Teilen

บทที่ 9

last update Veröffentlichungsdatum: 06.11.2025 16:20:07

ตอนที่ 8

การรักษาผ่านไปด้วยดี ในตอนนั้นเองที่ทำให้โจวจวงจื่อพึ่งนึกขึ้นได้ว่า เวลานี้ซูอวี้หนิงยังไม่ได้กินอาหารเช้า เพราะตนเองมัวแต่ตกใจกับเรื่องของเสี่ยวเถา เมื่อจัดการเก็บของเสร็จ นางจึงรีบเข้าครัวเพื่อทำอาหารง่าย ๆ ให้อีกฝ่ายได้กินอย่างรวดเร็ว

ทำให้ตอนนี้ด้านนอกเรือนมีเพียงซูอวี้หนิงและโจวจื่อเฉียง อยู่กันตามลำพังเพียงสองคน

ซูอวี้หนิงยกน้ำชาที่ยังอุ่น­ ๆ ขึ้นมาจิบ เพื่อหลบเลี่ยงสายตาของโจวจื่อเฉียงที่มองมาที่นางด้วยความสงสัย เพราะเมื่อผ่านเหตุการณ์น่าตกใจเมื่อครู่มาได้ โจวจื่อเฉียงก็เริ่มนึกสงสัยพฤติกรรมของนางขึ้นมาได้

เพราะไม่เพียงแค่ซูอวี้หนิงรักษาเจ้าเสี่ยวเถาได้สำเร็จ แต่ท่าทางของนางนั้นกลับชำนาญราวกับนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นางทำเช่นนี้

แต่ขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปากถามนาง ลุงโจวที่ไม่รู้ว่าไปที่ใดมา ก็กลับเข้ามาในลานด้านหน้าอีกครั้ง ทำให้โจวจื่อเฉียงไม่ได้ถามออกไป

ซูอวี้หนิงที่เห็นว่าเป็นโอกาสที่ดีที่นางจะหนีออกไปจากสถานการณ์น่าอึดอัดเช่นนี้ นางจึงเดินเข้าไปหาโจวจวงจื่อที่ห้องครัวด้านหลัง และเลือกที่จะนั่งกินอาหารเช้าที่ห้องครัวง่าย ๆ โดยไม่ต้องไปพบกับสายตาของอีกฝ่าย

ข่าวเรื่องอาการป่วยของซูอวี้หนิงที่หายเป็นปกติแล้ว ถูกพูดถึงกับเป็นวงกว้างอย่างเงียบ­ ๆ ทั้งภายในหมู่บ้านและนอกหมู่บ้าน มีชาวบ้านหลายคนที่อยากรู้ว่าหญิงสาวหายจากอาการเป็นบ้าใบ้จริงหรือไม่ พวกเขาบางคนถึงกับจงใจเดินผ่านหน้าบ้านของนางเพื่อตรวจสอบดู

ตลอดหลายวันมานี้ ซูอวี้หนิงเริ่มติดตามโจวจวงจื่อเข้าไปในหมู่บ้านบ่อยขึ้น ทั้งเพื่อช่วยซื้อของใช้เล็ก ๆ น้อย ๆ และเพื่อพบปะพูดคุยกับหญิงสาวในหมู่บ้าน นางเริ่มหัดทำอาหารและซักเสื้อผ้าด้วยตนเอง แม้ในตอนแรกจะทำได้อย่างเก้ ๆ กัง ๆ จนโจวจวงจื่อต้องคอยสอน แต่เมื่อทำบ่อยเข้า ซูอวี้หนิงก็เริ่มรู้สึกเพลิดเพลิน

กลิ่นควันไฟจากเตาในครัวเช้าตรู่ทำให้นางนึกถึงภาพครอบครัวในอดีตที่เลือนรางอย่างประหลาด ความอบอุ่นเช่นนี้นางไม่ได้สัมผัสมานานแล้ว

โจวจวงจื่อเองก็เริ่มยิ้มมากขึ้นเมื่อเห็นหญิงสาวค่อย ๆ เรียนรู้วิถีชีวิตในหมู่บ้านอย่างตั้งใจ

