تسجيل الدخولหอคณิกาอู๋ฮวา
เสียงดีดฉินอันเเสนไพเราะเสนาะหูเมื่อรวมเข้ากับการร่ายรำอ่อนช้อยของนางระบำช่างงดงามยิ่งนัก หากเเต่...บุรุษหนุ่มผู้มีเรื่องขุ่นเคืองใจกลับกรอกสุราร้อนลงคอไปหลายกา จนสหายท่านหนึ่งเอ่ยทัก "ไม่คิดว่าคุณชายนักรักเช่นเจ้าจะมีเรื่องลำบากใจในอิสตรีถึงเพียงนี้"คนกล่าวคือคุณชายเฉิงเทียนกู่ที่นั่งคลอเคลียกับนางคณิกาอยู่ฝังตรงข้าม เขาเป็นสหายคนสำคัญขอโม่เสี่ยวท่ง ลูกชายคนกลางของเจ้าเมืองเฉิงเทียน "จะว่าไปแล้วฮูหยินใหญ่ของท่านหน้าตาเป็นเช่นไรหรือ? ข้าไม่เคยเห็นหน้านางเลยสักครา"ก็แหงสิ นางอยู่แต่ในเรือนหลังสวนใครไหนเลยจะได้ยลโฉม แม้เเต่โม่เสี่ยวท่งเองยังจำหน้านางไม่ได้เลยสักนิด โม่เสี่ยวท่งถอนหายใจพลางหันไปสั่งเสี่ยวเออร์ขอสุราเพิ่มอีกกา คุณชายเซียวจื่อผู้นี้คือสหายอีกคน ปีนี้เขาสอบเป็นบัณฑิตรอเรียกตัวเข้าราชสำนัก หากแต่มีคนอีกผู้ บุรุษรูปงามที่นั่งอยู่ข้างกายโม่เสี่ยวท่ง คือรองผู้พิพากษาแห่งศาลเฉิงเทียน นามเมิ่งหลุน เขากำลังนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ จนทุกคนบนโต๊ะจับสังเกตุได้ "คุณชายเมิ่ง ท่านนั่งยิ้มมาครึ่งชั่วยามแล้วกระมัง"เซียวจื่อว่าพลางใช้ศอกกระทุ้งแขนที่เท้าอยู่ของสหาย เหตุเพราะเป็นสหายกันมาแต่เยาว์กระมัง ทั้งสี่จึงได้มีความสนิทสนมกลมเกลียว เมื่อละจากภาระหน้าที่ของตนทุกคนก็คือสหายไม่มีการถือยศถืออย่าง "นั่นสิ สุราก็ไม่ดื่ม เช่นนั้นกานี้ข้าขอนะ"โม่เสี่ยวท่งว่าพลางดึงกาสุราตรงหน้าเมิ่งหลุนมากรอกใส่ปาก คุณชายทั้งสี่คือลูกค้าประจำของหอคณิกาอู่ฮวา พวกเขามันจะนัดกันมาร่ำสุราเคล้านารีเป็นประจำ หากเดินด้วยกันในตลาดก็จะมีสาวๆ เดินตามเป็นขบวน เหตุเพราะชาติตระกูล ฐานะ และรูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลา จนมีคนขนานนามให้ว่า สี่หยกสลักแห่งเมืองเฉิงเทียน "เมื่อวานที่เชิงเขาอารามเฉิงจิ้ง ข้าพบสตรีผู้หนึ่ง งาม นางงามเหลือเกิน งามราวเซียนสวรรค์…."