Share

บทที่ 13 แทนใจผู้ใด

last update Last Updated: 2026-01-02 11:31:03

ซื่อหนิงฮวาเดินออกมาอย่างเสียหน้า ความเจ็บแค้นทำให้นางไม่สนใจสายตาของผู้คนที่มองนางมาอย่างดูแคลน นางสนแต่สิ่งที่สตรีบ้านป่าผู้นั้นพูดเป็นจริงหรือไม่

“ไปจวนเป่ยอ๋อง ข้ามีเรื่องต้องพูดคุยกับเขา”

“นายหญิงเจ้าคะ...ไม่งามนะเจ้าคะ”

“ข้าจะไป”

ซื่อหนิงฮวาไม่เชื่อฟังคำที่เมิ่งจูเตือน อย่างไรวันนี้นางต้องรู้ให้ได้ว่าสิ่งของที่เหรินเล่อพูดถึงนั่นเป็นของแทนใจที่ได้จากเป่ยอ๋องใช่หรือไม่ แม้เรื่องนี้นางไม่ควรเสียมารยาท แต่นางอยากรู้ความรู้สึกของเขาตอนนี้ว่ายังเหมือนเดิมกับนางหรือไม่

หรือแท้ที่จริง เขาก็แค่ใช้คำหวานหลอกลวงให้นางรอไปเรื่อย ๆ แต่ไม่มีวันนั้นมาถึง

หลังจากจบเหตุวุ่นวายในหอจื่อเถิงหลัวของสกุลหลัว เหรินเล่อก็ซื้อปิ่นปักผมให้เป็นรางวัลแก่สาวใช้ทั้งสาม ทั้งยังเลือกของดี ๆ ให้พวกนาง ทำให้เสี่ยวฟางและเสี่ยวเฟิงดีอกดีใจกันออกนอกหน้า พาให้สาวใช้บ้านอื่นริษยาในวาสนาของสามสาวใช้พวกนั้น จนคิดอยากจะไปเป็นสาวใช้ของพระชายาเป่ยอ๋อง

แต่มีเพียงหนึ่งคนที่ไม่ได้ชอบของสวย ๆ งาม ๆ นัก นางชี้ส่ง ๆ ไปแล้วก็ดันเป็นปิ่นที่มีราคาแพง “แม่นางท่านนี้สาย
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Latest chapter

  • อ๋องสารเลวผู้นี้อำมหิตเกินใคร   บทที่ 33 บทส่งท้าย

    สามปีถัดมาเป่ยอ๋องสร้างเรือนใหญ่โตที่ชายแดนสำหรับลูก ๆ ได้วิ่งเล่น เพราะนางไม่ยอมกลับมาซีเป่ย ดังนั้นจึงเป็นข้อตกลงกันว่าอยู่ที่ชายแดนระหว่างเผ่าหลูเค่อ เอ้อ กับซีเป่ยและเมื่อเป่ยอ๋องสร้างเรือนอย่างยิ่งใหญ่ การค้าแถบชายแดนก็คึกคักมากยิ่งขึ้น ขุนนางที่เอาแต่รับส่วยถูกกำจัดจนหมดสิ้น เหลือเพียงขุนนางซื่อสัตย์สุจริต เพราะไม่มีผู้ใดกล้าท้าทายอำนาจของเป่ยอ๋อง “ท่านแม่...ข้ามีกังหันลมด้วย” หวังเจาผิงบุตรสาวคนแรกของเหรินเล่อกับหวังหยางซั่ววิ่งถือกังหันลมที่ไปซื้อในตลาดกับขันทีเหลียงมาอวดมารดา มันมีสีแดงสดใสทำให้หวังจงผิงชอบนัก “มานี่สิลูก ไหนให้แม่เจ้าดูหน่อย” เหรินเล่อตบที่นั่งข้างตัวเองให้ลูกสาวปีนขึ้นมานั่ง ตอนนี้นางท้องลูกคนที่สองแล้วอายุครรภ์กำลังอ่อนไหวทำให้ไม่อาจยกของหนักได้ แล้วผิงผิงของนางก็ตัวกลมน่ารักยิ่งนัก “ท่านแม่ดูข้า พอเป่าแบบนี้กังหันลมก็จะหมุน” หวังจงผิงเป่าลมออกจากปากทำให้คนที่เห็นรู้สึกเอ็นดูยิ่งนัก “แล้วบิดาเจ้าเล่า” “รั้งอยู่หอนางโลมเจ้าค่ะ” หวังจงผิงตอบโดยไม่ได้คิดอะไร แต่ขันทีเหลียงปาดเหงื่อที่ผุดซึมตามกรอบหน้าแล้ว

