Share

บทที่ 10

“เหลวไหล! ท่านมีหลักฐานอะไรมายืนยัน แค่ใช้คำพูดเลื่อนลอยก็นึกว่าจะตัดสินใครได้เแล้วหรือ”

ไม่บ่อยนักที่จะได้เห็นเจิ้งกั๋วกงหลุดกิริยาแบบนี้ ฮ่องเต้ทอดพระเนตรแล้วให้นึกพอพระทัยอย่างยิ่ง

อี้หานชิงยังคงความสุขุม ขณะเปิดปากพูดต่อ

“เจิ้งกั๋วกงเข้าใจผิดแล้ว ต่อให้ข้าใจกล้าแค่ไหนก็คงไม่กล้าใส่ร้ายป้ายสีฮองเฮา หากท่านต้องการหลักฐานแล้วละก็ ผู้น้อยจะนำมาให้ดูเดี๋ยวนี้”

กล่าวจบจึงปรบมือสามที ฉับพลันก็มีทหารนำตัวคนกลุ่มหนึ่งเข้ามา หลี่จงกับหยางเหลียงมองใบหน้าของคนเหล่านั้น ล้วนเห็นว่าเป็นคนคุ้นเคยด้วยกันทั้งสิ้น ในบรรดาคนที่ถูกพาตัวมานั้น มีบางคนหันมาสบตากับหยางเหลียง ทว่าพริบตาก็รีบเบนหน้าหนี ราวกับว่าไม่เห็นเจิ้งกั๋วกงอยู่ในสายตากระนั้น

ชั่วขณะนั้นหยางเหลียงพลันเกิดความรู้สึกว่าเรื่องราวเริ่มอยู่เหนือการควบคุมของตนเสียแล้ว และแน่นอนว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาคิดไปเอง…

คนที่ถูกพาเข้ามาคือคนของหลี่เซวียนในกรมอาญา แต่เดิมพวกเขาเป็นเพียงลูกน้องปลายแถวที่ไม่มีใครให้ความสนใจ ที่มาติดตามหลี่เซวียนเพราะหวังพึ่งพาบารมีหนึ่งคนบรรลุ หมูหมากาไก่พลอยขึ้นสวรรค์[1] ก็[rc1] เท่านั้น

เพราะมั่นใจในตัวเอง ตอนที่ถูกสั่งให้ไปปิดปากคนเหล่านี้ หลี่เซวียนจึงไม่ได้กระตือรือร้นเท่าที่ควร ทำให้อี้หานชิงสามารถฉกฉวยโอกาสนี้ไปได้ ยามนี้หยางเหลียงได้แต่นึกเสียใจจนลำไส้เขียว

ลูกน้องกลุ่มนี้ของหลี่เซวียนล้วนเป็นพวกปลายแถว มีหรือจะเคยเจอเรื่องใหญ่โตถึงขั้นนี้ แต่ละคนพอรู้ว่าตัวเองถูกฟ้องร้องต่อหน้าพระพักตร์ก็พากันร้องหาบิดามารดาเสียงหลง ยังไม่ทันที่อี้หานชิงกับฮ่องเต้จะทำอะไร ก็รีบร้อนรับสารภาพทุกข้อกล่าวหาเสียแล้ว

“ทูลฝ่าบาท เรื่องนี้เป็นเพราะกระหม่อมอบรมเด็กในตระกูลไม่ดี ทำให้พวกเขาไปวุ่นวายกับฮองเฮา ขอทรงลงพระอาญาด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

หลักฐานพยานครบครันแบบนี้ หากไม่ให้หยางจื่อหรงยอมรับความผิดไว้กับตัวก่อน ตำแหน่งฮองเฮาของบุตรสาวคงสั่นคลอนเป็นแน่

หลี่จงเห็นพันธมิตรพลิกลิ้นโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า พลันกระจ่างแจ้งแก่ใจรีบเอ่ยสนับสนุนทันที

“ฝ่าบาททรงมีพระเมตตา เรื่องนี้ฮองเฮาเองก็ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ เป็นเจ้าลูกสุนัขของกระหม่อมที่แอบอ้างกระทำเรื่องชั่วช้าเหล่านี้พ่ะย่ะค่ะ”