คุณชายเมิ่งเอ่ยพลางทำหน้าเคลิ้มจนเหล่าสหายยิ้มตาม "เหอะ งามสู้แม่นางต๋าจี้ของข้าได้หรือไม่? "โม่เสี่ยวท่งเอ่ยถึงนางคณิกาสาวเเรกเเย้มที่ตนตั้งใจจะไถ่ตัวไปเป็นฮูหยินสี่ "งามกว่านั้น ข้าตกหลุมรักนางเพียงเเรกพบ ใจข้าก็ไม่อาจเป็นของตนเองอีกต่อไป…"ในบรรดาสี่หยกสลักแห่งเมืองเฉิงเทียน ก็เห็นจะมีคุณชายเมิ่งนี่แหละ ที่ไม่ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าสำราญเขาไม่เคยค้างคืนกับสตรีใดในหอคณิกาหรือพากลับจวนเลยสักนาง คำเอ่ยเพ้อเมื่อครู่จึงทำตนเป็นสหายทั้งสามทำหน้าฉงน "ท่านอาการหนักนะเนี่ย นางเป็นลูกเต้าเหล่าใครกัน? "เซียวจื่อว่าอย่างอยากรู้ "นั้นสิ ทำท่านเพ้อเช่นนี้เห็นทีข้าต้องออกหน้าไปสู่ขอให้ท่านแล้วกระมัง"เฉิงเทียนกู่ลุกขึ้นตบบ่าสหาย "เช่นนั้นก็ดีเลย ข้าให้บ่าวไปสืบมาได้ความว่าแม่นางอวี่มักจะมาสวดมนต์ที่อารามเฉิงจิ้งเป็นประจำ"เมิ่งหลุนว่าพลางทำหน้าวาดฝัน พรวด!! แซ่ของสตรีที่เมิ่งหลุนเอ่ยทำโม่เสี่ยวท่งถึงกับสำลักสุรา ไอเเค่กๆ "เอ้า เสี่ยวท่งเจ้าเป็นอะไรไป"เซียวจื่อขยับกายหนีเพราะกลัวจะเปื้อน "หรือว่า...เจ้าจะรู้จักแม่นางคนนี้"เฉิงเทียนกู่เอ่ยพลางหรี่ตา "เอ...แต่จะว่าไปแล้วข้าเห็นนางมากับ...ท่านป้าหนีฉางแม่ของเจ้า...หรือว่า...นางจะเป็นหลานของแม่เจ้า!"เมิ่งหลุนทำท่าท่าคิดตาม ก่อนจะเอ่ยออกมา "..อ..เอ่อ..อืม.."โม่เสี่ยวท่งอึกอัก "ใช่ไหมๆ แม่นางอวี่...อวี่..อะไรนะ...มันติดอยู่ที่ปาก...อ้อ!ข้าจำได้แล้ว แม่นางอวี่เจียงลี่" "อวี่เจียงลี่...นั้นมันชื่อฮูหยินใบ้ของเจ้าไม่ใช่รึ? "เฉิงเทียนกู่ขมวดคิ้ว เป็นเพราะเมิ่งหลุนเอาเเต่เหม่อลอยจึงไม่ได้ฟังสิ่งที่โม่เสี่ยวท่งระบายสักนิด "ฮูหยินใบ้? "เมิ่งหลุนตาเบิกโพลง "อืม...นางเป็นใบ้" 🌻......สวยขนาดสหายเพ้อหา....ฮูหยินใบ้ไม่ธรรมดาแล้วนะเนี่ยโม่เสี่ยวท่งปล่อยให้ฮูหยินหลับต่อ นางคงเพลียจากเหตุเมื่อคืน เขาไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายนางแต่เพราะความคิดถึงที่มากมายจนหยุดค่ำคืนอันแสนหวานฉ่ำเอาไว้ไม่อยู่ทำให้เวลาล่วงเลยมาถึงช่วยสาย บ่ายวันนั้นคุณชายโม่จึงออกมาจากเรือน เพื่อไปคลังสินค้า จริงๆ เขาควรพักสักสองสามวัน แต่ชายหนุ่มอารมณ์ดีมากความเหนื่อยล้าจึงหมดไป พอจะเดินพ้นเรือนใหญ่ก็ชะงักก่อนจะเจ้าไปคำนับมารดา กลับถูกต่อว่ากระบุงใหญ่พร้อมทิ้งเด็กแก้มกลมเอาไว้ให้เลี้ยง ถึงจะโดนด่าแต่โม้เสี่ยงทางก็ฉีกกว้างเมื่อเห็นหน้าลูกชายตัวน้อยที่นั่งเล่นของเล่นอยู่บนโต๊ะกว้าง