共有

บทที่ 12

องค์ชายเก้าโจวหย่ง…

คำถามนี้ทำให้อี้อินถึงกับขมวดคิ้วไปชั่วขณะ นางคิดถึงเงาร่างสูงของบุรุษผู้มีใบหน้าหล่อเหลาที่ดูจะเฉยชากับทุกสิ่งรอบตัวขึ้นมา

“ลูกเคยพบเขาเพียงไม่กี่ครั้งเจ้าค่ะ แต่เราไม่เคยพูดคุยสนทนาอะไรกันเลย”

ในภาพความทรงจำของอี้อิน องค์ชายเก้าเป็นโอรสองค์เล็กของฮ่องเต้กับนางกำนัลผู้หนึ่ง ต่อมาภายหลังจากที่นางได้ให้กำเนิดโอรสแก่พระองค์ ฮ่องเต้จึงพระราชทานยศผินให้แก่นางกำนัลผู้นั้น

ทว่าน่าเสียดาย…สวรรค์ริษยาคนงาม โฉมสะคราญมักอาภัพ สตรีผู้นั้นร่างกายอ่อนแอเพราะการคลอดบุตร ครั้นองค์ชายเก้าพระชันษาได้ไม่กี่ปี นางก็ลาลับจากโลกนี้

ว่ากันว่าสนมผินผู้นั้นมีความงดงามเป็นหนึ่ง องค์ชายเก้าที่เป็นโอรสจึงมีรูปโฉมพริ้มเพราที่สุดในบรรดาโอรสของฮ่องเต้ เนื่องจากเป็นยุคสมัยที่ชื่นชอบคนหน้าตาดี ในหมู่พี่น้องทั้งหมดฮ่องเต้จึงทรงให้ความโปรดปรานเขาอยู่ไม่น้อย

“ท่านพ่อถามเยี่ยงนี้ มีสิ่งใดผิดปกติหรือเจ้าคะ” อี้อินรู้ดีว่าบิดาไม่ใช่คนที่จะพูดอะไรออกมาลอยๆ “องค์ชายเก้ากับข้าเกี่ยวข้องกันหรือไม่ ท่านย่อมต้องรู้ดีนี่เจ้าคะ”

“พ่อรู้ เพียงแต่ต้องการถามให้แน่ใจก็เท่านั้น”

อี้หานชิงผงกศีรษะ พลางถอนหายใจด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง เขาย่อมต้องรู้จักนิสัยบุตรสาวตนเองดีอยู่แล้ว ทว่า…

“อินเอ๋อร์ รู้หรือไม่ว่าผู้ใดเป็นคนทำให้ฮ่องเต้ยอมเสด็จไปช่วยเจ้า”

คราวนี้ใบหน้างามของอี้อินเป็นฝ่ายเผยความงุนงง

“ไม่ใช่ท่านพ่อหรอกหรือเจ้าคะ”

หลังจากกลับจากงานเทศกาลลอยโคม อี้อินจึงเล่าให้บิดาฟังเกี่ยวกับเรื่องของหยางจื่อหรงและหลี่เซวียน แน่นอนว่าอี้หานชิงที่ได้ฟังย่อมลุแก่โทสะ แต่ก่อนที่เขาจะลงมือขุดจุดอ่อนคนสกุลหยางกับสกุลหลี่ บุตรสาวก็เสนอความคิดขึ้นมาเสียก่อน

อี้อินคาดเดาไว้แล้วว่าคนบ้าอย่างหยางจื่อหรงไม่มีทางยอมรามือ อีกฝ่ายใช้หลี่เซียนมาลงมือกับตนไม่ได้ ย่อมต้องหาคนที่แข็งแกร่งกว่านั้น และคนที่มีอำนาจมากที่สุดของฝ่ายนั้นก็คือหยางฮองเฮา หากเป็นเวลาปกติ อี้อินมั่นใจว่าฮองเฮาไม่มีทางเล่นไปกับหยางจื่อหรงด้วยเป็นแน่ แต่เรื่องขององค์ชายใหญ่ทำให้อีกฝ่ายร้อนรน เกรงว่านางจะกลายมาเป็นขวากหนามในแผนการของตัวเอง