  • อ๋องสารเลวผู้นี้อำมหิตเกินใคร   บทที่ 32 ข้าอดทนเพื่อเจ้า

    สามวันต่อมา เหรินเล่อเริ่มอยากออกกำลังกายมากขึ้น เพราะเอาแต่นอนจนรู้สึกปวดหัวไปหมด โดยที่หลังจากนางฟื้น อีกคนก็ป้วนเปี้ยนกับนางโผล่มาให้เห็นเช้า กลางวันและเย็น มีบางช่วงที่หายไปนางให้คนไปสืบก็พบว่าเขาไปดูค่ายทหารที่ชายแดน แต่เมื่อนางคิดถึงได้ไม่ทันไร คนหน้าด้านก็โผล่มาให้นางเห็นอีกแล้ว วันนี้นางตั้งใจมาเยี่ยมเสี่ยวหยวนจื่อกับเสี่ยวฟางที่ต้องบาดเจ็บเพราะนาง แต่เมื่อมาถึงได้ยินเสียงทะเลาะกันเสียงดังในกระโจม “โอ๊ย...ซื่อจื่อท่านใช้มือหรือใช้เท้าเขี่ย...เจ็บเป็นบ้า” เสี่ยวหยวนจื่อที่กำลังจะทายาที่แผลแต่ทว่ามีอีกคนเข้ามาวุ่นวาย ทั้งยังไล่เหล่านางกำนัลออกไปจนหมด “ข้าเบามือที่สุดแล้ว เจ้าก็อยู่นิ่ง ๆ” เหรินหลี่เฉียน ขมวดคิ้วแน่น เขาเบามือแล้วเหตุใดนางยังเจ็บอยู่เล่า “ไม่ต้องทาแล้วข้าทาเอง” “ด้านหลังเจ้าจะทางยังไง” “ทาได้แล้วกันกระจกก็มี” “มันเลอะน่ะสิ” “เช็ดได้” เหรินเล่อรู้สึกแปลก ๆ กับสองคนนี้หรือว่ามีใครบางคนที่คิดเกินเลยกันนะ นางจึงไม่เข้าไปรบกวนปล่อยให้ทั้งคู่ช่วยกันทาช่วยกันเช็ดให้พอใจ แล้วไปดูเสี่ยวฟางที่