เด็กน้อยหันมองผู้เป็นพ่อก่อนจะทำหน้ามู่ทู่ หันไปทางอื่นราวกับขุ่นเคืองบิดา โม่เสี่ยวท่งยิ้มละมุม หากเอาเด็กมาเรียงกันสักสิบคนแล้วให้เขาทายว่าเด็กคนใดคือเสี่ยวเปา เขาก็คงจะบอกได้อย่างแม่นยำ เพราะเด็กน้อยมีดวงตาวาวราวลูกกวางและแก้มกลมเหมือนผู้เป็นแม่ไม่มีผิด หากแต่จมูกกับปากเหมือนโม่เสี่ยวท่งทุกประการ โม่เสี่ยวท่งขยับเข้ามาไกล้ๆ เอามือจิ้มแก้มลูกชายเล่นทีนึง เด็กเงยหน้ามองพ่อสายตาดูดุดันแล้วเบื้อนหนีไปอีกทาง เห้อ...นี่ถอดแบบกันมาทุกอย่างเลยหรือ? โม่เสี่ยวท่งมิวายคิด "โกธรเคือ
ดูเหมือนโม่เสี่ยวท่งจะถูกใจท่าอุ้มเตงมาก เมื่อมาถึงห้องเข้าก็ยังไม่ปล่อยนางลงยังคงเดินไปมุมโน้น มุมนี้กระทั้นสะโพกอยู่ไม่ขาด สวนด้านบนก็ดูดชิมเนื้อนางอย่างหื่นกระหาย"ท่านพี่เปลี่ยนท่าเถอะข้าระบมไปหมดแล้ว""ได้สิ เจ้าอยากทำท่าไหน คืนนี้ข้าจะทำให้เจ้าได้ทั้งคืนเลยยอดรัก"อวี่เจียงลี่ถูกวางลงบนเตียงนางหอบถี่พลิกตัวหันหลัง นางอยู่ในท่าคลานหันบั้นท้ายงอนงามหันไปทางสามี โม่เสี่ยวท่งมองกลีบผกางามที่แดงระเรื่อตอนนี้เริ่มบวมแดง ลิ้นร้อนของเขาจึงทำงานปลอบประโลมมันอีกครั้ง อวี่เจียงร้องไม่เป็นภาษามือบางกำผ้าปูที่นอน ยิ่งเรียวลิ้นชอนไชเข้าไปลึกเท่าไรนางยิ่งแทบบ้า จนในที่สุดนางก็เสร็จสมอารมณ์หมาย กลีบผกางามคายหยาดน้ำหวานออกมา โม่เสี่ยวท่งดูดกลืนน้ำสวาทของนางทุกหยาดหยดอย่างไม่รังเกียจเขาทิ้งตัวลงบนเตียงเคล้าคลึงสองเต้าของนางราวเด็กน้อยกระหายน้ำนมมารดาอวี่เจียงลี่มองสามีที่เหงื่อผุดพราย ก่อนจะยกสะโพกของตนขึ้นแล้วใช้กลีบผกาของนางถูไถไปกับแท่งหยกร้อน ความระอุของสองสิ่งเสียดสีกันไปมาจนมีน้ำเฉาะแฉะ อวี่เจียงลี่จึงบดสะโพกลงไปจนสุดโค่น นางร้องลั่นมันทั้งเจ็บทั้งเสี่ยวแต่นางชอบเหลือเกิน ร่างบางเริ่มออกแ
แสงไฟสลัวจากเรือนอนุซีหนิงที่มอดดับมานานถูกจุดขึ้นสว่างสไหว อวี่เจียวลี่ได้แต่ยืนมองอยู่ไกลๆ ดึกดื่นเช่นนี้นางชอบออกมายืนที่ระเบียงเพื่อรับลม เมื่อก่อนตอนที่โม่เสี่ยวท่งแต่งฮูหยินสามเข้าเรือน อวี่เจียงลี่ก็ชอบมายืนมองอยู่ตรงนี้ แม้จะเห็นไม่ชัดนักแต่ก็พอจะรู้ว่าทั้งสองมักออกมาพลอดรักกันอยู่ข้างนอก โม่เสี่ยวท่งกอดรัดนางอย่างรักใคร่ บางครั้งอวี่เจียงลี่ก็ได้ยินทั้งสองพูดคุยกันหวานหู