Share

บทที่ 2

Penulis: moonlight -mini
last update Tanggal publikasi: 2026-06-12 15:09:24

บทที่ 2

วนิดาถอนหายใจเฮือกหนึ่งอย่างไม่ปิดบัง พลางยืนพิงราวเรือ มองผืนน้ำสีดำสนิทที่สะท้อนแสงไฟจากตัวเรือยอร์ชสุดหรูซึ่งลอยลำอยู่กลางทะเล

เรือยอร์ชส่วนตัวขนาดมหึมา รองรับผู้โดยสารได้กว่าหนึ่งร้อยชีวิต ความโอ่อ่าหรูหรานี้สมกับเป็นผลงานของบุตรชายเจ้าของอู่ต่อเรือที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกอย่าง “พบตะวัน” อย่างแท้จริง

เธอรู้อยู่แล้วว่าอย่างไรเขาก็ต้องได้รับเชิญมาร่วมงานปาร์ตี้วันเกิดล่องเรือ 2 วัน 3 คืนนี้

แต่ที่ไม่คาดคิด…

คือคืนแรกก็ต้องมาเจอกัน ทั้งที่เรือก็ออกจะกว้างขนาดนี้แท้ ๆ

“โกยนมมาตั้งแต่ตาตุ่มเลยเหรอหมวยเล็ก”

เสียงคุ้นเคยที่มาพร้อมคำพูดกวนประสาทดังขึ้นด้านหลัง วนิดากรอกตามองฟ้าอย่างไม่คิดจะปิดบังความเอือมระอา ก่อนจะหันกลับไปมองคนพูดด้วยสายตาเย็นชา

“เจอหน้ากันทีไร ปากปีจอตลอดเลยนะคิน”

เธอสวนกลับทันควัน อาคิรายกยิ้มมุมปาก ราวกับสนุกกับปฏิกิริยาของเธอ ทั้งสองคนยืนเผชิญหน้ากันอย่างคนที่ไม่เคยถูกชะตากันมาตั้งแต่เด็ก และนั่นก็เป็นเรื่องจริง

วนิดาไม่เคยเข้าใจว่าทำไมพ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายถึงจับเธอกับเขาหมั้นหมายกันตั้งแต่ยังเล็ก ทั้งที่นิสัยและความคิดแทบจะตรงข้ามกันคนละขั้ว

อยู่ร่วมโลกเดียวกันยังลำบาก

นับประสาอะไรกับการใช้ชีวิตคู่

โชคดีเพียงอย่างเดียว…คือหลังจากหมั้นหมายกันแล้ว ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายก็ไม่เคยเร่งรัดเรื่องแต่งงาน

ปล่อยให้เวลาผ่านไป

จนตอนนี้…เธอกับเขาอายุย่างเข้าเลขสามแล้ว

แต่สถานะ “คู่หมั้น” ก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม

“เก็บปากไว้แดรกข้าวเถอะคิน” วนิดาตอกกลับเสียงเรียบ “ใช้ส้นตีนมองเหรอ ถึงบอกว่าโกย ของแท้แม่ให้มาย่ะ”

สายตาของเธอเลื่อนผ่านเขาไปยังหญิงสาวที่ยืนแนบชิดอยู่ข้างกายอาคิรา

“เด็กนายใส่เศษผ้าปิดแค่นมกับกางเกงตัวจิ๋ว” นางเอ่ยประชด “ถ้าไม่รู้ว่าเป็นเด็กนาย คงนึกว่ามาหารายได้เสริม”

หญิงสาวคนนั้นหน้าเสียทันที แต่อาคิรายังไม่ทันตอบโต้ วนิดาก็ดึงแขนปราณีเพื่อนสนิทของเธอ แล้วเดินหนีไปนั่งที่โต๊ะอีกมุมหนึ่งโดยไม่คิดจะต่อปากต่อคำ

“มึงนี่นะ…” เจมส์ส่ายหัว มองเพื่อนตัวเองอย่างระอา “แทนที่จะปล่อยให้หมวยเล็กเดินผ่านไปเฉย ๆ เสือกไปทัก”

