공유

บทที่ 11

“จะให้กระหม่อมปิดข่าวเรื่ององค์ชายหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

คำถามถูกกล่าวออกไปเนิ่นนานทว่าไร้การตอบรับ หยวนกงกงเงยหน้ามองผู้เป็นนายแวบหนึ่ง เห็นเพียงพระขนงที่ขมวดแน่นกับดวงเนตรมังกรทอดมองอย่างไร้จุดหมาย

“หยวนกงกง เจ้าว่าอี้หานชิงในวันนี้เป็นอย่างไร”

เป็นอย่างไร…หยวนกงกงขบคิดแล้วจึงค่อยพูดด้วยท่าทีระวัดระวัง

“ทูลฝ่าบาท กระหม่อมเห็นว่าการกระทำของใต้เท้าอี้ในวันนี้…ดูชาญฉลาดยิ่งพ่ะย่ะค่ะ”

ไม่ใช่ว่าที่ผ่านมาอี้หานชิงไม่ฉลาด แต่ในอดีตแม้กระทั่งคราวที่พิพาทกับหยางจี้ชวนสกุลหยาง เจ้าตัวก็ยังพุ่งชนพร้อมปะทะจนแทบจะเป็นเหตุการณ์ปลาตายตาข่ายขาดไปด้วยกันทั้งคู่ แล้วทำไมครานี้จึง…

“ละ…หรือว่า...” ความคิดหนึ่งแล่นเข้ามา ดวงตาเรียวหยีของขันทีข้างพระวรกายพลันเบิกกว้าง

“เด็กสาวคนนั้นน่าสนใจยิ่งนัก เจ้าว่าหรือไม่ ถึงกับทำให้ตอไม้ทื่อๆ อย่างอี้หานชิงเอาชนะได้อย่างหมดจดไม่ต้องเจ็บเนื้อเปลืองตัว”

เป็นแค่คุณหนูในห้องหอผู้หนึ่ง กลับสามารถกางเขี้ยวเล็บตะปบมารดาแผ่นดินกับจวนเจิ้งกั๋วกงจนมีบาดแผลได้

“ไม่ต้องปิดบัง ถ้าพวกเขาอยากรู้เรื่องนี้ก็ให้รู้ไป”

บางทีเด็กนั่นอาจจะเหมาะสมกับตำแหน่งนั้นก็ได้ ใครจะไปรู้…

ยามเย็นพออี้หานชิงนั่งรถม้ากลับถึงจวน สิ่งแรกที่เห็นคือใบหน้าเล็กซีดเซียวของบุตรี เขามองเค้าหน้าที่ชวนให้นึกถึงภรรยาผู้จากไปแล้วก็อดสะท้อนใจมิได้

“ท่านพ่อ” เห็นสีหน้าบิดาไม่สู้ดี อี้อินพลันขมวดคิ้ว นางร้องเรียกอีกฝ่ายด้วยท่าทางกังวล “เกิดอะไรขึ้นหรือเจ้าคะ หรือว่าฮ่องเต้ทรงไม่พอพระทัย”

แม้จะคิดวางแผนมาอย่างดี ทว่าในใจอี้อินก็ยังมีความหวาดวิตก เพราะหากไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ นั่นเท่ากับว่าตนเองคือคนบาปที่ผลักบิดาออกไปยืนปากเหวให้เป็นเป้าหมายคนที่คิดร้าย

“ไม่มีอันใด พ่อก็แค่รู้สึกเหนื่อยเล็กน้อย”

เห็นบุตรสาวมีสีหน้ากังวล อี้หานชิงจึงรีบเล่าเรื่องราวในวันนี้ให้อีกฝ่ายฟัง

“เป็นอย่างที่เจ้าเอ่ยเอาไว้จริงๆ ฮ่องเต้ทรงต้องการลิดรอนอำนาจฮองเฮากับจวนเจิ้งกั๋วกง”