ฮ่องเต้สดับฟังเรื่องราวอย่างเงียบเชียบ มุมโอษฐ์เหยียดโค้งเป็นรอยเย้ยหยัน ก่อนจะจางหายไปในชั่วพริบตา คงต้องบอกว่าจิ้งจอกเฒ่าแซ่หยางเดินหมากตานี้ได้ดีจริงๆ เพราะถ้าหากเป็นคำสั่งของฮองเฮา เรื่องนี้ย่อมร้ายแรงตามฐานันดรของนาง แต่เมื่อเปลี่ยนมาเป็นหลี่เซวียนกับท่านหญิงคังหนิงแล้ว เรื่องราวก็ดูจะไม่ใหญ่โตอันใด อีกทั้งยังสามารถปัดความเกี่ยวข้องไปจากสกุลหยางได้อย่างหมดจด

แต่นี่ก็เป็นผลลัพธ์ที่พระองค์คาดเดาเอาไว้อยู่แล้วมิใช่หรือ…

“ถ่ายทอดราชโองการลงไป ลงโทษโบยหลี่เซวียนห้าสิบที ฐานใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ” สุรเสียงตรัสสั่งเนิบช้า หยางเหลียงกับหลี่จงพลันผ่อนลมหายใจ ทว่ายังไม่ทันโล่งอกดีก็ถูกประโยคถัดมาทำให้หายใจไม่ออก “พร้อมปลดออกจากตำแหน่งขุนนาง ห้ามเข้าสอบรับราชการใดๆ ก็ตาม หากไม่ได้รับคำอนุญาตจากเจิ้น”

หลี่จงกรีดร้องตื่นตระหนกในใจ หลี่เซวียนเป็นบุตรชายคนโตของเขา ถูกสั่งห้ามรับราชการไม่มีกำหนดแบบนี้ แล้วสกุลหลี่จะเป็นเช่นไรในอนาคต

“ระ…เรื่องนี้”

“ส่วนหยางจื่อหรง เห็นแก่ท่านกั๋วกงและที่นางเป็นสตรี เจิ้นจะไม่ลงโทษโบย” หยางเหลียงคล้ายหายใจโล่งขึ้น เตรียมคุกเข่าขอบพระทัยด้วยความยินดี “แต่เจิ้นจะลงโทษถอดยศท่านหญิงตราตั้ง กักบริเวณให้นางคัดกฎระเบียบของสตรีแทน”

หยางเหลียงยืนนิ่งใบหน้าดำทะมึน คำสั่งเลิกประชุมที่ดังขึ้นไม่เข้าหูแม้แต่น้อย ได้แต่มองตามหลังฉลองพระองค์สีเหลืองด้วยใบหน้าทะมึน ถูกถอดยศท่านหญิง ทั้งยังถูกสั่งกักบริเวณ คราวนี้ชื่อเสียงคุณหนูสกุลหยางคงได้เลื่องลือกลายเป็นตัวตลกให้ทุกคนในวงน้ำชาของชนชั้นสูงแห่งเมืองหลวงได้ขบขันเป็นแน่!

ราวกับว่ากลัวคนเบื้องหลังจะไม่อัดอั้นตันใจเท่าที่ควร สุรเสียงเย็นยะเยือกจึงดังขึ้นอีกครั้ง

“โอรสสวรรค์ทำผิดมีโทษเท่าสามัญชน แม้เรื่องนี้จะบอกว่าฮองเฮาถูกคนชักจูง แต่นางเองก็มีความผิดโทษฐานที่หูเบา...หยวนกงกง เจ้าไปตำหนักคุนหนิง ถ่ายทอดคำพูดของเจิ้ง ให้ฮองเฮาสำนึกผิดอยู่ในตำหนักหนึ่งเดือน ระยะนี้เรื่องราวในวังหลังก็ให้หลินกุ้ยเฟยช่วยดูแลไปก่อน”

หยางเหลียงราวกับลูกหนังที่ถูกปล่อยลมจนแฟบ เรื่องที่หลานสาวถูกถอดยศท่านหญิงสำหรับเขานั้น ไม่อาจเทียบกับเรื่องที่บุตรสาวต้องถูกกักบริเวณเลยแม้แต่น้อย เพราะการที่ฮองเฮาถูกหลินกุ้ยเฟยแบ่งหน้าที่ดูแลวังหลังไป ก็เปรียบเหมือนสกุลหยางถูกสกุลหลินแบ่งอำนาจในมือที่มีอยู่ไปนั่นเอง

“อี้หานชิง!” ถ้าไม่เพราะเจ้าคนน่าตายนั่น สกุลหยางของเขาจะตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ได้อย่างไร “ข้าไม่ปล่อยพวกเจ้าพ่อลูกไปแน่!”

