แชร์

บทที่ 6

last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-06 16:15:55
หยวนกงกงกล่าวจบก็กุลีกุจอส่งนายบ่าวสกุลอี้ขึ้นรถม้า รอจนรถม้าแล่นจากไปลับสายตา จึงค่อยพาขันทีเด็กข้างกายมุ่งหน้าไปยังตำหนักคุนหนิงอย่างรีบร้อน

“องค์ชาย…” น้ำเสียงผู้ติดตามหลังพุ่มไม้หนาเจือความสงสัย ทว่าลังเลไม่กล้าเอ่ยถาม

ร่างสูงยังคงนิ่งเฉย หากในใจลอบถอนหายใจนับครั้งไม่ถ้วน

“เสียเปรียบแล้ว ครั้งนี้นับว่าขาดทุนแล้วจริงๆ”

เสียงทุ้มเอ่ยแผ่วเบาคล้ายคนอับจน ทว่าดวงตาเรียวกลับเปล่งประกาย ดูอย่างไรก็ไม่เห็นมีท่าทีสลดหมือนที่พร่ำบ่นสักนิด

องค์ชาย...พระองค์จะแสร้งปากกับใจไม่ตรงกันให้ผู้ใดดูหรือพ่ะย่ะค่ะ!

สถานการณ์ในตำหนักคุนหนิงหลังอี้อินจากไปนั้นกดดันยิ่ง ฮ่องเต้ประทับด้วยพระพักตร์เย็นชา เบื้องหน้าพระองค์คือหยางฮองเฮาที่มีสีหน้าไม่สู้ดีนัก

ตั้งแต่เสด็จมาจนถึงตอนนี้ ฮ่องเต้ยังไม่ตรัสให้นางยกเลิกการทำความเคารพ ทำให้หยางฮองเฮาต้องยืนค้างในท่วงท่าเดิมมาพักใหญ่แล้ว ส่วนหลี่เซวียนที่เดิมรั้งอยู่รอชมเรื่องสนุกมีหยาดเหงื่อผุดพราวบนใบหน้า ทว่าเจ้าตัวไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงๆ

“ฝ่าบาท”

ในที่สุดหยวนกงกงก็กลับมา ฮองเฮาพลันผ่อนลมหายใจเฮือกหนึ่ง รอให้ฮ่องเต้สั่งยกเลิกการทำความเคารพเงียบๆ ทว่าใบหน้าร้อนรนของขันทีคนสนิททำให้ใจนางรู้สึกหวาดเกรงขึ้นมา

“คุณหนูอี้เป็นลมสลบไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

พอได้ยินพระพักตร์บึ้งตึงก็ยิ่งเปี่ยมโทสะ

“ดี! ดียิ่ง!”

หยางฮองเฮายืนโงนเงนดุจปลายเท้าไม่ติดพื้น ตอนจากไปก็ยังดีๆ อยู่เลยมิใช่หรือ

“จะเป็นไปได้อย่างไร เปิ่นกงให้นางนั่งคุกเข่าเพียงไม่นานเท่านั้น ฝ่าบาท...หม่อมฉันไม่ได้มีเจตนาร้ายต่อเด็กสาวสกุลอี้นะเพคะ”

เห็นแววพระเนตรแสดงออกถึงความไม่เชื่อ หยางฮองเฮายิ่งร้อนใจ นึกสาปแช่งอี้อินอย่างถึงที่สุด

“นางเป็นลม แล้วตอนนี้อยู่ที่ใด หยวนกงกงได้ตามหมอหลวงมาดูแล้วหรือยัง”

ถึงอย่างไรก็ผ่านร้อนหนาวมาไม่น้อย ไม่นานหยางฮองเฮาก็ได้สติ นางสอบถามหยวนกงกงพลางลอบคิดหาวิธีจัดการเรื่องราว ต่อให้ฮ่องเต้จะไม่พอพระทัย แต่ถ้านางดูแลเด็กนั่นให้ดี แล้วฉวยโอกาสนี้มอบสมรสให้แก่อีกฝ่ายกับโอรส เพียงเท่านี้ก็สามารถปิดปากผู้คนและทำให้เรื่องวุ่นวายจบลงด้วยดีได้แล้ว

