ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน

ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-16
โดย:  เหลียนฮวาสีชมพู/เสี่ยวอวี้อัปเดตเมื่อครู่นี้
ภาษา: Thai
goodnovel16goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
46บท
137views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

ไข่มุกฉางอันคือตำนานความรักที่แสนบริสุทธิ์ ทว่าเบื้องหลังตำนานความรักมั่นของบุรุษ กลับสร้างขึ้นบนรอยคราบน้ำตาของสตรี บทกลอนคู่นกยวนยางคือยอดปรารถนาของสตรี สามีภรรยาร่วมผูกผมรักมั่นคงจนแก่เฒ่า ประโยคนี้หญิงใดเล่าจะไม่ต้องการ แต่เมื่อความรักไม่ใช่แค่เรื่องของคนสองคน คำสัญญาที่เคยให้ไว้ในวันวานถูกเรียกคืน หนทางรักไม่อาจไปต่อ นางจึงเหลือทางเลือกเพียงสองทางให้ก้าวเดิน หนึ่งคือเกลียดแค้นชิงชังจนมิอาจร่วมทาง สองคือเย็นชาไร้ใจมองทุกสิ่งให้เป็นเพียงภาพฝันอันเลือนราง "โจวหย่ง...ที่แท้เพราะท่านไม่ยอมปล่อย หรือเป็นข้าที่ไม่คิดจากไปเองกันแน่"

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1

เดือนสามย่างเข้าฤดูใบไม้ผลิ สายลมอบอุ่นพัดผ่านประปรายด้วยกลีบเถาฮวาสีสด ต้าโจวแห่งรัชสมัยโจวหลงฮ่องเต้แม้ไม่เรียกได้ว่าเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด หากก็ยังห่างไกลคำว่าทุกข์ยากแสนเข็ญอยู่มากโข

“น้องรอง ว่าวของเจ้ากำลังจะตกแล้วนะ!”

เสียงร้องโหวกเหวกของดรุณีน้อยดังกังวานสดใส เจ้าของนามที่ถูกเรียกแหงนใบหน้ามองท้องฟ้า นัยน์ตาหงส์หรี่ลงลดความเจิดจ้าของแสงแดด ข้อมือขาวผ่องกระตุกสายป่านในมือเป็นระยะ ทว่าจนใจที่พยายามจนสุดชีวิตแล้ว แต่ว่าวเจ้ากรรมก็ยังจ้องแต่จะร่วงหล่นทิ้งตัวพุ่งสู่ผืนดิน

“พี่ใหญ่ ทำไมว่าวของท่านกับข้ามันถึงได้ต่างกันนักเล่า”

คนน้องร้องอุทธรณ์ ใบหน้างอง้ำ ทั้งที่ตอนทำก็ทำด้วยกันแท้ๆ ไฉนว่าวของพี่สาวถึงกินลมขึ้นฉิว แตกต่างกับของนางที่วิ่งจนสุดกำลังแล้วกลับเอาแต่จะพุ่งโหม่งพื้นตลอดเวลาเสียนี่

ผู้พี่มองท่าทีกระเง้ากระงอดนั้นพลางอมยิ้ม

“ก็ใครใช้ให้เจ้าอวดเก่ง ไม่ยอมให้ผู้อื่นช่วยเล่า”

น้องสาวของนางนั้นอะไรก็ทำได้ดี แต่กลับมีจุดอ่อนในการเล่นว่าวง่ายๆ เสียนี่ คิดแล้วอี้ซิ่นก็อดปิดปากหัวเราะขันไม่ได้

“ฮึ!” สาวน้อยสะบัดเสียงแสดงท่าทีแง่งอน ใบหน้าเล็กยับย่นสื่อถึงความไม่ยินยอมในใจ ถ้าต้องให้คนอื่นชักให้ แล้วนางจะลำบากมาเล่นเพื่ออะไรเล่า เพียงแต่จนใจที่ฮึดฮัดไปก็ไม่ช่วยให้ว่าวเจ้าปัญหาในมือขึ้นสูงได้อยู่ดี