เช่นนั้นหยางฮองเฮามีหรือจะไม่ต้องการใช้โอกาสนี้กำราบนาง ซึ่งอี้อินเองก็คาดการณ์เอาไว้แล้ว นางจึงตั้งใจร่วมเล่นละครไปกับอีกฝ่าย ยามนั้นนางยังคิดคาดเดาไว้ล่วงหน้าว่าตัวเองคงต้องทนทรมานไม่น้อย

ทว่าเหตุการณ์ที่พบเจอกลับไม่ย่ำแย่อย่างที่คิดไว้ เพราะการปรากฏองค์ของฮ่องเต้ที่มาได้ถูกเวลา ในตอนนั้นอี้อินยังคิดว่าเป็นบิดาที่ไหว้วานหยวนกงกงให้พาฮ่องเต้มาช่วยนางเสียอีก

‘ที่แท้กลับเป็นเขาหรือนี่’

“เจ้าคิดว่าบิดาของเจ้าจะมีความสัมพันธ์อันดีกับคนข้างกายฮ่องเต้ถึงเพียงนั้นเลยหรือ”

ที่สำคัญต่อให้ทำได้จริง แต่ข้ารับใช้อย่างหยวนกงกงมีหรือจะสามารถบงการฮ่องเต้ให้ไปถึงตำหนักคุนหนิงได้

“ทำไม…”

นางไม่เข้าใจ องค์ชายเก้ากับนางเป็นดั่งคนแปลกหน้า เหตุใดเขาถึงยอมช่วยเหลือนางกัน ดูอย่างไรอีกฝ่ายก็มิใช่ตะเกียงไร้น้ำมันที่มีน้ำในสมองเสียหน่อย เช่นนั้นมีหรือจะไม่ตระหนักในผลได้ผลเสีย

“ท่านพ่ออย่าได้เป็นกังวล” เห็นบิดายังคงมีสีหน้าไม่สบายใจ อี้อินรีบกล่าวปลอบโยนอีกฝ่าย “ว่ากันว่าศัตรูของศัตรูคือมิตร ฮองเฮากับสกุลหยางเป็นศัตรูขององค์ชายเก้า หากพระองค์จะฉวยโอกาสนี้ผลักเรือตามน้ำช่วยเราเล่นงานพวกเขาก็หาใช่เรื่องแปลกอันใด”

อี้หานชิงยังคงไม่คลายความคิดกังวล ความรู้สึกบอกว่าเรื่องนี้ไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น บุตรสาวของเขายังเยาว์เกินไป จึงไม่ตระหนักถึงบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลัง

“บางทีพ่อควรจะจัดเตรียมงานแต่งงานให้เจ้าได้แล้ว”

เมื่อทดสอบแล้วว่าบุตรีไม่มีความคิดเพ้อฝันเป็นอื่น อี้หานชิงจึงเอ่ยขึ้น

“ฮองเฮาทำแบบนี้ก็เพราะองค์ชายใหญ่ การที่พระนางล่วงรู้ นั่นหมายความว่าองค์ชายใหญ่ไม่คิดจะปิดบังเรื่องนี้อีกต่อไปแล้ว”

อี้หานชิงตั้งใจแน่วแน่ เขาไม่มีทางปล่อยให้บุตรสาวของตัวเองก้าวเท้าเข้าประตูตำหนักองค์ชายใหญ่เด็ดขาด

“ลูกเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”

ในเมื่อนางไม่คิดจะแต่งให้องค์ชายใหญ่ ก็ควรแก้ปัญหาด้วยวิธีของบิดา อี้อินคิดพลางผ่อนลมหายใจ

เห็นบุตรีตอบรับอย่างว่าง่าย ในใจอี้หานชิงผ่อนคลายไปเปลาะหนึ่ง

“เอาละ เรื่องอื่นๆ ค่อยมาว่ากันทีหลัง สิ่งสำคัญในตอนนี้คือการรักษาตัวของเจ้า”

อี้อินรับคำบิดา รอจนอีกฝ่ายจากไป ใบหน้างามจึงค่อยเผยความรู้สึกออกมา

นางไม่อาจคัดค้านการแต่งงานที่กำลังจะมาถึง จึงได้แต่ยินยอมรับแต่โดยดี ดรุณีน้อยผ่อนลมหายใจพลางปล่อยผ่านความรู้สึกไม่ยินยอมเบื้องลึกในใจตน

