LOGINฝ่ายเจ้าบ่าวเองตอนนี้กำลังจัดขบวนขันหมากอย่างเร่งรีบให้ทันฤกษ์ โดยมีพานธูปเทียนแพนำหน้า ตามด้วยพานขันหมากเอกและพานขันหมากโทที่ยืนคู่กัน ถัดมาจะเป็นญาติของฝ่ายเจ้าบ่าวและเจ้าบ่าวเอง ปิดท้ายด้วยขนมมงคลเก้าอย่างที่จัดใส่พานห่อด้วยผ้าทองลายลูกไม้อย่างดี
เมื่อได้ฤกษ์ทุกคนก็เคลื่อนขบวน โดยมีคนส่งเสียงโห่สามครั้งเพื่อเอาฤกษ์เอาชัย กระทั่งมาถึงหน้าบ้านของเจ้าสาวก็โห่อีกสามครั้งเป็นการร้องบอกฝ่ายเจ้าสาวว่าขันหมากมาถึงแล้ว จากนั้นจะมีเด็กผู้หญิงซึ่งเป็นลูกของคนงานในรีสอร์ตมาล้างเท้าให้ชายหนุ่ม นนทภัทรเลยมอบซองสีชมพูเป็นของกำนัล
ด่านประตูเงินประตูทองนั้นนนทภัทรทำได้ผ่านฉลุย ไม่ว่าจะร้องเล่นเต้นรำก็ทำได้หมด ทั้งยังมีสายย่อที่เพื่อนเจ้าบ่าวต้องเต้นด้วย เป็นที่ถูกอกถูกใจของสาวน้อยสาวใหญ่ที่เห็นคนหล่อทำอะไรก็ดูดีไปหมด จนมาถึงด่านสุดท้าย...
“อ้าวนลิน เป็นน้องเจ้าบ่าวไม่ใช่หรือ ทำไมไปอยู่ฝ่ายเจ้าสาวล่ะ” คุณนันทวัฒน์เย้าลูกสาวที่แต่งตัวสวยด้วยชุดไทยกำลังยืนกั้นประตูเงินประตูทองด่านสุดท้ายอยู่กับชณิดาภา
“คุณพ่อขา วันนี้นลินขอเป็นน้องพี่กิ่งหนึ่งวันนะคะ” นันท์นลินอ้อนคนเป็นพ่อ
“จริง ๆ เล้ย” ท่านส่ายหัวอ่อนใจกับลูกสาว “อะ พ่อให้หมดเลย”
พ่อของเจ้าบ่าวยื่นซองให้กับลูกสาวและชณิดาภาทั้งหมด รวมแล้วก็มากโข จนสองสาวตาโตกันเลยทีเดียวที่ได้ซองคนละห้าซอง
“ขอบคุณค่ะ เชิญเจ้าบ่าวผ่านประตูได้เลยค่ะ” สองสาวกล่าวขอบคุณพร้อมกัน ก่อนเดินหลีกทางให้ขบวนขันหมาก
“นนท์ลูก...ขึ้นไปรับน้องมาเร็ว” คุณขวัญหทัยบอกว่าที่ลูกเขย เมื่อทุกคนเข้ามานั่งโซฟาที่จัดไว้เพื่อให้ญาติผู้ใหญ่ของเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้ามานั่งเป็นพยานรักในครั้งนี้
“ขอบคุณครับ” นนทภัทรยกมือไหว้แม่ยายเมื่อท่านเอ่ยอนุญาต ก่อนเดินก้มตัวเดินผ่านทุกคนขึ้นบันไดไปชั้นสอง มาถึงแล้วก็ไม่รอช้าที่เคาะประตูเรียกเจ้าสาว ซึ่งอยู่ในห้องนอนของเธอเอง ไม่ถึงนาทีพราวนภาก็เปิดประตูให้กรรณิกาออกมาเจอชายหนุ่ม โดยมีชณิดาภาเดินตามหลังมาหลังไปกั้นประตูเงินประตูทองเสร็จ
“เจ้าสาวของพี่สวยจัง พอน้องใส่ชุดนี้แล้วสวยอย่างนางในวรรณคดีเลย” พลางกวาดสายตามองดูอย่างหลงใหลได้ปลื้มที่ได้เห็นเจ้าสาวใส่ชุดนี้ตามที่เขาจินตนาการเอาไว้ตอนเห็นเธอเลือกชุดนี้ในวันที่ไปเลือกชุดแต่งงานด้วยกัน
