LOGINตัดมาที่อีกหนึ่งเหตุการณ์...
“ขึ้นรถมาก็หลับเลย...เจ้”
ชนาธิปมองหัวหน้าสาวที่แผ่หราตรงเบาะหลัง เขานั่งข้างกับคนขับ ชนาธิปแอบมองด้านข้างของหมอหนุ่ม ‘เขาดูอ่อนโยนมากๆ ชนาธิปประทับใจเขาตั้งแต่ที่พาแม่ไปให้เขาตรวจแล้ว แต่ไม่คิดว่าวันนี้จะเจอหมอหนุ่มอีกครั้ง’
“อืม...พวกคุณทำงานด้วยกันหรือครับ”
ธีรุตม์เริ่มบทสนทนากับเด็กหนุ่มก่อน มีบางอย่างติดอยู่ในใจเขา อยากจะถามเหลือเกินว่าทำไมเด็กคนนี้ถึงไปเที่ยวสถานที่แบบนั้น
“ครับ...เจ้เอมเป็นหัวหน้าพวกผมครับ เดียร์กับผมเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน มาเจอกันที่นี่ครับ เราเป็นเพื่อนกันได้หนึ่งปีแล้ว ความฝันเราเหมือนกัน เลยคลิกกันเร็วหน่อยครับ”
ชนาธิปตอบแบบเรื่อยๆ เขาเองก็พยายามที่จะเป็นคู่สนทนาที่ดี ชนาธิปกับเขาแตกต่างกันมาก หรืออาจจะเรียกว่าคนละชนชั้นก็ว่าได้ อายุก็น่าจะเช่นกัน
“แล้วอะไรคือความฝันของพวกคุณครับ ขออนุญาตถามนะครับ...เผอิญคุณเอ่ยมาแบบนี้”
“พวกเราฝันอยากไปทำงานที่ต่างประเทศน่ะครับ ไปเป็นเชฟที่ออสเตเลีย อย่างน้อยก็รายได้ดีมากกว่าอยู่ที่นี่ครับ”
“แสดงว่าพวกคุณจะอยู่ที่นี่ไม่นานเหรอครับ”
“ก็อีกประมาณสองปีครับ รอประสบการณ์ทำงานครบตามเกณฑ์ครับ”
“ทำไมวันนี้ถึงเลือกมาเที่ยวกันที่นี่ครับ”
ธีรุตม์เข้าคำถามที่มันค้างคาใจเขา
“ก็พวกเราทุกคนชอบผู้ชายกันหมดนี่ครับ ก็เลยต้องเข้าบาร์โฮสที่มีแต่ผู้ชายคอยบริการครับ”
ชนาธิปเหลือบมองคนข้างๆ เขาชักไม่แน่ใจกับคำถามที่เขาได้ยิน ‘หรือหมอจะเป็นประเภทเดียวกับเรา อาจจะหาเพื่อนเที่ยวเหรอ หรือว่าอาจจะไปเองไม่เป็นหรือเปล่า’
“คุณจะบอกว่า...คุณเองก็ชอบผู้ชายงั้นหรือ??”
ธีรุตม์หันมองคนข้างๆ กลับ
“อ้อ...ถึงพอดีครับคุณหมอ...จอดตรงนี้ก็ได้ครับ”
“เอ่อ...คะ-ครับ” คำถามคาใจยังไม่ได้รับคำตอบ
“ขอบคุณมากๆ นะครับที่มาส่ง...ผมกับเจ้ลงตรงนี้ เราแค่เดินตรงไปอีกร้อยเมตรก็ถึงแล้วครับ”
ชนาธิปลงจากรถพร้อมกับประคองหัวหน้าสาวที่ตัวอ่อนคอพับไม่ได้สติแบบนั้น
“เอ่อ...ครับ”
“คุณหมอครับ...คำถามเมื่อกี้...คำตอบคือ ครับ! ผมชอบผู้ชายครับ...โอเค ขับรถดีๆ นะครับแล้วเจอกันใหม่นะครับ”
ชนาธิปส่งยิ้มละมุนไปยังหมอหนุ่มอัตโนมัติ
“คะ-ครับ”
ธีรุตม์รีบขับรถบึ่งออกมาทันที เขาตกใจกับคำตอบของเด็กหนุ่ม เลยพาลให้ทำอะไรโบ๊ะบ๊ะไปหน่อย รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าคมเข้มทันที เมื่อขับรถออกมาได้สักพัก...(ชอบผู้ชายงั้นหรือ ^<>^)
....................
