Partager

บทที่ 2.1

last update Date de publication: 2026-03-26 08:00:49

ตอนท่านลุงชุยหัวหน้าหมู่บ้านรู้เรื่อง เขารีบมาที่กระท่อมไม้ไผ่ของหญิงสาว ปรึกษากันวาจะเอาอย่างไรต่อ อันที่จริงเขาเข้าใจที่หญิงสาวช่วยชีวิตชายหนุ่มเอาไว้ ทั้งยังปลอบนางว่าเป็นเขาก็คงจะทำแบบเดียวกันนี้

...เห็นคนใกล้ตายแล้วไม่ช่วย นั่นต่างหากจึงจะเรียกว่าไร้คุณธรรม

“ที่นี่แม้จะไม่ใกล้ชายแดนก็จริง แต่หากเดินเท้าข้ามเขาก็ไม่นับว่าไกล ชายแดนเหนือมีศึกสงครามติดพันมานาน ข้าศึกเองก็เป็นชนเผ่าโยวโจวที่พื้นที่ปกคลุมด้วยหิมะตลอดปี เจ้าบอกชุดที่เขาสวมตัดเย็บมาจากหนังสัตว์ คล้ายกับเสื้อผ้าของชนเผ่าโยวโจว เพียงแต่เขาพูดและเข้าใจภาษาของแคว้นเยวี่ย แม้จดจำตัวเองไม่ได้แต่ก็คงเป็นคนของแคว้นเยวี่ย”

นางเองก็คิดเช่นเดียวกับท่านลุงชุย

เขาครุ่นคิด “เผาเสื้อผ้าและข้าวของของเขาเสีย เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจตามมา เอาเป็นว่าเขาเป็น...สามีของเจ้าที่อยากมาพาเจ้ากลับเมืองหลวง ทว่าระหว่างทางเกิดเรื่องทำให้เขาเป็นเช่นนี้”

หญิงสาวเลิกคิ้วอ้าปากค้าง “ตะ...แต่ว่าท่านลุง เขา...ข้า...”

“หาไม่จะบอกชาวบ้านคนอื่นๆ อย่างไร หากรู้ว่าพวกเราลังเลเรื่องเขาอาจไม่ใช่คนแคว้นเยวี่ย ต้องมีคนอยากส่งเขาออกไปแน่ๆ สถานการณ์ด้านนอกเป็นอย่างไรเรายังไม่รู้แน่ชัด เขาบาดเจ็บสาหัสออกไปตอนนี้ไม่ตายเพราะแผลก็ตายเพราะความหนาว ตอนนี้จะออกจากเข้าหมู่บ้านก็ต้องรออย่างต่ำสามเดือน รอหิมะละลายจึงจะมีชีวิตรอด ไว้ตอนนั้นข้าแอบออกไปสืบค่อยแอบส่งตัวเขาออกไปก็ยังไม่สาย”

“แต่...สามีของข้าเนี่ยนะเจ้าคะ”

“คนที่นี่ล้วนรู้จักกันดีทั้งสิ้น มีเพียงเจ้าที่มาใหม่ อีกอย่างเจ้าก็เป็นคนช่วยชีวิตเขาเอาไว้แล้ว เจ้าเหมาะสมที่สุด ที่สำคัญหากเกิดเรื่องเจ้าอยู่กระท่อมเพียงลำพังย่อมไม่ปลอดภัย ให้เขาอยู่ตอบแทนเจ้าที่ช่วยชีวิตเขาเอาไว้ ปกป้องเจ้าเผื่อเกิดเรื่องไม่คาดฝันเข้า แถมยังช่วยทำงานหนักๆ แทนเจ้าได้ด้วย”

นางถึงกับกลืนไม่เข้าคายไม่ออก นี่มัน...หาเรื่องเดือดร้อนให้ตัวเองชัดๆ!!!

