Share

ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน
ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน
Author: เหลียนฮวาสีชมพู/เสี่ยวอวี้

บทที่ 1

เดือนสามย่างเข้าฤดูใบไม้ผลิ สายลมอบอุ่นพัดผ่านประปรายด้วยกลีบเถาฮวาสีสด ต้าโจวแห่งรัชสมัยโจวหลงฮ่องเต้แม้ไม่เรียกได้ว่าเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด หากก็ยังห่างไกลคำว่าทุกข์ยากแสนเข็ญอยู่มากโข

“น้องรอง ว่าวของเจ้ากำลังจะตกแล้วนะ!”

เสียงร้องโหวกเหวกของดรุณีน้อยดังกังวานสดใส เจ้าของนามที่ถูกเรียกแหงนใบหน้ามองท้องฟ้า นัยน์ตาหงส์หรี่ลงลดความเจิดจ้าของแสงแดด ข้อมือขาวผ่องกระตุกสายป่านในมือเป็นระยะ ทว่าจนใจที่พยายามจนสุดชีวิตแล้ว แต่ว่าวเจ้ากรรมก็ยังจ้องแต่จะร่วงหล่นทิ้งตัวพุ่งสู่ผืนดิน

“พี่ใหญ่ ทำไมว่าวของท่านกับข้ามันถึงได้ต่างกันนักเล่า”

คนน้องร้องอุทธรณ์ ใบหน้างอง้ำ ทั้งที่ตอนทำก็ทำด้วยกันแท้ๆ ไฉนว่าวของพี่สาวถึงกินลมขึ้นฉิว แตกต่างกับของนางที่วิ่งจนสุดกำลังแล้วกลับเอาแต่จะพุ่งโหม่งพื้นตลอดเวลาเสียนี่

ผู้พี่มองท่าทีกระเง้ากระงอดนั้นพลางอมยิ้ม

“ก็ใครใช้ให้เจ้าอวดเก่ง ไม่ยอมให้ผู้อื่นช่วยเล่า”

น้องสาวของนางนั้นอะไรก็ทำได้ดี แต่กลับมีจุดอ่อนในการเล่นว่าวง่ายๆ เสียนี่ คิดแล้วอี้ซิ่นก็อดปิดปากหัวเราะขันไม่ได้

“ฮึ!” สาวน้อยสะบัดเสียงแสดงท่าทีแง่งอน ใบหน้าเล็กยับย่นสื่อถึงความไม่ยินยอมในใจ ถ้าต้องให้คนอื่นชักให้ แล้วนางจะลำบากมาเล่นเพื่ออะไรเล่า เพียงแต่จนใจที่ฮึดฮัดไปก็ไม่ช่วยให้ว่าวเจ้าปัญหาในมือขึ้นสูงได้อยู่ดี

“ไม่เอาแล้ว ข้าไม่เล่นแล้วๆ” เสียงใสว่าพลางโยนม้วนสายป่านในมือทิ้ง สายตามองตามว่าววิหคที่ทำท่าจะปักพื้นอยู่รอมร่อด้วยความหงุดหงิด ทว่าเจ้าว่าวไม่รักดีคล้ายต้องการเยาะเย้ยนางกระนั้น เพราะพออี้อินปล่อยมือจากสายป่าน มันก็เชิดหัวขึ้นตามกระแสลมทันที

“คิก…” เห็นดังนั้นทั้งสาวใช้และอี้ซิ่นก็ทนไม่ไหว หลุดเสียงหัวเราะขบขันออกมาให้ได้ยิน ในขณะที่เจ้าของว่าวได้แต่ยืนถลึงตาใส่มันราวกับมีชีวิตอย่างไรอย่างนั้น ส่งค้อนให้เจ้าสิ่งที่ลอยอยู่บนฟ้าแล้ว ดวงตาหงส์ก็เลยมาค้อนส่งให้ผู้พี่ด้วยอีกคน อี้ซิ่นมองท่าทีแง่งอนนั้นแล้วก็ให้นึกใจละลายด้วยความอาลัยอย่างบอกไม่ถูก

“อินเอ๋อร์ อีกไม่นานพี่ก็ต้องแต่งออกไปแล้ว พี่ต้องคิดถึงเจ้ากับท่านพ่อมากแน่เลย” อี้ซิ่นว่าพลางรั้งร่างเล็กมากอดกระชับ ในใจหญิงสาวคล้ายลังเลไม่แน่ใจปะปนกันจนแยกไม่ออกระหว่างความกังวลกับความสุขใจ

“ดูพูดเข้าสิ วันหน้าต่อให้พี่แต่งเข้าสกุลฉิงแล้วอย่างไร ท่านก็ยังเป็นบุตรสาวของท่านพ่อ เป็นพี่สาวของข้า แซ่อี้ก็ยังเป็นคำเรียกขานท่านเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงมิใช่หรือ” กล่าวพลางตวัดมือตบหลังพี่สาวเป็นเชิงปลอบประโลม หากดวงตาเผยแววหนักใจให้เห็นอยู่เลือนราง ความรู้สึกที่รู้แต่พูดไม่ออกช่างชวนให้ผู้คนอึดอัดเสียจริง