ซูอวี้หนิงนั่งอยู่ที่ลานบ้านของครอบครัวโจว ขณะยกผ้าขี้ริ้วขึ้นเช็ดมือหลังจากซักผ้าเสร็จ ก็เห็นลุงโจวเดินเข้ามาจากประตูรั้วด้านหน้า

วันนี้ท่าทางของเขาผิดไปจากทุกครั้ง ขาเขายกสูงไม่ถนัด และการก้าวเดินสั้นจนดูชัดว่าบาดเจ็บ เขาใช้ไม้เท้าค้ำตัวมากกว่าปกติ ทำให้เสียงปลายไม้เท้ากระทบพื้นดังถี่และหนัก

ซูอวี้หนิงกับโจวจวงจื่อที่เห็นดังนั้นจึงรีบวางของในมือแล้ววิ่งเข้าไปพยุงแขนเขา

“ท่านพ่อ! วันนี้ท่านไปทำอะไรมา ทำไมเดินถึงได้ลำบากขนาดนี้?” โจวจวงจื่อถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง

ลุงโจวส่ายหน้าเบา ๆ สีหน้าแฝงความเหนื่อยล้า “ไม่เป็นอะไรมากหรอก แค่ขาเจ็บเก่ากำเริบ… วันนี้ต้องเดินทางไกลกว่าปกติ เลยทำให้ปวดขึ้นมาอีก”

ซูอวี้หนิงประคองเขาไปนั่งบนม้านั่งใต้ต้นไม้ ก่อนจะย่อตัวลงตรวจดูที่ขาอย่างระมัดระวัง เมื่อเธอสัมผัสเบา ๆ ลุงโจวก็เผลอสะดุ้งเล็กน้อย

“ขาอักเสบจนร้อน น่าจะเป็นเพราะใช้แรงมากเกินไป” ซูอวี้หนิงเอ่ยเสียงนิ่ง

“ท่านลุง ท่านช่วยเปิดบาดแผลเก่าของท่านให้ข้าดูได้หรือไม่?” ซูอวี้หนิงขมวดคิ้วพร้อมเอ่ยถามอีกฝ่าย

ลุงโจวชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำขอของซูอวี้หนิง แววตาเขาเต็มไปด้วยความลังเล แต่เมื่อสบเข้ากับดวงตาจริงจังของหญิงสาว เขาก็ถอนหายใจยาวเหมือนยอมแพ้

“เจ้าจะไม่ตกใจรึ?” เขาถามเสียงต่ำ

ซูอวี้หนิงส่ายหน้า “ไม่เจ้าค่ะ”

ได้ยินดังนั้น ลุงโจวจึงค่อย ๆ พับขากางเกงขึ้น เผยให้เห็นขาข้างซ้ายที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นเก่า รอยหนึ่งเด่นชัดที่สุด เป็นรอยยาวพาดตั้งแต่เหนือเข่าลงมาถึงน่อง คล้ายถูกของมีคมฟันลึกจนแทบขาดจากกัน

รอยแผลเป็นนั้นขรุขระผิดปกติ ผิวหนังที่เชื่อมกันไม่เรียบตึง บางช่วงยุบลึกจนเห็นได้ชัดว่าเส้นเอ็นภายในเคยขาดและต่อกันไม่สมบูรณ์

ซูอวี้หนิงนิ่งไปชั่วขณะ ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความเวทนา ก่อนจะยื่นมือไปแตะเบา ๆ เพื่อคลำดูแนวของเส้นเอ็นใต้ผิวหนัง ลุงโจวสะดุ้งเล็กน้อยแต่ก็อดทนไม่ขยับหนี

“นี่เป็นบาดแผลเก่าที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีตั้งแต่แรก” นางเอ่ยอย่างเคร่งขรึม “เส้นเอ็นที่ขาดตอนนั้นคงไม่ได้รับการเย็บหรือจัดให้เข้าที่ ทำให้เมื่อสมานกันแล้วเกิดพังผืดเกาะ จึงทำให้ท่านปวดเรื้อรังทุกครั้งที่เดินมากเกินไป”

โจวจวงจื่อที่ยืนมองอยู่ข้าง ๆ กำมือแน่นด้วยความเจ็บใจแทน “ตอนนั้นหมอที่หมู่บ้านไม่ได้ทำอะไรเลยหรือ?”

ลุงโจวหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ เสียงเต็มไปด้วยความขมขื่น “ข้าถูกฟันกลางป่าตอนออกไปตัดฟืนตั้งแต่หนุ่ม ๆ ตอนนั้นเลือดไหลไม่หยุด กว่าจะมีคนไปตามหมอมาก็เกือบจะสายแล้ว หมอเพียงแค่หยุดเลือดให้ข้าเท่านั้น”

แค่รอดชีวิตมาได้ก็ประเสริฐมากแล้ว ลุงโจวคิดในใจ

ซูอวี้หนิงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยเสียงแน่วแน่ “ก่อนหน้านี้ข้าอ่านเจอ ตำรับยาขี้ผึ้งชนิดหนึ่ง เอาไว้ทาลดอาการปวด หากท่านลุงไม่รังเกียจ ข้าจะทำมันให้ท่าน­ เอาไว้ทาก่อนนอนดีหรือไม่เจ้าคะ" ซูอวี้หนิงถามอีกฝ่าย

แต่แทนที่ลุงโจวจะกังวลว่ายาที่หญิงทำขึ้นอาจจะเป็นอันตรายได้ เขากลับยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยนราวกับว่าต่อให้นางเอายาพิษมาให้เขากิน เขาก็จะยิ้มรับมันดื่มเข้าไป…

เพราะเหตุใดกัน?…

หากเป็นซูอวี้หนิงคนก่อนอาจไม่คิดอะไร… แต่นางที่ผ่านเรื่องราวต่าง ๆ มากมายมาแล้วชีวิตหนึ่ง ย่อมมองออกถึงความผิดปกตินี้

“เอาสิ ลุงจะลองใช้ดู” ลุงโจวกล่าวกับซูอวี้หนิงด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

วันรุ่งขึ้น หลังจากที่ช่วยโจวจวงจื่อทำงานบ้านเสร็จ ซูอวี้หนิงก็จัดรายการสมุนไพรลงบนแผ่นไม้เขียนด้วยถ่าน พร้อมทั้งระบุสัดส่วนที่ต้องการอย่างชัดเจน ก่อนจะยื่นให้โจวจื่อเฉียงที่กำลังจะเข้าเมือง

“พี่จื่อเฉียง หากวันนี้ท่านเข้าเมืองได้ ช่วยหาสมุนไพรเหล่านี้ให้ข้าด้วยนะเจ้าคะ” ซูอวี้หนิงยื่นแผ่นไม้ให้ น้ำเสียงสุภาพแต่จริงจัง

โจวจื่อเฉียงรับมาอ่าน ไล่ตามตัวอักษรที่เขียนด้วยลายมือที่ค่อนข้างอ่านยากของนาง “เถาวัลย์เถื่อน ขมิ้นป่า รากเจียวกู่ และน้ำมันงา?” เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “เจ้านี่รู้จักสมุนไพรพวกนี้ได้ยังไงกัน?”

ซูอวี้หนิงยิ้มบาง ๆ “ข้าเคยอ่านตำราอยู่บ้างเจ้าค่ะ สมุนไพรพวกนี้เมื่อบดรวมกันจะช่วยลดการอักเสบและบรรเทาอาการปวดข้อได้ ข้าอยากลองทำให้ท่านลุงใช้ดู”

โจวจื่อเฉียงพยักหน้า แต่สายตายังคงเต็มไปด้วยความสงสัย เขาไม่ได้ซักต่อ เพียงเอ่ยเสียงเรียบ “ได้ ข้าจะลองหามาให้”

ระหว่างทางเข้าเมือง เขาอดนึกไม่ได้ว่าหญิงสาวที่เคยเงียบงันอย่างคนไร้สติ กลับรู้จักสมุนไพรและการปรุงยาดีขนาดนี้ ถึงขั้นเขียนสัดส่วนและวิธีการมาให้เขาได้อย่างชัดเจน

เมื่อโจวจื่อเฉียงกลับมาในช่วงบ่ายพร้อมห่อสมุนไพร ซูอวี้หนิงก็ขอบคุณเขาอย่างจริงใจ ก่อนจะขอตัวไปจัดการในครัว นางนำสมุนไพรที่ได้มาล้างให้สะอาด ตากหมาด ๆ แล้วตำรวมกับน้ำมันงาและน้ำร้อนเล็กน้อยจนกลายเป็นเนื้อยาข้น กลิ่นหอมฉุนอ่อน ๆ ของสมุนไพรลอยอบอวลไปทั่วครัวในบ้านของนาง

โจวจวงจื่อที่เดินผ่านถึงกับชะงัก “กลิ่นสมุนไพรแรงขนาดนี้เชียว?”