แตกต่างจากอารมณ์ขุ่นมัวของเจิ้งกั๋วกงคือท่าทีของฮ่องเต้ ยามที่หยวนกงกงกลับจากตำหนักคุนหนิง ก็เห็นพระพักตร์แจ่มใสอย่างที่น้อยครั้งจะมีให้เห็น

“ฝ่าบาท จัดการตามที่รับสั่งเรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

“นางเป็นอย่างไรบ้าง”

คิดถึงสภาพหยางฮองเฮาที่เสียกิริยาราวกับคนคุ้มคลั่ง หยวนกงกงพลันพูดไม่ออก ได้แต่รายงานไปตามความเป็นจริง

“กระหม่อมได้ยินมาว่าฮองเฮากับเจิ้งกั๋วกงกำลังสืบหาตัวคนพ่ะย่ะค่ะ”

ฮองเฮากับสกุลหยางวางตัวอยู่เหนือผู้อื่นมาจนเคยชิน ยามนี้ถูกคนลากลงมาคลุกดินเปื้อนโคลน ในใจคงยากจะยินยอมเป็นแน่

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 58

    ทว่าเจ้าโจวเหยียนนั่น ยังไม่ทันขึ้นนั่งบัลลังก์ก็ทำร้ายผู้คนไปนับไม่ถ้วน โจวหย่งขบคิดอยู่เป็นนาน ก่อนจะบอกตัวเองว่าจะปล่อยให้พี่ชายต่างมารดาผู้นั้นขึ้นเป็นฮ่องเต้ไม่ได้อย่างเด็ดขาด!ร่างของอี้หานชิงถูกนำลงมาเป็นคนสุดท้าย ดวงตาเรียวมองสำรวจผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อตาเผยแววหนักใจออกมาวูบหนึ่ง อินเอ๋อร์ต

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 57

    “ลูกยังไม่โง่งมถึงขั้นนั้นหรอกพ่ะย่ะค่ะ ทำแบบนั้นก็สมพระทัยเสด็จพ่อน่ะสิ ที่จะให้เจ้าเก้ารับบทวีรบุรษของแคว้น” ดวงตาเรียวหยีแย้มยิ้มให้บิดาด้วยท่าทางอารมณ์ดียิ่ง“นำตัวคนเข้ามา!” สิ้นเสียงตวาด กลุ่มคนจำนวนหนึ่งก็ถูกฉุดลากเข้ามา โจวฮ่องเต้เบิกพระเนตรกว้าง ภายในพระทัยเกิดความหวั่นไหวจนแสดงออกทางพระพัก

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 56

    อากาศในเดือนสิบสองหนาวเย็นสมกับเป็นฤดูเหมันต์ การฟาดฟันกันระหว่างหลี่อ๋องกับอ๋องเก้าในวันที่สิบหกของเดือนสิบสอง กองทัพอ๋องเก้าก็สามารถตีฝ่าประตูเมืองหลวงได้ภายใต้การนำทัพของแม่ทัพใหญ่จาง กองกำลังทหารในเมืองหลวงล้วนไม่ใช่คู่ต่อสู้ จวนสกุลหยางกับสกุลหลี่ที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการก่อกบฏถูกทหารบุกเข้า

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 55

    “ท่านอ๋องโปรดถนอมตัวด้วย อย่าให้โทสะมาบดบังความคิดจนเสียการใหญ่เลยพ่ะย่ะค่ะ” หยางเหลียงก้าวออกมาเตือนสติ“ท่านตาไม่ต้องเป็นห่วง เปิ่นหวานยังมีสติดี” หลี่อ๋องหันมาตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ดาบในมือถูกโยนทิ้งก่อนจะรับผ้าจากนางกำนัลมาเช็ดทำความสะอาดหากยังมีสติอยู่ก็ไม่ควรสังหารคนจนหมดเช่นนี้ ยังค้นหาตัวอ