ทว่า...ที่ท่านลุงชุยกล่าวก็ไม่ใช่จะไม่มีเหตุผล ดังนั้นนางจึงตกลงทำตามนี้ ทั้งยังกำชับให้อาซานให้ท่องจำเอาไว้

...เขาเป็นคนเมืองหลวงมาที่นี่เพื่อ...งอนง้อฮูหยิน

ชาวบ้านรู้เพียงหญิงสาวเป็นบุตรสาวของปราชญ์ผู้มีความรู้ รายละเอียดที่เหลือไม่มีใครรู้ หญิงสาวเองก็ไม่เคยแพร่งพรายออกไป

มีเพียงหัวหน้าหมู่บ้านที่รู้จักกับเซี่ยป๋ออวิ๋นเท่านั้นที่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น ด้วยเขานั้นได้รับจดหมายติดต่อจากเมืองหลวง ทั้งยังเป็นคนดูแลบ้านและที่ดินรอเจ้าของตัวจริงกลับมา ซึ่งบัดนี้เจ้าของตัวจริงที่มีโฉนดก็คือ...ซูเหยียนเล่อ

ท่านลุงชุยแบ่งเสื้อผ้าบุรุษมาให้สามชุด แม้ชายหนุ่มสวมได้ไม่พอดีเพราะเขาตัวสูง ถึงอย่างนั้นก็นับว่าแก้ขัดไปได้ แถมบางครั้งท่านลุงชุยก็มาช่วยดูบาดแผลให้ ลดความอึดอัดระหว่างชายหนุ่มกับหญิงสาวลงไปได้เยอะ

“อาจารย์เล่อเล่อ! ในห้องของท่านมีบุรุษอยู่ด้วย!!” เสียงตะโกนของเสี่ยวอู๋ทำให้ผู้คนหันมามองนาง

หญิงสาวถอนหายใจ “เขา...เป็นสามีของข้าเองเจ้าค่ะ เพิ่งมาถึงวันก่อนเขาล้มป่วยเพราะไม่คุ้นกับอากาศหนาว หากเขาหายดีจะพาออกมาแนะนำให้พวกท่านได้รู้จักนะเจ้าคะ”

“ข้าว่าแล้ว! นางรวบผมอย่างสตรีที่ออกเรือน เขาสำนึกได้แล้วจึงมาตามเจ้ากลับเมืองหลวง? สตรีที่ดีงามเช่นนี้เขายังจะหาที่ใดได้ มีคนอย่างเจ้าเป็นฮูหยินโชคดีไปสิบชาติ ทั้งงดงาม ทั้งอ่อนหวาน แถมจิตใจดี ข้ายังคิดว่าเขาโง่งมที่ปล่อยให้เจ้าอยู่ที่นี่เพียงลำพัง”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ฮูหยินไร้ทำเนียบ   บทที่ 6.5 จบ

    จวนแม่ทัพเซี่ยแห่งแดนเหนือสร้างเสร็จแล้ว งานมงคลที่เต็มไปด้วยความยินดี ชาวบ้านมากมายต่างมาร่วมแสดงความยินดี ท่านลุงและท่านป้าชุยนับเป็นหนึ่งในผู้อาวุโสพิธีการจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย ไม่มีขันนางชั้นสูง ไม่มีความซับซ้อน ล้วนเป็นชาวบ้านทั้งนั้นที่คอยชี้แนะ จัดงานแบบชนชาวท้องถิ่นโดยแท้ตอนที่ทุกคนกำลังมองบ่าวสาวไหว้ฟ้าดิน ก็มีคนอัญเชิญราชโองการมาอีกครั้ง “บ่าวสาวรับราชโองการ!”“ด้วยคุณงามความดีของแม่ทัพเซี่ยและฮูหยิน ฝ่าบาททรงมอบหยกมงคลคู่หนึ่งคู่ เงินสองพันตำลึงทอง แพรพรรณจำนวนสิบพับ และ...นามของบุตรในครรภ์ของเซี่ยฮูหยิน หากเป็นบุรุษให้ใช้แซ่เซี่ย นามจิ้นหยวน หากเป็นสตรีแซ่เซี่ย นามจิ่นโซ่ว อีกทั้งยังอนุญาตให้บุตรของแม่ทัพเซี่ยได้เข้าเรียนในสำนักศึกษาหลวงพร้อมองค์รัชทายาท จบราชโองการ”“บุรุษแซ่หวงผู้เจ้าเล่ห์ ผู้ใดอยากให้บุตรเข้าเรียนสำนักศึกษาหลวงกัน!” ซูเหยียนเล่อขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ส่งบุตรเข้าเมืองหลวงไปเรียนกับรัชทายาท หากเป็นบุตรชายก็แล้วไป หากเป็นบุตรสาวนี่ไม่ใช่การส่งเนื้อเข้าปากเสื้อหรือไร รับปากนางเสียดิบดีว่าจะไม่บีบบังคับ แล้วนี่อะไร!เซี่ยป๋ออวิ๋นหัวเราะ “เขาเป็นบุตรชายแน่นอน คน

