Se connecterทันทีที่คุณนนทวัฒน์และคุณภาวิดาทราบเรื่องที่ลูกชายขอสาวแต่งงานก็อยากมาสู่ขอตั้งแต่ในวันรุ่งขึ้นเลย ทว่าบิดามารดาของฝ่ายว่าที่เจ้าสาวไปทำธุระต่างจังหวัดกันเสียหลายวันเลยต้องมาวันนี้แทน ซึ่งกว่าอาทิตย์เลยทีเดียวที่สองครอบครัวจะมีวันว่างที่ตรงกัน
ครอบครัวรุ่งโรจน์ที่อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา จึงได้ออกมาต้อนรับขับสู้เพื่อนสนิทที่รู้จักกันมานานมาตกลงสินสอดทองหมั้นให้สมกับเป็นลูกหลานของตระกูลดัง
“ส่วนของหมั้นเธอเรียกมาได้เลยนะขวัญไม่ต้องเกรงใจ” คุณภาวิดาพูดขึ้นระหว่างรออีกฝ่ายคิด
“แล้วแต่เธอจะเห็นสมควรนะภา” มารดาของว่าที่เจ้าสาวว่า “เพราะฉันก็ไม่อยากขึ้นชื่อว่าขายลูกกิน”
“ได้ยังไงกัน เสียชื่อตระกูลหมด แถมหนูกิ่งจะถูกนินทาไปในทางเสียหายเอาได้” คนตัดสินใจสูงสุดของบ้านเกรียงไกรถึงกับไม่ยอม “เอาอย่างนี้ แม่ให้แหวนวงนี้กับหนูกิ่งใส่วันงานแล้วกันนะลูก”
“เอ่อ...แต่...คุณแม่คะ”
“อย่าปฏิเสธแม่เชียว!”
แม้เธอจะเห็นแหวนวงนี้มาตั้งแต่เด็กก็ตามและยังทราบมาว่าคุณแม่ภารักและหวงแหวนวงนี้ยิ่งกว่าอะไร จะให้เธอรับของท่านมาไว้กับตัวอย่างไร
“ขอบคุณคุณแม่ภามากนะคะที่กรุณากิ่ง” กรรณิกายกมือไหว้อย่างอ่อนช้อย
“นนท์สวมแหวนให้น้องสิลูก”
ได้ยินเช่นนั้นแล้ว นนทภัทรหยิบแหวนจากมือมารดามาสวมให้ว่าที่คู่หมั้นสาว ผลปรากฏว่าพอดีกับนิ้วนางข้างซ้ายของกรรณิกาพอดิบพอดีราวกับทำมาเพื่อหญิงสาวโดยเฉพาะ
แหวนเพชรสิบกะรัตที่ใส่ติดตัวคุณภาวิดามาตั้งแต่สมัยสาว ๆ ซึ่งสามีซื้อให้ในวันแต่งงาน ช่วงนั้นคุณนันทวัฒน์ไม่ค่อยมีเงินเลยซื้อให้แค่สองกะรัต ต่อมาพอเริ่มมีเงินเก็บที่พอกินพอใช้ไม่ได้ขาดสนอย่างแต่ก่อนถึงได้ซื้อเพิ่มให้นางอีกเท่าตัว
เมื่อพูดคุยตกลงกันจนเป็นที่เข้าใจเรียบร้อย โดยฝ่ายว่าที่เจ้าบ่าวได้ให้สร้อยคอทองคำและแหวนเพชรอีกสองชุด แถมในวันแต่งจะมีสินสอดเพิ่มเข้ามาอีก พอถามออกไปก็บอกแค่ว่าให้รู้ในวันแต่งทีเดียว
“เอาล่ะในเมื่อตกลงกันได้ทั้งสองฝ่ายแล้ว งั้นเรามาร่วมกินข้าวด้วยดีกว่านะ” คุณกรรชัยที่ให้สิทธิ์ขาดภรรยาตัดสินใจพูดขึ้น
จากนั้นสองครอบครัวได้รับประทานอาหารเย็นร่วมกัน การพูดคุยเต็มไปด้วยรอยยิ้ม มีเสียงหัวเราะของความสุขและดีใจที่ได้เป็นทองแผ่นเดียวกัน ทำให้ไม่ต้องห่วงเรื่องคู่ครองว่าจะเจอคนไม่ดี เพราะทั้งสองครอบครัวเป็นเพื่อนรักเพื่อนตายถึงขนาดดื่มน้ำสาบานกันมาแล้ว ตั้งแต่สมัยของคุณปู่คุณย่า เลยหมดปัญหาเรื่องแม่ผัวลูกสะใภ้ เนื่องจากว่าคุณภาวิดานั้นรักกรรณิกาดั่งลูกคนหนึ่ง