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 54

    คล้ายว่าคำก่นด่าของพระบิดาจะทำให้โจวเหยียนยิ่งบ้าคลั่ง เขาเปล่งเสียงหัวเราะราวกับขบขันเสียเต็มประดา“เดรัจฉานอย่างนั้นหรือ! เสด็จพ่อคงไม่ทรงรู้ เดรัจฉานที่แท้จริงต้องแบบนี้ต่างหาก!”พูดจบก็กระชากเอาแม่ลูกคู่หนึ่งจากในกลุ่มนั้นลากมาหยุดยังเบื้องหน้าฮ่องเต้ เสียงกรีดร้องร่ำไห้ระงมจนฟังไม่ได้ศัพท์ดังไป

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 53

    แน่นอนคำถามนี้ไม่มีสิ่งใดไม่ถูก เสด็จพ่อไม่เคยไม่ไว้หน้าเขาในฐานะโอรสองค์โต มีเพียงเรื่องเดียวที่พระองค์ไม่ทรงตามใจเขา นั่นก็คือเรื่องของอี้อิน และนี่ก็เป็นปมในใจโจวหย่งมาตลอด“เสด็จพ่อทรงไม่ไปเป็นนักแสดงละคร เรื่องนี้นับว่าน่าเสียดายอย่างยิ่งจริงๆ ที่พระองค์ทรงทำทั้งหมดล้วนรู้ดีแก่พระทัยว่าทรงทำไปเ

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 46

    “หลี่อ๋องเป็นคนยึดติด ภายหน้าไม่แค่พระองค์ แม้แต่อินเอ๋อร์เองก็เกรงว่า...”นิสัยมีแค้นต้องชำระ ไม่ตายไม่เลิกรา ของหลี่อ๋องใครๆ ก็ต่างรู้ดี อี้อินหักหน้าไม่ยอมเป็นสตรีของเขา เขาไม่มีทางยอมปล่อยนางลอยนวลแน่สองบุรุษต่างวัยมองหน้ากันอย่างหนักใจ ก่อนที่โจวหย่งจะเป็นฝ่ายหลบสายตา“เรื่องนี้ข้าจะคิดหาหนทาง

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 4

    สายลมเดือนหนึ่งเย็นสดชื่น ทิวทัศน์รอบด้านขาวโพลนด้วยเกล็ดหิมะ เทศกาลหยวนเซียวเพิ่งผ่านพ้นไป ผู้คนจึงยังร่าเริงด้วยกลิ่นอายของงานเทศกาล ทว่าทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมานั้นมิได้รวมถึงทุกคน“ใต้เท้าอี้แสดงท่าทางแบบนี้ หรือคิดจะขัดคำสั่งฮองเฮากัน!”ในห้องโถงรับแขกของจวนสกุลอี้ ยามนี้เต็มไปด้วยบรรยากาศกดดัน

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 3

    ท้องฟ้ายามค่ำคืนของเทศกาลลอยโคมนั้นงดงามดุจภาพฝัน เบื้องล่างมีแสงจันทร์สาดส่องสว่างไสว ภายในงานเต็มไปด้วยผู้คน ความจอแจช่วยให้บรรยากาศเริงรื่นขึ้นอีกหลายเท่า“คุณหนู พวกเราไปดูทางโน้นกันเถอะเจ้าค่ะ” ปี้หยวนเอ่ยชวนผู้เป็นนาย รอยยิ้มบนใบหน้าสดใสเช่นเดียวกับดวงตาที่เป็นประกายวาววับอี้อินเดินตามโดยไม่ค

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 2

    งานเทศกาลลอยโคมของต้าโจวทุกปีล้วนจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ความครื้นเครงของผู้คนทำให้ร้านค้าพลอยคึกคักไปด้วย บรรดาหนุ่มสาวชาวบ้าน ผู้เฒ่าผู้แก่ตลอดจนถึงเด็กเล็กล้วนจับจูงกันมาร่วมงานด้วยใบหน้าชื่นมื่น แน่นอนว่าอี้อินเองก็เช่นกันปีนี้อี้อินอายุเต็มสิบหก ผ่านพ้นพิธีปักปิ่นมาเป็นที่เรียบร้อย หญิงสาวกวาดตาม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status