Se connecter“กิ่งไม่ใช่เด็กแล้วนะคะที่จะเอาอย่างอื่นมาล่อ” นนทภัทรหัวเราะเสียงดังเมื่อคนไม่ใช่เด็กสะบัดค้อนวงใหญ่มาให้
“นั่นสิ ไม่เด็กจริงด้วย” พร้อมกับที่สายตามาหยุดอยู่หน้าอกอวบอิ่มของภรรยาสาว
“พี่นนท์น่ะ กิ่งโกรธแล้ว พูดอะไรก็ไม่รู้” กรรณิกาโวยวายหน้าทำหน้าแดงที่เขาชอบแกล้งชอบหยอกเธออยู่ที่มีโอกาส
“โอ๋เอ๋ ๆ ดีกันนะ ดีกัน พี่รักหรอกถึงหยอกเล่นน่ะ”
ผู้ชายตัวสูงใหญ่ง้อสาวคนรักอยู่นาน หญิงสาวถึงหายงอน แล้วหันมาสนใจบรรยากาศรอบนอกที่มีแต่น้ำทะเลและหาดทรายสีขาวที่มีนักท่องเที่ยวกำลังอาบแดดกันอยู่จนลืมเวลา กระทั่งพระอาทิตย์ตกดินแล้วนั่นแหละถึงบอกสามีไปอาบน้ำ ส่วนตัวเองก็นั่งเล่นมือถือรอไปพลาง ๆ
“พี่นนท์อาบก่อนเลยค่ะ กิ่งขอเช็กเมลแป๊บ เผื่อลูกค้าสั่งออร์เดอร์มา กิ่งจะได้ส่งให้น้องนลินทำ”
นนทภัทรพยักหน้าเข้าใจ แล้วเข้าห้องน้ำไปทำธุระส่วนตัวบ้าง ชายหนุ่มใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำราว ๆ ยี่สิบนาทีถึงออกมาตามหญิงสาวที่นอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงใบผ้าไปอาบน้ำบ้าง โดยชายหนุ่มเลือกใส่เสื้อ สบาย ๆ อย่างเสื้อกล้ามสีขาวสวมทับด้วยเสื้อเชิ้ตสีฟ้าและกางเกงสามส่วนเตรียมพร้อมจะไปกินข้าวเย็น
“กิ่งไปอาบน้ำก่อนนะ แล้วเดี๋ยวเราไปหาอะไรกินกัน”
“ดึงหน่อย” พลางยื่นมือให้สามีดึงขึ้นจากเตียง ก่อนเดินไปส่งถึงหน้าห้องน้ำ แล้วเดินไปหยิบไอแพดมาเช็กบ้าง
หญิงสาวใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำกว่าครึ่งชั่วโมง ถึงออกมาในชุดเดรสยาวสีขาวลายดอกไม้ปล่อยผมยาวที่ดัดเป็นรอนสลายเต็มแผ่นหลัง
“เรียบร้อยแล้วค่ะ” พลางสาวเท้าเข้ามาบอกสามีหนุ่มที่นั่งเล่น ไอแพดอยู่ตรงที่เธอนั่งก่อนหน้า
“งั้นเราลงไปกินข้าวเย็นกันเถอะค่ะ นายอัครโทรตามพี่แล้ว” ชายหนุ่มบอก พร้อมกับถือไอแพดเข้ามาในห้อง จากนั้นลงลิฟต์มาห้องอาหารไทยที่เพื่อนโทรนัดไว้ เพราะเขาก็อยากรู้จริง ๆ เลยว่ามันรู้ได้ยังไงว่าเขามาที่นี่
“สวัสดีค่ะ” พนักงานสาวสวยประจำห้องอาหารกล่าวต้อนรับ “จะรับอาหารแบบไหนดีคะ”
“ผมนัดเพื่อนไว้ อัครเดช ภิญโญน่ะครับ” นนทภัทรบอกความต้องการ