“ฤกษ์แต่งของลูกสองคนจะเป็นช่วงวันที่ 8 เดือนพฤษภาคม นนท์เห็นว่ายังไงบ้างลูก” เสียงคุณภาวิดาถามในระหว่างที่สองครอบครัวมาร่วมกินข้าวในเช้าวันหนึ่ง
“ก็ดีนะครับ มีเวลาเตรียมตัวตั้งห้าหกเดือน แล้วกิ่งล่ะคิดว่าเตรียมตัวทันไหม” ประโยคสุดท้ายนนทภัทรถามคู่หมั้นสาวที่นั่งฟังมารดาของเขาพูดเงียบ ๆ ไม่แสดงความคิดเห็น พอเขาถามเธอถึงตอบ
“น่าจะทันนะคะ เพราะหลาย ๆ อย่างเราก็เตรียมไว้แล้วนิคะ หรือพี่นนท์ว่ายังไงคะ”
“พี่ก็แล้วแต่กิ่งนะ”
“จะแล้วแต่กิ่งได้ยังไงคะ ต้องดูตารางงานของพี่นนท์ด้วยหรือเปล่า”
“ตรงนี้กิ่งไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวพี่ให้พี่แพรอัดตารางงานมาช่วงเดือนหน้ากับเดือนกุมภาแล้วกัน”
“พี่นนท์ไหวแน่นะ”
“ไหวสิ แค่นี้เอง”
เมื่อรู้ว่าฤกษ์แต่งเป็นวันไหน อาทิตย์ต่อมานนทภัทรรีบเข้ามาเซ็นเอกสารที่รอการอนุมัติบางส่วน กว่าจะหมดกองก็เป็นเวลาเกือบเที่ยงวัน เลยขับเอทีวีมารับหญิงสาวที่ร้านเพื่อไปกินอาหารกลางวันด้วยกันที่ครัวรุ่งโรจน์ จากนั้นถึงจะได้เข้าไปเลือกชุดและของชำร่วยที่ร้านพราวนภา พรีเวดดิ้ง ซึ่งเป็นร้านเพื่อนสนิทของกรรณิกาเอง
“สวัสดีค่ะคุณกิ่ง มาหาคุณน้ำฟ้าเหรอคะ” ผู้จัดการร้านนามว่าเจ้แม็กกี้ ผู้ช่วยอีกคนของพราวนภาที่จะคอยดูแลความเรียบร้อยภายในร้านทักทายอย่างสนิทสนมเมื่อกรรณิกาและนนทภัทรเปิดประตูร้านเข้ามา
“ค่ะ ไม่ทราบว่าเจ้าตัวยุ่งอยู่หรือเปล่าคะ”
“ไม่ยุ่งค่ะ เห็นว่าเคลียร์งานที่ค้างรอคุณกิ่งอยู่ในห้องทำงานอยู่ข้างบนนะคะ ยังไงเชิญคุณกิ่งกับคุณนนท์นั่งรอที่ห้องรับรองแขกก่อนนะคะ พี่จะไปตามคุณน้ำฟ้ามาให้”
กรรณิกานั่งรอสักพักพราวนภาก็เดินเข้ามาในโซนรับแขก ที่มีชุดโซฟา โต๊ะ เก้าอี้ ตั้งเรียงไว้สี่ชุด เพื่อใช้เป็นที่รับรองลูกค้าที่มาใช้บริการ เป็นร้านไม่เล็กไม่ใหญ่มากนัก หากจัดสรรพื้นที่ใช้สอยได้พอเหมาะพอเจาะ แถมยังตกแต่งร้านด้วยสีชมพูอ่อน ช่างเข้ากับบรรยากาศของที่นี่นัก เธอไม่แน่ใจว่าเจ้าของพราวนภาพรีเวดดิ้งรู้หรือยังว่าที่นี่เปิดอยู่ใกล้ร้านอาหารครัวรุ่งโรจน์สาขาย่อย
“มาตรงเวลานัดจริงนะยัยกิ่ง” พราวนภา ตะวันหรือน้ำฟ้า ทักเพื่อนสาวคนสนิทเมื่อเข้ามานั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกัน และหันมาไหว้แฟนหนุ่มของเพื่อนที่นั่งอยู่โซฟาเดี่ยวข้างกัน