“แบบนั้นเรียกทักเหรอวะ” ปกปักษ์เสริม “ต่อให้ไม่ใช่หมวยเล็ก เป็นใครก็ไม่ชอบทั้งนั้น” ความจริง มันเป็นแบบนี้กับวนิดาแค่คนเดียว เจอหน้ามีแต่หาเรื่องไม่ต่อปากต่อคำก็ทะเลาะ เป็นคู่หมั้นที่ไม่มีหรอกรักกันดี มีแต่จะตีกันตาย

อาคิราเพียงยักไหล่ ไม่ได้รู้สึกผิดแม้แต่น้อย“ก็แค่ไม่ชอบเห็นยัยนั่นมีความสุข”

คำตอบสั้น ๆ แต่ชัดเจน เขาไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่ทุกครั้งที่เห็นวนิดายิ้ม หรือดูมีความสุขมันทำให้เขาหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก

“พี่หมวยเล็กคะ”

เสียงหวานใสดังขึ้นจากด้านหลังในขณะที่วนิดากำลังส่องกระจกในห้องน้ำเธอเงยหน้าขึ้น มองหญิงสาวในกระจก คู่ควงคนล่าสุดของอาคิรา

“มีอะไรกับพี่คะ…น้องริสา”น้ำเสียงของเธอเรียบเฉย

ริสากัดริมฝีปากเล็กน้อย ก่อนจะรวบรวมความกล้า “พี่กับพี่คินก็ไม่ได้รักกัน…ทำไมไม่ถอนหมั้นกันล่ะคะ”

วนิดาเลิกคิ้วเล็กน้อย

“ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันไป…ไม่ดีกว่าเหรอคะ” อีกฝ่ายพูดต่อ “เวลาพี่คินไปไหนมาไหนกับริสา คนก็เอาไปนินทาว่านอกใจคู่หมั้น”

วนิดาถอนหายใจอีกครั้ง เหมือนจะเป็นคำถามง่าย ๆ แต่คำตอบกลับซับซ้อนกว่านั้นมาก

เธอจะไม่อยากถอนหมั้นได้อย่างไร

อาคิราก็คงคิดไม่ต่างกัน

แต่พวกเขาทำไม่ได้ เพราะสองตระกูล…ผูกพันกันมายาวนาน ตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษที่เดินทางมาจากเส้นทางสายไหม มาตั้งรกรากในแผ่นดินนี้ตั้งแต่ก่อนสมัยอยุธยา สองตระกูลร่วมทุกข์ร่วมสุข ค้ำจุนกันมาโดยตลอด และไม่เคยมีการบังคับให้ลูกหลานแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์

จนกระทั่ง…มาถึงรุ่นของพวกเขา

นั่นสิทำไมต้องเป็นเธอกับคิน

“ถ้าเขามีคนที่รักจริง ๆ” วนิดาเอ่ยขึ้นช้า ๆ “พี่ก็จะจูงมือไปขอที่บ้านให้ถอนหมั้นให้เอง” แต่ติดตรงนี้หมอนั่นควงดารานางแบบมาครึ่งวงการแล้วแต่กลับไม่มีตัวจริงสักคน แล้วดูเด็กนี่ก็ไม่น่าจะใช่

คำพูดนั้นทำให้ริสาชะงักแต่เพียงครู่เดียว เธอก็เงยหน้าขึ้นอย่างมั่นใจ “พี่คินกับริสารักกันค่ะ”

น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นในบรรดาผู้หญิงทั้งหมด ริสาอยู่กับอาคิรามานานที่สุด เธอมองวนิดาตรง ๆ

“ถ้าไม่มีพี่…ริสาต้องได้เป็นตัวจริงแน่นอน”

หางคิ้วของวนิดากระตุกเล็กน้อย

“ติดก็ตรงพี่หมวยเล็ก” ริสาพูดต่อ “ที่พี่รั้งพี่คินไว้ เพราะพี่รักเขาใช่ไหมคะ แต่ในเมื่อพี่คินไม่ได้รักพี่เลย พี่อย่าเห็นแก่ตัวได้ไหม ปล่อยพี่คินไปเถอะ”

คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศเย็นลงในทันที

วนิดานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมา

“น้องคะ…” น้ำเสียงของเธออ่อนโยนอย่างน่าประหลาด “น้องต้องแยกให้ออกนะ ว่าระหว่าง ‘รัก’ กับ ‘ใคร่’ มันต่างกันยังไง” เธอหันไปมองอีกฝ่ายเต็มตา

“ผู้ชายที่นอนกับผู้หญิง แล้วจ่ายเงินให้เป็นรายครั้งหรือรายเดือน…ทั้งๆ ที่คนทั้งโลกรู้ว่าเขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว” เธอหยุดเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยต่ออย่างชัดถ้อยชัดคำ “ผู้หญิงที่แทรกตัวเขามาแบบนั้นเขาไม่ได้เรียกว่าแฟนเขาเรียก กะ…”

ใบหน้าของริสาเปลี่ยนสีทันที กะหรี่ อีหมวยเล็กมันจะเรียกเธอว่ากะหรี่งั้นเหรอ “พี่ว่าริสาเป็นแบบนั้นเหรอคะ!”

เธอเงื้อมือขึ้นอย่างควบคุมอารมณ์ไม่อยู่แต่ยังไม่ทันจะฟาดลงมา วนิดาก็เอ่ยขึ้นเรียบ ๆ

“อย่าเข้ามานะ” น้ำเสียงเย็นจนทำให้คนฟังชะงัก “ถ้าไม่อยากไปแก้จมูกใหม่” เธอจ้องอีกฝ่ายนิ่ง “ถ้าคบกับคินมานาน…ก็คงรู้ว่าฉันกับเขาใช้ครูมวยคนเดียวกัน”

มือที่เงื้ออยู่…ค่อย ๆ ลดลง ริสากัดฟันแน่น แต่ไม่กล้าทำอะไรต่อ วนิดาไม่สนใจอีกต่อไป เธอหันหลัง เดินออกจากห้องน้ำตรงไปยังโต๊ะของอาคิรา ทั้งที่ตั้งใจว่าจะไม่คุยกับเขาในคืนนี้แล้ว แต่ในเมื่อเขาคุมคนของตัวเองไม่ได้ เธอก็จำเป็นต้องพูดให้ชัด

“คิน” เธอเรียกชื่อเขาเสียงเรียบ “ต่อให้นายจะกินไม่เลือกแค่ไหน ก็ช่วยบอกคู่ขาของนายให้ชัดเจนด้วย” เธอมองริสาที่เดินตามมาข้างหลัง “ว่าอย่ามาวุ่นวายกับฉัน”

อาคิราหันไปมองหญิงสาวข้างกายเล็กน้อยสีหน้าเริ่มเย็นลง

เขามีกฎ

และเขาบอกผู้หญิงทุกคนก่อนขึ้นเตียงเสมอห้ามยุ่งกับชีวิตส่วนตัวของเขา ห้ามก้าวล้ำ ห้ามแตะต้องคู่หมั้นของเขา

ดูเหมือนว่า…เขาจะควงริสานานเกินไปจนเธอลืมกฎข้อนี้

“พี่คินคะ ริสาไม่ได้ไปยุ่งเลยนะคะ” ริสารีบแก้ตัว “แค่เจอกันในห้องน้ำ แล้วทักกันเฉย ๆ”

เธอรีบมองเขาอย่างขอความเห็นใจ

“ระหว่างคู่หมั้น…กับผู้หญิงที่ฉันจ่ายเงินให้” อาคิราเอ่ยช้า ๆ สายตาคมกวาดมองทั้งสองคน “ฉันควรเชื่อใครดี”

คำถามนั้น…ไม่ต้องการคำตอบแม้เขากับวนิดาจะไม่เคยลงรอยกัน แต่เธอไม่เคยก้าวก่ายเรื่องผู้หญิงของเขา ไม่เคยสร้างปัญหา ไม่สนใจด้วยว่าเขาจะควงใคร ไปไหน และไม่เคยลดตัวลงมาทะเลาะกับใครก่อน แม้เธอจะปากร้ายแต่เธอไม่มีทางหาเรื่องใครก่อนเรื่องนั่นเขารู้ดีกว่าใคร ขนาดกับเขาเธอยังไม่เคยหาเรื่องเขาก่อนเลยสักครั้ง