@ เพนท์เฮ้าส์สุดหรูในกลางเมืองกรุง...
อินทัชวางร่างบางบนเบาะโซฟากว้างกลางห้องอย่างเบามือ เขาไม่อยากรบกวนเวลานอนหลับของเธอ ใบหน้านวลเนียนผุดผ่อง ยิ่งมองใกล้ๆ ก็ยิ่งเห็นผิวเนียนละเอียดเป็นสีชมพู ริมฝีปากบางเป็นรูปกระจับน่าสัมผัสเป็นอย่างมาก
‘เขาจะทำยังไงต่อ?’ จริงๆ เขาอยากคุยกับเธอเป็นการส่วนตัวและมีสมาธิมากกว่าการคุยบนรถ อินทัชเลยเลือกพาเธอมาที่นี่เสร็จแล้วเขาก็จะพาเธอไปส่ง ไม่คิดว่าเธอจะหลับแน่นิ่งแบบนี้
อินทัชนั่งลงข้างๆ หญิงสาว โดยพยายามยกศีรษะเล็กๆ ของเธอขึ้นมาวางไว้บนขาของเขา ‘เขากลัวเธอเมื่อย กลัวเธอหลับไม่สบาย เลยคิดที่จะหาหมอนรองเอาไว้โดยใช้ตักของเขาแทน’
สายตาคมเข้มจ้องใบหน้างดงามอย่างหลงใหล เสียงลมหายใจที่เป่ารดเบาๆ อย่างสม่ำเสมอที่บ่งบอกว่า เธอหลับค่อนข้างลึก ไม่มีทีท่าว่าเธอจะรู้สึกตัว อินทัชยิ้มกับดวงหน้าสวยนั้น...
เช้าวันต่อมา...
“อืม...” ร่างบางขยับตัวไปมา มือบางพยายามคว้าหมอนข้างเพื่อมากกกอดตามความเคยชิน เธอมักมีหมอนข้างคู่ใจเสมอ มือเธอควานหาไปเรื่อยๆ จนกระทั่งชนกับวัตถุสิ่งหนึ่งที่ดูจะเคลื่อนไหวกระเพื่อมขึ้นลงไปมา ‘หมอนข้างเธอหายใจได้ด้วยเหรอ’
“อุ้ย!!!” เปมิการ้องออกมาอย่างตกใจ เมื่อเธอลืมตาขึ้นมาก็พบว่าหมอนข้างของเธอกลายสภาพไปแล้ว ดวงตากลมโตมองเพดานห้องสีขาวโพลน และมองคนที่นอนอยู่ข้างๆ อย่างงงๆ เธอมานอนกับเขาได้ยังไง!!! ก่อน!!!!
“...” เปมิกาพยายามยกลำแขนแกร่งออกจากลำตัวของเธออย่างเบามือ เปมิกากับเขามานอนอยู่บนเตียงนี้ได้ยังไง? แล้วที่นี่คือที่ไหนกัน? ภาพทุกอย่างตัดไป ทำไมเธอถึงหลับลึกขนาดนี้ เปมิกาไม่รู้สึกตัวเลยอย่างนั้นหรือ
“อื้มมม...” เสียงทุ้มแหบพร่าของเจ้าของร่างแกร่งครางออกมาทันที มือหนากลับกระชับร่างบางเข้ามากอด ทำให้ใบหน้าเนียนแนบเข้ากับใบหน้าคม ลมหายใจร้อนของเขากำลังเป่ารดลงมา เปมิกาใจเต้นแรงเป็นอย่างมาก ‘เมื่อคืนเธอเมาหรืออย่างไรกัน?’ เธอก้มมองเสื้อผ้าตัวเอง ก็พบว่ายังอยู่ในสภาพครบถ้วนเหมือนเมื่อคืน แต่ทว่าใครอีกคน กลับไม่มีเสื้อผ้าเลยสักชิ้น!!!