  • ฮูหยินไร้ทำเนียบ   บทที่ 6.4

    ตามราชโองการก็ต้องออกเดินทางในอีกสองวันข้างหน้า ทุกอย่างตระเตรียมเอาไว้จนพร้อมแล้ว เซี่ยป๋ออวิ๋นไม่กลับจวนเลยตั้งแต่ได้รับราชโองการ เขาไม่นำสิ่งใดติดตัวไปด้วยนอกเหนือจากสิ่งที่ได้รับพระราชทาน ตอนออกเดินทางขบวนผ่านหน้าจวนตระกูลเซี่ย ทุกคนออกมายืนรอส่ง เซี่ยฮูหยินคร่ำครวญก้าวออกมาชะเง้อมอง เซี่ยป๋ออวิ๋นขี่ม้านำหน้าขบวน ซูเหยียนเล่อนั่งอยู่ในรถม้าไม่ได้เปิดม่านออกไปมอง“พวกเรากลับบ้านกัน” ท่านป้าชุยตบหลังมือของนางเบาๆ“เจ้าค่ะ พวกเรากลับบ้านกัน”จวนยังไม่ทันสร้างเมืองฉีอี้อยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้าน ดังนั้นซูเหยียนเล่อจึงตัดสินใจไปอยู่ที่หมู่บ้านเฉิงอินก่อน เซี่ยป๋ออวิ๋นเองก็เห็นด้วย ตอนกลับไปถึงที่หมู่บ้านได้พบชาวบ้านที่เพิ่งกลับมาเช่นกัน ทุกคนร้องห่มร้องไห้โผเข้ากอดซึ่งกันและกัน คนที่รอดชีวิตมาได้มีไม่ถึงครึ่งหมู่บ้าน เด็กๆ บางคนเองก็หายไป...ตอนทุกคนรู้ว่าเซี่ยป๋ออวิ๋นเป็นแม่ทัพ บางคนถึงกับตบเข่าฉาด “ข้าก็ว่า...ฝีมือเก่งกาจ สังหารเจ้าพวกโจรนั่นตาไม่กะพริบ!”นางได้แต่อ่อนอกอ่อนใจ ตอนนั้นมิใช่ว่าหวาดกลัวที่เห็นเขาสังหารคน? ทว่าสถานการณ์เปลี่ยนคนก็เปลี่ยน นางยังจะพูดอะไรได้อีกเล่า...เหล่าทหาร