ดังนั้นเขารู้ดีว่าใครพูดความจริง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Komen (1)
goodnovel comment avatar
Golden
บ้าไปแล้ว บทที่สองคนละเรื่อง
LIHAT SEMUA KOMENTAR

Bab terbaru

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   ตอนพิเศษ 2 ถ้าซวีหยวนหยานตัวจริงได้เห็น

    ตอนพิเศษ 2 ถ้าซวีหยวนหยานตัวจริงได้เห็นค่ำคืนหนึ่งหลังแต่งงานกับเฉินยวี่ได้หลายเดือนเสี่ยวถังฝัน เป็นความฝันที่ชัดเจนเสียจนเหมือนเรื่องจริงนางยืนอยู่ในสวนแห่งหนึ่งรอบกายเงียบสงบ ดอกเหมยสีขาวผลิบานเต็มกิ่ง หิมะโปรยลงมาอย่างแผ่วเบา ทุกสิ่งงดงามราวกับฉากหนึ่งในนิยายตรงหน้าของนาง มีสตรีผู้หนึ่งยืนหันหลังให้อาภรณ์สีแดงเข้ม เรือนผมดำยาว แผ่นหลังอรชรที่คุ้นตาเหลือเกิน คุ้นเสียจนหัวใจของเสี่ยวถังพลันเต้นช้าลงนางค่อย ๆ สาวเท้าเข้าไป เสียงฝีเท้าจมลงบนหิมะบางเบาเมื่อสตรีผู้นั้นหมุนกายกลับมา เสี่ยวถังก็ชะงักทันทีเพราะใบหน้านั้น…คือใบหน้าของซวีหยวนหยาน เหมือนกันทุกประการ สตรีผู้นั้นยิ้มอ่อน ดวงตาคู่นั้นไม่มีความเกรี้ยวกราดไม่มีความคับแค้น มีเพียงความสงบที่ลึกซึ้ง“ในที่สุด…ข้าก็ได้พบเจ้าเสียที”เสี่ยวถังเม้มริมฝีปาก “ท่าน…คือซวีหยวนหยาน”อีกฝ่ายพยักหน้า “ใช่ เจ้าคือผู้ที่มาใช้ชีวิตแทนข้า”ทั้งสองเงียบไปครู่หนึ่ง เสี่ยวถังไม่รู้ว่าควรเริ่มพูดจากตรงไหน นางเคยคิดถึงเจ้าของร่างนี้มาหลายครั้งคิดว่า หากซวีหยวนหยานตัวจริงได้เห็นทุกอย่างนางจะโกรธหรือไม่จะเสียใจหรือไม่จะคิดว่าเสี่ยวถังขโมยชีว

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   ตอนพิเศษ 1 เมื่อผู้เขียนลืมเขียนตอนนี้ไว้ สามปีหลังจากเหตุการณ์ทั้งหมด 2

    ตอนพิเศษ 1 เมื่อผู้เขียนลืมเขียนตอนนี้ไว้ สามปีหลังจากเหตุการณ์ทั้งหมด 2ผ่านไปครู่หนึ่งเขาจึงเงยหน้าขึ้นมองนาง“ถังถัเจ้าว่า…หรือเรื่องราวของเรา กำลังถูกใครบางคนอ่านอยู่เช่นกัน”เสี่ยวถังมองเขา ทั้งสองสบตากันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาพร้อมกัน“คงไม่หรอก”นางตอบทันทีแต่ในใจ…กลับไม่แน่ใจเลยแม้แต่น้อยสายลมพัดผ่านลานเรือน หน้าหนังสือพลิกไปเองทีละหน้า จนไปหยุดอยู่ที่หน้าสุดท้ายหน้าซึ่งก่อนหน้านี้ยังว่างเปล่าบัดนี้…กลับมีตัวอักษรปรากฏขึ้นทีละบรรทัดตอนพิเศษเมื่อผู้เขียนลืมเขียนตอนนี้ไว้…เสี่ยวถังถึงกับยกมือกุมหน้าผากก่อนหัวเราะจนแทบหยุดไม่อยู่“นี่มัน…จะเกินไปแล้วนะ”เฉินยวี่เองก็อดหัวเราะตามไม่ได้ “อย่างน้อย ตอนจบคราวนี้ ผู้เขียนก็ใจดีกับท่าน”เสี่ยวถังปิดหนังสือลงเบา ๆ บุรุษนักเดินทางมองทั้งสองสลับกันด้วยสีหน้างุนงง“ตกลง…พวกท่านรู้จักหนังสือเล่มนี้หรือไม่”เสี่ยวถังมองหนังสือในมือ ก่อนเงยหน้ามองท้องฟ้าสีครามเหนือยอดต้นท้อ รอยยิ้มค่อย ๆ ปรากฏบนใบหน้า“รู้จักเจ้าค่ะ รู้จักดีมากทีเดียว”เฉินยวี่มองนางด้วยรอยยิ้ม “แล้วท่านจะทำอย่างไรกับมัน”เสี่ยวถังค่อย ๆ ลูบปกหนังสือว่างเปล่า ก