“….” เปมิกาควรปลุกเขาดีไหม? แต่ถ้าเขาตื่นขึ้นมาเธอจะทำหน้ายังไงนี่แหละสำคัญ ต้องหาทางออกจากห้องนี้ไปให้ได้ก่อน
“ตื่นแล้วหรือครับ”
“อุ้ย!!” เปมิกาตกใจเสียงของเขา ที่อยู่ดีๆ เขาก็พูดขึ้นมาแถมดวงตาคมเข้มของเขากลับจ้องมองมาที่เธอ จนทำให้เปมิกาผวาทันทีกับสายตาของเขา
“เอ่อ...ปล่อยก่อนค่ะ”
เปมิการีบแกะมือหนาออก เธอพยายามชันตัวลุกขึ้น แต่ทว่าก็ไม่เป็นผล เมื่อร่างหนาของเขากลับกดทับไว้
“นอนสบายไหมครับ?”
อินทัชชันข้อศอกของตัวเองขึ้น และชะโงกหน้ามองหญิงสาวที่หันหน้าไปอีกทางอย่างขวยเขิน ‘เธอคงอายที่ตัวเองเผลอหลับล่ะสิ’
“คุณปล่อยดิฉันก่อนค่ะ...”
เปมิกาเบี่ยงใบหน้าไปอีกทางทั้งที่กำลังคุยกับเขา
“อืม...โอเค คุณหรือผมลุกก่อนดี”
อินทัชรู้ว่าร่างกายตัวเองไม่มีเสื้อผ้าสักชิ้น เหตุผลก็เพราะเขาไม่ชอบใส่เสื้อผ้าเวลานอนอยู่แล้วเป็นเรื่องปกติสำหรับเขา
“ดิฉันลุกก่อนค่ะ คุณช่วยปล่อยดิฉันค่ะ”
เปมิกาหันข้างตลอดเวลาที่สนทนากับเขา เธอกลัวจะมองเห็นภาพบางอย่าง เมื่อเธอรู้ว่าภายใต้ผ้าห่มนั้น มีเพียงร่างเปล่าเปลือย!
“ได้ครับ” อินทัชรู้ว่าเธอเขินอาย เขาเลยไม่คิดจะแกล้งเธอต่อ เมื่อแปดปีที่แล้ว เขาเองทำไม่ดีกับเธอไว้อย่างไม่น่าให้อภัย อินทัชอยากจะชดใช้ และอยากจะเริ่มความสัมพันธ์ที่ดีกับเธอ
เปมิการีบลุกจากเตียงกว้าง และพยายามมองหาสัมภาระของเธอแต่ก็ไม่พบ ‘อาจจะอยู่ข้างนอกแน่นอน’ เปมิกามองไปที่ประตูและรีบตรงไป ‘เธอจะต้องออกจากห้องนี้ให้เร็วที่สุด’
“ห๊ะ! นายหมายความว่ายังไงวะอินทัช” “อย่าบอกนะ ว่านายจะทำชั่วๆ แบบที่กันต์มันเคยทำให้นายอีก...อินทัช” “อืม...” “นายจะบ้าเหรอวะ...อินทัช เธอไม่ใช่เด็กมอ-ปลายคนนั้นแล้วนะโว้ย...นายจะไปฉุดเธอและข่มขืนเธอแบบเดิมไม่ได้แล้ว นายชักจะเป็นเอามากนะ” “นั่นสิ...ถูกอย่างที่เวย์มันพูดนะอินทัช ฉันว่านายหาสาวคนใหม่เถอะ อีกอย่างนายก็มีคู่หมั้นแล้ว นายควรคิดให้ดีนะโว้ย” “ฉันชอบเธอ...หาคนอื่นแทนไม่ได้ ไม่ว่าใครก็ไม่ได้ทั้งนั้น ฉันไม่คิดจะบอกให้นายทำหรอกกันต์ ครั้งที่แล้วฉันปล่อยเธอไป แต่ครั้งนี้ฉันไม่ปล่อยเธอแน่นอน อยากจะรู้นักว่าถ้าเธอเป็นเมียฉันแล้ว เธอยังจะมีสิทธิ์ไปคบใครได้อีก”สายตาคมจับจ้องไปที่เธอด้วยเพลิงโทสะร้อนแรงและเจิดจ้าในนัยน์ตาคู่นั้น “เวรล่ะ...นายบ้าไปแล้วหรือไงอินทัช นี่มันไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะโว้ย นายไม่ใช่เด็กหนุ่มอายุ 21 เหมือนเมื่อก่อนแล้วนะ นายจะ 30 แล้ว และอีกอย่างนายเป็นถึงประธานใหญ่เจ้าของโรงแรมและภัตตาคารเชียวนะโว้ย...” “เธอเป็นลูกน้องนายด้วยนะอินทัช”ธีรุตม์พยายามเตือนสติเพื่อน “แล้วไง...ถ้าฉันอยากไ
