Share

บทที่ 8

ฤทธิ์ยาที่ดื่มทำให้รู้สึกง่วงอยู่ไม่น้อย อี้อินพยักหน้าหลับตาไม่โต้แย้ง เนื่องจากพรุ่งนี้ยังมีอะไรอีกมากมายที่ต้องตระเตรียม อี้หานชิงจึงไม่ได้รั้งอยู่พูดคุยกับบุตรสาวนานนัก เขารอจนอีกฝ่ายหลับสนิทก็ผละจากมาทันที

ในราตรีนี้จึงมีทั้งผู้ที่หลับใหลและไม่อาจหลับ รวมไปถึงหลับไม่ลงอย่างคนบางคนอีกด้วย

เช้าตรู่ยามเฉิน อี้หานชิงในชุดขุนนางเต็มยศก็ขึ้นรถม้าออกจากจวนท่ามกลางปรอยหิมะบนเส้นทางสีขาว

เมื่อขุนนางอี้มาปรากฏกายที่ท้องพระโรง สายตาหลายคนหันมาที่เขาอย่างเป็นจุดสนใจ ทว่าใบหน้าของอี้หานชิงกลับไร้อารมณ์จนมิอาจคาดเดาได้

“ใต้เท้าอี้มาแล้ว” ขุนนางขั้นสามจากกรมพิธีการผู้หนึ่งกล่าวขึ้น ในน้ำเสียงแฝงแววสนิทชิดเชื้ออย่างที่ไม่เคยมีให้มาก่อน “เมื่อวานได้ยินมาว่าท่านเข้าวังตอนค่ำ”

อี้หานชิงหลุบตาลงต่ำ คนที่อยู่ตรงหน้าคือใต้เท้าซุนแห่งกรมพิธีการ เขาจำได้ว่าสกุลซุนนั้นมีความสัมพันธ์อันดีกับสกุลหยาง คาดว่าการทักทายครั้งนี้คงมุ่งหวังสืบข่าวแทนตาเฒ่าหยางเหลียงกระมัง

“ปิดท่านไม่ได้เลยจริงๆ ดูเหมือนว่าหูตาของใต้เท้าซุนจะกว้างขวางและว่องไวไม่น้อย” สุ้มเสียงเรียบเฉยไร้อารมณ์กล่าวต่อ “หากฝ่าบาททรงทราบว่าท่านมีความสามารถถึงขนาดนี้ พระองค์จะต้องดีพระทัยมากแน่ๆ”

รอยยิ้มเปี่ยมอัธยาศัยบนใบหน้าใต้เท้าซุนพลันเหือดแห้ง มีคนคอยสืบข่าวความเคลื่อนไหวตัวเอง ฮ่องเต้รู้มีหรือจะยินดี แค่พระองค์ไม่สั่งลงโทษเขาก็ขอบคุณฟ้าดินแล้ว

อี้หานชิงเจ้าคนชั่วช้านี่จงใจวางหลุมดักเขาชัดๆ!

หลังจากนั้นใต้เท้าซุนผู้เปี่ยมไปด้วยไมตรีจิตก็ค่อยๆ เขยิบออกห่างใต้เท้าอี้อย่างตั้งใจ ภายใต้สายตากดดันของฝ่ายหลัง

“ใต้เท้าอี้เป็นผู้มีจิตใจเข้มแข็งเด็ดเดี่ยวดุจต้นไม้ใหญ่ เพียงแต่ถ้าลมพายุแรงหากต้นไม้ใหญ่ฝืนตั้งตรงเกินไป ก็อาจหักโค่นเอาได้ง่ายๆ”

บุรุษสูงวัยในชุดขุนนางขั้นหนึ่งกล่าวขึ้น ดวงหน้าชราของเขาปรากฏรอยยิ้มอารี

“ท่านว่าจริงหรือไม่”