ทว่าถ้อยคำต่อมาของหยวนกงกงก็ปิดประตูความคิดของฮองเฮาจนหมดสิ้น

“ทูลฮองเฮา กระหม่อมเห็นว่าเวลาไม่เช้าแล้ว แถมคนเองก็อาการไม่ค่อยดีนัก จึงให้รถม้ารีบพานางกลับจวนสกุลอี้ไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

หยวนกงกงเห็นสีหน้าหยางฮองเฮาคล้ายบิดเบี้ยวไปวูบหนึ่ง ขันทีใหญ่พลันก้มหน้ากล่าวต่อ

“กระหม่อมเกรงว่าหากชักช้า ใต้เท้าอี้จะเป็นห่วงบุตรสาว อีกทั้งยังไม่ดีต่อการรักษาคุณหนูอี้ด้วย”

หยางฮองเฮาพูดไม่ออก คิดอยากร้องตะโกนด่าคนตรงหน้าให้สุดเสียง ในวังมีหมอหลวงสามารถต่อแถวเป็นขบวนได้ยาวเหยียด สุ่มเลือกมาสักคนใครบ้างที่ไม่มีฝีมือ แต่เจ้าขันทีชั่วนี่กลับรีบไล่คนไปเสียอย่างนั้น ไม่เพียงขัดขวางแผนการ ทั้งยังดับหนทางไปต่อของนางจนสิ้น

“ช่างเถอะ” ฮ่องเต้ขมวดพระขนง ตรัสอย่างไม่ต่อความ “ให้หมอหลวงตามไปรักษาที่จวนสกุลอี้ หากต้องใช้ยาตัวไหนก็ให้มาเบิกเอากับคลังหลวง”

ตรัสจบวรกายสูงก็เสด็จจากไปทันที หางพระเนตรไม่แม้แต่จะเหลือบมองไปทางหยางฮองเฮา ชั่วพริบตาที่ฝ่ายหลังรู้สึกตัว ก็เห็นเพียงสีเหลืองของฉลองพระองค์ที่อยู่ไกลลิบแล้ว

เพล้ง!

ฮ่องเต้ยังเสด็จไม่พ้นเขตตำหนัก ฮองเฮาก็ปัดชุดชาตกแตกเสียแล้ว นี่มิใช่จะแสดงออกให้รู้ว่าพระนางไม่พอใจฮ่องเต้หรือ หลี่เซวียนคิดพลางกล่าวเตือนผู้เป็นน้า

“ท่านป้าหญิง! พระองค์ต้องทรงพระทัยเย็นไว้นะพ่ะย่ะค่ะ”

“เจ้าจะห้ามเปิ่นกงไปไย” หยางฮองเฮาเค้นเสียงใบหน้าถมึงทึง “หลายปีมานี้แม้ไม่รักใคร่เอ็นดู แต่เคยมีครั้งไหนบ้างที่พระองค์ทรงไม่ไว้หน้ากันเยี่ยงนี้”

กับอีแค่บุตรสาวขุนนางตัวเล็กๆ ผู้หนึ่งมีค่าพอให้ฮ่องเต้ทรงยอมแตกหักกับนางและสกุลหยางเชียวรึ หรือทรงต้องการบอกเป็นนัยว่าพระองค์ไม่คิดจะอดทนกับสกุลหยางอีกต่อไปแล้ว หยางฮองเฮาใช้ชีวิตฝ่าแดดลมพายุฝนในวังหลังมาเกือบครึ่งชีวิต สติปัญญาย่อมไม่ใช่ชั่ว เพียงไม่นานนางก็หรี่ตาลงต่ำเมื่อคิดอะไรได้

“เซวียนเอ๋อร์ เจ้าจงไปหาท่านตา ให้เขาส่งคนไปสืบดูว่าก่อนที่ฝ่าบาทจะเสด็จมาตำหนักคุนหนิง มีใครได้ไปเข้าเฝ้าพระองค์บ้าง”

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม คนที่ทำให้แผนของนางล่มไม่เป็นท่าต้องชดใช้!

