Share

บทที่ 7

หมอหลวงแซ่หวังยกแขนเสื้อขึ้นเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก อธิบายด้วยท่าทีตะกุกตะกัก

“ใต้เท้าอี้ ข้าตรวจดูอย่างละเอียดแล้ว บุตรสาวท่านไม่ได้เป็นอะไรร้ายแรงจริงๆ ส่วนที่ว่าทำไมนางยังไม่ฟื้นนั้น ข้าเองก็จนใจ”

เขาทำทุกอย่างแล้วจริงๆ เพียงแต่ไม่ว่าจะป้อนยาหรือกดจุด คนป่วยก็ยังนอนนิ่งไร้การเคลื่อนไหว เขาเองก็จนใจไม่รู้จะบอกยังไงดี

“บางที ร่างกายนางอาจต้องการการพักผ่อน รอสักพักนางคงตื่นขึ้นมาเอง”

อี้หานชิงใบหน้าถมึงทึง แต่เขาไม่ใช่หมอ ย่อมไม่อาจโต้แย้ง ดวงตาผู้เป็นบิดาฉายแววขุ่นเคือง ก่อนเอ่ยขอบคุณหมอหลวงและสั่งให้คนไปส่งอีกฝ่ายกลับ

“เจ้าบอกว่าฮองเฮาสั่งให้คุณหนูคุกเข่าอยู่หน้าตำหนักตั้งแต่ยามอู่รึ”

ยามอู่ถึงยามเซิน ต่อให้ไม่ถูกแสงแดดแผดเผาเพราะเป็นช่วงฤดูเหมันต์ แต่สายลมที่หนาวเย็นก็คร่าชีวิตคนได้เช่นกัน

“ดี! ดียิ่ง! หยางฮองเฮาตัวดี สกุลหยางตัวดี”

เห็นบุตรสาวถูกทำร้ายบีบหัวใจเช่นนี้ ในใจอี้หานชิงดั่งมีกองไฟลุกโชน ประหนึ่งต้องการแผดเผาผู้เป็นชนวนเหตุให้มอดไหม้ไปตามๆ กัน

คนพวกนั้นคิดว่าสกุลอี้ของเขารังแกได้ง่ายนักใช่หรือไม่!

“เตรียมรถม้าไว้ ประเดี๋ยวข้าจะเข้าวัง!”

อี้หานชิงหันมามองบุตรสาวที่ยังไม่ได้สติ พลางกำชับปี้หยวนคอยดูแลเจ้านายให้ดี จากนั้นจึงมุ่งหน้าไปยังห้องหนังสือของตนเองทันที

ไม่มีใครรู้ว่าอี้หานชิงเข้าไปทำสิ่งใดในห้องหนังสือ ทว่าก่อนที่แสงอาทิตย์จะลาลับขอบฟ้า ใต้เท้าอี้ที่แต่งชุดขุนนางขั้นสามเต็มยศก็มาปรากฏตัวที่วังหลวงเพื่อขอเข้าเฝ้าฮ่องเต้

“เขามาแล้วหรือ” ฮ่องเต้วางพู่กันพลาง ตรัสสุรเสียงชืดชา “ให้เขาเข้ามาเถอะ”

บุตรสาวถูกกระทำขนาดนี้ ต่อให้เป็นคนอื่นที่ไม่ใช่อี้หานชิงก็ย่อมมีโทสะ เพียงแต่จะมีสักกี่คนที่สามารถทำให้สกุลหยางสั่นสะเทือนได้

“อย่าทำให้เจิ้น[1] ผิดหวังในตัวเจ้าเล่า อ้ายชิง[2][rc1] ”

แน่นอนว่าอี้หานชิงคนจริงย่อมไม่ทำให้ฮ่องเต้ผิดหวัง เขาหอบเอาฎีกาที่เขียนขึ้นยาวเหยียดมายื่นต่อเบื้องพระพักตร์ แสดงท่าทีปักหลักพร้อมถลกแขนเสื้อถกบทความอย่างจริงจังยิ่ง