“เชิญค่ะ ท่านประธานรอที่โต๊ะแล้วค่ะ” พนักงานผายมือเชิญให้ลูกค้าของท่านประธานเดินมายังที่นั่งที่ท่านนั่งอยู่
ตรงที่อัครเดชนั่งรอจะเป็นมุมส่วนตัวและได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากมองเห็นบรรยากาศในยามค่ำคืนของเมืองสุราษฎร์ที่ประดับประดาด้วยไฟหลากหลายสีไว้อย่างสวยงามแถมต้องจองกันเป็นอาทิตย์ นั่นก็เพราะมีโต๊ะอยู่จำนวนจำกัดและราคาก็แพงสมชื่อ
“เชิญค่ะ”
“มาแล้วเหรอวะนนท์” อัครเดชเอ่ยทักเพื่อนสนิทที่เดินมาถึงโต๊ะที่เขามานั่งคอยท่าอยู่ก่อนหน้าแล้ว
“อืม ไม่ได้เจอกันนานสบายดีนะ” ชายหนุ่มตอบในลำคอ ก่อนถามสารทุกข์สุกดิบเพื่อน
“สบายมาก...สวัสดีครับน้องกิ่ง” เขาตอบแล้วหันไปทักภรรยาของนนทภัทรบ้าง
“สวัสดีค่ะพี่อัคร”
“น้องกิ่ง...พี่ขอโทษด้วยนะที่ไม่ได้ไปงานแต่ง พอดีพี่ติดประชุมบอร์ดบริหารน่ะ”
หญิงสาวนั่งเก้าอี้ที่สามีขยับให้เรียบร้อยแล้วเขาก็นั่งข้าง ๆ ภรรยา ผู้บริหารโรงแรมชื่อดังของเมืองสุราษฎร์ก็พูดอย่างเสียดาย
“ไม่เป็นไรค่ะ พี่อัครไม่ได้ไปงานแต่ง แต่ส่งของขวัญไปให้แล้วนิคะแถมยังให้ณิดาไปเป็นเพื่อนเจ้าสาวอีก กิ่งไม่ว่าหรอกค่ะ” พลางส่งรอยยิ้มหวานตบท้าย
“ครับ งั้นเราสั่งอาหารกันเลยนะ อยากกินอะไรสั่งได้ตามสบาย วันนี้พี่เลี้ยงเอง” เจ้าของโรงแรมภิญโญกวักมือเรียกพนักงานที่เดินมาแถวนั้นให้นำเมนูอาหารมาให้เลือกและรอรับออร์เดอร์ไปด้วย
“งั้นให้เจ้าของบ้านแนะนำเมนูดีกว่าค่ะ มีแต่อาหารหน้าตาน่ากินกิ่งเลือกไม่ถูกเลย”
“อาหารขึ้นชื่อของที่นี่จะเป็นกุ้งนึ่งนมสดสมุนไพร น้องกิ่งสนใจไหมครับ” สามีเพื่อนสนิทแนะนำเมนูขึ้นชื่อของที่นี่ให้หญิงสาวหนึ่งเดียวฟัง ร่างบางได้แต่พยักหน้ารับอย่างสนใจ
“เอากุ้งนึ่งนมสดสมุนไพร ปูผัดผงกะหรี่ ต้มยำทะเล ทะเลสามรสขอเปรี้ยวนำนะครับ ข้าวหนึ่งโถ” อัครเดชบอกเมนูอาหารกับพนักงาน และทราบจากภรรยามาว่าเพื่อนสนิทคนนี้ชอบกินเปรี้ยวเลยสั่งอะไรที่รสจัดจ้านมาให้ลองชิม “น้องกิ่งอยากเพิ่มอะไรอีกหรือเปล่าครับ”
“พอแล้วค่ะ” หญิงสาวส่ายหน้าปฏิเสธ เมื่อผู้บริหารโรงแรมเล่นสั่งแต่เมนูทะเลทั้งนั้น ไม่รู้ว่าจะกินกันหมดหรือเปล่า
ตลอดระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่นนทภัทรและกรรณิกาอยู่ที่นี่ ต่างได้ใช้เวลาร่วมกันตามประสาข้าวใหม่ปลามัน แม้ทุกอย่างจะออกนอกแผนไปบ้างก็ถือว่าชดเชยกันได้ ถึงจะได้ไปแค่ทะเลที่อยู่ตรงข้ามบ้านพักของอัครเดชในช่วงเย็นของทุกวันก็ตามจนวันนี้เป็นวันที่ทั้งสองจะเดินทางกลับ ทั้งอัครเดชทั้งชณิดาภาต่างเดินออกมาส่งถึงหน้าบ้าน“ขอบคุณสำหรับที่พักนะณิดา” กรรณิกาเอ่ย เมื่อเดินมาหยุดอยู่ข้างรถตู้ของโรงแรมที่จะออกไปส่งที่สนามบิน“ไม่เป็นไรหรอก แค่แกมาหาเราก็ดีใจแล้ว”“เรากลับก่อนนะ”“เดี๋ยวเราจะขึ้นไปหาบ่อย ๆ ฝากบอกน้ำฟ้าด้วยนะว่าคิดถึง” สองสาวกอดกันกลมเมื่อได้เวลาแล้ว“เดินทางปลอดภัยนะเว้ย ถึงแล้วก็โทรบอกกันบ้าง” อัครเดชบอกเพื่อน“อืม ๆ”“เรื่องที่ฉันเคยบอกก็จับตาดูให้ดีล่ะ อาจจะมีอะไรเด็ด ๆ ให้พ่อตาแม่ยายมึงตกใจเล่นก็ได้” เจ้าของบ้านกระซิบกระซาบให้ได้ยินกันสองคน โดยที่ไม่ให้สองสาวเห็น…“กลับมาแล้วค่ะ” กรรณิกาส่งเสียงมาตั้งแต่ยั
ก่อนกลับนนทภัทรและกรรณิกายังได้เห็นทะเลหมอกลอยปกคลุมอยู่ยอดขุนเขาท่ามกลางแสงแรกของวันที่สาดส่องลงมาบาง ๆ ก่อนพากันของว่างที่มีวางไว้ให้บริการตัวเองและเดินทางกลับด้วยรถตู้ที่ทางโรงแรมส่งมารับในเวลาต่อมาทันทีที่มาถึงโรงแรมที่พักนนทภัทรก็ได้ทำการคืนห้อง ด้วยเขาจะเข้าเกาะในตอนบ่าย ทว่ามีประกาศแจ้งเตือนจากกรมอุตุนิยมว่าจะมีพายุเข้าในวันนี้ สองสามีภรรยาเลยต้องพับแผนที่วางไว้ใส่กระเป๋า ชณิดาภาที่รู้ข่าว สั่งให้เลขาของสามีพาทั้งสองนั่งรถกอล์ฟมาส่งที่บ้าน“น้ำตาลจ๊ะยกกระเป๋าไปอยู่ห้องเดิมที่คุณกิ่งเคยมาพักนะ” ชณิดาภาบอกคนงานของตัวเอง“ไม่เป็นครับพี่ยกขึ้นไปเอง” นนทภัทรปล่อยให้สองสาวได้คุยกันตามลำพังตามประสาสาว ๆ ส่วนตนยกกระเป๋ามาไว้บนห้องแทน ที่เหลือก็ให้ภรรยาเก็บใส่ตู้ ห้องนี้เขาเคยมานอนแล้วช่วงที่อัครเดชและชณิดาภาแต่งงาน การจัดแต่งห้องยังเป็นโทนสีขาวทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเตียงนอน ตู้เสื้อผ้า โซฟาก็ยังเป็นสีขาวมีลายจุดเล็ก ๆ อยู่บ้างประปราย“ขอบใจนะ เราคงรบกวนจนกว่าจะกลับเลยล่ะ” กรรณิกาพูดอย่างเกรงใจ“ทำไมถึงคิดอย่า