ซูอวี้หนิงเงยหน้าขึ้นยิ้ม “ใช่ ข้าจะทำยาทาให้ท่านลุง ลองดูสักหน่อยว่าจะช่วยบรรเทาอาการปวดได้หรือไม่”

ตกเย็น หลังมื้ออาหาร นางจึงนำยาที่ทำเสร็จแล้วออกมาให้ลุงโจว พร้อมสาธิตวิธีนวดให้ถูกทิศทาง เพื่อให้ตัวยาแทรกซึมเข้าเส้นเอ็นได้ดีขึ้น ลุงโจวเพียงมองนางด้วยสายตาอ่อนโยนอย่างบอกไม่ถูก ราวกับรู้สึกซาบซึ้งอยู่ลึก ๆ

โจวจื่อเฉียงยืนพิงเสาเงียบ ๆ ไม่พูดอะไร แต่ในใจกลับครุ่นคิดหนักขึ้นเรื่อย ๆ

ในยามดึก ค่ำคืนนั้นบ้านของตระกูลโจวเงียบสงัดกว่าปกติ ลมเย็นเอื่อย ๆ พัดกลิ่นหอมของสมุนไพรจาง ๆ จากขี้ผึ้งที่ซูอวี้หนิงทำยังคงอบอวลอยู่ในเรือน

ลุงโจวซึ่งปกติแล้วมักจะนอนพลิกตัวไปมาด้วยความปวดหน่วงที่ขา กลับหลับสนิทตั้งแต่หัวค่ำ เสียงลมหายใจของเขาสม่ำเสมอจนผิดสังเกต

โจวซื่อซึ่งตื่นมาดื่มน้ำกลางดึก นางถึงกับชะงักเมื่อหันกลับไปมองสามีของตนที่นอนอยู่ด้านข้าง

แสงตะเกียงสลัวในห้องเผยให้เห็นร่างของลุงโจวที่นอนหงายหลับสนิท ขาข้างที่ปกติจะกระตุกเพราะความปวดก็สงบนิ่งผิดปกติ

โจวซื่อกลืนน้ำลาย ก่อนจะค่อย­ ๆ เอื้อมมือแตะที่จมูกของสามีเบา ๆ เพื่อดูว่ายังหายใจอยู่หรือไม่

เมื่อสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ที่ออกมาอย่างสม่ำเสมอ นางถึงได้ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก นั่งลงบนขอบเตียง มองใบหน้าที่ดูผ่อนคลายของสามีอย่างแปลกใจ

“หลายปีแล้วที่ข้าไม่เคยเห็นท่านหลับสนิทเช่นนี้…” นางพึมพำกับตัวเอง น้ำเสียงแผ่วจนแทบไม่ได้ยิน

โจวซื่ออดไม่ได้ที่จะเหลือบตามองขี้ผึ้งสมุนไพรที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง กลิ่นหอมยังอวลอยู่ชัดเจน นางเผลอยกยิ้มบาง ๆ ขึ้นมาอย่างขอบคุณในใจ

เช้าวันถัดมา ลุงโจวตื่นขึ้นด้วยสีหน้าสดชื่นกว่าทุกครั้ง ก้าวเดินออกจากห้องได้โดยไม่ต้องพยุงไม้เท้าแน่นเหมือนก่อน

“ท่านพ่อ! วันนี้ท่านเดินได้ดีขึ้นมากเลยนะ!” โจวจวงจื่อร้องอย่างตื่นเต้น

“เมื่อคืนข้าหลับสนิททั้งคืน ไม่ตื่นเลยสักครั้ง ข้ารู้สึกว่าขาเบากว่าที่เคย” ลุงโจวหัวเราะเบา ๆ สีหน้าดูผ่อนคลาย