“จริงเหรอคะ” เจ้าบ่าวคนหล่อพยักหน้ายืนยัน คนฟังเช่นพราวนภาและชณิดาภายังเขินจนหน้าแดง แล้วเจ้าสาวที่ได้ยินคำชมตรง ๆ จะเหลือเหรอที่ไม่เขินอาย
งานหมั้นเป็นไปอย่างชื่นมื่น ทุกคนที่ได้เห็นต่างพากันยิ้มและหัวเราะมีแต่ความสุขที่ได้เห็นเจ้าบ่าวแกล้งให้เจ้าสาวได้อายอยู่เนือง ๆ อย่างเช่นตอนนี้ที่เพื่อน ๆ ส่งเสียงเชียร์ให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวหอมแก้มกัน กรรณิกาหอมก่อนปล่อยค้างไว้ประเดี๋ยวเดียวเพื่อให้ช่างภาพได้กดชัตเตอร์ พอมาถึงเจ้าบ่าวนั้นนานกว่าปกติจนมีคนเอ่ยปากแซวนั่นแหละถึงยอมปล่อย เลยเป็นที่อิจฉาตาร้อนนักสำหรับคนที่พบเห็น
“ไอ้นนท์พอแล้วมั้ง เดี๋ยวแก้มเจ้าสาวช้ำหมด ค่อยไปทำกันสองคนไม่ดีกว่าเหรอ” เพื่อนเจ้าบ่าวคนหนึ่งตะโกนขึ้นมากลางวง เป็นเหตุให้นนทภัทรผละออกมาอย่างเสียดาย ก่อนสอดส่องสายตาคาดโทษหาคนที่พูดขัดจังหวะก็เจอเข้ากับสายตาพราวแพรวของกานตพงศ์ที่ทะลุกลางปล้องไม่แคร์สายตาใคร พี่ชายเจ้าสาวหาสลดไม่กับหัวเราะในลำคอจนถูกมารดาที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ ฟาดเพียะเข้าให้
เสร็จจากพิธีหมั้นก็เข้าสู่ช่วงนับสินสอด ซึ่งครอบครัวทางฝ่ายเจ้าบ่าวได้ให้ชุดเครื่องเพชรสามชุด เงินสดอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่รู้มูลค่าเท่าไหร่ เพราะไม่ได้ลงตัวเลขไว้ ทว่ารวม ๆ แล้วก็มากโข ส่วนบิดามารดาของกรรณิกาก็ไม่ได้รับเงินสินสอดไว้ แต่ยกให้บ่าวสาวทั้งหมดเหมือนเป็นเงินถุงเงินถังให้ลูก ๆ
มาถึงพิธีรดน้ำสังข์หรือประสาทพร เถ้าแก่ที่เป็นญาติทางฝ่ายเจ้าบ่าวก็นำคู่บ่าวสาวไหว้พระพุทธรูป ก่อนจูงบ่าวสาวเดินเข้าไปนั่งที่ตั่งหลั่งน้ำสังข์ มีหมอนสำหรับรองมือและพานรองรับน้ำสังข์ โดยทั้งสองได้ขอให้บิดามารดามาสวมมงคลแฝดพร้อมทั้งเจิมหน้าผากให้ ด้านหลังมีชณิดาภาและพราวนภายืนอยู่เพื่อคอยแจกของชำร่วยให้แขกที่มาร่วมงานในครั้งนี้ ซึ่งเป็นช้อนส้อมอย่างละคู่อันหมายถึงความผูกพันที่ขาดออกจากกันไม่ได้โดยสิ้นเชิง
“ขอให้มีความสุขนะลูก มีอะไรก็คอยจับมือประคับประคองกันไปนะ หนักนิดเบาหน่อยก็อภัยให้กัน อย่าโกรธอย่างอนกันห้ามคืนเชียว เข้าใจนะน้องกิ่ง” บิดาของเจ้าสาวเข้ามาให้พรลูกเป็นคนแรก พร้อมกับให้คติเตือนใจ โดยประโยคสุดท้ายหันมากำชับกับลูกสาวของตนด้วยรู้นิสัยของลูกดีว่าเป็นคนยังไง
ตลอดระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่นนทภัทรและกรรณิกาอยู่ที่นี่ ต่างได้ใช้เวลาร่วมกันตามประสาข้าวใหม่ปลามัน แม้ทุกอย่างจะออกนอกแผนไปบ้างก็ถือว่าชดเชยกันได้ ถึงจะได้ไปแค่ทะเลที่อยู่ตรงข้ามบ้านพักของอัครเดชในช่วงเย็นของทุกวันก็ตามจนวันนี้เป็นวันที่ทั้งสองจะเดินทางกลับ ทั้งอัครเดชทั้งชณิดาภาต่างเดินออกมาส่งถึงหน้าบ้าน“ขอบคุณสำหรับที่พักนะณิดา” กรรณิกาเอ่ย เมื่อเดินมาหยุดอยู่ข้างรถตู้ของโรงแรมที่จะออกไปส่งที่สนามบิน“ไม่เป็นไรหรอก แค่แกมาหาเราก็ดีใจแล้ว”“เรากลับก่อนนะ”“เดี๋ยวเราจะขึ้นไปหาบ่อย ๆ ฝากบอกน้ำฟ้าด้วยนะว่าคิดถึง” สองสาวกอดกันกลมเมื่อได้เวลาแล้ว“เดินทางปลอดภัยนะเว้ย ถึงแล้วก็โทรบอกกันบ้าง” อัครเดชบอกเพื่อน“อืม ๆ”“เรื่องที่ฉันเคยบอกก็จับตาดูให้ดีล่ะ อาจจะมีอะไรเด็ด ๆ ให้พ่อตาแม่ยายมึงตกใจเล่นก็ได้” เจ้าของบ้านกระซิบกระซาบให้ได้ยินกันสองคน โดยที่ไม่ให้สองสาวเห็น…“กลับมาแล้วค่ะ” กรรณิกาส่งเสียงมาตั้งแต่ยั
ก่อนกลับนนทภัทรและกรรณิกายังได้เห็นทะเลหมอกลอยปกคลุมอยู่ยอดขุนเขาท่ามกลางแสงแรกของวันที่สาดส่องลงมาบาง ๆ ก่อนพากันของว่างที่มีวางไว้ให้บริการตัวเองและเดินทางกลับด้วยรถตู้ที่ทางโรงแรมส่งมารับในเวลาต่อมาทันทีที่มาถึงโรงแรมที่พักนนทภัทรก็ได้ทำการคืนห้อง ด้วยเขาจะเข้าเกาะในตอนบ่าย ทว่ามีประกาศแจ้งเตือนจากกรมอุตุนิยมว่าจะมีพายุเข้าในวันนี้ สองสามีภรรยาเลยต้องพับแผนที่วางไว้ใส่กระเป๋า ชณิดาภาที่รู้ข่าว สั่งให้เลขาของสามีพาทั้งสองนั่งรถกอล์ฟมาส่งที่บ้าน“น้ำตาลจ๊ะยกกระเป๋าไปอยู่ห้องเดิมที่คุณกิ่งเคยมาพักนะ” ชณิดาภาบอกคนงานของตัวเอง“ไม่เป็นครับพี่ยกขึ้นไปเอง” นนทภัทรปล่อยให้สองสาวได้คุยกันตามลำพังตามประสาสาว ๆ ส่วนตนยกกระเป๋ามาไว้บนห้องแทน ที่เหลือก็ให้ภรรยาเก็บใส่ตู้ ห้องนี้เขาเคยมานอนแล้วช่วงที่อัครเดชและชณิดาภาแต่งงาน การจัดแต่งห้องยังเป็นโทนสีขาวทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเตียงนอน ตู้เสื้อผ้า โซฟาก็ยังเป็นสีขาวมีลายจุดเล็ก ๆ อยู่บ้างประปราย“ขอบใจนะ เราคงรบกวนจนกว่าจะกลับเลยล่ะ” กรรณิกาพูดอย่างเกรงใจ“ทำไมถึงคิดอย่า
