แชร์

บทที่ 11

ผู้เขียน: กระดิ่งจันทร์
last update วันที่เผยแพร่: 2026-02-02 18:00:54

รถม้าของหนู่เอ๋อร์เจียง กู่ลี่น่า และเจิ่งเสวี่ยอิ๋งเคลื่อนออกมาได้ไม่นาน ก็เดินทางมาถึงโรงเตี๊ยมหงเหอจิน จุดนัดพบกับขบวนคุ้มกันของต้าปาถู

บุรุษร่างกายกำยำหลายนายในชุดทะมัดทะแมงอย่างเช่นชาวอุยกูร์ต่างยืนรออยู่ที่หน้าโรงเตี๊ยม ใบหน้าดุดัน ต่างมีอาวุธครบมือ

หนู่เอ๋อร์เจียงก้าวลงจากรถม้าเป็นคนแรก ก่อนจะเห็นบุรุษหน้าบากก้าวเท้าออกมาเป็นคนแรก

“อัสสาลามู อะลัยคุม ท่านหนู่เอ๋อร์เจียง”

หนู่เอ๋อร์เจียงตอบกลับ “วะอะลัยคุม อัสสาลาม”

“ข้าชื่อจาฟฟาร์ เป็นคนสนิทของท่านแม่ทัพใหญ่ต้าปาถู ซึ่งท่านแม่ทัพได้มอบหมายให้ข้ามารับพวกท่านกลับเมืองหนิงเปียนขอรับ”

แม้ว่าเขาจะมีใบหน้าที่ดุดัน หากแต่กลับมีมารยาททางสังคมที่ดีมาก

“เช่นนั้น ข้าคงต้องขอรบกวนท่านจาฟฟาร์คอยดูแลพวกเราตลอดการเดินทางเสียแล้ว”

จาฟฟาร์ไม่ตอบสิ่งใด เพียงแต่ก้มศีรษะรับ จากนั้นจึงหันไปตะโกนร้องสั่ง “ออกเดินทางได้!!”

เพราะหนู่เอ๋อร์เจียงและกู่ลี่น่าได้บอกเจิ่งเสวี่ยอิ๋งไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่า เมื่อมาพบกับขบวนคุ้มกันของต้าปาถู พวกเขาจะเร่งออกเดินทางในทันที เพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้า

ดังนั้น เมื่อพวกเขามาถึง รถม้าของพวกเขาก็เคลื่อนเข้าไปอยู่ที่ใจกลางของขบวนคุ้มกัน ทหารนับร้อยนายควบม้าอยู่รายรอบ เพื่อระวังความปลอดภัยตลอดเส้นทาง

ตลอดช่วงเวลาของการเดินทางในสองเดือนนั้น เจิ่งเสวี่ยอิ๋งได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ มากมาย แม้ว่านางจะรู้เรื่องมาจากตี๋ลี่เสวี่ยบ้างแล้ว แต่ก็ไม่ได้เป็นการสัมผัสจริงเสียเท่าใด

แต่เมื่อได้มาอยู่ในบรรยากาศที่รายล้อมด้วยชาวอุยกูร์แท้ ๆ เช่นนี้ กลับให้ความรู้สึกและประสบการณ์ที่แปลกใหม่อย่างที่เจิ่งเสวี่ยอิ๋งไม่เคยเจอมาก่อน

จากการฝึกฝนกับตี๋ลี่เสวี่ยในช่วงห้าวันนั้น ทำให้พวกนางได้รู้ว่าต่างฝ่ายต่างมีความทรงจำของตนเอง หากแต่สิ่งใดที่เป็นความทรงจำของร่างกายล้วนแต่สามารถเกิดขึ้นได้ตามปกติ

เช่นร่างกายของตี๋ลี่เสวี่ยที่คุ้นเคยกับการทำละหมาด การสนทนาภาษาอุยกูร์ หรือการควบม้า สิ่งเหล่านี้ เจิ่งเสวี่ยอิ๋งก็สามารถทำได้ แม้ว่าจะมีเงอะงะไปบ้างในช่วงแรก แต่เมื่อปฏิบัติซ้ำ ๆ ก็ลื่นไหลราวกับเป็นเรื่องปกติสามัญ

ส่วนของตี๋ลี่เสวี่ยด้วยเช่นกัน สิ่งใดที่เป็นกิจวัตรประจำวันที่เจิ่งเสวี่ยอิ๋งปฏิบัติซ้ำ ๆ ร่างกายของนางก็จะจดจำและทำได้ โดยไม่มีติดขัดด้วยเช่นกัน