ซูอวี้หนิงที่นั่งอยู่เงียบ ๆ ในลานบ้านเพียงยิ้มบาง ๆ พลางเอ่ยเสียงนุ่ม “ดีแล้วเจ้าค่ะ ข้าจะทำเพิ่มให้ท่านใช้ต่ออีกสองสามวัน หากอาการดีขึ้น อาจช่วยให้ท่านเดินทางได้สะดวกขึ้นเรื่อย ๆ”

ลุงโจวมองหญิงสาวด้วยสายตาอ่อนโยนอีกครั้ง “อย่าปล่อยให้ตนเองเหนื่อยล่ะ หากเป็นงานหนักเจ้าบอกให้จวงจื่อคอยช่วย เจ้าพึ่งหายป่วยอย่าหักโหม”

“เจ้าค่ะ” ซูอวี้หนิงยิ้มให้อีกฝ่าย

……………………

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • ฮูหยินวิปลาส.   บทที่ 76

    ซูอวี้หนิงชะงักไปเพียงชั่วขณะ ก่อนตอบแทนอาจารย์ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“เมื่อหลายปีก่อน ข้าเคยอ่านบันทึกแพทย์โบราณเล่มหนึ่ง ภายในมีบันทึกวิธีช่วยชีวิตคนที่หยุดหายใจไว้ ด้วยวิธีนี้”หูเทียนเหิงพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวต่อ“วิธีนี้ใช้ได้ผล หลังจากนี้เจ้าต้องสอนศิษย์น้องทั้งสองคนด้วย”“เจ้าค่ะ” ซูอวี้ห

  • ฮูหยินวิปลาส.   บทที่ 75

    ตอนที่ 46เมื่อเห็นว่าหญิงที่เพิ่งคลอดพ้นขีดอันตรายชั่วคราวแล้ว ซูอวี้หนิงจึงค่อย ๆ ตรวจชีพจรของนางอีกครั้ง ชีพจรยังอ่อนแรงมาก ลมหายใจแผ่ว สีหน้าซีดขาวไร้เลือดนางก้มตรวจดูผ้าที่รองรับเลือดใต้ร่างของหญิงผู้นั้น ก่อนขมวดคิ้ว“เสียเลือดมากเกินไป”หลิวชิวซุ่ยที่อยู่ข้าง ๆ ก็รีบจดบันทึกไว้ทันทีซูอวี้หน

  • ฮูหยินวิปลาส.   บทที่ 74

    “เถียนเถียน เตรียมผ้าสะอาดเพิ่มรอรับคำสั่งจากข้า”“เจ้าค่ะ!”ซูอวี้หนิงหลับตาลงเพียงชั่วอึดใจ ก่อนรวบรวมสมาธิทั้งหมด“พี่สะใภ้...อีกครู่หนึ่งข้าจะช่วยท่าน ท่านต้องทำตามที่ข้าบอกทุกอย่าง เข้าใจหรือไม่”หญิงผู้นั้นพยักหน้าทั้งน้ำตา“ขะ เข้าใจ”ซูอวี้หนิงสูดหายใจลึก ก่อนค่อย ๆ ช่วยจัดท่าของทารกอย่างระม

  • ฮูหยินวิปลาส.   บทที่ 73

    ตอนที่ 45“เด็กอยู่ในท่าก้น...และสายสะดือคล้ายจะเคลื่อนต่ำลงมา อาจารย์...หากปล่อยไว้ เด็กอาจขาดอากาศหายใจในครรภ์เจ้าค่ะ” ซูอวี้หนิงกล่าว ก่อนจะรีบก้มลงตรวจซ้ำอย่างระมัดระวัง แล้วเงยหน้าขึ้นมองหูเทียนเหิงอีกครั้งหูเทียนเหิงพยักหน้า“อืม”เวลานี้ ชายผู้เป็นสามีของคนไข้ยืนตัวสั่นอยู่ข้างประตู“ท่านหมอ