“ท่านกั๋วกงชื่นชมเกินไปแล้ว ถึงต้นไม้ใหญ่จะหักโค่นง่ายดั่งที่ท่านว่า ทว่ายามมันล้มก็อาจลากเอาผู้ที่อยู่โดยรอบไปด้วยได้” อี้หานชิงสบสายตาคนตรงหน้า พลางถามกลับด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์ “ท่านว่าจริงหรือไม่เล่า”

หยางเหลียงไม่เปลี่ยนสีหน้า รอยยิ้มปรุงแต่งยังคงไม่ขาดหาย ทว่าแววตานั้นทอประกายลึกล้ำวูบหนึ่ง คิดถึงการกระทำที่เป็นเสมือนเผาหยกพร้อมศิลา[3][rc2] ของคนตรงหน้าเมื่อครั้งอดีต ประมุขสกุลหยางก็หว่างคิ้วยับย่นขึ้นมาทันที ดูท่าว่าบุตรสาวของเขาจะปลุกสุนัขบ้าในกาลก่อนขึ้นมาอีกครั้งแล้ว

เสียงแหลมขานแจ้งการเสด็จของฮ่องเต้พลันดังขึ้น ตัดบทสนทนาระหว่างอี้หานชิงกับหยางเหลียง ทั้งคู่จึงหันไปให้ความสนใจผู้ที่ประทับบนบัลลังก์แทน ทิ้งไว้เพียงสายตานำพาความสงสัยของสหายขุนนางรอบด้าน

บนบัลลังก์มังกร ฮ่องเต้ประชุมราชการด้วยท่าทีปกติเหมือนทุกวัน บรรดาขุนนางต่างถวายรายงานตามหน้าที่ของตน โจวฮ่องเต้ทรงสดับฟังปัญหาน้อยใหญ่ พลางมอบหมายคำสั่งแก้ไขเรื่องราวตามสมควร ไม่ช้าเวลาก็ล่วงเลยผ่านไปกว่าสองชั่วยาม

“ใครมีเรื่องอะไรจะรายงานอีกหรือไม่” พระเนตรมังกรกวาดมองรอบข้าง สุรเสียงที่ตรัสราบเรียบไร้ระลอกคลื่น “ถ้าไม่มีเจิ้นจะได้ยุติการประชุมแต่เพียงเท่านี้”

ในท้องพระโรงเงียบสนิท แต่ก่อนที่ฮ่องเต้จะตรัสเลิกการประชุม อี้หานชิงก็ก้าวออกมาจากแถว

“ทูลฝ่าบาท กระหม่อมมีเรื่องกราบทูลพ่ะย่ะค่ะ”

ร่างในชุดขุนนางสีเข้มทรุดลงคุกเข่ากล่าวเสียงดังกังวาน โจวฮ่องเต้เลิกพระขนงเล็กน้อย ยามตรัสถามสุรเสียงเยือกเย็น

“ที่แท้ก็ใต้เท้าอี้นี่เอง เจ้ามีเรื่องอะไรต้องการพูดกับเจิ้นหรือ”

หยางเหลียงขมวดคิ้วนิ่วหน้า สายตามองการโต้ตอบของฮ่องเต้กับอี้หานชิงเขม็ง บางอย่างในใจกู่ร้องเตือนว่าการสนทนาครั้งนี้ไม่เป็นผลดีต่อตัวเอง

“ทูลฝ่าบาท กระหม่อมต้องการถวายฎีกาฟ้องร้องพ่ะย่ะค่ะ”

อี้หานชิงหยิบฎีกาออกมาจากแขนเสื้อ พลางใช้สองมือยกขึ้นสูง

“เจ้าต้องการฟ้องร้องผู้ใด”

“กระหม่อมต้องการฟ้องร้องฮองเฮาฐานใช้อำนาจโดยมิชอบพ่ะย่ะค่ะ!”