  • อ๋องสารเลวผู้นี้อำมหิตเกินใคร   บทที่ 31 ข้าไม่มีสามีเช่นท่าน

    “นาง...ตั้งครรภ์!” เขาหันกลับมามองเหรินหลี่เฉียนที่เข้ามาด้านใน แล้วก็ยังไม่ทันได้ขวาง จนอีกร่างก็ได้ยินที่นางเพ้อด้วยพิษไข้แล้ว “ใช่...หลานข้าไม่เกี่ยวกับเจ้า” เหรินหลี่เฉียนผลักเป่ยอ๋องให้หลบออกไป “แต่ข้าเป็นบิดากับสามี” “แต่เจ้าทำนางเจ็บปวด จนหัวใจสลาย” คำพูดนี้ไม่เกินจริง เขารับรู้ว่านางใจสลายเมื่อเดินทางกลับมาที่บ้านเกิด ยิ่งตัวเองเป็นต้นเหตุยิ่งโทษว่าเป็นความผิดเขา ดีที่หลานในท้องยังปลอดภัย เลือดที่นางต้องเสียไปมากกับแผลที่ต้นขากับที่แขน คืนนั้นจำได้ว่าทุกคนเกือบตาย หากไม่ได้แม่นางเสี่ยวหยวนจื่อกับทหารชายแดนออกมาสู้รบ เขาไม่คิดว่านักฆ่าจะผุดออกมาร่วมร้อยคน จึงไม่ได้เตรียมกำลังพลออกมาช่วย “ข้าจะดูแลนางเอง” หวังหยางซั่วแย่งผ้าเช็ดหน้าที่เหล่านางกำนัลถือมา แล้วไปเช็ดให้นาง เหรินหลี่เฉียนเมื่อไล่ไม่ไปเขาก็จำต้องไปรายงานท่านพ่อถึงการมาของเป่ยอ๋อง แล้วจะจัดการเหล่านักโทษที่เป่ยอ๋องจับมาก็แล้วกัน ต่อให้สับพวกคนเหล่านั้นเป็นหมื่นชิ้นเขาก็ไม่หายแค้นใจด้วยซ้ำ ขันทีเหลียงที่ติดตามท่านอ๋องมาด้วย เห็นท่านอ๋องดูแลพระชายาแทบไม่ได้

  • อ๋องสารเลวผู้นี้อำมหิตเกินใคร   บทที่ 30 ข้ามาในฐานะสามีไม่ใช่เป่ยอ๋อง

    “ขันทีเหลียงต่อไปเรือนเป่ยอ๋องจะคืนให้กับหลวง ข้าสละทิ้งฐานันดรอ๋องเรียบร้อยแล้ว” ถ้อยคำที่ไม่ได้แฝงด้วยแววตาล้อเล่นทำเอาขันทีเหลียงยกมือทาบอก “ท่านอ๋อง” “ข้าจะให้เจ้าเป็นธุระจัดการแบ่งเงินจำนวนหนึ่งให้กับบ่าวรับใช้ไปตั้งตัว ยกเว้นฮุ่ยมามา” นี่ถือว่าปรานีที่สุดแล้ว หากไม่เห็นว่าเป็นคนเก่าคนแก่ของมารดา โทษประหารยังน้อยไปด้วยซ้ำกับสิ่งที่นางทำกับคนรักของตน ขันทีเหลียงติดตามท่านอ๋องมานาน ตนเองก็ไร้ที่ไปเช่นกันแต่จะขอติดตามท่านอ๋องไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ จึงคุกเข่าต่อหน้าท่านอ๋องแล้วเอ่ยความประสงค์ของตัวเองออกมา “ท่านอ๋อง โปรดให้ข้าน้อยติดตามไปด้วยเถิดข้าน้อยไม่ต้องการทรัพย์สินเงินทอง ขอเพียงได้รับใช้ข้างกายท่านอ๋องก็พอแล้ว” เป่ยอ๋องมองบ่าวรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ ไม่นึกว่าขันทีเหลียงจะตัดสินใจเช่นนี้ “ข้าจะไม่หวนกลับเมืองหลวงอีก หากไม่จำเป็นต้องทำศึก” ใช่แล้ว หากซีเป่ยขืนวกกลับมาหักหลังเขาก็พร้อมเดินหน้าเช่นกัน และรู้ว่าคนอย่างฮองเฮาไม่ยอมให้เขาไปได้ง่าย ๆ โดยไม่ส่งคนไปตามรังความแน่ บางทีอาจจะกำลังเป่าหูเสด็จพี่ของเขาอยู่ก็ได้