  • ฮูหยินไร้ทำเนียบ   บทที่ 6.3

    “ข้ามั่นใจว่าเป็นบุตรชาย ข้ามีบุตรสาว แต่หากเป็นบุตรสาวข้ามีบุตรชาย...”หญิงสาวยกมือขึ้นห้าม... “สัญญาสิเพคะว่าจะไม่ทรงบีบให้มีการแต่งงานโดยไร้ซึ่งความเต็มใจ”เขาเลิกคิ้วสายตาไม่พอใจเล็กน้อย “ไม่ดีตรงไหน”“ให้พวกเขาได้มีโอกาสพานพบ ทำความรู้จัก จากนั้นหากชอบพอจึงทรงสนับสนุน เช่นนี้ไม่ดีกว่าหรือเพคะ”เขาลังเล... “ก็จริง ได้ เรารับปากเจ้า แต่เรามั่นใจว่าเป็นบุตรชาย”นางก้มลงมองครรภ์ของตัวเอง “หากเป็นบุตรชาย เช่นนั้นหม่อมฉันจะให้ฝ่าบาททรงพระราชทานชื่อ”“ได้ ตกลงตามนี้!”หลังคุณชายแซ่หวงจากไปซูเหยียนเล่อเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ รินชาร้อนส่งให้เซี่ยป๋ออวิ๋น “ท่าน...ไปขอลาออกจากบรรดาศักดิ์จากฝ่าบาทหรือ”เขามองนาง “เจ้าโกรธหรือไม่”“เรื่องใด”“เรื่องที่อยู่ๆ ก็ทรงมีราชโองการ เพราะเช่นนี้เจ้าคงไม่อาจปฏิเสธ ไม่อาจไปจากข้า ไม่อาจ...”“เซี่ยป๋ออวิ๋น”เขาชะงัก“หากทรงอนุญาตให้ท่านไปจากราชสำนักท่านจะทำอย่างไร หนีไปกับข้า? หากข้าปฏิเสธท่าน ท่านผิดใจกับมารดากับคนตระกูลเซี่ยเช่นนี้ท่านเคยคิดหรือไม่ว่าจะทำอย่างไรต่อไป”เขาไม่ตอบ...ซูเหยียนเล่อยกชาขึ้นจิบ เงยหน้ามองท้องฟ้าที่มืดมนหม่นหมอง ไร้ซึ่งแสงแห่งด

  • ฮูหยินไร้ทำเนียบ   บทที่ 6.2

    เซี่ยป๋ออวิ๋นรับราชโองการไปแต่ในนั้นว่างเปล่า เขาเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มตรงหน้า “ไม่มีราชโองการพ่ะย่ะค่ะ”ขันทีที่จดอะไรบางอย่างรีบส่งมา ทุกอย่างดูรีบร้อนน่าขบขันยิ่ง ตอนนี้ไม่ต้องเดาแล้วว่าผู้มาคือใคร...“ไม่มีตราประทับ” ชายหนุ่มยังกล่าวเสียงเรียบ“เซี่ยป๋ออวิ๋น! เจ้าจะทำให้เราโมโหให้ได้เลยหรือ! ยอมให้เจ้ารั้งอยู่ที่ชายแดนเหนือ คิดว่าง่ายสำหรับเราหรือไร!!” ไม่พูดเปล่ารับตรามังกรมาประทับต่อหน้าชายหนุ่ม ราชโองการตามใจฮ่องเต้ก็จบลงแบบรวบรัดเช่นนี้...“น้องสะใภ้ ข้าแซ่หวงอยากมาลองชิมหมั่นโถวของเจ้า”“กระหม่อมอายุมากกว่าพระองค์ ต้องเรียกพี่สะใภ้”“เราไม่สน เราบอกน้องสะใภ้ก็น้องสะใภ้สิ! หมั่นโถวเล่า?”ซูเหยียนเล่อถอนหายใจ “คุณชายแซ่หวง?” เกรงว่าคงจะมาจาก...หวงตี้[1]กระมัง หมั่นโถวที่เหลือยังอุ่นอยู่บนเตา ชาร้อนที่ก็ไม่ได้เลิศรสอะไร เซี่ยป๋ออวิ๋นนำมาให้...คุณชายแซ่หวง ท่านลุงกับท่านป้าชุยจึงยกที่เหลือออกมาให้ขันทีและผู้ติดตาม“ไม่มีเต้าหู้เผ็ดหรือ วันนั้นอร่อยมาก ข้าอยากกินอีก”นางเลิกคิ้วมองเซี่ยป๋ออวิ๋น เขาหน้าบึ้ง “ไม่มีพ่ะย่ะค่ะ”“เอ่อ...หม่อมฉันจุดเตาทำครู่หนึ่ง หากทรงรอได้หม่อมฉันจะ...