ยามที่บุตรสาวออกความเห็นให้นำเรื่องนี้ไปฟ้องร้อง อี้หานชิงยังมีความรู้สึกว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ คาดไม่ถึงว่าเรื่องที่เขามองว่าเล็กน้อย จะทำให้ฮองเฮากับสกุลใหญ่สองสกุลย่ำแย่ได้ถึงเพียงนี้

“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวว่าจะเล็กหรือใหญ่ เพราะทุกอย่างล้วนอยู่ที่ฮ่องเต้ว่าพระองค์ทรงต้องการผลลัพธ์แบบใดต่างหากเจ้าค่ะ” อี้อินที่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดพลันถอนหายใจโล่งอก

“ในเมื่อฮ่องเต้ต้องการเล่นงานสกุลหยางกับฮองเฮา แล้วทำไมเจ้าถึงไม่ให้พ่อถวายฎีกาเรื่องสกุลหยางซ่องสุมกำลังพลเล่า”

ในมือเขามีหลักฐานการชุบเลี้ยงกองกำลังของสกุลหยางอยู่ ขอแค่ถวายมันให้กับฮ่องเต้ เก้าชั่วโคตรของตระกูลนี้ไม่มีทางหนีรอดไปได้แน่

อี้อินสำลักลมหายใจทันที บิดานางไฉน…ตรงเป็นตอไม้อย่างนี้นะ

“ท่านพ่อ ท่านทำอย่างนั้นไม่ได้นะเจ้าคะ”

เห็นบิดายังคงทำสีหน้าไม่ยินยอม อี้อินอดส่ายศีรษะถอนหายใจไม่ได้ บิดานางช่างเถรตรงเสียไม่มี

“ท่านพ่อคิดว่าระหว่างท่านกับฮ่องเต้ ผู้ใดมีกำลังคนและความสามารถมากกว่ากันเจ้าคะ”

“ย่อมต้องเป็นฝ่าบาท”

ฮ่องเต้มีทั้งอำนาจและกำลังคน แค่ลำพังหน่วยองครักษ์เงาก็ไม่มีผู้ใดเทียบเคียงแล้ว

“ใช่เจ้าค่ะ ไม่ว่าจะอำนาจหรือความสามารถ ฝ่าบาทล้วนมีมากกว่าพวกเรา เช่นนั้นสิ่งที่พวกเรารู้ มีหรือพระองค์จะไม่ทรงทราบ”

หากฮ่องเต้ต้องการเล่นงานสกุลหยางถึงตายจริง พระองค์คงลงมือเองไปแล้ว

“งั้นทำไม…” ทำไมพระองค์ไม่จัดการ คำนี้ไม่ได้ถูกถามออกไป แต่คนเป็นลูกก็คล้ายจะเข้าใจ เสียงใสจึงเอ่ยอธิบายต่อ

“สกุลหยางคือหอกข้างแคร่ ส่วนหยางฮองเฮาก็เป็นดั่งเนื้ิอร้าย แต่สองสิ่งนี้มีโล่ที่แข็งแกร่งและใช้ได้ผล นั่นก็คือองค์ชายใหญ่”

นางรู้แค่ว่าถ้าไม่มีองค์ชายใหญ่ ฮ่องเต้คงลงดาบใส่ผู้ที่กล้าท้าทายอำนาจพระองค์ไปแล้วเป็นแน่ คงไม่เพียงแค่อาศัยเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้มาเล่นงานคนเหล่านั้น

อี้หานชิงฟังแล้วยิ้มไม่ได้หัวเราะไม่ออกโดยสิ้นเชิง บุตรสาวของเขาอายุเพียงสิบหกเท่านั้น ทว่ากลับวิเคราะห์คาดเดาเรื่องราวได้ประดุจตาเห็น นางคิดอ่านได้มากกว่าตนที่เป็นบิดาเสียอีก

“อินเอ๋อร์ พ่อมีเรื่องอยากถามเจ้า”

จู่ๆ สีหน้าบิดาก็แปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม อี้อินเห็นสีหน้าจริงจังข่มขวัญจนไม่กล้าเอ่ยวาจาอื่น