ทางจวนสกุลอี้เองยามนี้ก็มิได้สงบ โดยเฉพาะเจ้าของจวนที่ยืนตีสีหน้าเคร่งขรึมไม่หาย ทำให้บรรดาบ่าวไพร่ตลอดจนหมอหลวงต่างก็ยิ่งมีท่าทีเคร่งเครียดไม่ต่างกัน

“ในเมื่อท่านหมอบอกว่าอาการบุตรสาวข้าไม่ร้ายแรง แล้วเป็นเพราะเหตุใดทำไมนางจึงไม่ฟื้นเสียทีเล่า” อี้หานชิงไต่ถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่กลับให้ความรู้สึกกดดันยิ่งสำหรับหมอหลวง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 58

    ทว่าเจ้าโจวเหยียนนั่น ยังไม่ทันขึ้นนั่งบัลลังก์ก็ทำร้ายผู้คนไปนับไม่ถ้วน โจวหย่งขบคิดอยู่เป็นนาน ก่อนจะบอกตัวเองว่าจะปล่อยให้พี่ชายต่างมารดาผู้นั้นขึ้นเป็นฮ่องเต้ไม่ได้อย่างเด็ดขาด!ร่างของอี้หานชิงถูกนำลงมาเป็นคนสุดท้าย ดวงตาเรียวมองสำรวจผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อตาเผยแววหนักใจออกมาวูบหนึ่ง อินเอ๋อร์ต

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 57

    “ลูกยังไม่โง่งมถึงขั้นนั้นหรอกพ่ะย่ะค่ะ ทำแบบนั้นก็สมพระทัยเสด็จพ่อน่ะสิ ที่จะให้เจ้าเก้ารับบทวีรบุรษของแคว้น” ดวงตาเรียวหยีแย้มยิ้มให้บิดาด้วยท่าทางอารมณ์ดียิ่ง“นำตัวคนเข้ามา!” สิ้นเสียงตวาด กลุ่มคนจำนวนหนึ่งก็ถูกฉุดลากเข้ามา โจวฮ่องเต้เบิกพระเนตรกว้าง ภายในพระทัยเกิดความหวั่นไหวจนแสดงออกทางพระพัก

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 56

    อากาศในเดือนสิบสองหนาวเย็นสมกับเป็นฤดูเหมันต์ การฟาดฟันกันระหว่างหลี่อ๋องกับอ๋องเก้าในวันที่สิบหกของเดือนสิบสอง กองทัพอ๋องเก้าก็สามารถตีฝ่าประตูเมืองหลวงได้ภายใต้การนำทัพของแม่ทัพใหญ่จาง กองกำลังทหารในเมืองหลวงล้วนไม่ใช่คู่ต่อสู้ จวนสกุลหยางกับสกุลหลี่ที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการก่อกบฏถูกทหารบุกเข้า

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 55

    “ท่านอ๋องโปรดถนอมตัวด้วย อย่าให้โทสะมาบดบังความคิดจนเสียการใหญ่เลยพ่ะย่ะค่ะ” หยางเหลียงก้าวออกมาเตือนสติ“ท่านตาไม่ต้องเป็นห่วง เปิ่นหวานยังมีสติดี” หลี่อ๋องหันมาตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ดาบในมือถูกโยนทิ้งก่อนจะรับผ้าจากนางกำนัลมาเช็ดทำความสะอาดหากยังมีสติอยู่ก็ไม่ควรสังหารคนจนหมดเช่นนี้ ยังค้นหาตัวอ