  • ฮูหยินไร้ทำเนียบ   บทที่ 6.1

    ฮูหยินของเซี่ยหัวเจาสะอื้นออกมาเงียบๆ ไม่รู้ว่าสิ้นหวังที่จะโน้มน้าวนาง หรือแท้ที่จริงก็เศร้าใจ เห็นใจ รู้สึกผิด“ในขณะที่เซี่ยป๋ออวิ๋นสู้รบเพื่อบ้านเมือง มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี พวกท่านที่เพียงรักษาเพื่อบรรดาศักดิ์ ฐานะในราชสำนัก หน้าตาในสังคมชนชั้นสูง กลับโหดร้ายกับสตรีอ่อนแอที่เหลือเพียงคนเดียวบนโลก ท่านคิดจริงๆ หรือว่าน้องชายของท่านจะภูมิใจ จะยินดีในสิ่งที่พวกท่านทำ ทำดีต่อให้ทำถึงร้อยครั้ง ทว่าพวกท่านคิดจริงๆ หรือว่ามันสามารถแลกกับความเลวร้ายเพียงครั้งเดียวที่พวกท่านลงมือกระทำลงไป”“ข้ารู้...เพราะเช่นนี้น้องรองจึง...” เขาไม่ได้พูดต่อแต่เห็นเซี่ยป๋ออวิ๋นมาที่บ้านของนางเมื่อคืน นางก็เข้าใจได้ดีว่าเขาไม่มีทางยอมรับการกระทำของคนตระกูลเซี่ย“พวกท่านมาหาข้าครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่ออะไรหรือ เพื่อให้ข้าหุบปาก? เพื่อให้ข้าอภัยให้? หรือว่ามาเพียงเพราะรู้สึกผิด? บนร่างกายเมื่อเกิดบาดแผล ยิ่งลึกก็ยิ่งทิ้งแผลเป็นชัดเจน ดังคำกล่าวที่ว่างูกัดครั้งหนึ่งกลัวเชือกไปสิบปี ท่านคิดจริงๆ หรือว่าข้าจะทำใจลืมเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด จากนั้นก้มหน้าเดินกลับเข้าไปในจวนตระกูลเซี่ย แล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

  • ฮูหยินไร้ทำเนียบ   บทที่ 5.6

    “เช่นนั้นข้าจะไปเตรียมรถเข็น” ท่านลุงชุยเองก็ได้แต่ยอมแพ้ช่วงสายวันนั้นซูเหยียนเล่อก็ต้องถอนหายใจให้ตัวเองอีกครั้ง นางนึกไม่ถึงว่าหลายวันมานี้ชีวิตของนางจะวุ่นวายไม่จบสิ้น เมื่อวานเซี่ยฮูหยินมาหานางถึงที่ วันนี้เซี่ยหัวเจากับฮูหยินก็มาหานางถึงแผงขายหมั่นโถวจริงๆ นางไม่รู้จักพวกเขาแต่อาศัยเสียงซุบซิบของชาวบ้านรอบๆ ทำให้รู้ถึงฐานะและสิ่งที่เคยเกิดขึ้น“นั่น...แม่ทัพเซี่ย?”“เรียกแม่ทัพเซี่ยไม่ได้แล้วสิ ต้องเรียกคุณชายใหญ่ เขา...ขาเขาน่ะ เขากลายเป็นคนพิการแล้ว เพราะเช่นนี้น้องชายจึงถูกส่งตัวไปชายแดนกะทันหัน”“ชู่ว...เจ้าเบาเสียงหน่อย ได้ยินมาว่าแม้แต่ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวก็ไม่ทันได้เปิด แม่นางเล่อเล่อช่างอาภัพนัก ตอนนี้ยังถูกคนตระกูลเซี่ยตามระรานไม่เลิกรา”“เป็นข้า ข้าจะไปให้ไกลจากคนพวกนี้”“แต่นางกำลังตั้งครรภ์ เห็นว่าแม่ทัพเซี่ยเองก็บอกว่าเป็นบุตรของเขา”ที่แท้ตอนนั้นเซี่ยหัวเจาเกิดเรื่องเซี่ยป๋ออวิ๋นจึงถูกสั่งให้ไปชายแดนกะทันหัน... เห็นท่าทางที่เขาเดินก็ยิ่งตอกย้ำว่าเรื่องซุบซิบเป็นเรื่องจริง ด้านหลังฮูหยินของเขาคอยช่วยประคอง สีหน้าของนางทั้งห่วงใยและเป็นกังวล“น้องสะใภ้” ชายหนุ่มยิ้มใ