อีกด้านหนึ่งของเหตุการณ์ “เดียร์...”กิตติพัทธ์จ้องไปที่ใบหน้าสวยอย่างชั่งใจ ยังไงวันนี้เขาก็ต้องสารภาพกับเธอให้จงได้ ผลจะออกมาเป็นเช่นไรเขาเตรียมใจมาแล้ว “คะ? พี่ธาม”เปมิกาเงยหน้าขึ้นประจวบเหมาะกับสายตาของเธอนั้นกวาดไปเห็นใครคนหนึ่งอย่างไม่ตั้งใจ ชายหนุ่มคุ้นตาเปมิกาเป็นอย่างดี ‘วันนี้เธอพึ่งจะเจอเขากับคู่หมั้น’ “เดียร์รู้มั้ยว่าวันนี้ ทำไมพี่ถึงพาเดียร์มาที่นี่” “...” ดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างตกใจ เมื่อเธอเห็นใครบางคนที่อยู่ไม่ไกลมองมาที่เธอด้วยสายตาที่ไม่ค่อยจะปกตินัก เขาจ้องเธอเขม็งราวกับว่าเปมิกานั้นไปทำอะไรให้กับเขางั้นแหละ “เดียร์” “คะ?? พี่ธาม”หัวใจของเธอกระตุกวาบด้วยความตื่นเต้นตกใจจนแทบจะกระโดดออกมากองนอกอก ตอนนี้สติของเธอไม่ค่อยจะอยู่กับเนื้อกับตัวมากนัก ไม่ว่าจะหันไปครั้งใด เปมิกาก็พบกับสายตาที่ชวนขนลุกอยู่ตลอดเวลา “พี่คิดว่า...พี่เองอยากจะบอก...เอ่อ...”เอาเข้าจริงๆ กิตติพัทธ์กลับพูดไม่ออก ทั้งที่เขาเตรียมคำสารภาพทุกอย่างมาเรียบร้อยแล้ว ‘ถ้าเธอไม่ได้รู้สึกแบบที่เขารู้สึก...เขาอาจต้องเสียเธอไปก็ได้...หร
“แล้วนี่พี่ธามได้เจอยัยครีมบ้างหรือยังคะ เรื่องงานเป็นไงบ้างก็ไม่รู้ เดียร์ไม่ได้แชทถามเลยค่ะ ช่วงนี้ก็ยังยุ่งอยู่เหมือนเดิม” “เห็นบอกว่าจะทำงานเข้าอาทิตย์ที่สองแล้ว ครีมบอกจะพยายามทำงานที่นี่ให้ได้” “อืม...ยัยครีมคงจะต้องอดทนแหละค่ะครั้งนี้” “เย็นนี้เดียร์ว่างมั้ย พี่จะชวนเราไปทานข้าวเย็น”กิตติพัทธ์พยายามที่จะรุกมากขึ้น โดยเรื่องนี้เขาได้ปรึกษากับเพื่อนเขาแล้ว ถ้าเขาไม่ยอมที่จะเปิดใจ น้องสาวต่างสายเลือดของเขาก็ไม่รู้ตัวสักที ว่าเขาคิดยังไงกับเธอ “ว่างค่ะ...พี่ธามจะเลี้ยงเดียร์หรือคะ ดีจังสบายกระเป๋าไปอีกมื้อ” “งั้นเดี๋ยวสักประมาณทุ่มนึงพี่มารับเดียร์นะครับ” “เดี๋ยวเดียร์ไปเจอพี่ธามดีกว่าค่ะ ไม่ต้องมารับหรอกค่ะ” “...” บุคคลที่สามมองหนุ่มสาวสองคนสลับไปมา ในหัวของเธอตอนนี้มีแต่เครื่องหมายคำถามเต็มไปหมด “งั้นพี่ขอตัวก่อนนะครับ แล้วเจอกันครับ” “ค่ะ”“แล้วเจอกันใหม่นะคะพี่ธาม สวัสดีค่ะ”เด็กสาวล่ำลาแบบออกอาการเศร้าแบบปัจจุบันทันด่วน สงสัยเธอต้องกิน*แห้วซะแล้ว “สวัสดีครับ” “เอ่อ...
