ログインไข่มุกฉางอันคือตำนานความรักที่แสนบริสุทธิ์ ทว่าเบื้องหลังตำนานความรักมั่นของบุรุษ กลับสร้างขึ้นบนรอยคราบน้ำตาของสตรี บทกลอนคู่นกยวนยางคือยอดปรารถนาของสตรี สามีภรรยาร่วมผูกผมรักมั่นคงจนแก่เฒ่า ประโยคนี้หญิงใดเล่าจะไม่ต้องการ แต่เมื่อความรักไม่ใช่แค่เรื่องของคนสองคน คำสัญญาที่เคยให้ไว้ในวันวานถูกเรียกคืน หนทางรักไม่อาจไปต่อ นางจึงเหลือทางเลือกเพียงสองทางให้ก้าวเดิน หนึ่งคือเกลียดแค้นชิงชังจนมิอาจร่วมทาง สองคือเย็นชาไร้ใจมองทุกสิ่งให้เป็นเพียงภาพฝันอันเลือนราง "โจวหย่ง...ที่แท้เพราะท่านไม่ยอมปล่อย หรือเป็นข้าที่ไม่คิดจากไปเองกันแน่"
もっと見るทว่าเจ้าโจวเหยียนนั่น ยังไม่ทันขึ้นนั่งบัลลังก์ก็ทำร้ายผู้คนไปนับไม่ถ้วน โจวหย่งขบคิดอยู่เป็นนาน ก่อนจะบอกตัวเองว่าจะปล่อยให้พี่ชายต่างมารดาผู้นั้นขึ้นเป็นฮ่องเต้ไม่ได้อย่างเด็ดขาด!ร่างของอี้หานชิงถูกนำลงมาเป็นคนสุดท้าย ดวงตาเรียวมองสำรวจผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อตาเผยแววหนักใจออกมาวูบหนึ่ง อินเอ๋อร์ต
“ลูกยังไม่โง่งมถึงขั้นนั้นหรอกพ่ะย่ะค่ะ ทำแบบนั้นก็สมพระทัยเสด็จพ่อน่ะสิ ที่จะให้เจ้าเก้ารับบทวีรบุรษของแคว้น” ดวงตาเรียวหยีแย้มยิ้มให้บิดาด้วยท่าทางอารมณ์ดียิ่ง“นำตัวคนเข้ามา!” สิ้นเสียงตวาด กลุ่มคนจำนวนหนึ่งก็ถูกฉุดลากเข้ามา โจวฮ่องเต้เบิกพระเนตรกว้าง ภายในพระทัยเกิดความหวั่นไหวจนแสดงออกทางพระพัก
อากาศในเดือนสิบสองหนาวเย็นสมกับเป็นฤดูเหมันต์ การฟาดฟันกันระหว่างหลี่อ๋องกับอ๋องเก้าในวันที่สิบหกของเดือนสิบสอง กองทัพอ๋องเก้าก็สามารถตีฝ่าประตูเมืองหลวงได้ภายใต้การนำทัพของแม่ทัพใหญ่จาง กองกำลังทหารในเมืองหลวงล้วนไม่ใช่คู่ต่อสู้ จวนสกุลหยางกับสกุลหลี่ที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการก่อกบฏถูกทหารบุกเข้า
“ท่านอ๋องโปรดถนอมตัวด้วย อย่าให้โทสะมาบดบังความคิดจนเสียการใหญ่เลยพ่ะย่ะค่ะ” หยางเหลียงก้าวออกมาเตือนสติ“ท่านตาไม่ต้องเป็นห่วง เปิ่นหวานยังมีสติดี” หลี่อ๋องหันมาตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ดาบในมือถูกโยนทิ้งก่อนจะรับผ้าจากนางกำนัลมาเช็ดทำความสะอาดหากยังมีสติอยู่ก็ไม่ควรสังหารคนจนหมดเช่นนี้ ยังค้นหาตัวอ
“ฮุ่ยอ๋องถูกจับขังคุก ฮ่องเต้ทรงตกพระทัยจนพระอาการประชวรทรุด เรื่องราวน้อยใหญ่ยกให้หลี่อ๋องเป็นผู้ดูแลขอรับ”ซุนเฉินหนึ่งในผู้คุ้มกันที่หลงจู๊ชวีมอบให้นาง กลับมารายงานสถานการณ์ในเมืองหลวงให้อี้อินฟังหลังกลับมาจากการลอบสืบข่าว อี้อินซักถามถึงความเป็นไปอย่างคร่าวๆ ก่อนจะเผยสีหน้าเคร่งขรึมเมื่อซุนเฉินก
ท้องฟ้ายามค่ำคืนของเทศกาลลอยโคมนั้นงดงามดุจภาพฝัน เบื้องล่างมีแสงจันทร์สาดส่องสว่างไสว ภายในงานเต็มไปด้วยผู้คน ความจอแจช่วยให้บรรยากาศเริงรื่นขึ้นอีกหลายเท่า“คุณหนู พวกเราไปดูทางโน้นกันเถอะเจ้าค่ะ” ปี้หยวนเอ่ยชวนผู้เป็นนาย รอยยิ้มบนใบหน้าสดใสเช่นเดียวกับดวงตาที่เป็นประกายวาววับอี้อินเดินตามโดยไม่ค
งานเทศกาลลอยโคมของต้าโจวทุกปีล้วนจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ความครื้นเครงของผู้คนทำให้ร้านค้าพลอยคึกคักไปด้วย บรรดาหนุ่มสาวชาวบ้าน ผู้เฒ่าผู้แก่ตลอดจนถึงเด็กเล็กล้วนจับจูงกันมาร่วมงานด้วยใบหน้าชื่นมื่น แน่นอนว่าอี้อินเองก็เช่นกันปีนี้อี้อินอายุเต็มสิบหก ผ่านพ้นพิธีปักปิ่นมาเป็นที่เรียบร้อย หญิงสาวกวาดตาม
เดือนสามย่างเข้าฤดูใบไม้ผลิ สายลมอบอุ่นพัดผ่านประปรายด้วยกลีบเถาฮวาสีสด ต้าโจวแห่งรัชสมัยโจวหลงฮ่องเต้แม้ไม่เรียกได้ว่าเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด หากก็ยังห่างไกลคำว่าทุกข์ยากแสนเข็ญอยู่มากโข“น้องรอง ว่าวของเจ้ากำลังจะตกแล้วนะ!”เสียงร้องโหวกเหวกของดรุณีน้อยดังกังวานสดใส เจ้าของนามที่ถูกเรียกแหงนใบหน้า