สองชั่วโมงกลับการนั่งรถ ทั้งคู่ก็มาถึงที่หมายอย่างปลอดภัย เมื่อส่งลูกทัวร์ถึงที่หมายรถตู้ก็กลับไปทันที หากมองจากตรงนี้ที่เป้นเนินสูงจะเห็นว่ามีแพไม้ไผ่และเรือหลายสิบลำลอยละลิ่วอยู่เหนือผิวน้ำคอยรับลูกทัวร์ไปส่งตามที่พักที่ต้องนั่งเรือหรือแพเข้าไป“พี่นนท์เราไปถ่ายรูปก่อนไหมคะ” กรรณิกาตะโกนถามสามีแข่งกับเสียงลมที่พัดมา“จ้ะ พี่ว่ายังพอมีเวลา”ทั้งคู่เดินชมวิวเหนือเขื่อนพร้อมทั้งถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก จนผ่านไปครึ่งชั่วโมงถึงพากันลงเรือเพื่อไปยังห้องพักที่ทางโรงแรมจองไว้ให้ ใช้เวลานานพอสมควรถึงมาถึงที่พัก บรรยากาศโดยรอบร่มรื่น ร่มเย็น สงบ เหมาะแก่การพักผ่อน และยังเห็นหินปูนที่โผล่พ้นน้ำมามากมายเช็กอินที่ล็อบบี้เรียบร้อย พนักงานต้อนรับได้พาทั้งสองเดินบนแพไม้ไปยังห้องที่จองไว้ ซึ่งอยู่หลังสุดท้ายและอยู่ห่างจากหลังอื่น ๆ พอควร ตัวบ้านทำจากไม้ทั้งหมดมีหนึ่งห้องนอนและมีห้องน้ำในตัว ที่ที่เขาพักนั้นเหมาะสำหรับคู่รักที่มาฮันนีมูนอย่างเช่นคู่ของตน เพราะห้องห้องนี้จัดไว้ให้เป็นสไตล์สวีต เข้ามาในตัวบ้านจะเป็นกระจกด้านหน้ามีผ้าม่านสีฟ้าอ่อน
“คิดถึงเหมือนกัน สบายดีนะ”“สบายมาก นั่งก่อน” จัดแจงให้เพื่อนนั่งข้างตัวเองอย่างไม่ถามความเห็นของสามีและสามีของเพื่อน“สั่งเลยนะ เราเลี้ยงเอง” แล้วยื่นเมนูรายการอาหารให้คนข้าง ๆ“เอ่อ ที่รักครับ...” อัครเดชเอ่ยเสียงอึก ๆ อัก ๆ อย่างเกรงใจเมีย“ว่าไงคะ!!” ชณิดาภาถามเสียงเขียว“เปล่าครับเปล่า” ปฏิเสธด้วยคำพูดแต่ท่าทางก็มาพร้อมด้วยการโบกมือว่อนไปมาเฮ้อ สุดท้ายก็แพ้เมียอีกจนได้“พี่อัครน่ารักจังเลย” กรรณิกาปิดปากหัวเราะราวมีเรื่องตลกน่าขบขัน“ใช่ไหมล่ะ” ชณิดาภายักคิ้วให้เพื่อนประมาณว่าข่มไม่ได้อย่างฉันล่ะสิ เลยถูกเพื่อนสาวเบะปากใส่ซะเลยข้อหาหมั่นไส้ห้องอาหารที่สองคู่นั่งกันอยู่นั้นเป็นโซนอาหารไทยที่เคยมานั่งกินข้าวกับอัครเดชเมื่อคืนกรรณิกาสังเกตบริเวณโดยรอบ หลังเมื่อคืนไม่ได้แม้แต่จะมอง สถานที่ของที่นี่จัดได้อย่างสวยงาม สอดแทรกความเป็นไทยเข้าด้วยกันได้ เพอร์เฟกต์ถูกใจคนรักการจัดสวนอย่างเธอเป็นที่สุดด้านที่เธอนั่ง