“สวัสดีค่ะพี่นนท์”
“สวัสดีครับ” นนทภัทรยกมือไหว้ตอบ
“มาช้ากว่านี้กลัวจะไม่ได้เจอกับเจ้าของร้านน่ะสิ” กรรณิกาว่า
ทักทายพอหอมปากหอมคอ พราวนภาเลยยื่นอัลบั้มรูปที่ข้างในมีชุดให้เลือกมากมาย ร้านของเธอเป็นร้านเปิดใหม่ที่มีลูกค้ามาใช้บริการมากที่สุด เพราะมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นชุดไทย ชุดราตรี ชุดสูทที่ใส่ออกงาน ทั้งให้เช่าและซื้อเก็บไว้ได้ เนื่องจากเธอออกแบบมาเพียงไม่กี่ชุดในแต่คอลเลกชันและไม่เหมือนใคร บางชุดจะเป็นชุดคู่ที่ออกแบบมาให้คู่รักเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปหรือบางครั้งทางร้านยังให้ลูกค้ารีเครวสมาตามแต่ใจต้องการ ทั้งนี้ทางร้านยังรับตัดชุดให้อีกด้วย เลยเป็นที่ถูกอกถูกใจสำหรับใครหลาย ๆ คนที่เข้ามาใช้บริการจนเป็นที่รู้จัก
“กิ่งชอบชุดนี้จังค่ะ” กรรณิกาชี้ปลายนิ้วเรียวไปที่ชุดไทยประยุกต์สีครีมชุดไทยประยุกต์สีครีมทั้งชุด ตกแต่งด้วยคริสตัสและลูกปัดญี่ปุ่นสีเหลืองผสมคริสตัสสวารอฟสกี้ เสริมความงดงามด้วยเครื่องไทยสีนากทอง
“พี่คิดเหมือนกิ่งเลยค่ะ” เขามองชุดนี้ตั้งแต่แรกแล้ว กลัวว่าคู่หมั้นจะไม่ชอบด้วยเลยยังไม่บอกอะไรออกไป พอเห็นว่าแฟนสาวชอบชุดเดียวกันก็ดีใจจนเนื้อเต้น เพราะถ้ามาอยู่บนเรือนร่างของหญิงสาวคงงดงามน่าดู
“ถ้าอย่างนั้นกิ่งเลือกชุดนี้เป็นชุดพิธีการตอนเช้านะคะ”
“ครับ”
เลือกชุดของตนได้เรียบร้อยก็มาดูให้คู่หมั้นหนุ่มบ้าง ซึ่งทั้งคู่คิดตรงกันว่าต้องชุดราชปะแตนสีครีมและโจงกระเบนสีเหลืองทองดูเข้ากันกับว่าที่เจ้าบ่าวมากกว่าชุดอื่น ๆ เพราะผิวของชายหนุ่มนั้นขาวราวกับคนไม่เคยตกแดดมาก่อน
“พี่สุคะ พาว่าที่เจ้าสาวไปลองชุดทีค่ะ” พราวนภาที่ปล่อยคนทั้งคู่เลือกชุดตามใจชอบหันไปเรียกสุนิตาผู้ช่วยที่เดินอยู่แถวนั้นมาพาเพื่อนตนไปลองชุด เผื่อได้ปรับแก้ตรงไหนจะได้ทำให้ทันเลย
“ส่วนพี่นนท์นี่ค่ะ ลองไปใส่มาให้ฟ้าดูหน่อยนะคะ” หันไปหยิบชุดจากลูกน้องมายื่นให้แฟนหนุ่มของเพื่อน ก่อนชายหนุ่มจะเปลี่ยนชุดบ้าง เพื่อที่จะได้ออกมาให้เจ้าของร้านยลโฉม
เมื่อตกลงเรื่องชุดและอื่น ๆ จิปาถะ ทั้งคู่ก็ออกมาเลือกของชำร่วยที่วางโชว์ในตู้กระจกที่จัดเป็นแพ็กไว้อย่างสวยงาม และตัดสินใจเลือกเป็นชุดช้อนส้อมทองที่มีความหมายดีทีเดียว