พี่สาวของนางยามนี้อายุสิบหกใกล้สิบเจ็ด หากเป็นบุตรีบ้านอื่นคงได้แต่งเข้าตระกูลสามีไปนานแล้ว ทว่าเพราะบิดารักใคร่ถนอมจึงยอมตามใจไม่บังคับ จนปล่อยเวลาให้ล่วงเลยมาถึงป่านนี้

คิดถึงว่าที่พี่เขยแซ่ฉิง เด็กสาวก็อดขมวดคิ้วคิดหนักมิได้ คนคนนั้นดูอย่างไรก็มีใจให้บุตรสาวตระกูลจาง แต่เพราะเหตุใดจึงกลายเป็นพี่สาวของนางที่ได้รับการสู่ขอก็สุดจะรู้ได้

เห็นท่าทางเปี่ยมสุขของคนตรงหน้า อี้อินได้แต่นึกภาวนาอยู่ในใจ นางหวังเพียงให้ชีวิตแต่งงานของพี่สาวราบรื่นสงบสุขก็พอแล้ว เพราะชีวิตลูกผู้หญิงเรานั้นยากนัก สิ่งที่ปรารถนาของแต่ละคนล้วนมีแค่สามีที่รักและซื่อสัตย์กับตนผู้เดียว

ทว่านั่นคือสิ่งที่เป็นไปได้ยากยิ่งในความเป็นจริง

เพียงแต่อี้อินนั้นไม่รู้เลยว่าในภายหน้า พี่สาวที่นางกำลังคิดสงสารนั้น แม้จะไม่ได้ใจสามีมาครอบครอง แต่ก็มีชีวิตที่เรียกได้ว่าสุขสงบกว่าตัวนางมากมายนัก…

ว่าววิหคที่ไร้สายป่านคอยฉุดรั้งเหินลอยตามกระแสลมไร้ทิศทางได้เพียงไม่นาน ก็ทิ้งตัวร่วงหล่นตกสู่พื้นเบื้องล่าง ทว่าก่อนที่ตัวว่าวจะทันได้สัมผัสกับพื้นดิน มือเรียวยาวเห็นข้อนิ้วชัดเจนของบุรุษก็ยื่นออกมารองรับมันไว้ได้เสียก่อน

บุรุษหนุ่มพินิจรูปวาดวิหคอ้วนกลมบนว่าวอยู่เนิ่นนาน ก่อนที่มุมปากได้รูปจะตวัดรอยยิ้มบางเบา ดวงตาเรียวมีเสน่ห์หรี่โค้งด้วยสาเหตุเดียวกัน

“นี่เป็นนกอะไร ไฉนจึงดู…”

ปกติเคยเห็นแต่เพียงภาพวาดองอาจ แม้เพียงวิหคป่าก็สง่าผ่าเผยดั่งเช่นพญาอินทรี ส่วนเจ้านกหลากสีอ้วนตุ๊ต๊ะคู่นี้…

ช่างมีเอกลักษณ์ชวนให้คนมองแล้วถอนหายใจเสียจริง

“องค์ชาย คิดว่านี่คงเป็นภาพวาดคู่นกยวนยางพ่ะย่ะค่ะ” คนสนิทกล่าว พลางชี้ให้ดูอักษรตัวเล็กงดงามอ่อนช้อยที่เขียนอยู่อีกด้าน

“กลอนคู่ยวนยางเป็นที่โปรดปรานของเหล่าสตรี คุณหนูท่านนั้นก็คงชื่นชอบมิต่างกันพ่ะย่ะค่ะ”

โจวหย่งฟังแล้วคลี่รอยยิ้ม ถ้าจำไม่ผิดกลุ่มคนที่ออกมาเล่นว่าวเหล่านั้นพากันจากไปทางจวนสกุลอี้ คาดว่าสองพี่น้องเมื่อครู่คงเป็นบุตรีของใต้เท้าอี้แห่งกรมอาลักษณ์กระมัง

ใต้เท้าอี้นับว่าเป็นขุนนางที่มีความสามารถโดดเด่นผู้หนึ่ง ยิ่งในช่วงหลายวันที่ผ่านมา มีข่าวเรื่องการเกี่ยวดองระหว่างคุณหนูใหญ่อี้กับคุณชายสกุลฉิงให้ได้ยินอยู่เนืองๆ ทำให้โจวหย่งพอจดจำอีกฝ่ายได้

ดวงตาสุกใสแฝงแววมุ่งมั่นของสาวน้อยแล่นผ่านในความคิด ส่งผลให้มุมปากที่เดิมยกสูงอยู่แล้วยิ่งโค้งมากกว่าเดิม