ทุกเย็นที่หนู่เอ๋อร์เจียงแยกไปร่วมรับประทานอาหารกับจาฟฟาร์และทหารคนอื่นในขบวนคุ้มกัน ก็มักจะกลับมาเล่าเรื่องที่เมืองหนิงเปียนให้ภรรยาและบุตรสาวฟังอยู่เป็นประจำ

ทำให้เจิ่งเสวี่ยอิ๋งได้รู้ว่าครอบครัวของว่าที่สามีของนางนั้นร่ำรวยเป็นอย่างมาก แต่เดิมที่ต้าปาถูใฝ่ฝันจะเป็นแม่ทัพนั้น ก็สามารถฝ่าฟันจนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นแม่ทัพประจำเมืองหนิงเปียนได้จริง ๆ

อีกทั้งยังได้แต่งงานกับ อัยย์จามัล ที่เป็นบุตรสาวเจ้าของโรงเตี๊ยมหงเหอ ซึ่งเป็นโรงเตี๊ยมขนาดใหญ่ในเมืองหนิงเปียน ทั้งสองมีบุตรชายด้วยกันหนึ่งคนคือ อาซือหลัน

อาซือหลันมีความฝันที่จะเป็นแม่ทัพเช่นเดียวกับบิดา ในวัยสิบสี่หนาว เขาก็ควบม้าบุกตะลุยเป็นแนวหน้าของกองทัพเหยี่ยวเพลิงแล้ว ในขณะที่หนู่เอ๋อร์เจียงพากู่ลี่น่าและตี๋ลี่เสวี่ยในวัยห้าขวบออกเดินทางไปกับขบวนคาราวานค้าม้า

แต่แล้วขบวนคาราวานของหนู่เอ๋อร์เจียงก็ถูกโจรร้ายบุกปล้น ทำให้พ่อค้าแต่ละคนต้องหนีเอาตัวรอดกันไปคนละทิศคนละทาง กว่าที่ต้าปาถูจะทราบข่าวร้ายนี้ เวลาก็ผ่านไปนับเป็นเดือน

ต้าปาถูกล่าวว่าหากยังมีชีวิตอยู่ต้องพบคน หากเสียชีวิตแล้วย่อมพบศพ ดังนั้น เขาจึงได้ระดมพลออกตามหาครอบครัวของหนู่เอ๋อร์เจียงอย่างเร่งด่วน

ด้วยต้าปาถูเริ่มประจำการที่เมืองหนิงเปียน แต่ขบวนคาราวานของหนู่เอ๋อร์เจียงนั้น เดินทางออกมาไกลจนเกือบจะถึงเมืองหลวงของแคว้นต้าจิ้ง ทำให้พื้นที่ในการค้นหานั้นกว้างขวางเป็นอย่างมาก ราวกับควานหาอัญมณีที่หล่นหายไปในทะเลทราย

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 114

    ยามเช้าของวันถัดมา ก่อนที่เจิ่งเสวี่ยอิ๋งจะออกไปตรวจตราทหารตามปกติ อาซือหลันในร่างของ ‘ตี๋ลี่เสวี่ย’ ก็แต่งกายเรียบร้อยมิดชิด เพื่อที่จะได้ตามนางออกไปตรวจตราด้วยหากแต่เจิ่งเสวี่ยอิ๋งได้ยื่นชุดคลุมแขนยาวให้เขาด้วยสีหน้าจริงจัง “ท่านแต่งกายมิดชิดได้ดีแล้ว แต่ข้าคิดว่าท่านสวมชุดคลุมนี้อีกชั้นเถิด ประเดี๋ยวผิวของข้าจะดำเสียหมด”อาซือหลัน “...”แต่เดิมผิวเจ้าก็มิได้ขาวผ่องเป็นยองใยเช่นสาวชาวฮั่นอยู่แล้วนะ แต่ก็สวยคมเข้มเช่นชาวอุยกูร์อย่างเจ้า แบบนั้นต่างหากที่ข้าชอบ…ความคิดที่น่าตกใจแวบผ่านเข้ามาอีกครั้ง อาซือหลันได้แต่เบิกตากว้าง แต่ต้องรีบกลบเกลื่อนด้วยการรับเสื้อนั้นมาสวม ทั้ง ๆ ที่ตั้งใจว่าจะปฏิเสธอาซือหลันและเจิ่งเสวี่ยอิ๋งพากันเดินออกจากกระโจมหลัก หลังจากที่ตรวจตราเหล่าทหารเรียบร้อยแล้ว อาซือหลันจึงให้คนสนิทจัดเตรียมลานฝึกซ้อมส่วนตัว เพื่อให้เจิ่งเสวี่ยอิ๋งได้ฝึกซ้อมดาบกับเขาอีกครั้งยามนี้คนสนิททั้งสามคนของอาซือหลันล้วนรู้เรื่องการสลับร่างของพวกเขาเรียบร้อยแล้ว บาคียาร์จึงได้ใช้ผ้าผืนใหญ่มาขึงเ