หลังเลือกของได้ตามต้องการ ว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวได้อยู่พูดคุยนัดแนะเรื่องสถานที่ที่จะใช้ถ่ายพรีเวดดิ้งในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า ซึ่งทั้งสองเลือก KN Garden Resort เป็นโลเคชันหลักในการถ่ายพรีเวดวิ้ง เนื่องมาจากว่าเป็นสถานที่แห่งความทรงจำระหว่างเธอกับคู่หมั้นหนุ่ม ก่อนขอตัวกลับเมื่อมีแขกมาดูชุดแต่งงาน พราวนภาเลยขอตัวออกไปรับรองแขกด้วยตัวเอง
ตลอดระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่นนทภัทรและกรรณิกาอยู่ที่นี่ ต่างได้ใช้เวลาร่วมกันตามประสาข้าวใหม่ปลามัน แม้ทุกอย่างจะออกนอกแผนไปบ้างก็ถือว่าชดเชยกันได้ ถึงจะได้ไปแค่ทะเลที่อยู่ตรงข้ามบ้านพักของอัครเดชในช่วงเย็นของทุกวันก็ตามจนวันนี้เป็นวันที่ทั้งสองจะเดินทางกลับ ทั้งอัครเดชทั้งชณิดาภาต่างเดินออกมาส่งถึงหน้าบ้าน“ขอบคุณสำหรับที่พักนะณิดา” กรรณิกาเอ่ย เมื่อเดินมาหยุดอยู่ข้างรถตู้ของโรงแรมที่จะออกไปส่งที่สนามบิน“ไม่เป็นไรหรอก แค่แกมาหาเราก็ดีใจแล้ว”“เรากลับก่อนนะ”“เดี๋ยวเราจะขึ้นไปหาบ่อย ๆ ฝากบอกน้ำฟ้าด้วยนะว่าคิดถึง” สองสาวกอดกันกลมเมื่อได้เวลาแล้ว“เดินทางปลอดภัยนะเว้ย ถึงแล้วก็โทรบอกกันบ้าง” อัครเดชบอกเพื่อน“อืม ๆ”“เรื่องที่ฉันเคยบอกก็จับตาดูให้ดีล่ะ อาจจะมีอะไรเด็ด ๆ ให้พ่อตาแม่ยายมึงตกใจเล่นก็ได้” เจ้าของบ้านกระซิบกระซาบให้ได้ยินกันสองคน โดยที่ไม่ให้สองสาวเห็น…“กลับมาแล้วค่ะ” กรรณิกาส่งเสียงมาตั้งแต่ยั
ก่อนกลับนนทภัทรและกรรณิกายังได้เห็นทะเลหมอกลอยปกคลุมอยู่ยอดขุนเขาท่ามกลางแสงแรกของวันที่สาดส่องลงมาบาง ๆ ก่อนพากันของว่างที่มีวางไว้ให้บริการตัวเองและเดินทางกลับด้วยรถตู้ที่ทางโรงแรมส่งมารับในเวลาต่อมาทันทีที่มาถึงโรงแรมที่พักนนทภัทรก็ได้ทำการคืนห้อง ด้วยเขาจะเข้าเกาะในตอนบ่าย ทว่ามีประกาศแจ้งเตือนจากกรมอุตุนิยมว่าจะมีพายุเข้าในวันนี้ สองสามีภรรยาเลยต้องพับแผนที่วางไว้ใส่กระเป๋า ชณิดาภาที่รู้ข่าว สั่งให้เลขาของสามีพาทั้งสองนั่งรถกอล์ฟมาส่งที่บ้าน“น้ำตาลจ๊ะยกกระเป๋าไปอยู่ห้องเดิมที่คุณกิ่งเคยมาพักนะ” ชณิดาภาบอกคนงานของตัวเอง“ไม่เป็นครับพี่ยกขึ้นไปเอง” นนทภัทรปล่อยให้สองสาวได้คุยกันตามลำพังตามประสาสาว ๆ ส่วนตนยกกระเป๋ามาไว้บนห้องแทน ที่เหลือก็ให้ภรรยาเก็บใส่ตู้ ห้องนี้เขาเคยมานอนแล้วช่วงที่อัครเดชและชณิดาภาแต่งงาน การจัดแต่งห้องยังเป็นโทนสีขาวทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเตียงนอน ตู้เสื้อผ้า โซฟาก็ยังเป็นสีขาวมีลายจุดเล็ก ๆ อยู่บ้างประปราย“ขอบใจนะ เราคงรบกวนจนกว่าจะกลับเลยล่ะ” กรรณิกาพูดอย่างเกรงใจ“ทำไมถึงคิดอย่า