  • ฮูหยินวิปลาส.   บทที่ 72

    หลังจากที่ได้เรียนรู้กับหูเทียนเหิงอยู่สามเดือน ความสามารถของหลิวชิวซุ่ยและจวงเถียนเถียนก็ก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด นั่นเป็นเพราะการสอนของหูเทียนเหิงและด้วยความช่วยเหลือของซูอวี้หนิงยามเหม่า(05.00 น.)เสียงฝีเท้าอันเร่งรีบดังเข้ามาในลานเรือนของซูอวี้หนิงตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสว่างดี ชายวัยกลางคนผู้หนึ่ง

  • ฮูหยินวิปลาส.   บทที่ 71

    ตอนที่ 44หลังจากหูเทียนเหิงรับหลิวชิวซุ่ยและจวงเถียนเถียนเป็นศิษย์อย่างเป็นทางการ ชีวิตของสตรีทั้งสองก็พลิกผันไปโดยสิ้นเชิงหากก่อนหน้าการเตรียมตัวสอบของพวกนางนั้น คือการอ่านตำราด้วยตนเองก็ถือว่าหนักแล้วบัดนี้กลับหนักยิ่งกว่าหลายเท่าตัว หูเทียนเหิงไม่เคยสอนแพทย์จากตำราเพียงอย่างเดียว ในสายตาของเขา

  • ฮูหยินวิปลาส.   บทที่ 18

    ซูอวี้หนิงหยิบเข็มเงินที่เพิ่งลนไฟเสร็จขึ้นมา ร้อยเส้นไหมสะอาดเข้าไปอย่างระมัดระวัง แสงตะเกียงส่องต้องปลายเข็มสะท้อนแวววับนางสูดลมหายใจลึก กดปลายนิ้วแนบขอบแผลที่ถูกกัดจนฉีกขาด แล้วจึงเริ่มแทงเข็มแรกลงไป เนื้อที่ฉีกแยกพลันถูกรั้งเข้าหากัน เสียงเนื้อเสียดสีกับเส้นไหมดังแผ่ว ๆ ท่ามกลางบรรยากาศเงียบตึง

  • ฮูหยินวิปลาส.   บทที่ 12

    ซูอวี้หนิงหัวเราะเบา ๆ “หากได้ผลจริงก็ดีแล้ว อย่างน้อยพวกเขาจะได้ไม่ต้องทนเจ็บปวดมากเหมือนก่อน”คืนนั้น นางนั่งจดบันทึกผลการใช้ขี้ผึ้งลงในสมุดเล่มเล็กอีกครั้ง ตั้งแต่สรรพคุณสมุนไพร วิธีการต้มเคี่ยว จนถึงคำบอกเล่าของผู้ใช้ที่ลองจริง ๆ ราวกับกำลังทำตำรายาส่วนตัวทีละหน้าวันต่อมา เมื่อซูอวี้หนิงออกจากบ

  • ฮูหยินวิปลาส.   บทที่ 10

    ตอนที่ 9เช้าวันนั้น หลังจากลุงโจวเดินเล่นรอบลานเสร็จ เขาก็นั่งพักใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าบ้านกับเพื่อนเก่าอีกสองสามคน“พี่โจว ข้าถามจริงเถอะ” เพื่อนคนหนึ่งเอ่ยพลางขมวดคิ้ว “ยาที่ท่านทาขาใช่ขี้ผึ้งที่ซื้อจากร้านหมอหลี่หรือไม่? ข้าเคยใช้ของเขาแล้วไม่เคยเห็นได้ผลเร็วแบบท่านเลย”อีกคนพยักหน้าเห็นด้วย “ใช่ กลิ

  • ฮูหยินวิปลาส.   บทที่ 8

    ตอนที่ 7ชายวัยกลางคนชะงักเล็กน้อย แต่เพียงไม่นานแววตาของเขาก็คล้ายเปลี่ยนไปเป็นสีแดง คล้ายกับคนที่กำลังกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา“ลุงกลับมาได้ยินว่าเจ้าหายป่วยแล้ว เจ้าหายแล้วจริง­ ๆ” ลุงโจวกล่าวกับอีกฝ่ายพร้อมรอยยิ้มซูอวี้หนิงไม่ได้กล่าวตอบ นางทำเพียงพยักหน้าให้อีกฝ่ายเท่านั้นซูอวี้หนิงพาทั้งสองค

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status