“เจ้าคะ”

“เจ้า…” แต่ถ้าสามารถเป็นไปได้ อี้หานชิงอยากให้บุตรสาวเป็นคุณหนูในห้องหอที่ไม่รู้เรื่องภายนอกเลยมากกว่า

“เจ้ากับองค์ชายเก้าที่แท้มีความสัมพันธ์อันใดต่อกัน”

[1] หนึ่งคนบรรลุ หมูหมากาไก่พลอยขึ้นสวรรค์ หมายถึง คนหนึ่งได้เป็นเซียน สัตว์เลี้ยงรอบตัวพลอยได้ขึ้นสวรรค์ไปด้วย

[rc1]คนหนึ่งได้เป็นเซียนสัตว์เลี้ยงรอบตัวพลอยได้ขึ้นสวรรค์ไปด้วย

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 58

    ทว่าเจ้าโจวเหยียนนั่น ยังไม่ทันขึ้นนั่งบัลลังก์ก็ทำร้ายผู้คนไปนับไม่ถ้วน โจวหย่งขบคิดอยู่เป็นนาน ก่อนจะบอกตัวเองว่าจะปล่อยให้พี่ชายต่างมารดาผู้นั้นขึ้นเป็นฮ่องเต้ไม่ได้อย่างเด็ดขาด!ร่างของอี้หานชิงถูกนำลงมาเป็นคนสุดท้าย ดวงตาเรียวมองสำรวจผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อตาเผยแววหนักใจออกมาวูบหนึ่ง อินเอ๋อร์ต

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 57

    “ลูกยังไม่โง่งมถึงขั้นนั้นหรอกพ่ะย่ะค่ะ ทำแบบนั้นก็สมพระทัยเสด็จพ่อน่ะสิ ที่จะให้เจ้าเก้ารับบทวีรบุรษของแคว้น” ดวงตาเรียวหยีแย้มยิ้มให้บิดาด้วยท่าทางอารมณ์ดียิ่ง“นำตัวคนเข้ามา!” สิ้นเสียงตวาด กลุ่มคนจำนวนหนึ่งก็ถูกฉุดลากเข้ามา โจวฮ่องเต้เบิกพระเนตรกว้าง ภายในพระทัยเกิดความหวั่นไหวจนแสดงออกทางพระพัก

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 56

    อากาศในเดือนสิบสองหนาวเย็นสมกับเป็นฤดูเหมันต์ การฟาดฟันกันระหว่างหลี่อ๋องกับอ๋องเก้าในวันที่สิบหกของเดือนสิบสอง กองทัพอ๋องเก้าก็สามารถตีฝ่าประตูเมืองหลวงได้ภายใต้การนำทัพของแม่ทัพใหญ่จาง กองกำลังทหารในเมืองหลวงล้วนไม่ใช่คู่ต่อสู้ จวนสกุลหยางกับสกุลหลี่ที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการก่อกบฏถูกทหารบุกเข้า

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 55

    “ท่านอ๋องโปรดถนอมตัวด้วย อย่าให้โทสะมาบดบังความคิดจนเสียการใหญ่เลยพ่ะย่ะค่ะ” หยางเหลียงก้าวออกมาเตือนสติ“ท่านตาไม่ต้องเป็นห่วง เปิ่นหวานยังมีสติดี” หลี่อ๋องหันมาตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ดาบในมือถูกโยนทิ้งก่อนจะรับผ้าจากนางกำนัลมาเช็ดทำความสะอาดหากยังมีสติอยู่ก็ไม่ควรสังหารคนจนหมดเช่นนี้ ยังค้นหาตัวอ

