INICIAR SESIÓNไข่มุกฉางอันคือตำนานความรักที่แสนบริสุทธิ์ ทว่าเบื้องหลังตำนานความรักมั่นของบุรุษ กลับสร้างขึ้นบนรอยคราบน้ำตาของสตรี บทกลอนคู่นกยวนยางคือยอดปรารถนาของสตรี สามีภรรยาร่วมผูกผมรักมั่นคงจนแก่เฒ่า ประโยคนี้หญิงใดเล่าจะไม่ต้องการ แต่เมื่อความรักไม่ใช่แค่เรื่องของคนสองคน คำสัญญาที่เคยให้ไว้ในวันวานถูกเรียกคืน หนทางรักไม่อาจไปต่อ นางจึงเหลือทางเลือกเพียงสองทางให้ก้าวเดิน หนึ่งคือเกลียดแค้นชิงชังจนมิอาจร่วมทาง สองคือเย็นชาไร้ใจมองทุกสิ่งให้เป็นเพียงภาพฝันอันเลือนราง "โจวหย่ง...ที่แท้เพราะท่านไม่ยอมปล่อย หรือเป็นข้าที่ไม่คิดจากไปเองกันแน่"
Ver másทว่าเจ้าโจวเหยียนนั่น ยังไม่ทันขึ้นนั่งบัลลังก์ก็ทำร้ายผู้คนไปนับไม่ถ้วน โจวหย่งขบคิดอยู่เป็นนาน ก่อนจะบอกตัวเองว่าจะปล่อยให้พี่ชายต่างมารดาผู้นั้นขึ้นเป็นฮ่องเต้ไม่ได้อย่างเด็ดขาด!ร่างของอี้หานชิงถูกนำลงมาเป็นคนสุดท้าย ดวงตาเรียวมองสำรวจผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อตาเผยแววหนักใจออกมาวูบหนึ่ง อินเอ๋อร์ต
“ลูกยังไม่โง่งมถึงขั้นนั้นหรอกพ่ะย่ะค่ะ ทำแบบนั้นก็สมพระทัยเสด็จพ่อน่ะสิ ที่จะให้เจ้าเก้ารับบทวีรบุรษของแคว้น” ดวงตาเรียวหยีแย้มยิ้มให้บิดาด้วยท่าทางอารมณ์ดียิ่ง“นำตัวคนเข้ามา!” สิ้นเสียงตวาด กลุ่มคนจำนวนหนึ่งก็ถูกฉุดลากเข้ามา โจวฮ่องเต้เบิกพระเนตรกว้าง ภายในพระทัยเกิดความหวั่นไหวจนแสดงออกทางพระพัก
อากาศในเดือนสิบสองหนาวเย็นสมกับเป็นฤดูเหมันต์ การฟาดฟันกันระหว่างหลี่อ๋องกับอ๋องเก้าในวันที่สิบหกของเดือนสิบสอง กองทัพอ๋องเก้าก็สามารถตีฝ่าประตูเมืองหลวงได้ภายใต้การนำทัพของแม่ทัพใหญ่จาง กองกำลังทหารในเมืองหลวงล้วนไม่ใช่คู่ต่อสู้ จวนสกุลหยางกับสกุลหลี่ที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการก่อกบฏถูกทหารบุกเข้า
“ท่านอ๋องโปรดถนอมตัวด้วย อย่าให้โทสะมาบดบังความคิดจนเสียการใหญ่เลยพ่ะย่ะค่ะ” หยางเหลียงก้าวออกมาเตือนสติ“ท่านตาไม่ต้องเป็นห่วง เปิ่นหวานยังมีสติดี” หลี่อ๋องหันมาตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ดาบในมือถูกโยนทิ้งก่อนจะรับผ้าจากนางกำนัลมาเช็ดทำความสะอาดหากยังมีสติอยู่ก็ไม่ควรสังหารคนจนหมดเช่นนี้ ยังค้นหาตัวอ
“หลี่อ๋องเป็นคนยึดติด ภายหน้าไม่แค่พระองค์ แม้แต่อินเอ๋อร์เองก็เกรงว่า...”นิสัยมีแค้นต้องชำระ ไม่ตายไม่เลิกรา ของหลี่อ๋องใครๆ ก็ต่างรู้ดี อี้อินหักหน้าไม่ยอมเป็นสตรีของเขา เขาไม่มีทางยอมปล่อยนางลอยนวลแน่สองบุรุษต่างวัยมองหน้ากันอย่างหนักใจ ก่อนที่โจวหย่งจะเป็นฝ่ายหลบสายตา“เรื่องนี้ข้าจะคิดหาหนทาง
นางแต่งให้โจวเหยียนได้เพียงไม่นาน พระชายารองคนที่สอง สาม และสี่ห้าก็เริ่มทยอยเรียงกันเข้ามา ไหนจะบรรดาอนุและสาวใช้อุ่นเตียงที่มีมาอีกนับไม่ถ้วน เวลาแค่ช่วงสั้นๆ ทว่าบันไดหยกหน้าเรือนนางกลับพร่างพราวด้วยน้ำค้างขาว ค่ำคืนเหน็บหนาวมีเพียงนางที่เฝ้าห้องหออยู่เดียวดายเป็นเช่นนี้หยางฮองเฮายังกล้าเอ่ยปากต
ความผิดที่ว่ามาล้วนมีที่มาจากคำสั่งฮองเฮา แต่หงซิ่วในยามนี้มีหรือจะกล้าเอ่ยถึง หากนางเอ่ยพาดพิง ไม่เพียงเจ้านายจะถูกมองว่าใช้อำนาจบีบคั้นคน แม้แต่องค์ชายใหญ่ก็จะกลายเป็นคนไร้คุณธรรมที่มักมาก คิดแย่งชิงภรรยาของน้องชายตัวเองไปด้วย“บ่าวสำนึกผิดแล้วเพคะ ขอองค์ชายทรงพระเมตตาประทานอภัยด้วย”ติดตามหยางฮอง
“องค์ชายเก้า!”โจวหย่งก้าวมาหยุดยืนเคียงข้างอี้อิน สายตาคมจับจ้องมายังหงซิ่วอย่างกดดัน“หงมามายังไม่ตอบเลยว่าเปิ่นหวางมีสิทธิ์ปฏิเสธหรือไม่”“องค์ชายทรงล้อเล่นแล้วเพคะ บ่าวจะเอาความกล้าจากไหนมาบังคับพระองค์กัน” หงซิ่วออกตัวเสียงเย็น ในใจนึกสาปแช่งคนตรงหน้าที่เข้ามาวุ่นวายไม่ขาด“อะไรคือไม่มีความกล้า