“ไม่เอาแล้ว ข้าไม่เล่นแล้วๆ” เสียงใสว่าพลางโยนม้วนสายป่านในมือทิ้ง สายตามองตามว่าววิหคที่ทำท่าจะปักพื้นอยู่รอมร่อด้วยความหงุดหงิด ทว่าเจ้าว่าวไม่รักดีคล้ายต้องการเยาะเย้ยนางกระนั้น เพราะพออี้อินปล่อยมือจากสายป่าน มันก็เชิดหัวขึ้นตามกระแสลมทันที

“คิก…” เห็นดังนั้นทั้งสาวใช้และอี้ซิ่นก็ทนไม่ไหว หลุดเสียงหัวเราะขบขันออกมาให้ได้ยิน ในขณะที่เจ้าของว่าวได้แต่ยืนถลึงตาใส่มันราวกับมีชีวิตอย่างไรอย่างนั้น ส่งค้อนให้เจ้าสิ่งที่ลอยอยู่บนฟ้าแล้ว ดวงตาหงส์ก็เลยมาค้อนส่งให้ผู้พี่ด้วยอีกคน อี้ซิ่นมองท่าทีแง่งอนนั้นแล้วก็ให้นึกใจละลายด้วยความอาลัยอย่างบอกไม่ถูก

“อินเอ๋อร์ อีกไม่นานพี่ก็ต้องแต่งออกไปแล้ว พี่ต้องคิดถึงเจ้ากับท่านพ่อมากแน่เลย” อี้ซิ่นว่าพลางรั้งร่างเล็กมากอดกระชับ ในใจหญิงสาวคล้ายลังเลไม่แน่ใจปะปนกันจนแยกไม่ออกระหว่างความกังวลกับความสุขใจ

“ดูพูดเข้าสิ วันหน้าต่อให้พี่แต่งเข้าสกุลฉิงแล้วอย่างไร ท่านก็ยังเป็นบุตรสาวของท่านพ่อ เป็นพี่สาวของข้า แซ่อี้ก็ยังเป็นคำเรียกขานท่านเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงมิใช่หรือ” กล่าวพลางตวัดมือตบหลังพี่สาวเป็นเชิงปลอบประโลม หากดวงตาเผยแววหนักใจให้เห็นอยู่เลือนราง ความรู้สึกที่รู้แต่พูดไม่ออกช่างชวนให้ผู้คนอึดอัดเสียจริง

พี่สาวของนางยามนี้อายุสิบหกใกล้สิบเจ็ด หากเป็นบุตรีบ้านอื่นคงได้แต่งเข้าตระกูลสามีไปนานแล้ว ทว่าเพราะบิดารักใคร่ถนอมจึงยอมตามใจไม่บังคับ จนปล่อยเวลาให้ล่วงเลยมาถึงป่านนี้

คิดถึงว่าที่พี่เขยแซ่ฉิง เด็กสาวก็อดขมวดคิ้วคิดหนักมิได้ คนคนนั้นดูอย่างไรก็มีใจให้บุตรสาวตระกูลจาง แต่เพราะเหตุใดจึงกลายเป็นพี่สาวของนางที่ได้รับการสู่ขอก็สุดจะรู้ได้

เห็นท่าทางเปี่ยมสุขของคนตรงหน้า อี้อินได้แต่นึกภาวนาอยู่ในใจ นางหวังเพียงให้ชีวิตแต่งงานของพี่สาวราบรื่นสงบสุขก็พอแล้ว เพราะชีวิตลูกผู้หญิงเรานั้นยากนัก สิ่งที่ปรารถนาของแต่ละคนล้วนมีแค่สามีที่รักและซื่อสัตย์กับตนผู้เดียว

ทว่านั่นคือสิ่งที่เป็นไปได้ยากยิ่งในความเป็นจริง

เพียงแต่อี้อินนั้นไม่รู้เลยว่าในภายหน้า พี่สาวที่นางกำลังคิดสงสารนั้น แม้จะไม่ได้ใจสามีมาครอบครอง แต่ก็มีชีวิตที่เรียกได้ว่าสุขสงบกว่าตัวนางมากมายนัก…