บุตรสาวสกุลอี้แต่ละคนช่างน่าสนใจ คนโตยินยอมแต่งให้แก่สกุลพ่อค้าธรรมดาผู้หนึ่ง ส่วนคนเล็กก็ดูจะไม่แยแสต่อลาภยศสรรเสริญ คิดว่านางคงวาดหวังต้องการแค่สามีที่รักเดียวใจเดียว เดินเคียงคู่กันตราบชั่วชีวิตหาไม่กระมัง

วอนขอรักแท้ที่มั่นคง เพียงหนึ่งยวนยางยืนยงจนแก่เฒ่า...เช่นนั้นหรือ

“อืม เป็นกลอนที่ดี”

เพียงแต่ในความเป็นจริงแล้ว จะมีสักกี่คนที่สามารถเป็นอย่างนั้นได้…
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 46

    “หลี่อ๋องเป็นคนยึดติด ภายหน้าไม่แค่พระองค์ แม้แต่อินเอ๋อร์เองก็เกรงว่า...”นิสัยมีแค้นต้องชำระ ไม่ตายไม่เลิกรา ของหลี่อ๋องใครๆ ก็ต่างรู้ดี อี้อินหักหน้าไม่ยอมเป็นสตรีของเขา เขาไม่มีทางยอมปล่อยนางลอยนวลแน่สองบุรุษต่างวัยมองหน้ากันอย่างหนักใจ ก่อนที่โจวหย่งจะเป็นฝ่ายหลบสายตา“เรื่องนี้ข้าจะคิดหาหนทาง

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 45

    เหตุการณ์ที่ผู้ดูแลถูกปลด สุยเซียนโดนโบย แพร่ไปในหมู่ข้ารับใช้อย่างรวดเร็ว บรรดาคนที่เคยดูแคลนพระชายาคนใหม่ต่างนึกเสียใจจนลำไส้เขียว นึกกลัวว่าในอนาคตจะถูกเจ้านายผู้นี้ผูกใจเจ็บเรื่องที่ตนถือหางสุยเซียน แต่ก็ยังมีบางส่วนที่เฝ้ารอดูท่าทีของท่านอ๋องเก้าสุยเซียนถูกโบยจนเนื้อตัวแตกยับ ยังดีที่ขันทีผู้ล

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 44

    ต่อให้อากาศเดือนสิบเอ็ดจะเย็นสบายแค่ไหน ถ้าต้องมาคุกเข่าเบียดเสียดกันนานขนาดนี้ก็กลายเป็นความร้อนได้เหมือนกัน เมื่อรวมกับอาการปวดเมื่อยของร่างกาย หลายคนก็เริ่มมีเหงื่อไหลออกมาให้เห็น“หือ ทำไมพวกเจ้าถึงหน้าแดงเหงื่อไหลกันเช่นนั้นเล่า!...ปี้หยวน พวกเจ้าไปนำน้ำลูกเหมยเย็นๆ มาให้พวกเขาดื่มคนละแก้วสิ”ป

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 43

    ทั้งสองกลับถึงวัง สิ่งของพระราชทานก็ตามมาติดๆ อี้อินนั่งมองของล้ำค่าตรงหน้าอย่างหม่อลอย ในวันแต่งงานของนางกับโจวหย่ง ฮ่องเต้พระราชทานของขวัญแค่ไม่กี่อย่าง แม้แต่ถ้อยคำอวยพรยังมีเพียงใจความสั้นๆ รวบรัดไม่กี่คำอี้อินหาใช่คนโง่เขลา มีหรือนางจะคิดไม่ได้ ฮ่องเต้มิได้ไม่ไยดีโอรสองค์นี้ แต่ยังคิดอ่านวางแผ

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 42

    นางแต่งให้โจวเหยียนได้เพียงไม่นาน พระชายารองคนที่สอง สาม และสี่ห้าก็เริ่มทยอยเรียงกันเข้ามา ไหนจะบรรดาอนุและสาวใช้อุ่นเตียงที่มีมาอีกนับไม่ถ้วน เวลาแค่ช่วงสั้นๆ ทว่าบันไดหยกหน้าเรือนนางกลับพร่างพราวด้วยน้ำค้างขาว ค่ำคืนเหน็บหนาวมีเพียงนางที่เฝ้าห้องหออยู่เดียวดายเป็นเช่นนี้หยางฮองเฮายังกล้าเอ่ยปากต

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 41

    แม้ค่ำคืนที่ผ่านมาจะถูกเคี่ยวกรำหนักหน่วง แต่เพราะต้องเข้าวังหลวง อี้อินจึงฝืนลืมตาขึ้นมาอย่างยากลำบากในยามเหม่าดวงตาหงส์ที่ยังไม่ค่อยมีสตินัก สบประสานกับดวงตาเรียวอยู่เป็นครู่ใหญ่ จนในที่สุดโจวหย่งก็เป็นฝ่ายหัวเราะออกมา สีหน้างุนงงของคนในอ้อมแขนน่าเอ็นดูอย่างยิ่ง คิดแล้วท่านอ๋องเก้าจึงจดริมฝีปากลง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status