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 54

    คล้ายว่าคำก่นด่าของพระบิดาจะทำให้โจวเหยียนยิ่งบ้าคลั่ง เขาเปล่งเสียงหัวเราะราวกับขบขันเสียเต็มประดา“เดรัจฉานอย่างนั้นหรือ! เสด็จพ่อคงไม่ทรงรู้ เดรัจฉานที่แท้จริงต้องแบบนี้ต่างหาก!”พูดจบก็กระชากเอาแม่ลูกคู่หนึ่งจากในกลุ่มนั้นลากมาหยุดยังเบื้องหน้าฮ่องเต้ เสียงกรีดร้องร่ำไห้ระงมจนฟังไม่ได้ศัพท์ดังไป

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 53

    แน่นอนคำถามนี้ไม่มีสิ่งใดไม่ถูก เสด็จพ่อไม่เคยไม่ไว้หน้าเขาในฐานะโอรสองค์โต มีเพียงเรื่องเดียวที่พระองค์ไม่ทรงตามใจเขา นั่นก็คือเรื่องของอี้อิน และนี่ก็เป็นปมในใจโจวหย่งมาตลอด“เสด็จพ่อทรงไม่ไปเป็นนักแสดงละคร เรื่องนี้นับว่าน่าเสียดายอย่างยิ่งจริงๆ ที่พระองค์ทรงทำทั้งหมดล้วนรู้ดีแก่พระทัยว่าทรงทำไปเ

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 52

    “ฮุ่ยอ๋องถูกจับขังคุก ฮ่องเต้ทรงตกพระทัยจนพระอาการประชวรทรุด เรื่องราวน้อยใหญ่ยกให้หลี่อ๋องเป็นผู้ดูแลขอรับ”ซุนเฉินหนึ่งในผู้คุ้มกันที่หลงจู๊ชวีมอบให้นาง กลับมารายงานสถานการณ์ในเมืองหลวงให้อี้อินฟังหลังกลับมาจากการลอบสืบข่าว อี้อินซักถามถึงความเป็นไปอย่างคร่าวๆ ก่อนจะเผยสีหน้าเคร่งขรึมเมื่อซุนเฉินก

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 46

    “หลี่อ๋องเป็นคนยึดติด ภายหน้าไม่แค่พระองค์ แม้แต่อินเอ๋อร์เองก็เกรงว่า...”นิสัยมีแค้นต้องชำระ ไม่ตายไม่เลิกรา ของหลี่อ๋องใครๆ ก็ต่างรู้ดี อี้อินหักหน้าไม่ยอมเป็นสตรีของเขา เขาไม่มีทางยอมปล่อยนางลอยนวลแน่สองบุรุษต่างวัยมองหน้ากันอย่างหนักใจ ก่อนที่โจวหย่งจะเป็นฝ่ายหลบสายตา“เรื่องนี้ข้าจะคิดหาหนทาง

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 4

    สายลมเดือนหนึ่งเย็นสดชื่น ทิวทัศน์รอบด้านขาวโพลนด้วยเกล็ดหิมะ เทศกาลหยวนเซียวเพิ่งผ่านพ้นไป ผู้คนจึงยังร่าเริงด้วยกลิ่นอายของงานเทศกาล ทว่าทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมานั้นมิได้รวมถึงทุกคน“ใต้เท้าอี้แสดงท่าทางแบบนี้ หรือคิดจะขัดคำสั่งฮองเฮากัน!”ในห้องโถงรับแขกของจวนสกุลอี้ ยามนี้เต็มไปด้วยบรรยากาศกดดัน

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 3

    ท้องฟ้ายามค่ำคืนของเทศกาลลอยโคมนั้นงดงามดุจภาพฝัน เบื้องล่างมีแสงจันทร์สาดส่องสว่างไสว ภายในงานเต็มไปด้วยผู้คน ความจอแจช่วยให้บรรยากาศเริงรื่นขึ้นอีกหลายเท่า“คุณหนู พวกเราไปดูทางโน้นกันเถอะเจ้าค่ะ” ปี้หยวนเอ่ยชวนผู้เป็นนาย รอยยิ้มบนใบหน้าสดใสเช่นเดียวกับดวงตาที่เป็นประกายวาววับอี้อินเดินตามโดยไม่ค

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status