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 113

    “ระวัง!!”ในเสี้ยวพริบตาที่มือสังหารพุ่งเข้ามากรีดอากาศด้วยมีดสั้น อาซือหลันที่อยู่ในร่างของตี๋ลี่เสวี่ยก็ฉวยดาบของอาซือหลันออกจากฝักอย่างรวดเร็ว แม้ว่าในใจจะกรีดร้องว่ามันหนักมากก็ตามเขาใช้พลังทั้งหมดที่มีในร่างบอบบางแทงสวนกลับไปยังลำตัวของคนร้ายอย่างแม่นยำและรุนแรง!ฉึก!! เสียงคมมีดเสียดแทงเข้าไปในร่างของอีกฝ่ายเสียงดัง!คนร้ายล้มลงทันทีพร้อมกับมีดสั้นที่หลุดจากมือ เป็นจังหวะเดียวกับที่อาซือหลันใช้มืออีกข้างจับข้อมือหนาของ ‘อาซือหลัน’ ตวัดรั้งร่างกำยำเข้ามาในอ้อมแขนราวกับต้องการปกป้องอีกฝ่ายให้พ้นจากอันตรายทหารที่กำลังฝึกซ้อมอยู่ในบริเวณนั้นต่างตกตะลึงจนนิ่งงัน กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเกินคาด โดยเฉพาะภาพที่เกิดขึ้นอยู่ตรงหน้าร่างสูงใหญ่กำยำของท่านแม่ทัพกำลังตกอยู่ในอ้อมแขนบอบบางของฮูหยิน โดยที่มือข้างหนึ่งของฮูหยินยังคงกำดาบที่เปื้อนเลือดของมือสังหารไว้อยู่ทหารแต่ละนายล้วนอ้าปากค้างกับภาพที่ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้เห็น “!!!”ไม่ใช่เพียงคนสนิทและทหารที่ตกตะลึง ‘อาซือหลัน&rsq

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 112

    น้ำเสียงเรียบเรื่อยทว่าแฝงเร้นไปด้วยไอสังหารและอำนาจสะกดขวัญที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดของราตรีนั้น เปรียบเสมือนอสนีบาตฟาดลงกลางใจของมู่หนี่ลา จนร่างทั้งร่างของนางเย็นวาบไปถึงกระดูกสันหลัง ห้วงจังหวะหัวใจพลันสะดุดกึกด้วยความหวาดหวั่น... น้ำเสียงที่ทรงพลังและเยือกเย็นถึงเพียงนี้ เหตุใดนางจะจำไม่ได้กัน!!แม่ทัพใหญ่เย่! เย่อี้หมิง!!พญามัจจุราชแห่งสมรภูมิ ผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพชาวฮั่นที่ประจำการ ณ เมืองหนิงเปียนแห่งแคว้นต้าจิ้ง ชายผู้มีฐานะอันสูงส่งเกินกว่าที่ใครจะกล้าต่อกรนอกจากจะเป็นเจ้าตระกูลเย่ ตระกูลแม่ทัพที่สืบทอดสายเลือดนักรบปกป้องแผ่นดินมาหลายชั่วอายุคนแล้ว เขายังมีฐานะเป็นถึงพระมาตุลาเพียงคนเดียวของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน และเป็นอนุชาสุดที่รักของเย่ไทเฮา ผู้กุมอำนาจกึ่งหนึ่งของราชสำนัก!!แม่ทัพใหญ่เย่ประจำการอยู่ที่เมืองหนิงเปียนมานานเกือบสิบปี โดยที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้สาเหตุว่าเขาขอย้ายตนเองมาประจำการที่เมืองชายแดนอันห่างไกลเช่นนี้ทำไมด้วยความที่เขาเป็นถึงเจ้าตระกูลเย่และเป็นอนุชาเพียงคนเดียวของเย่ไทเฮา แล้วเหตุใดจึงต้องมาทนทรมานกายที่ชา