นางอยากให้โม่เสี่ยวท่งสนใจนางบ้าง กอดนางบ้าง ออดอ้อนนางเช่นทำกับฮูหยินทุกคน นางยืนมองจนพวกเขาลับตาไปพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้มใสนับแต่โม่เสี่ยวท่งสูญเสียซีหนิงไปเขาก็ย้ายมาอยู่ยังเรือนหลังสวนกับนาง ราวกับความฝันมันคือสิ่งที่นางต้องการมาตลอดหลังจากแต่งงาน แต่ทว่าเวลาช่างสั้นนักเพียงสามเดือนเขาก็จากไปเมืองหลวง พอกลับมาก็แต่งภรรยาคนที่ 4 เข้าจวน อวี่เจียงลี่ปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม คืนนี้นางคงต้องยืนมองเขาพลอดรักกับฮูหยินสี่อีกสินะดีที่วันนี้เสี่ยวเปานอนเรือนใหญ่กับประมุขสกุลโม่และหนีฉางฮูหยิน ไม่เช่นนั้นเด็กน้อยคงได้เช็ดน้ำตาให้มารดาอีกแน่ๆ ถึงนางจะเสียใจเรื่องโม่เสี่ยวท่งมากเพียงใด แต่นางก็ไม่อยากปลูกฝังให้ลูกเ
ถึงจะทำใจไว้แล้วว่าสามีผู้มากรักของนาง ไม่ช้าก็เร็วจะต้องแต่งฮูหยินคนใหม่เข้าจวน แต่ลึกนางก็ยังหวังในคำสัตย์สัญญาที่เขาเคยให้กับนางเอาไว้ หากแต่พอถึงเวลาจริงๆ ฮูหยินใหญ่กลับทำใจไม่ได้เสียที ่ร่างบางปลีกตัวกลับมาที่เรือนนางอ้างว่าไมค่อยสบาย หนีฉางฮูหยินรู้ดีนางกำลังเสียใจจึงไม่ได้ทัดทานอะไร ได้แต่อุ้มหลานชายตัวน้อยแล้วพยักหน้าโม่เสี่ยวท่งก้าวมายังศาลาท่าเรือกลิ่นไอของครอบครัวที่เขาได้โหยหาตลบอบอวล เขาโผกอดผู้เป็นพ่อแน่น ก่อนจะเบิกตาโพลงเมื่อเห็นท่านแม่หนีฉางอุมเด็กน้อยแก้มอวบอ้วน"เสี่ยวเปาลูกของเจ้ากับเจียงลี่อย่างไรเล่า""จริงรึ?"น้ำเสียงดีใจระคนตื่นเต้นเมื่อเห็นเด็กน้อย ดวงตากลมไร้เดียงสามองหน้าโม่เสี่ยวท่งแล้วเอียงคอด้วยความสงสัย หนีฉางฮูหยินส่งหลานชายตัวน้อยให้สามีอุ้มนางางสวมกอดลูกชายอย่างโม่เสี่ยวท่งด้วยความคิดถึง โม่เสี่ยวท่งกอดมารดาแน่นแต่มือเอื้อมไปจับแก้มลูกเบาๆ เด็กน้อยสะบัดหน้าหนี แววตากล้าๆ กลัวๆ มองคนไม่คุ้นเคย"เจ้าเป็นอย่างไร สามปีมานี้ไม่ส่งข่าวทุกคนเป็นห่วงเจ้ามาก็เลยรู้ไหม? "หนีฉางฮูหยินเอ่ยพลางยกมือลูบแก้มลูกชายเขาดูผอมลงไปนิดหน่อยใบหน้าคมสันกว่าเมื่อก่อน ท่าที