[1] คำเรียกแทนตัวผู้เป็นฮ่องเต้

[2] คำเรียกแทนตัวขุนนาง หมายถึง ขุนนางอันเป็นที่รัก

[3] เผาหยกพร้อมศิลา หมายถึง การเผาหยกพร้อมหินที่ไม่แบ่งแยกระหว่างของมีค่ากับของไร้ค่า ใช้เปรียบเทียบถึงการกระทำที่ไม่แยกแยะจนทั้งสองฝ่ายสิ้นไปด้วยกัน

[rc1]"อ้ายชิง" คำเรียกแทนตัวขุนนาง ขุนนางที่รัก

[rc2]เป็นสำนวนจีนหมายถึงการเผาหยกพร้อมหินที่ไม่แบ่งแยกระหว่างของมีค่ากับของไร้ค่า ใช้เปรียบเทียบถึงการกระทำที่ไม่แยกแยะ จนสองฝ่ายต่างสิ้นไปด้วยกัน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 58

    ทว่าเจ้าโจวเหยียนนั่น ยังไม่ทันขึ้นนั่งบัลลังก์ก็ทำร้ายผู้คนไปนับไม่ถ้วน โจวหย่งขบคิดอยู่เป็นนาน ก่อนจะบอกตัวเองว่าจะปล่อยให้พี่ชายต่างมารดาผู้นั้นขึ้นเป็นฮ่องเต้ไม่ได้อย่างเด็ดขาด!ร่างของอี้หานชิงถูกนำลงมาเป็นคนสุดท้าย ดวงตาเรียวมองสำรวจผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อตาเผยแววหนักใจออกมาวูบหนึ่ง อินเอ๋อร์ต

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 57

    “ลูกยังไม่โง่งมถึงขั้นนั้นหรอกพ่ะย่ะค่ะ ทำแบบนั้นก็สมพระทัยเสด็จพ่อน่ะสิ ที่จะให้เจ้าเก้ารับบทวีรบุรษของแคว้น” ดวงตาเรียวหยีแย้มยิ้มให้บิดาด้วยท่าทางอารมณ์ดียิ่ง“นำตัวคนเข้ามา!” สิ้นเสียงตวาด กลุ่มคนจำนวนหนึ่งก็ถูกฉุดลากเข้ามา โจวฮ่องเต้เบิกพระเนตรกว้าง ภายในพระทัยเกิดความหวั่นไหวจนแสดงออกทางพระพัก

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 56

    อากาศในเดือนสิบสองหนาวเย็นสมกับเป็นฤดูเหมันต์ การฟาดฟันกันระหว่างหลี่อ๋องกับอ๋องเก้าในวันที่สิบหกของเดือนสิบสอง กองทัพอ๋องเก้าก็สามารถตีฝ่าประตูเมืองหลวงได้ภายใต้การนำทัพของแม่ทัพใหญ่จาง กองกำลังทหารในเมืองหลวงล้วนไม่ใช่คู่ต่อสู้ จวนสกุลหยางกับสกุลหลี่ที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการก่อกบฏถูกทหารบุกเข้า

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 55

    “ท่านอ๋องโปรดถนอมตัวด้วย อย่าให้โทสะมาบดบังความคิดจนเสียการใหญ่เลยพ่ะย่ะค่ะ” หยางเหลียงก้าวออกมาเตือนสติ“ท่านตาไม่ต้องเป็นห่วง เปิ่นหวานยังมีสติดี” หลี่อ๋องหันมาตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ดาบในมือถูกโยนทิ้งก่อนจะรับผ้าจากนางกำนัลมาเช็ดทำความสะอาดหากยังมีสติอยู่ก็ไม่ควรสังหารคนจนหมดเช่นนี้ ยังค้นหาตัวอ