สองชั่วโมงกลับการนั่งรถ ทั้งคู่ก็มาถึงที่หมายอย่างปลอดภัย เมื่อส่งลูกทัวร์ถึงที่หมายรถตู้ก็กลับไปทันที หากมองจากตรงนี้ที่เป้นเนินสูงจะเห็นว่ามีแพไม้ไผ่และเรือหลายสิบลำลอยละลิ่วอยู่เหนือผิวน้ำคอยรับลูกทัวร์ไปส่งตามที่พักที่ต้องนั่งเรือหรือแพเข้าไป“พี่นนท์เราไปถ่ายรูปก่อนไหมคะ” กรรณิกาตะโกนถามสามีแข่งกับเสียงลมที่พัดมา“จ้ะ พี่ว่ายังพอมีเวลา”ทั้งคู่เดินชมวิวเหนือเขื่อนพร้อมทั้งถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก จนผ่านไปครึ่งชั่วโมงถึงพากันลงเรือเพื่อไปยังห้องพักที่ทางโรงแรมจองไว้ให้ ใช้เวลานานพอสมควรถึงมาถึงที่พัก บรรยากาศโดยรอบร่มรื่น ร่มเย็น สงบ เหมาะแก่การพักผ่อน และยังเห็นหินปูนที่โผล่พ้นน้ำมามากมายเช็กอินที่ล็อบบี้เรียบร้อย พนักงานต้อนรับได้พาทั้งสองเดินบนแพไม้ไปยังห้องที่จองไว้ ซึ่งอยู่หลังสุดท้ายและอยู่ห่างจากหลังอื่น ๆ พอควร ตัวบ้านทำจากไม้ทั้งหมดมีหนึ่งห้องนอนและมีห้องน้ำในตัว ที่ที่เขาพักนั้นเหมาะสำหรับคู่รักที่มาฮันนีมูนอย่างเช่นคู่ของตน เพราะห้องห้องนี้จัดไว้ให้เป็นสไตล์สวีต เข้ามาในตัวบ้านจะเป็นกระจกด้านหน้ามีผ้าม่านสีฟ้าอ่อน
“คิดถึงเหมือนกัน สบายดีนะ”“สบายมาก นั่งก่อน” จัดแจงให้เพื่อนนั่งข้างตัวเองอย่างไม่ถามความเห็นของสามีและสามีของเพื่อน“สั่งเลยนะ เราเลี้ยงเอง” แล้วยื่นเมนูรายการอาหารให้คนข้าง ๆ“เอ่อ ที่รักครับ...” อัครเดชเอ่ยเสียงอึก ๆ อัก ๆ อย่างเกรงใจเมีย“ว่าไงคะ!!” ชณิดาภาถามเสียงเขียว“เปล่าครับเปล่า” ปฏิเสธด้วยคำพูดแต่ท่าทางก็มาพร้อมด้วยการโบกมือว่อนไปมาเฮ้อ สุดท้ายก็แพ้เมียอีกจนได้“พี่อัครน่ารักจังเลย” กรรณิกาปิดปากหัวเราะราวมีเรื่องตลกน่าขบขัน“ใช่ไหมล่ะ” ชณิดาภายักคิ้วให้เพื่อนประมาณว่าข่มไม่ได้อย่างฉันล่ะสิ เลยถูกเพื่อนสาวเบะปากใส่ซะเลยข้อหาหมั่นไส้ห้องอาหารที่สองคู่นั่งกันอยู่นั้นเป็นโซนอาหารไทยที่เคยมานั่งกินข้าวกับอัครเดชเมื่อคืนกรรณิกาสังเกตบริเวณโดยรอบ หลังเมื่อคืนไม่ได้แม้แต่จะมอง สถานที่ของที่นี่จัดได้อย่างสวยงาม สอดแทรกความเป็นไทยเข้าด้วยกันได้ เพอร์เฟกต์ถูกใจคนรักการจัดสวนอย่างเธอเป็นที่สุดด้านที่เธอนั่ง