สามปีผ่านมา…ร่างอรชรของฮูหยินใหญ่ตระกูลโม่นั่งนิ่งงันอยู่ศาลาท่าเรือ ดวงตาทอดมองออกไปไกลจนสุดปลายแม่น้ำ อวี่เจียงลี่ปล่อยใจลอยละล่องอยู่เนินนานก็จะตื่นจากภวังค์เพราะสัมผัสน้อยๆ ที่กระตุกชายอาภรณ์"ท่านแม่ข้าอยากกินซาลาเปา"มืออวบขาว เสี่ยวเปา ลูกชายของอวี่เจี่ยงลี่กับโม่เสี่ยวท่งดวงตากลมจับจ้องผู้เป็นแม่ที่กำลังหยิบขนมให้ แววตาไร้เดียงสาทำอวี่เจียงลี่อดไม่ได้ที่จะจูบแก้มลูกชายสุดที่รักสักทีปีนี้เสี่ยวเปาอายุได้ 2 ขวบแล้ว เจ้าเด็กแก้มอ้วนพูดเก่งเฉลียวฉลาดเกินวัย หากแต่ไร้วาสนาที่จะได้พบหน้าพ่อเช่นโม่เสี่ยวท่งนับต้องแต่ตอนท้องนางก็มารอสามีที่ท่าเรือแทบทุกวัน กระทั่งนางคลอดลูกชายน่าตาหน้าเกลียดหน้าชังออกมาก็ยังไม่มีวี่แววของเขา สกุลโม่ทุกคนรอคอยการกลับมาของคุณชายและคนอื่นๆ จนกระทั่งคุณชายเซียวจื่อสหายอีกคนของโม่เสี่ยวท่งเดินทางไปเมืองหลวงจึงมันจะส่งข่าวกลับมาทางบ้าน และบอกเล่าเรื่องของโม่เสี่ยวท่งว่าตอนนี้ เขาช่วยงานอยู่ในวังหลวงสุขสบายดี แม้จะนึกน้อยใจแต่อวี่เจียงลี่ก็ไร้กังวลเมื่อรู้ว่าเขาปลอดภัยดี กินอิ่มนอนหลับเด็กดื้อกินซาลาเปาเสร็จสัพ ก็ปีนป่ายขึ้นตักมารดามืออวบอ้วนขยุ้มโน้มเนื
หลังจากที่โม่เสี่ยวท่งไปเมืองหลวงได้เพียงสามวัน หนีฉางฮูหยินก็บอกแก่อวี่เจียงลี่ให้นางทำใจเรื่องที่โม่เสี่ยวท่งจะมีอนุภรรยาคนที่สี่ ไม่มีใครเชื่อว่าชายมากรักอย่างเขาจะหยุดที่ใครได้ อวี่เจียงลี่เข้าใจขอนี้ดี นางเองก็ทำใจเอาไว้บ้าง แต่ลึกๆ ก็ยังเชื่อคำสัญญาของสามี หากไม่เห็นกลับตานางก็คงมิเชื่อใครทั้งนั้นว่าสามีนางจะมีอนุภรรยา ก็เขาสัญญากับนางไว้แล้ว….หนึ่งเดือนต่อมา…อวี่เจียงลี่เข้ามาทำบัญชีในคลังสินค้าแทนโม่เสี่ยงทางเป็นบางอย่าง นางดูแลทุกอย่างได้ดีไม่ขาดตกบกพร่อง หนีฉางฮูหยินปลื้มปริ่มลูกสะใภ้ยิ่งนักนางชมอยู่ไม่ขาดปาก ประมุขสกุลโม่ชราก็พลอยไม่เหนื่อยงานมากนัก จะมีก็แต่ออกไปเจรจาซื้อขายที่แม่นางอวี่ไม่ชอบใจนัก พ่อสามีจึงเป็นคนไปแทน หากแต่สองสามวันมานี่ อวี่เจียงลี่ไม่ค่อยสบายนักร่างอรชรเอนพิงกับเสาเรือนรอหมอยามาตรวจโรค พักนี้นางเวียนหัว อยากอาเจียนตลอดเวลา ไม่ว่าจะกินอะไรก็อ้วกออกมาเสียหมด"เจียงลี่รอบเดือนเจ้ามาหรือไม่? "หนีฉางฮูหยินถามอย่างเป็นห่วง"ไม่มาเจ้าค่ะ"อวี่เจียงลี่ตอบเสียงแผ่ว"หรือว่าเจ้าจะ….""ท่านหมอมาแล้วเจ้าค่ะฮูหยิน"บ่าวรับใช้คนหนึ่งเอ่ยขึ้นหมอยาผู้เฒ่าจับชีพจรอว