“อย่าทำอย่างนั้นสิคะ” นนทภัทรพูดด้วยน้ำเสียงงัวเงียเมื่อถูกรบกวนห้วงนิทราจากคนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมกอดแล้วกระชับรัดกอดแน่น“อือ กิ่งหายใจไม่ออกนะ” พลางใช้มือดันอกแกร่งที่เปลือยเปล่าอยู่ออก และเธอเพิ่งรู้ตัวว่าไม่อาภรณ์ใด ๆ อยู่บนเรือนร่างเลยแม้แต่ชิ้นเดียว “พี่นนท์ทำไมไม่ใส่เสื้อผ้าให้กิ่งด้วยคะ”แต่คนที่กำลังสูดดมกลิ่นกายหอม ๆ อยู่หาสนใจไม่ กลับใช้ปลายนิ้วชี้ข้างหนึ่งจี้เอวบางอย่างหยอกเย้า เป็นผลให้คนโดนแกล้งหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง เพราะบ้าจี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เจออย่างนี้จึงเกิดอาการชักดิ้นชักงอให้เห็น“ฮ่า ฮ่า พี่นนท์คะกิ่งจั๊กจี้นะ อย่าแกล้งกันอย่างนี้สิ”แกล้งจนพอใจชายหนุ่มถึงปล่อยร่างเล็ก เมื่อหลุดออกจากแขนแกร่งได้หญิงสาวรีบลุกขึ้นวิ่งเข้าห้องน้ำทั้งร่างกายเปลือยเปล่าอย่างนั้น แต่ก่อนจะเข้าไปกับหันมาแลบลิ้นใส่ร่างสูงที่นั่งมองมาจากบนที่นอน“ยังอีก!”นนทภัทรทำท่าจะลุก ทำให้ร่างเล็กส่งเสียงกรีดร้องออกมาแล้วรีบปิดประตูห้องน้ำจนเกิดเสียงดัง เกรงว่าชายหนุ่มจะเข้ามาแกล้งเธอถึงข้าง
“กิ่งจ๋า อาบน้ำพร้อมพี่นะครับ พี่อยากมีคนถูหลังให้น่ะ”“ว้าย! พี่นนท์” เข้าห้องมาได้ชายหนุ่มก็อุ้มร่างบางตรงไปยังห้องน้ำทันที หญิงสาวกรีดร้องด้วยความตกใจ ก่อนสามีหนุ่มจะวางร่างของเธอลงพื้นกระเบื้องพร้อมทั้งจับถอดเสื้อผ้าจนหมด ไม่ว่าจะเป็นของชิ้นเล็กชิ้นน้อย ถึงมาถอดของตัวเองบ้างโดยใช้เวลาแค่เสี้ยววินาที ร่างกายแข็งแรงเปลือยเปล่าอุดมไปด้วยลอนกล้ามเนื้อท้องของผู้ชายที่มักใช้เวลาหมดไปกับการออกกำลังกายเป็นแรมเดือนกว่าจะได้ร่างกายกำยำอย่างนี้ ทำให้หญิงสาวมองด้วยสายตาตกตะลึงเบิกตากว้างอ้าปากค้าง ถึงแม้จะเห็นมาหลายต่อหลายครั้งก็ยังไม่ชินกับร่างกายของสามีหนุ่มอยู่ดี ล่าสุดในคืนเข้าหอเธอไม่ได้สังเกตอะไรในร่างกำยำนี้แม้แต่น้อย ทุกครั้งที่เขาพาเธอเล่นผีผ้าห่มเขาไม่เคยเลยที่จะให้เธอตั้งตัวหรือเตรียมใจและครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันปลง!สั้น ๆ แต่ได้ใจความ“กิ่งเช็ดน้ำลายด้วยค่ะ ไหลถึงครางแล้ว” ร่างบางที่มองเขาจนตาค้างอยู่เป็นนานยังไม่ได้สติสักที เลยเอ่ยแซวไปอย่างนั้นเอง“อุ้ย” หญิงสาวตกใจเมื่อได้ยินคำของสามี เลยเกิดอา