อี้อินรู้ดีแก่ใจมาโดยตลอด ว่าความฝันที่อยากเป็นดั่งคู่รักในบทกลอนยวนยางของนางนั้นยากจะเป็นจริง เพียงแต่มิคาดว่าบัดนี้แม้แต่ความปรารถนาที่จะเลือกคนรักด้วยตัวเองก็ยังไม่สามารถทำได้

ช่างน่าเศร้านัก…ใต้หล้านี้เกิดเป็นสตรีนั้นแสนยากเย็น

แต่เมื่อคิดในแง่ดี ต่อไปนางก็ไม่ต้องมานั่งหวาดระแวงว่าจะถูกอำนาจมืดจับใส่ตำหนักองค์ชายใหญ่ อี้อินค่อยรู้สึกว่าตัวเองนั้นหายใจโล่งขึ้นมาในทันที

มีคนบอกเอาไว้ว่าเกาทัณฑ์ในที่ลับนั้นยากระวัง สำหรับนางแล้ว อำนาจที่มาอย่างเปิดเผยและปฏิเสธไม่ได้ต่างหากที่น่ากลัวกว่า อย่างน้อยต่อไปภายหน้า สกุลหยางกับฮองเฮาก็ทำได้แค่ลอบเล่นงานนางกับบิดาอยู่ลับๆ เท่านั้น

ดวงตาหงส์หรี่มองสองขาที่เหยียดตรงของตน รอยช้ำสีม่วงบนหัวเข่าทั้งคู่เด่นสะดุดตาจนทำให้คิดถึงผู้กระทำ จากนั้นริมฝีปากจิ้มลิ้มจึงค่อยโค้งขึ้นสูงเป็นรอยยิ้มแสนเหยียดหยัน

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 58

    ทว่าเจ้าโจวเหยียนนั่น ยังไม่ทันขึ้นนั่งบัลลังก์ก็ทำร้ายผู้คนไปนับไม่ถ้วน โจวหย่งขบคิดอยู่เป็นนาน ก่อนจะบอกตัวเองว่าจะปล่อยให้พี่ชายต่างมารดาผู้นั้นขึ้นเป็นฮ่องเต้ไม่ได้อย่างเด็ดขาด!ร่างของอี้หานชิงถูกนำลงมาเป็นคนสุดท้าย ดวงตาเรียวมองสำรวจผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อตาเผยแววหนักใจออกมาวูบหนึ่ง อินเอ๋อร์ต

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 57

    “ลูกยังไม่โง่งมถึงขั้นนั้นหรอกพ่ะย่ะค่ะ ทำแบบนั้นก็สมพระทัยเสด็จพ่อน่ะสิ ที่จะให้เจ้าเก้ารับบทวีรบุรษของแคว้น” ดวงตาเรียวหยีแย้มยิ้มให้บิดาด้วยท่าทางอารมณ์ดียิ่ง“นำตัวคนเข้ามา!” สิ้นเสียงตวาด กลุ่มคนจำนวนหนึ่งก็ถูกฉุดลากเข้ามา โจวฮ่องเต้เบิกพระเนตรกว้าง ภายในพระทัยเกิดความหวั่นไหวจนแสดงออกทางพระพัก

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 56

    อากาศในเดือนสิบสองหนาวเย็นสมกับเป็นฤดูเหมันต์ การฟาดฟันกันระหว่างหลี่อ๋องกับอ๋องเก้าในวันที่สิบหกของเดือนสิบสอง กองทัพอ๋องเก้าก็สามารถตีฝ่าประตูเมืองหลวงได้ภายใต้การนำทัพของแม่ทัพใหญ่จาง กองกำลังทหารในเมืองหลวงล้วนไม่ใช่คู่ต่อสู้ จวนสกุลหยางกับสกุลหลี่ที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการก่อกบฏถูกทหารบุกเข้า

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 55

    “ท่านอ๋องโปรดถนอมตัวด้วย อย่าให้โทสะมาบดบังความคิดจนเสียการใหญ่เลยพ่ะย่ะค่ะ” หยางเหลียงก้าวออกมาเตือนสติ“ท่านตาไม่ต้องเป็นห่วง เปิ่นหวานยังมีสติดี” หลี่อ๋องหันมาตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ดาบในมือถูกโยนทิ้งก่อนจะรับผ้าจากนางกำนัลมาเช็ดทำความสะอาดหากยังมีสติอยู่ก็ไม่ควรสังหารคนจนหมดเช่นนี้ ยังค้นหาตัวอ