  • ฮูหยินไร้ทำเนียบ   บทที่ 1.6

    ประสบการณ์จากโลกเดิมยี่สิบเจ็ดปีไม่ได้สูญเปล่าจริงๆ ซูเหยียนเล่อมองสองมือของตัวเองที่สั่นเทา หลังเย็บแผลและทำความสะอาดแผลของชายหนุ่มจนเสร็จบาดแผลที่แผ่นหลังสดใหม่ ทว่าบนตัวของเขาก็ยังมีบาดแผลเก่าๆ ที่ทั้งหายแล้วและยังไม่หายหลายแห่ง ตามเนื้อตัวมีร่องรอยแผลขูดขีดมือหยาบกระด้างโดยเฉพาะมือขวา อีกทั้ง

  • ฮูหยินไร้ทำเนียบ   บทที่ 1.5

    อากาศเริ่มหนาวเหน็บเป็นสัญญาณว่าหิมะกำลังจะตก ซูเหยียนเล่อส่งบรรดาเด็กๆ กลับบ้านเสร็จก็แต่งตัวให้รัดกุมจากนั้นคว้ามีดกับตะกร้าแบกขึ้นหลังนางอยากขึ้นเขาไปตัดไม้ไผ่สักท่อนมาทำราวตากผ้า อันที่มีนางใช้ตากด้านนอก แต่ช่วงหิมะตกจะต้องตากในลานกระท่อม ดังนั้นนางอยากทำอันใหม่ขึ้นมามองเห็นเนินเขาดูเหมือนไม่

  • ฮูหยินไร้ทำเนียบ   บทที่ 1.4

    ดังนั้นเรื่องเสื้อผ้านางก็ไม่ต้องกังวลแล้ว แม้แต่รองเท้าบางคนก็นำมาให้นางด้วย บอกว่าหลานสาวของพวกนางสวมใส่ไม่ได้แล้ว บางคนมีชุดมาให้ชุดเดียวแต่หอบผ้านวมอุ่นๆ มาให้ บางคนก็นำผ้าม่านมาให้เพราะเห็นว่านางยังไม่มีม่านหน้าเตียง บางคนหอบผ้านวมที่ใช้ปูนอนมาให้...ไม่ถึงสามวันกระท่อมไม้ไผ่ก็ซ่อมแซมเสร็จแล้ว

  • ฮูหยินไร้ทำเนียบ   บทที่ 1.3

    ห้าสิบตำลึงเงินก็ซ่อมบ้านได้แล้ว?? หญิงสาวพึมพำกับตัวเอง นึกถึงถุงเงินที่มีหากจำไม่ผิดเงินโบราณ...หนึ่งตำลึงทองจะเท่ากับสิบตำลึงเงินหนึ่งตำลึงเงินจะแลกได้เงินเหรียญหนึ่งพวงในหนึ่งพวงเงินจะมีเงินอีแปะซึ่งเป็นเหรียญผสมทองแดงหนึ่งร้อยเหรียญ[1]“ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ที่ทำได้ก็คือ...อยู่ที่นี

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status