“อย่าทำอย่างนั้นสิคะ” นนทภัทรพูดด้วยน้ำเสียงงัวเงียเมื่อถูกรบกวนห้วงนิทราจากคนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมกอดแล้วกระชับรัดกอดแน่น“อือ กิ่งหายใจไม่ออกนะ” พลางใช้มือดันอกแกร่งที่เปลือยเปล่าอยู่ออก และเธอเพิ่งรู้ตัวว่าไม่อาภรณ์ใด ๆ อยู่บนเรือนร่างเลยแม้แต่ชิ้นเดียว “พี่นนท์ทำไมไม่ใส่เสื้อผ้าให้กิ่งด้วยคะ”แต่คนที่กำลังสูดดมกลิ่นกายหอม ๆ อยู่หาสนใจไม่ กลับใช้ปลายนิ้วชี้ข้างหนึ่งจี้เอวบางอย่างหยอกเย้า เป็นผลให้คนโดนแกล้งหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง เพราะบ้าจี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เจออย่างนี้จึงเกิดอาการชักดิ้นชักงอให้เห็น“ฮ่า ฮ่า พี่นนท์คะกิ่งจั๊กจี้นะ อย่าแกล้งกันอย่างนี้สิ”แกล้งจนพอใจชายหนุ่มถึงปล่อยร่างเล็ก เมื่อหลุดออกจากแขนแกร่งได้หญิงสาวรีบลุกขึ้นวิ่งเข้าห้องน้ำทั้งร่างกายเปลือยเปล่าอย่างนั้น แต่ก่อนจะเข้าไปกับหันมาแลบลิ้นใส่ร่างสูงที่นั่งมองมาจากบนที่นอน“ยังอีก!”นนทภัทรทำท่าจะลุก ทำให้ร่างเล็กส่งเสียงกรีดร้องออกมาแล้วรีบปิดประตูห้องน้ำจนเกิดเสียงดัง เกรงว่าชายหนุ่มจะเข้ามาแกล้งเธอถึงข้าง
“กิ่งจ๋า อาบน้ำพร้อมพี่นะครับ พี่อยากมีคนถูหลังให้น่ะ”“ว้าย! พี่นนท์” เข้าห้องมาได้ชายหนุ่มก็อุ้มร่างบางตรงไปยังห้องน้ำทันที หญิงสาวกรีดร้องด้วยความตกใจ ก่อนสามีหนุ่มจะวางร่างของเธอลงพื้นกระเบื้องพร้อมทั้งจับถอดเสื้อผ้าจนหมด ไม่ว่าจะเป็นของชิ้นเล็กชิ้นน้อย ถึงมาถอดของตัวเองบ้างโดยใช้เวลาแค่เสี้ยววินาที ร่างกายแข็งแรงเปลือยเปล่าอุดมไปด้วยลอนกล้ามเนื้อท้องของผู้ชายที่มักใช้เวลาหมดไปกับการออกกำลังกายเป็นแรมเดือนกว่าจะได้ร่างกายกำยำอย่างนี้ ทำให้หญิงสาวมองด้วยสายตาตกตะลึงเบิกตากว้างอ้าปากค้าง ถึงแม้จะเห็นมาหลายต่อหลายครั้งก็ยังไม่ชินกับร่างกายของสามีหนุ่มอยู่ดี ล่าสุดในคืนเข้าหอเธอไม่ได้สังเกตอะไรในร่างกำยำนี้แม้แต่น้อย ทุกครั้งที่เขาพาเธอเล่นผีผ้าห่มเขาไม่เคยเลยที่จะให้เธอตั้งตัวหรือเตรียมใจและครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันปลง!สั้น ๆ แต่ได้ใจความ“กิ่งเช็ดน้ำลายด้วยค่ะ ไหลถึงครางแล้ว” ร่างบางที่มองเขาจนตาค้างอยู่เป็นนานยังไม่ได้สติสักที เลยเอ่ยแซวไปอย่างนั้นเอง“อุ้ย” หญิงสาวตกใจเมื่อได้ยินคำของสามี เลยเกิดอา