  • อ๋องสารเลวผู้นี้อำมหิตเกินใคร   บทที่ 29 มีทางเลือกเดียว

    “เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร ถึงเอาเรื่องนี้มาข่มขู่เราได้”เสียงโหดเหี้ยมของเป่ยอ๋องทำให้ฮุ่ยมามาเพิ่งตระหนักดีว่า ตนเองไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะเป็นฝ่ายต่อรองได้ “ขันทีเหลียงจับนางไปขังเอาไว้ในห้องเก็บฟืนงดข้าวงดน้ำ ส่วนเจ้าเสี่ยวเฟิงมากับเรา” เสี่ยวเฟิงที่ก้มหน้าติดพื้นเดินตามท่านอ๋องไปอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เมื่อถึงห้องทำงานของเป่ยอ๋องแล้วนางจึงคุกเข่าทันที “เหตุใดเจ้าจึงเป็นพยานเท็จให้กับชายาของข้า”เป่ยอ๋องไม่รั้งรอเวลาอีกต่อไป เขาอยากรู้ความจริงทั้งหมด “เรียนท่านอ๋อง ข้า...ฮึก...ข้าไม่มีทางเลือก ฮุ่ยมามาจับคนที่บ้านของบ่าวเป็นตัวประกัน หากบ่าวไม่ทำทุกคนต้องตายกันหมด บ่าวไร้ทางเลือกจริง ๆ เพคะ” คำสารภาพที่พรั่งพรูออกมาทำให้เป่ยอ๋องเห็นอกเห็นใจนางไม่น้อย ก็แค่บ่าวคนหนึ่งคิดไม่ถึงว่าฮุ่ยมามาจะอำมหิตเพียงนี้ “แล้วเสี้ยนจู่เกี่ยวอันใด” เขาถามต่อ “เสี้ยนจู่เป็นผู้ที่หนุนหลังมามาให้ทำร้ายพระชายา บ่อยครั้งมีเรื่องก็ไม่ถึงหูท่านอ๋อง เพราะพระชายาไม่อยากให้ท่านอ๋องหนักใจ จนเมื่อช่วงหลังที่ฮุ่ยมามาสงบเสงี่ยมลงเพื่อรอเวลา หากไม่ใช่พี่ชายของพระ

  • อ๋องสารเลวผู้นี้อำมหิตเกินใคร   บทที่ 28 อำมหิต

    หลังจากเหรินเล่อจากไปแล้ว ไม่กี่วันถัดมาท่านอ๋องก็ให้ทุบเรือนของพระชายาทันที “ขันทีเหลียงเรียบร้อยหรือไม่” เป่ยอ๋องที่ไม่ต้องการให้ผู้ใดเข้าไปในเรือนของนางอีกจึงทุบเรือนทิ้งเสีย จะสร้างเป็นที่เก็บของของตัวเอง แม้ใจในส่วนลึกยังรู้สึกเจ็บปวดไม่น้อยก็ตาม ผ่านมาจะห้าวันแล้ว เขายังคงคิดถึงนางไม่แปรเปลี่ยน แต่นางก็ไม่มีเหตุผลใดที่เขาจะรั้งนางไว้ได้ นอกเสียจากล่อเสือออกจากถ้ำ หนังสือหย่าที่เขาเขียนขึ้นตั้งแต่วันแรกที่แต่งงาน ถูกนำมาถือไว้อีกครั้ง เขายังไม่ได้ให้นาง และนางก็ไปแล้ว ที่จริงในตอนที่รู้สึกว่าขาดนางไม่ได้ เขาต้องการจะเผาทิ้งด้วยซ้ำ แต่มันไม่ทันการณ์แล้ว เขาเป็นคนสั่งให้นางไปจากเขาไปแล้ว “ท่านอ๋องไม่เชื่อใจพระชายาหรือพ่ะย่ะค่ะ” ขันทีเหลียงเองก็ไม่เชื่อเช่นกันว่าชุดกับรองเท้านั่นจะเป็นของชู้พระชายา ไม่มีอะไรที่เป็นไปได้เลยนอกจากพระชายาจะไม่ปริปากบอกทำให้เกิดความคลางแคลงใจให้กับท่านอ๋อง “ข้าให้โอกาสนางได้สารภาพ แต่นางกลับเลือกที่จะเงียบ เจ้าคิดว่าเราควรทำเช่นไร ไม่เท่ากับนางยอมรับหรอกหรือ” ขันทีเหลียงเองก็จนด้วยคำพูด จึง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status