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 54

    คล้ายว่าคำก่นด่าของพระบิดาจะทำให้โจวเหยียนยิ่งบ้าคลั่ง เขาเปล่งเสียงหัวเราะราวกับขบขันเสียเต็มประดา“เดรัจฉานอย่างนั้นหรือ! เสด็จพ่อคงไม่ทรงรู้ เดรัจฉานที่แท้จริงต้องแบบนี้ต่างหาก!”พูดจบก็กระชากเอาแม่ลูกคู่หนึ่งจากในกลุ่มนั้นลากมาหยุดยังเบื้องหน้าฮ่องเต้ เสียงกรีดร้องร่ำไห้ระงมจนฟังไม่ได้ศัพท์ดังไป

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 53

    แน่นอนคำถามนี้ไม่มีสิ่งใดไม่ถูก เสด็จพ่อไม่เคยไม่ไว้หน้าเขาในฐานะโอรสองค์โต มีเพียงเรื่องเดียวที่พระองค์ไม่ทรงตามใจเขา นั่นก็คือเรื่องของอี้อิน และนี่ก็เป็นปมในใจโจวหย่งมาตลอด“เสด็จพ่อทรงไม่ไปเป็นนักแสดงละคร เรื่องนี้นับว่าน่าเสียดายอย่างยิ่งจริงๆ ที่พระองค์ทรงทำทั้งหมดล้วนรู้ดีแก่พระทัยว่าทรงทำไปเ

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 46

    “หลี่อ๋องเป็นคนยึดติด ภายหน้าไม่แค่พระองค์ แม้แต่อินเอ๋อร์เองก็เกรงว่า...”นิสัยมีแค้นต้องชำระ ไม่ตายไม่เลิกรา ของหลี่อ๋องใครๆ ก็ต่างรู้ดี อี้อินหักหน้าไม่ยอมเป็นสตรีของเขา เขาไม่มีทางยอมปล่อยนางลอยนวลแน่สองบุรุษต่างวัยมองหน้ากันอย่างหนักใจ ก่อนที่โจวหย่งจะเป็นฝ่ายหลบสายตา“เรื่องนี้ข้าจะคิดหาหนทาง

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 4

    สายลมเดือนหนึ่งเย็นสดชื่น ทิวทัศน์รอบด้านขาวโพลนด้วยเกล็ดหิมะ เทศกาลหยวนเซียวเพิ่งผ่านพ้นไป ผู้คนจึงยังร่าเริงด้วยกลิ่นอายของงานเทศกาล ทว่าทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมานั้นมิได้รวมถึงทุกคน“ใต้เท้าอี้แสดงท่าทางแบบนี้ หรือคิดจะขัดคำสั่งฮองเฮากัน!”ในห้องโถงรับแขกของจวนสกุลอี้ ยามนี้เต็มไปด้วยบรรยากาศกดดัน

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 3

    ท้องฟ้ายามค่ำคืนของเทศกาลลอยโคมนั้นงดงามดุจภาพฝัน เบื้องล่างมีแสงจันทร์สาดส่องสว่างไสว ภายในงานเต็มไปด้วยผู้คน ความจอแจช่วยให้บรรยากาศเริงรื่นขึ้นอีกหลายเท่า“คุณหนู พวกเราไปดูทางโน้นกันเถอะเจ้าค่ะ” ปี้หยวนเอ่ยชวนผู้เป็นนาย รอยยิ้มบนใบหน้าสดใสเช่นเดียวกับดวงตาที่เป็นประกายวาววับอี้อินเดินตามโดยไม่ค

  • ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน   บทที่ 2

    งานเทศกาลลอยโคมของต้าโจวทุกปีล้วนจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ความครื้นเครงของผู้คนทำให้ร้านค้าพลอยคึกคักไปด้วย บรรดาหนุ่มสาวชาวบ้าน ผู้เฒ่าผู้แก่ตลอดจนถึงเด็กเล็กล้วนจับจูงกันมาร่วมงานด้วยใบหน้าชื่นมื่น แน่นอนว่าอี้อินเองก็เช่นกันปีนี้อี้อินอายุเต็มสิบหก ผ่านพ้นพิธีปักปิ่นมาเป็นที่เรียบร้อย หญิงสาวกวาดตาม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status