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 111

    “ตายแล้ว! อาซือหลันตายแล้ว!!” เสียงสาวใช้ในเรือนวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามารายงานในห้องด้วยสีหน้ายินดีปรีดา “สำเร็จแล้วเจ้าค่ะ! คนของเราส่งข่าวกลับมาบอกว่าอาซือหลันตายแล้ว!”ดวงตาของผู้ที่ได้รับรายงานเปล่งประกายแห่งชัยชนะเจือความอำมหิต ก่อนจะหัวเราะเสียงแหลมออกมาอย่างควบคุมไม่ได้“ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! ในที่สุด! ในที่สุดข้าก็สามารถฆ่าอาซือหลันได้สักที! เพราะมัน! มันจึงทำให้ข้าต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้!” เจ้าของเรือนผุดลุกขึ้นยืนด้วยความดีใจ สองมือกำแน่นใต้ชายแขนเสื้อ“ใช่แล้วเจ้าค่ะ! เพราะอาซือหลันยกทัพมาบุกตีเผ่าของเราจนแตกพ่าย หากนายท่านมาห์มุดไม่ยอมจำนนและยกท่านให้เป็นอนุของมัน มันก็คงไม่เลิกรา” กาซีพูดออกมาด้วยความคับแค้นใจดวงตาของมู่หนี่ลาฉายแววเหี้ยมเกรียม เชิดหน้าอย่างหยิ่งผยอง “สามปี! สามปีที่ข้าต้องอดทนอยู่ในจวน ยอมเสียสละเรือนร่างให้มันเชยชม แสร้งทำเป็นว่ารักทั้งที่ขยะแขยงสัมผัสของมันเป็นยิ่งนัก!”“บุตรสาวหัวหน้าเผ่าคาร์ลุกอย่างข้าน่ะหรือ? จำต้องมาเป็นอนุในจวนผู้อื่น สิ่งนี้คู่ควรกับข้าหรือ

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 110

    แม้ว่าเจิ่งเสวี่ยอิ๋งจะออกอาการงอแงเพราะนอนไม่พอไปบ้าง แต่สุดท้ายก็จำต้องลุกขึ้นตามแรงลากจูงของอาซือหลัน เพื่อไปเดินตรวจตราลานฝึกซ้อมตามหน้าที่ของแม่ทัพใหญ่อยู่ดีกลางลานฝึกซ้อมของค่ายเหยี่ยวดำ แสงแดดยามบ่ายสาดส่องลงมากระทบร่างของทหารม้าหลายสิบนายที่กำลังเปลือยกายท่อนบนฝึกซ้อมอย่างหนัก เพื่อให้การเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างคล่องตัวผิวกายส่วนบนของพวกเขามีสีแทนเข้มจากการกรำแดดและลมหนาวมานานหลายปี เหงื่อไหลอาบเป็นทางลงไปตามร่องกล้ามเนื้อหน้าท้องที่ชัดเจนจนมันวาวราวกับทาด้วยน้ำมันกล้ามเนื้อแต่ละมัดที่ต้นแขนและไหล่ เกร็งกระตุกและยืดหดตัวทุกครั้งที่พวกเขาเหวี่ยงดาบหนัก หรือยกกระสอบทรายขนาดใหญ่เสียง ‘ฮึบ’ จากการออกแรงดังสลับกับเสียงกระทบของโลหะและหนังที่ใช้ในการฝึกซ้อม ทั่วร่างของหลายคนมีรอยแผลเป็นสีจาง ๆ พาดผ่านหน้าอกและซี่โครงในระหว่างที่พวกเขากำลังเดินผ่านนั้น ดวงตาคู่คมของ ‘อาซือหลัน’ ก็ตาลุกวาวขึ้นมาทันทีด้วยความสนใจในเรือนร่างกำยำของบุรุษนักรบ“อื้อหืม...” เจิ่งเสวี่ยอิ๋งอดลากเสียงในลำคอไม่ได้ พร้อมทั้งกลืนน้