ในฎีกามีกล่าวฟ้องร้องถึงเรื่องใช้ตำแหน่งท่านหญิงข่มเหงผู้อื่นของท่านหญิงคังหนิง การรับใช้ผู้มีอำนาจโดยมิชอบของหลี่เซวียนแห่งกรมอาญา ตลอดจนการให้ท้ายสกุลเดิมของหยางฮองเฮา

หยวนกงกงที่ยืนก้มมองพื้นในตอนแรกเงยหน้าตกตะลึง อี้หานชิงยังคงความสุขุม เจ้าตัวร่ายยาวถึงเรื่องที่ท่านหญิงคังหนิงเรียกใช้งานหลี่เซวียน จากนั้นก็เป็นหลี่เซวียนใช้งานคนของกรมอาญาโดยพละการด้วยวาจาน้ำไหลไฟดับ โยงไปถึงฮองเฮากับสกุลหยางที่กระทำการสอดมือยุ่งเกี่ยว สร้างอำนาจมืดในกรมการปกครองจนเสียระบอบดวงตาขันทีคนสนิทเหม่อลอย ยิ่งฟังก็ยิ่งอดผงกศีรษะอย่างเห็นด้วยไม่ได้ คิดไม่ถึงเลยว่าใต้เท้าอี้ที่ปกติไร้มนุษยสัมพันธ์จะมีความสามารถในการพูดมากปานนี้

อีกฝ่ายแค่เปิดปากประโยคหนึ่งก็ลากเอาท่านหญิงคังหนิงกับฮองเฮา รวมไปถึงผู้อยู่เบื้องหลังอย่างสกุลหยางกับสกุลหลี่มามัดรวมกันได้แล้ว

เพียงแต่…ไม่รู้ว่าฝ่าบาทจะทรงคิดเห็นเช่นใด

เพราะไม่กล้ามองพระพัตร์ฮ่องเต้ หยวนกงกงจึงไม่อาจมองเห็นรอยสรวลบางเบาขององค์พระหมื่นปี

อี้หานชิงไม่เคยทำให้พระองค์ผิดหวังเลยจริงๆ

ยามอี้หานชิงขึ้นรถม้ากลับจากวัง ดวงตะวันก็เปลี่ยนเป็นพระจันทร์แหว่งเสี้ยวเสียแล้ว ใบหน้าเคร่งขรึมที่ยังดูดีกว่าวัยมองผ่านหน้าต่างรถม้าอย่างไร้จุดหมาย

การโยนหินถามทางของเขาได้รับคำตอบแล้ว พรุ่งนี้ผลลัพธ์ที่ออกมาคงไม่ผิดจากที่คาดไว้สักเท่าไร หากในใจกลับหนักหน่วงคล้ายมีก้อนหินหนักถ่วงรั้งเอาไว้กระนั้น

อินเอ๋อร์ จากนี้ไปเจ้าจะใช้ชีวิตได้ดั่งที่หวังหรือไม่นั้น อาจมิได้ขึ้นอยู่กับตัวเจ้าแล้วก็เป็นได้...หัวอกคนเป็นบิดาครุ่นคิด

ในวังวนแห่งสายน้ำโคลนนี้ เมื่อแปดเปื้อนไปแล้วการจะถอนตัวออกมานั้นยากยิ่ง…

ตราบจนรถม้าแล่นเข้าสู่จวนท่ามกลางความมืด ผู้ที่อยู่ภายในก็ยังคงครุ่นคิดไม่สร่าง

“ท่านพ่อ…”

อี้อินเพิ่งตื่นจากอาการอ่อนเพลีย ร่างบางหันมามองทางประตู ก่อนจะเรียกขานบิดาด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง

“อินเอ๋อร์เจ้าฟื้นแล้ว” อี้หานชิงเปลี่ยนสีหน้าเคร่งขรึมเป็นยินดีในทันทีที่สายตาเห็นบุตรสาวได้สติ “เป็นอย่างไรบ้าง เจ็บปวดตรงไหนหรือไม่”