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   ตอนพิเศษ 1 เมื่อผู้เขียนลืมเขียนตอนนี้ไว้ สามปีหลังจากเหตุการณ์ทั้งหมด

    ตอนพิเศษ 1 เมื่อผู้เขียนลืมเขียนตอนนี้ไว้ สามปีหลังจากเหตุการณ์ทั้งหมด 1เช้าวันหนึ่งในเมืองหลวงแสงแดดอ่อนของต้นฤดูใบไม้ผลิสาดผ่านกิ่งท้อในลานเรือน ดอกท้อสีชมพูอ่อนผลิบานเต็มกิ่ง กลีบบางปลิวร่วงตามสายลม ตกลงบนพื้นหินและขอบโต๊ะไม้ราวกับหิมะสีอ่อนเสี่ยวถังนั่งอยู่ใต้ต้นท้อบนโต๊ะมีสมุดบัญชีหลายเล่มวางซ้อนกันปลายพู่กันในมือนางเคลื่อนไปตามแผ่นกระดาษอย่างคล่องแคล่วสามปีผ่านไป นางยังคงทำงานตรวจบัญชีเช่นเดิมเพียงแต่เวลานี้ ชื่อของนางมิใช่เพียงผู้ช่วยของหน่วยตรวจการอีกต่อไปผู้คนทั่งแคว้นต่างรู้กันดีว่าหากบัญชีใดตกถึงมือซวีหยวนหยาน ต่อให้ซ่อนตัวเลขไว้ลึกเพียงใด ก็ไม่มีทางหลุดรอดสายตานางไปได้เฉินยวี่นั่งอยู่อีกฝั่งของโต๊ะแต่แทนที่จะช่วยตรวจเอกสาร เขากลับนั่งมองนางเสียมากกว่าเสี่ยวถังเขียนตัวเลขต่อไปได้หลายบรรทัด แรก ๆ นางทำเป็นไม่สนใจ แต่เมื่อรู้สึกได้ว่าสายตาอีกฝ่ายยังคงจับจ้องอยู่ในที่สุดนางก็เงยหน้าขึ้น“ท่านมีอะไรจะพูดหรือ”เฉินยวี่ส่ายหน้า “ไม่มี”เสี่ยวถังวางพู่กันลง “เช่นนั้นเหตุใดจึงมองข้าอยู่เช่นนี้”เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบตามตรง “เพราะข้ากำลังคิด”“คิดอะไร”“หากวันนั้น…”“

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   บทที่ 45 ชีวิตที่ไม่ได้วางแผน

