพูดด้วยน้ำเสียงงัวเงียเมื่อถูกรบกวนห้วงนิทราจากคนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมกอดแล้วกระชับรัดกอดแน่น“อือ กิ่งหายใจไม่ออกนะ” พลางใช้มือดันอกแกร่งที่เปลือยเปล่าอยู่ออก และเธอเพิ่งรู้ตัวว่าไม่อาภรณ์ใด ๆ อยู่บนเรือนร่างเลยแม้แต่ชิ้นเดียว “พี่นนท์ทำไมไม่ใส่เสื้อผ้าให้กิ่งด้วยคะ”แต่คนที่กำลังสูดดมกลิ่นกายหอม ๆ อยู่หาสนใจไม่ กลับใช้ปลายนิ้วชี้ข้างหนึ่งจี้เอวบางอย่างหยอกเย้า เป็นผลให้คนโดนแกล้งหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง เพราะบ้าจี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เจออย่างนี้จึงเกิดอาการชักดิ้นชักงอให้เห็น“ฮ่า ฮ่า พี่นนท์คะกิ่งจั๊กจี้นะ อย่าแกล้งกันอย่างนี้สิ”แกล้งจนพอใจชายหนุ่มถึงปล่อยร่างเล็ก เมื่อหลุดออกจากแขนแกร่งได้หญิงสาวรีบลุกขึ้นวิ่งเข้าห้องน้ำทั้งร่างกายเปลือยเปล่าอย่างนั้น แต่ก่อนจะเข้าไปกับหันมาแลบลิ้นใส่ร่างสูงที่นั่งมองมาจากบนที่นอน“ยังอีก!”นนทภัทรทำท่าจะลุก ทำให้ร่างเล็กส่งเสียงกรีดร้องออกมาแล้วรีบปิดประตูห้องน้ำจนเกิดเสียงดัง เกรงว่าชายหนุ่มจะเข้ามาแกล้งเธอถึงข้าง
“กิ่งจ๋า อาบน้ำพร้อมพี่นะครับ พี่อยากมีคนถูหลังให้น่ะ”“ว้าย! พี่นนท์” เข้าห้องมาได้ชายหนุ่มก็อุ้มร่างบางตรงไปยังห้องน้ำทันที หญิงสาวกรีดร้องด้วยความตกใจ ก่อนสามีหนุ่มจะวางร่างของเธอลงพื้นกระเบื้องพร้อมทั้งจับถอดเสื้อผ้าจนหมด ไม่ว่าจะเป็นของชิ้นเล็กชิ้นน้อย ถึงมาถอดของตัวเองบ้างโดยใช้เวลาแค่เสี้ยววินาที ร่างกายแข็งแรงเปลือยเปล่าอุดมไปด้วยลอนกล้ามเนื้อท้องของผู้ชายที่มักใช้เวลาหมดไปกับการออกกำลังกายเป็นแรมเดือนกว่าจะได้ร่างกายกำยำอย่างนี้ ทำให้หญิงสาวมองด้วยสายตาตกตะลึงเบิกตากว้างอ้าปากค้าง ถึงแม้จะเห็นมาหลายต่อหลายครั้งก็ยังไม่ชินกับร่างกายของสามีหนุ่มอยู่ดี ล่าสุดในคืนเข้าหอเธอไม่ได้สังเกตอะไรในร่างกำยำนี้แม้แต่น้อย ทุกครั้งที่เขาพาเธอเล่นผีผ้าห่มเขาไม่เคยเลยที่จะให้เธอตั้งตัวหรือเตรียมใจและครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันปลง!สั้น ๆ แต่ได้ใจความ“กิ่งเช็ดน้ำลายด้วยค่ะ ไหลถึงครางแล้ว” ร่างบางที่มองเขาจนตาค้างอยู่เป็นนานยังไม่ได้สติสักที เลยเอ่ยแซวไปอย่างนั้นเอง“อุ้ย” หญิงสาวตกใจเมื่อได้ยินคำของสามี เลยเกิดอา

![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