“ลูกไม่เป็นอะไรแล้วเจ้าค่ะ ขอโทษที่ทำให้ท่านพ่อต้องเป็นห่วง”

เห็นบิดามีท่าทางวิตกกังวล อี้อินพลันรู้สึกผิดไม่น้อย นางรับฟังคำพูดของหยวนกงกงเลยแสร้งเป็นลมหมดสติ ไม่ทันคาดคิดว่าร่างกายที่ต้องลมหนาวจะทำให้เผลอหลับไปจริงๆ

“เด็กโง่ จะขอโทษทำไม พ่อมีเจ้าเป็นบุตร ไม่ให้ห่วงเจ้าแล้วจะไปห่วงใคร” อี้หานชิงเหน็บชายผ้าห่มให้บุตรสาว พลางเอ่ยน้ำเสียงอ่อนโยน “พักผ่อนเสีย เจ้าไม่ต้องคิดมาก พรุ่งนี้พ่อจะให้คนพวกนั้นชดใช้ให้แก่เจ้าเอง”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 58

    ทว่าเจ้าโจวเหยียนนั่น ยังไม่ทันขึ้นนั่งบัลลังก์ก็ทำร้ายผู้คนไปนับไม่ถ้วน โจวหย่งขบคิดอยู่เป็นนาน ก่อนจะบอกตัวเองว่าจะปล่อยให้พี่ชายต่างมารดาผู้นั้นขึ้นเป็นฮ่องเต้ไม่ได้อย่างเด็ดขาด!ร่างของอี้หานชิงถูกนำลงมาเป็นคนสุดท้าย ดวงตาเรียวมองสำรวจผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อตาเผยแววหนักใจออกมาวูบหนึ่ง อินเอ๋อร์ต

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 57

    “ลูกยังไม่โง่งมถึงขั้นนั้นหรอกพ่ะย่ะค่ะ ทำแบบนั้นก็สมพระทัยเสด็จพ่อน่ะสิ ที่จะให้เจ้าเก้ารับบทวีรบุรษของแคว้น” ดวงตาเรียวหยีแย้มยิ้มให้บิดาด้วยท่าทางอารมณ์ดียิ่ง“นำตัวคนเข้ามา!” สิ้นเสียงตวาด กลุ่มคนจำนวนหนึ่งก็ถูกฉุดลากเข้ามา โจวฮ่องเต้เบิกพระเนตรกว้าง ภายในพระทัยเกิดความหวั่นไหวจนแสดงออกทางพระพัก

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 56

    อากาศในเดือนสิบสองหนาวเย็นสมกับเป็นฤดูเหมันต์ การฟาดฟันกันระหว่างหลี่อ๋องกับอ๋องเก้าในวันที่สิบหกของเดือนสิบสอง กองทัพอ๋องเก้าก็สามารถตีฝ่าประตูเมืองหลวงได้ภายใต้การนำทัพของแม่ทัพใหญ่จาง กองกำลังทหารในเมืองหลวงล้วนไม่ใช่คู่ต่อสู้ จวนสกุลหยางกับสกุลหลี่ที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการก่อกบฏถูกทหารบุกเข้า

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 55

    “ท่านอ๋องโปรดถนอมตัวด้วย อย่าให้โทสะมาบดบังความคิดจนเสียการใหญ่เลยพ่ะย่ะค่ะ” หยางเหลียงก้าวออกมาเตือนสติ“ท่านตาไม่ต้องเป็นห่วง เปิ่นหวานยังมีสติดี” หลี่อ๋องหันมาตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ดาบในมือถูกโยนทิ้งก่อนจะรับผ้าจากนางกำนัลมาเช็ดทำความสะอาดหากยังมีสติอยู่ก็ไม่ควรสังหารคนจนหมดเช่นนี้ ยังค้นหาตัวอ