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 109

    จากการประชุมในช่วงสายวันนั้น ทำให้อาซือหลันและเจิ่งเสวี่ยอิ๋งทราบความคืบหน้าในหลายประเด็น โดยหมอทหารได้รายงานว่าทหารส่วนใหญ่ที่ถูกพิษได้รับการรักษาทันท่วงที เพียงแค่พักฟื้นก็หายดีดังเดิม โดยทหารที่มีอาการสาหัสนั้น มีเพียงไม่กี่รายเท่านั้นส่วนเรื่องเสบียง จากเดิมที่ได้มีการขนส่งเสบียงไปที่แนวหน้าแล้วเมื่อวาน ทำให้ลดปัญหาการขาดแคลนเสบียงของด่านหน้าไปได้มาก นอกจากนี้ ทางเผ่าคีตันเอง ซุลฟิการ์ก็ได้สั่งให้กองทัพล่าถอยออกจากเขตชายแดนเป็นที่เรียบร้อยแล้วสายที่ส่งไปสืบที่กองทัพของเผ่าบาสมิลกลับมารายงานว่า อิสกันดาร์ ผู้นำของเผ่าบาสมิลเดือดดาลไม่น้อยที่อยู่ ๆ ซุลฟิการ์ก็กลับลำ ไม่ยอมให้ความร่วมมือมาสนับสนุนกองทัพ เขาจึงต้องระดมพลในเผ่าใหม่อีกครั้งเป็นจำนวนมากและจากที่สายสังเกตเห็น ก็พบว่ารายการเสบียง อาวุธ ยา และม้าศึกที่อาซือหลันและเจิ่งเสวี่ยอิ๋งกำลังตามหาว่าหายไปจากค่ายทหารได้อย่างไร ซึ่งสิ่งเหล่านั้นล้วนแต่ปรากฏอยู่ในค่ายทหารของเผ่าบาสมิลทั้งสิ้นเพียงเท่านี้ก็ชัดเจนแล้วว่าทั้งจวนแม่ทัพและค่ายทหารของเขาล้วนแต่มีไส้ศึกซ่อนอยู่ทั้งนั้น ดวงตากลมโตของอาซือหลันเ

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 22

    ส่วนอนุคนสุดท้ายคือ ซินเซียง หรือ อนุซิน นางโลมจากหอชิงอู๋ หอคณิกาเลื่องชื่อของเมืองหนิงเปียนที่อาซือหลันรับเข้าจวนในวัยยี่สิบสี่หนาว ด้วยเพราะถูกใจในใบหน้า ท่าทาง และจริตจะก้านของนางซินเซียงนั้นนับว่าเป็นแม่นางที่รู้จักเรือนร่างของตนเป็นอย่างดี นางสวมใส่ชุดฮั่นฟูสีชมพูอมแดงที่ช่วยขับผิวพ

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-17
  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 25

    ใบหน้าของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งแข็งค้างไปชั่วขณะ พลันเกิดความอึดอัดใจขึ้นมาอย่างรุนแรง เพราะนางเตรียมตัวมาเพื่อรับมือกับปัญหาในการบริหารจวนเสียมากกว่า ไม่ใช่เรื่องแป้งทำอาหารพื้นเมืองที่ละเอียดอ่อนเช่นนี้นางกำมือที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อแน่น พยายามประมวลคำตอบ พร้อมทั้งทบทวนความรู้ที่กู่ลี่น่าเล่าให

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-17
  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 33

    เช้าวันรุ่งขึ้นมาถึงอย่างรวดเร็ว จนเจิ่งเสวี่ยอิ๋งไม่อยากจะตื่นขึ้นมารับรู้ความจริงอาซือหลัน เจิ่งเสวี่ยอิ๋ง และเหล่าอนุทั้งสามคนยืนส่งต้าปาถู หนู่เอ๋อร์เจียง และกู่ลี่น่า ที่กำลังจะออกเดินทางกลับเผ่าอุยกูร์ในวันนี้บรรยากาศเต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์ เมื่อขบวนรถม้าเคลื่อนลับหายไปจาก

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-19
  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 32

    กู่ลี่น่าทอดสายตามองใบหน้าอันนวลเนียนของบุตรสาวด้วยความรู้สึกเห็นใจอย่างสุดซึ้งที่สลักลึกอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจคนเป็นแม่ ทว่าเมื่อนางตัดสินใจเบือนหน้ากลับไปมองสามีผู้เป็นที่รักและสหายสนิทของสามีที่นั่งประทับอยู่ข้างกันรอยยิ้มที่เคยประดับอยู่ก็มลายสิ้นไปทันทีที่ได้เห็นสีหน้าเคร่งเครีย

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-19
บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status