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 54

    คล้ายว่าคำก่นด่าของพระบิดาจะทำให้โจวเหยียนยิ่งบ้าคลั่ง เขาเปล่งเสียงหัวเราะราวกับขบขันเสียเต็มประดา“เดรัจฉานอย่างนั้นหรือ! เสด็จพ่อคงไม่ทรงรู้ เดรัจฉานที่แท้จริงต้องแบบนี้ต่างหาก!”พูดจบก็กระชากเอาแม่ลูกคู่หนึ่งจากในกลุ่มนั้นลากมาหยุดยังเบื้องหน้าฮ่องเต้ เสียงกรีดร้องร่ำไห้ระงมจนฟังไม่ได้ศัพท์ดังไป

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 53

    แน่นอนคำถามนี้ไม่มีสิ่งใดไม่ถูก เสด็จพ่อไม่เคยไม่ไว้หน้าเขาในฐานะโอรสองค์โต มีเพียงเรื่องเดียวที่พระองค์ไม่ทรงตามใจเขา นั่นก็คือเรื่องของอี้อิน และนี่ก็เป็นปมในใจโจวหย่งมาตลอด“เสด็จพ่อทรงไม่ไปเป็นนักแสดงละคร เรื่องนี้นับว่าน่าเสียดายอย่างยิ่งจริงๆ ที่พระองค์ทรงทำทั้งหมดล้วนรู้ดีแก่พระทัยว่าทรงทำไปเ

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 46

    “หลี่อ๋องเป็นคนยึดติด ภายหน้าไม่แค่พระองค์ แม้แต่อินเอ๋อร์เองก็เกรงว่า...”นิสัยมีแค้นต้องชำระ ไม่ตายไม่เลิกรา ของหลี่อ๋องใครๆ ก็ต่างรู้ดี อี้อินหักหน้าไม่ยอมเป็นสตรีของเขา เขาไม่มีทางยอมปล่อยนางลอยนวลแน่สองบุรุษต่างวัยมองหน้ากันอย่างหนักใจ ก่อนที่โจวหย่งจะเป็นฝ่ายหลบสายตา“เรื่องนี้ข้าจะคิดหาหนทาง

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 4

    สายลมเดือนหนึ่งเย็นสดชื่น ทิวทัศน์รอบด้านขาวโพลนด้วยเกล็ดหิมะ เทศกาลหยวนเซียวเพิ่งผ่านพ้นไป ผู้คนจึงยังร่าเริงด้วยกลิ่นอายของงานเทศกาล ทว่าทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมานั้นมิได้รวมถึงทุกคน“ใต้เท้าอี้แสดงท่าทางแบบนี้ หรือคิดจะขัดคำสั่งฮองเฮากัน!”ในห้องโถงรับแขกของจวนสกุลอี้ ยามนี้เต็มไปด้วยบรรยากาศกดดัน

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 3

    ท้องฟ้ายามค่ำคืนของเทศกาลลอยโคมนั้นงดงามดุจภาพฝัน เบื้องล่างมีแสงจันทร์สาดส่องสว่างไสว ภายในงานเต็มไปด้วยผู้คน ความจอแจช่วยให้บรรยากาศเริงรื่นขึ้นอีกหลายเท่า“คุณหนู พวกเราไปดูทางโน้นกันเถอะเจ้าค่ะ” ปี้หยวนเอ่ยชวนผู้เป็นนาย รอยยิ้มบนใบหน้าสดใสเช่นเดียวกับดวงตาที่เป็นประกายวาววับอี้อินเดินตามโดยไม่ค

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 2

    งานเทศกาลลอยโคมของต้าโจวทุกปีล้วนจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ความครื้นเครงของผู้คนทำให้ร้านค้าพลอยคึกคักไปด้วย บรรดาหนุ่มสาวชาวบ้าน ผู้เฒ่าผู้แก่ตลอดจนถึงเด็กเล็กล้วนจับจูงกันมาร่วมงานด้วยใบหน้าชื่นมื่น แน่นอนว่าอี้อินเองก็เช่นกันปีนี้อี้อินอายุเต็มสิบหก ผ่านพ้นพิธีปักปิ่นมาเป็นที่เรียบร้อย หญิงสาวกวาดตาม

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status