สองชั่วโมงกลับการนั่งรถ ทั้งคู่ก็มาถึงที่หมายอย่างปลอดภัย เมื่อส่งลูกทัวร์ถึงที่หมายรถตู้ก็กลับไปทันที หากมองจากตรงนี้ที่เป้นเนินสูงจะเห็นว่ามีแพไม้ไผ่และเรือหลายสิบลำลอยละลิ่วอยู่เหนือผิวน้ำคอยรับลูกทัวร์ไปส่งตามที่พักที่ต้องนั่งเรือหรือแพเข้าไป“พี่นนท์เราไปถ่ายรูปก่อนไหมคะ” กรรณิกาตะโกนถามสามีแข่งกับเสียงลมที่พัดมา“จ้ะ พี่ว่ายังพอมีเวลา”ทั้งคู่เดินชมวิวเหนือเขื่อนพร้อมทั้งถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก จนผ่านไปครึ่งชั่วโมงถึงพากันลงเรือเพื่อไปยังห้องพักที่ทางโรงแรมจองไว้ให้ ใช้เวลานานพอสมควรถึงมาถึงที่พัก บรรยากาศโดยรอบร่มรื่น ร่มเย็น สงบ เหมาะแก่การพักผ่อน และยังเห็นหินปูนที่โผล่พ้นน้ำมามากมายเช็กอินที่ล็อบบี้เรียบร้อย พนักงานต้อนรับได้พาทั้งสองเดินบนแพไม้ไปยังห้องที่จองไว้ ซึ่งอยู่หลังสุดท้ายและอยู่ห่างจากหลังอื่น ๆ พอควร ตัวบ้านทำจากไม้ทั้งหมดมีหนึ่งห้องนอนและมีห้องน้ำในตัว ที่ที่เขาพักนั้นเหมาะสำหรับคู่รักที่มาฮันนีมูนอย่างเช่นคู่ของตน เพราะห้องห้องนี้จัดไว้ให้เป็นสไตล์สวีต เข้ามาในตัวบ้านจะเป็นกระจกด้านหน้ามีผ้าม่านสีฟ้าอ่อน
“คิดถึงเหมือนกัน สบายดีนะ”“สบายมาก นั่งก่อน” จัดแจงให้เพื่อนนั่งข้างตัวเองอย่างไม่ถามความเห็นของสามีและสามีของเพื่อน“สั่งเลยนะ เราเลี้ยงเอง” แล้วยื่นเมนูรายการอาหารให้คนข้าง ๆ“เอ่อ ที่รักครับ...” อัครเดชเอ่ยเสียงอึก ๆ อัก ๆ อย่างเกรงใจเมีย“ว่าไงคะ!!” ชณิดาภาถามเสียงเขียว“เปล่าครับเปล่า” ปฏิเสธด้วยคำพูดแต่ท่าทางก็มาพร้อมด้วยการโบกมือว่อนไปมาเฮ้อ สุดท้ายก็แพ้เมียอีกจนได้“พี่อัครน่ารักจังเลย” กรรณิกาปิดปากหัวเราะราวมีเรื่องตลกน่าขบขัน“ใช่ไหมล่ะ” ชณิดาภายักคิ้วให้เพื่อนประมาณว่าข่มไม่ได้อย่างฉันล่ะสิ เลยถูกเพื่อนสาวเบะปากใส่ซะเลยข้อหาหมั่นไส้ห้องอาหารที่สองคู่นั่งกันอยู่นั้นเป็นโซนอาหารไทยที่เคยมานั่งกินข้าวกับอัครเดชเมื่อคืนกรรณิกาสังเกตบริเวณโดยรอบ หลังเมื่อคืนไม่ได้แม้แต่จะมอง สถานที่ของที่นี่จัดได้อย่างสวยงาม สอดแทรกความเป็นไทยเข้าด้วยกันได้ เพอร์เฟกต์ถูกใจคนรักการจัดสวนอย่างเธอเป็นที่สุดด้านที่เธอนั่ง