    บทที่ 45 ชีวิตที่ไม่ได้วางแผนเรือนเช่าหลังเล็กที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเพียงที่พักชั่วคราว บัดนี้กลายเป็นเรือนหลังใหม่ที่กว้างขึ้นไม่หรูหรา ไม่โอ่อ่าแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นเป็นเรือนที่นางกับเฉินยวี่ช่วยกันเลือก ช่วยกันปลูกต้นไม้หน้าบ้าน ช่วยกันจัดวางโต๊ะ เก้าอี้ ชั้นหนังสือ และเครื่องใช้ทุกชิ้นไม่มีสิ่งใดล้ำค่า แต่ทุกสิ่งล้วนมีความทรงจำทุกมุมของบ้าน ต่างมีเรื่องราวของคนทั้งสองซ่อนอยู่หน้าต่างบานหนึ่งเป็นที่ที่เสี่ยวถังชอบนั่งอ่านหนังสือใต้ต้นเหมยในลานเรือนคือสถานที่ที่เฉินยวี่มักชงชารอให้นางกลับจากทำงานส่วนห้องหนังสือยังคงเต็มไปด้วยสมุดบัญชีและเอกสารกองโตไม่ต่างจากเดิมเพียงแต่คราวนี้ มันไม่ได้เป็นภาระ หากเป็นงานที่ทั้งสองต่างภาคภูมิใจเช้าวันหนึ่งแสงอาทิตย์อ่อน ๆ สาดผ่านบานหน้าต่างไม้เสียงพ่อค้าแม่ค้าจากตลาดดังแว่วมาตามสายลม กลิ่นโจ๊กหอมกรุ่นจากร้านหัวมุมถนนลอยเข้ามาเจือกับกลิ่นชาที่กำลังต้มอยู่ในครัวเสี่ยวถังค่อย ๆ ลืมตาขึ้น นางนอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ฟังเสียงธรรมดาเหล่านั้นอย่างเงียบงันเช้าธรรมดาวันหนึ่งและนั่นเอง คือสิ่งที่นางโหยหามาตลอดไม่นานนัก ประตูห้องก็ถูกเปิดออกเบา ๆ

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   บทที่ 44 การกลับมาของคนที่รอ

    บทที่ 44 การกลับมาของคนที่รอหนึ่งเดือนผ่านไปเมืองหลวงก้าวเข้าสู่ปลายฤดูหนาวอย่างเงียบงัน หิมะที่เคยปกคลุมทั่วเมืองเริ่มละลายทีละน้อย ราวหลังคาเปียกชื้นด้วยหยดน้ำที่หยดลงมาเป็นจังหวะ สองข้างถนนเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง พ่อค้าแม่ค้าต่างทยอยเปิดร้านรับลูกค้าแต่เช้าตรู่ชีวิตของเสี่ยวถังยังคงดำเนินไปไม่ต่างจากทุกวันยามเช้า นางออกตรวจเอกสารและบัญชียามบ่าย ประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่หน่วยตรวจการ เพื่อวางแผนตรวจสอบเมืองใกล้เคียงยามค่ำจึงกลับเรือนหลังเล็กของตน นั่งอ่านตำราใต้แสงตะเกียง ก่อนเข้านอนพร้อมจดหมายของเฉินยวี่ที่เก็บไว้ในกล่องไม้ข้างเตียงแม้เขาจะไม่อยู่แต่งานของหน่วยตรวจการไม่เคยหยุดเดินตรงกันข้าม…กลับเดินหน้าอย่างเป็นระบบยิ่งกว่าเดิม เสี่ยวถังได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่หลายคนจัดระเบียบการทำงานใหม่ทั้งหมดสมุดบัญชีที่เคยกองสุมจนแทบหาสิ่งใดไม่พบ ถูกแบ่งหมวดหมู่ตามเมืองและปีเอกสารทุกฉบับมีเลขกำกับมีสารบัญมีผู้รับผิดชอบชัดเจนแม้แต่เจ้าหน้าที่อาวุโสหลายคนยังอดเอ่ยชมไม่ได้ว่า“ตั้งแต่มีคุณหนูซวีเข้ามา งานของพวกเราง่ายขึ้นมาก”ทุกครั้งที่ได้ยินคำชมเช่นนั้น เสี่ยวถังเพียงยิ้มรับ นางไม่ได

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   บทที่ 43 จดหมายระหว่างสองเมือง