ว่าววิหคที่ไร้สายป่านคอยฉุดรั้งเหินลอยตามกระแสลมไร้ทิศทางได้เพียงไม่นาน ก็ทิ้งตัวร่วงหล่นตกสู่พื้นเบื้องล่าง ทว่าก่อนที่ตัวว่าวจะทันได้สัมผัสกับพื้นดิน มือเรียวยาวเห็นข้อนิ้วชัดเจนของบุรุษก็ยื่นออกมารองรับมันไว้ได้เสียก่อน

บุรุษหนุ่มพินิจรูปวาดวิหคอ้วนกลมบนว่าวอยู่เนิ่นนาน ก่อนที่มุมปากได้รูปจะตวัดรอยยิ้มบางเบา ดวงตาเรียวมีเสน่ห์หรี่โค้งด้วยสาเหตุเดียวกัน

“นี่เป็นนกอะไร ไฉนจึงดู…”

ปกติเคยเห็นแต่เพียงภาพวาดองอาจ แม้เพียงวิหคป่าก็สง่าผ่าเผยดั่งเช่นพญาอินทรี ส่วนเจ้านกหลากสีอ้วนตุ๊ต๊ะคู่นี้…

ช่างมีเอกลักษณ์ชวนให้คนมองแล้วถอนหายใจเสียจริง

“องค์ชาย คิดว่านี่คงเป็นภาพวาดคู่นกยวนยางพ่ะย่ะค่ะ” คนสนิทกล่าว พลางชี้ให้ดูอักษรตัวเล็กงดงามอ่อนช้อยที่เขียนอยู่อีกด้าน

“กลอนคู่ยวนยางเป็นที่โปรดปรานของเหล่าสตรี คุณหนูท่านนั้นก็คงชื่นชอบมิต่างกันพ่ะย่ะค่ะ”

โจวหย่งฟังแล้วคลี่รอยยิ้ม ถ้าจำไม่ผิดกลุ่มคนที่ออกมาเล่นว่าวเหล่านั้นพากันจากไปทางจวนสกุลอี้ คาดว่าสองพี่น้องเมื่อครู่คงเป็นบุตรีของใต้เท้าอี้แห่งกรมอาลักษณ์กระมัง

ใต้เท้าอี้นับว่าเป็นขุนนางที่มีความสามารถโดดเด่นผู้หนึ่ง ยิ่งในช่วงหลายวันที่ผ่านมา มีข่าวเรื่องการเกี่ยวดองระหว่างคุณหนูใหญ่อี้กับคุณชายสกุลฉิงให้ได้ยินอยู่เนืองๆ ทำให้โจวหย่งพอจดจำอีกฝ่ายได้

ดวงตาสุกใสแฝงแววมุ่งมั่นของสาวน้อยแล่นผ่านในความคิด ส่งผลให้มุมปากที่เดิมยกสูงอยู่แล้วยิ่งโค้งมากกว่าเดิม

บุตรสาวสกุลอี้แต่ละคนช่างน่าสนใจ คนโตยินยอมแต่งให้แก่สกุลพ่อค้าธรรมดาผู้หนึ่ง ส่วนคนเล็กก็ดูจะไม่แยแสต่อลาภยศสรรเสริญ คิดว่านางคงวาดหวังต้องการแค่สามีที่รักเดียวใจเดียว เดินเคียงคู่กันตราบชั่วชีวิตหาไม่กระมัง

วอนขอรักแท้ที่มั่นคง เพียงหนึ่งยวนยางยืนยงจนแก่เฒ่า...เช่นนั้นหรือ

“อืม เป็นกลอนที่ดี”

เพียงแต่ในความเป็นจริงแล้ว จะมีสักกี่คนที่สามารถเป็นอย่างนั้นได้…
แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
46
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status