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 54

    คล้ายว่าคำก่นด่าของพระบิดาจะทำให้โจวเหยียนยิ่งบ้าคลั่ง เขาเปล่งเสียงหัวเราะราวกับขบขันเสียเต็มประดา“เดรัจฉานอย่างนั้นหรือ! เสด็จพ่อคงไม่ทรงรู้ เดรัจฉานที่แท้จริงต้องแบบนี้ต่างหาก!”พูดจบก็กระชากเอาแม่ลูกคู่หนึ่งจากในกลุ่มนั้นลากมาหยุดยังเบื้องหน้าฮ่องเต้ เสียงกรีดร้องร่ำไห้ระงมจนฟังไม่ได้ศัพท์ดังไป

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 53

    แน่นอนคำถามนี้ไม่มีสิ่งใดไม่ถูก เสด็จพ่อไม่เคยไม่ไว้หน้าเขาในฐานะโอรสองค์โต มีเพียงเรื่องเดียวที่พระองค์ไม่ทรงตามใจเขา นั่นก็คือเรื่องของอี้อิน และนี่ก็เป็นปมในใจโจวหย่งมาตลอด“เสด็จพ่อทรงไม่ไปเป็นนักแสดงละคร เรื่องนี้นับว่าน่าเสียดายอย่างยิ่งจริงๆ ที่พระองค์ทรงทำทั้งหมดล้วนรู้ดีแก่พระทัยว่าทรงทำไปเ

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 46

    “หลี่อ๋องเป็นคนยึดติด ภายหน้าไม่แค่พระองค์ แม้แต่อินเอ๋อร์เองก็เกรงว่า...”นิสัยมีแค้นต้องชำระ ไม่ตายไม่เลิกรา ของหลี่อ๋องใครๆ ก็ต่างรู้ดี อี้อินหักหน้าไม่ยอมเป็นสตรีของเขา เขาไม่มีทางยอมปล่อยนางลอยนวลแน่สองบุรุษต่างวัยมองหน้ากันอย่างหนักใจ ก่อนที่โจวหย่งจะเป็นฝ่ายหลบสายตา“เรื่องนี้ข้าจะคิดหาหนทาง

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 4

    สายลมเดือนหนึ่งเย็นสดชื่น ทิวทัศน์รอบด้านขาวโพลนด้วยเกล็ดหิมะ เทศกาลหยวนเซียวเพิ่งผ่านพ้นไป ผู้คนจึงยังร่าเริงด้วยกลิ่นอายของงานเทศกาล ทว่าทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมานั้นมิได้รวมถึงทุกคน“ใต้เท้าอี้แสดงท่าทางแบบนี้ หรือคิดจะขัดคำสั่งฮองเฮากัน!”ในห้องโถงรับแขกของจวนสกุลอี้ ยามนี้เต็มไปด้วยบรรยากาศกดดัน

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 3

    ท้องฟ้ายามค่ำคืนของเทศกาลลอยโคมนั้นงดงามดุจภาพฝัน เบื้องล่างมีแสงจันทร์สาดส่องสว่างไสว ภายในงานเต็มไปด้วยผู้คน ความจอแจช่วยให้บรรยากาศเริงรื่นขึ้นอีกหลายเท่า“คุณหนู พวกเราไปดูทางโน้นกันเถอะเจ้าค่ะ” ปี้หยวนเอ่ยชวนผู้เป็นนาย รอยยิ้มบนใบหน้าสดใสเช่นเดียวกับดวงตาที่เป็นประกายวาววับอี้อินเดินตามโดยไม่ค

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 2

    งานเทศกาลลอยโคมของต้าโจวทุกปีล้วนจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ความครื้นเครงของผู้คนทำให้ร้านค้าพลอยคึกคักไปด้วย บรรดาหนุ่มสาวชาวบ้าน ผู้เฒ่าผู้แก่ตลอดจนถึงเด็กเล็กล้วนจับจูงกันมาร่วมงานด้วยใบหน้าชื่นมื่น แน่นอนว่าอี้อินเองก็เช่นกันปีนี้อี้อินอายุเต็มสิบหก ผ่านพ้นพิธีปักปิ่นมาเป็นที่เรียบร้อย หญิงสาวกวาดตาม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status