“อย่าทำอย่างนั้นสิคะ” นนทภัทรพูดด้วยน้ำเสียงงัวเงียเมื่อถูกรบกวนห้วงนิทราจากคนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมกอดแล้วกระชับรัดกอดแน่น“อือ กิ่งหายใจไม่ออกนะ” พลางใช้มือดันอกแกร่งที่เปลือยเปล่าอยู่ออก และเธอเพิ่งรู้ตัวว่าไม่อาภรณ์ใด ๆ อยู่บนเรือนร่างเลยแม้แต่ชิ้นเดียว “พี่นนท์ทำไมไม่ใส่เสื้อผ้าให้กิ่งด้วยคะ”แต่คนที่กำลังสูดดมกลิ่นกายหอม ๆ อยู่หาสนใจไม่ กลับใช้ปลายนิ้วชี้ข้างหนึ่งจี้เอวบางอย่างหยอกเย้า เป็นผลให้คนโดนแกล้งหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง เพราะบ้าจี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เจออย่างนี้จึงเกิดอาการชักดิ้นชักงอให้เห็น“ฮ่า ฮ่า พี่นนท์คะกิ่งจั๊กจี้นะ อย่าแกล้งกันอย่างนี้สิ”แกล้งจนพอใจชายหนุ่มถึงปล่อยร่างเล็ก เมื่อหลุดออกจากแขนแกร่งได้หญิงสาวรีบลุกขึ้นวิ่งเข้าห้องน้ำทั้งร่างกายเปลือยเปล่าอย่างนั้น แต่ก่อนจะเข้าไปกับหันมาแลบลิ้นใส่ร่างสูงที่นั่งมองมาจากบนที่นอน“ยังอีก!”นนทภัทรทำท่าจะลุก ทำให้ร่างเล็กส่งเสียงกรีดร้องออกมาแล้วรีบปิดประตูห้องน้ำจนเกิดเสียงดัง เกรงว่าชายหนุ่มจะเข้ามาแกล้งเธอถึงข้าง
“กิ่งจ๋า อาบน้ำพร้อมพี่นะครับ พี่อยากมีคนถูหลังให้น่ะ”“ว้าย! พี่นนท์” เข้าห้องมาได้ชายหนุ่มก็อุ้มร่างบางตรงไปยังห้องน้ำทันที หญิงสาวกรีดร้องด้วยความตกใจ ก่อนสามีหนุ่มจะวางร่างของเธอลงพื้นกระเบื้องพร้อมทั้งจับถอดเสื้อผ้าจนหมด ไม่ว่าจะเป็นของชิ้นเล็กชิ้นน้อย ถึงมาถอดของตัวเองบ้างโดยใช้เวลาแค่เสี้ยววินาที ร่างกายแข็งแรงเปลือยเปล่าอุดมไปด้วยลอนกล้ามเนื้อท้องของผู้ชายที่มักใช้เวลาหมดไปกับการออกกำลังกายเป็นแรมเดือนกว่าจะได้ร่างกายกำยำอย่างนี้ ทำให้หญิงสาวมองด้วยสายตาตกตะลึงเบิกตากว้างอ้าปากค้าง ถึงแม้จะเห็นมาหลายต่อหลายครั้งก็ยังไม่ชินกับร่างกายของสามีหนุ่มอยู่ดี ล่าสุดในคืนเข้าหอเธอไม่ได้สังเกตอะไรในร่างกำยำนี้แม้แต่น้อย ทุกครั้งที่เขาพาเธอเล่นผีผ้าห่มเขาไม่เคยเลยที่จะให้เธอตั้งตัวหรือเตรียมใจและครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันปลง!สั้น ๆ แต่ได้ใจความ“กิ่งเช็ดน้ำลายด้วยค่ะ ไหลถึงครางแล้ว” ร่างบางที่มองเขาจนตาค้างอยู่เป็นนานยังไม่ได้สติสักที เลยเอ่ยแซวไปอย่างนั้นเอง“อุ้ย” หญิงสาวตกใจเมื่อได้ยินคำของสามี เลยเกิดอา