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 54

    คล้ายว่าคำก่นด่าของพระบิดาจะทำให้โจวเหยียนยิ่งบ้าคลั่ง เขาเปล่งเสียงหัวเราะราวกับขบขันเสียเต็มประดา“เดรัจฉานอย่างนั้นหรือ! เสด็จพ่อคงไม่ทรงรู้ เดรัจฉานที่แท้จริงต้องแบบนี้ต่างหาก!”พูดจบก็กระชากเอาแม่ลูกคู่หนึ่งจากในกลุ่มนั้นลากมาหยุดยังเบื้องหน้าฮ่องเต้ เสียงกรีดร้องร่ำไห้ระงมจนฟังไม่ได้ศัพท์ดังไป

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 53

    แน่นอนคำถามนี้ไม่มีสิ่งใดไม่ถูก เสด็จพ่อไม่เคยไม่ไว้หน้าเขาในฐานะโอรสองค์โต มีเพียงเรื่องเดียวที่พระองค์ไม่ทรงตามใจเขา นั่นก็คือเรื่องของอี้อิน และนี่ก็เป็นปมในใจโจวหย่งมาตลอด“เสด็จพ่อทรงไม่ไปเป็นนักแสดงละคร เรื่องนี้นับว่าน่าเสียดายอย่างยิ่งจริงๆ ที่พระองค์ทรงทำทั้งหมดล้วนรู้ดีแก่พระทัยว่าทรงทำไปเ

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 3

    ท้องฟ้ายามค่ำคืนของเทศกาลลอยโคมนั้นงดงามดุจภาพฝัน เบื้องล่างมีแสงจันทร์สาดส่องสว่างไสว ภายในงานเต็มไปด้วยผู้คน ความจอแจช่วยให้บรรยากาศเริงรื่นขึ้นอีกหลายเท่า“คุณหนู พวกเราไปดูทางโน้นกันเถอะเจ้าค่ะ” ปี้หยวนเอ่ยชวนผู้เป็นนาย รอยยิ้มบนใบหน้าสดใสเช่นเดียวกับดวงตาที่เป็นประกายวาววับอี้อินเดินตามโดยไม่ค

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 2

    งานเทศกาลลอยโคมของต้าโจวทุกปีล้วนจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ความครื้นเครงของผู้คนทำให้ร้านค้าพลอยคึกคักไปด้วย บรรดาหนุ่มสาวชาวบ้าน ผู้เฒ่าผู้แก่ตลอดจนถึงเด็กเล็กล้วนจับจูงกันมาร่วมงานด้วยใบหน้าชื่นมื่น แน่นอนว่าอี้อินเองก็เช่นกันปีนี้อี้อินอายุเต็มสิบหก ผ่านพ้นพิธีปักปิ่นมาเป็นที่เรียบร้อย หญิงสาวกวาดตาม

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 1

    เดือนสามย่างเข้าฤดูใบไม้ผลิ สายลมอบอุ่นพัดผ่านประปรายด้วยกลีบเถาฮวาสีสด ต้าโจวแห่งรัชสมัยโจวหลงฮ่องเต้แม้ไม่เรียกได้ว่าเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด หากก็ยังห่างไกลคำว่าทุกข์ยากแสนเข็ญอยู่มากโข“น้องรอง ว่าวของเจ้ากำลังจะตกแล้วนะ!”เสียงร้องโหวกเหวกของดรุณีน้อยดังกังวานสดใส เจ้าของนามที่ถูกเรียกแหงนใบหน้า

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 52

    “ฮุ่ยอ๋องถูกจับขังคุก ฮ่องเต้ทรงตกพระทัยจนพระอาการประชวรทรุด เรื่องราวน้อยใหญ่ยกให้หลี่อ๋องเป็นผู้ดูแลขอรับ”ซุนเฉินหนึ่งในผู้คุ้มกันที่หลงจู๊ชวีมอบให้นาง กลับมารายงานสถานการณ์ในเมืองหลวงให้อี้อินฟังหลังกลับมาจากการลอบสืบข่าว อี้อินซักถามถึงความเป็นไปอย่างคร่าวๆ ก่อนจะเผยสีหน้าเคร่งขรึมเมื่อซุนเฉินก

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status