    บทที่ 43 จดหมายระหว่างสองเมืองวังหลวงอยู่ห่างจากเรือนที่เสี่ยวถังอยู่ไม่ไกลมากนัก แต่เพราะหน้าที่ที่เขากำลังทำอยู่ทำให้การส่งหรือรับจดหมายต้องตรวจสอบทุกตัวอักษรจดหมายหนึ่งฉบับจึงต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะเดินทางถึงมืออีกฝ่ายเมื่อก่อนเสี่ยวถังไม่เคยคิดว่าตนเองจะเฝ้ารอจดหมายจากผู้ใดในโลกเดิม การส่งข้อความเพียงชั่วพริบตาก็ถึงปลายทางอยากถามอะไรก็ถามอยากตอบอะไรก็ตอบ หากอีกฝ่ายไม่อ่านข้อความภายในครึ่งวันก็เริ่มสงสัยว่าเขายุ่งหรือไม่พอใจแต่ในโลกแห่งนี้ การรอคอยหนึ่งฉบับกลับต้องนับเป็นวัน และถึงจะช้าเพียงใด ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงบุรุษส่งสารเคาะประตูเรือน หัวใจของเสี่ยวถังก็ยังเผลอเต้นแรงขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่จดหมายฉบับแรกมาถึงในวันที่หิมะแรกของปีเริ่มโปรยปรายเกล็ดหิมะสีขาวลอยลงมาอย่างแผ่วเบา ปกคลุมหลังคาเรือนและถนนหินด้วยสีขาวจาง ๆบุรุษส่งสารมาถึงตอนยามสาย เสื้อคลุมของเขามีละอองหิมะเกาะอยู่เต็มบ่า“จดหมายจากในวังหลวงขอรับ”เพียงได้ยินคำว่าวังหลวง เสี่ยวถังก็วางพู่กันลงทันที นางรับซองจดหมายมา บนซองมีลายมือคมสวยเป็นระเบียบเพียงเห็นตัวอักษร มุมปากของนางก็ยกขึ้นโดยไม่รู้ตัว เหมือนเจ้าของลา

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   บทที่ 9

    บทที่ 9วนิดาโอบกอดทารกน้อยเอาไว้ในอ้อมแขน ร่างเล็กอุ่นนุ่มแนบอก กลิ่นน้ำนมอ่อน ๆ ลอยขึ้นมาแตะปลายจมูก นางไม่เคยคิดไม่เคยแม้แต่จะจินตนาการ ว่าสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ เพียงเท่านี้จะสามารถทำให้นาง…ตกหลุมรักได้ตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้พบหัวใจที่เคยแข็งกระด้างเพราะโลกอีกใบ เพราะการเอาตัวรอด เพราะการไม่ไว้ใจใคร

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   บทที่ 8

    บทที่ 8หลังจากผ่านความเป็นความตายมาแล้วครั้งหนึ่งวนิดาในตอนนี้กลายเป็นอู่เหมยหลินไม่คิดจะจมอยู่กับความสับสนอีกต่อไปนางตื่นขึ้นมาพร้อมความจริงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงโลกที่นางอยู่…ไม่ใช่โลกเดิม ทั้งวิถีชีวิตขนบธรรมเนียม ความคิดของผู้คน ล้วนแตกต่างจากยุคของนางอย่างสิ้นเชิงแม้เพียงเรื่องเล็กน้อยอย่างก

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   บทที่ 7

    บทที่ 7แม่ทัพหนุ่มนั่งนิ่งอยู่ภายในเรือนอักษร บรรยากาศโดยรอบเงียบงัน มีเพียงเสียงลมพัดผ่านชายคาเบา ๆ และเสียงกระดาษในมือที่ถูกคลี่ออกช้า ๆแววตาของเซียวหานมืดครึ้มท่าทางเคร่งเครียดกว่าทุกวันรายงานลับในมือเขาถูกอ่านซ้ำไปมาแต่ยิ่งอ่านสีหน้าก็ยิ่งหนักอึ้ง“อ๋องแปด…” เขาพึมพำเบา ๆ ข้อมูลที่สายลับส่

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   บทที่ 6

    บทที่ 6“ข้าว่าพี่หญิงต้องจงใจกระโดดลงไป เพื่อเรียกร้องความสนใจของญาติผู้พี่เป็นแน่เจ้าคะ”เสียงหวานอ่อนเอ่ยขึ้นอย่างมีจังหวะจะโคน เซียวเจินก้าวเข้าสู่เรือนหลักด้วยท่าทางรีบร้อน ใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยความเป็นห่วงดูเหมือนจริงเสียจนยากจะจับพิรุธแต่ในแววตานั้นกลับซ่อนประกายบางอย่างที่ไม่อาจเรียกว่าบริ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status