“หล่อนก็รู้เรื่องกับเขาด้วยเหรอยะยัยไหมแก้ว มาอยู่ไม่กี่วัน แหม...รู้ไปถึงนู่นเลยนะ แต่ช่วยรู้ให้ลึกหน่อยย่ะ จริงๆ แล้วนางเป็นลูกเลี้ยงของคุณชนัศชัยจ้า...ที่หมั้นกันได้ก็น่าจะเป็นเพราะคุณคนนี้หรอกมั้ง...อย่าสนใจเลย วันนี้เจ้รู้สึก ว่าเจ้อารมณ์ดีมากจ้า” “ผู้หญิงนี่ร้ายทุกคนเลยนะ...”เสียงทุ้มอันแหบแห้งของธนวันต์เอ่ยขึ้นครั้งแรก เขาเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง แต่เพราะว่าตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์ที่จะรับรู้อะไรสักอย่าง เลยได้แต่รับฟังอยู่เงียบๆ “แกเป็นอะไรของแกวะท็อป อยู่ดีๆ ก็พูดแบบนี้ขึ้นมา เจ้เริ่มสงสัยแล้วสิ...คืนนั้นแกหายไป แล้ววันนี้มาทำงานแบบคนไร้วิญญาณ เจ้ว่ามันแปลกไปนะ” “นั่นสิ...เดียร์ก็สงสัยเหมือนกันเจ้...แกเป็นอะไรไปท็อป” “ไม่มีอะไร...เมื่อคืนฉันนอนน้อยไปหน่อยแค่นั้นเอง” “นี่คืออาการของคนนอนน้อยจริงๆ ใช่มั้ย แกไม่ได้โกหกฉันใช่ไหมท็อป”เปมิกาสังเกตอาการของเพื่อนเธอ ตั้งแต่เช้าแล้ว แต่ก็เก็บความสงสัยเอาไว้ เดี๋ยวค่อยถามเวลาเลิกงาน “ไม่มีอะไรจริงๆ” @ บริษัทเอนเตอร์ไพรส์ ชนกันต์... “จะให้ดิฉันเซ็นโดยไม่ตรวจสอบเอ
“งั้นรดายืนรออยู่ตรงนี้ เดี๋ยวพี่จะเดินดูเอง” “เอ่อ พี่อินทัชทำไมต้องไปด้วยคะ งั้นรดาไปด้วยก็ได้ค่ะ” “เชิญค่ะ”พรลภัสเบะปากมองบนตอนหันหลังเดินนำคนทั้งสองไป ‘นิสัยผู้หญิงคนนี้แย่ชะมัด ไม่รู้คุณอินทัชไปถูกใจได้ยังไง’ หัวหน้าเชฟอธิบายแต่ละแผนกของห้องครัว โดยมีประธานหนุ่ม และคู่หมั้นสาวที่เดินตามอย่างไม่เต็มใจมากนัก “พี่เดียร์คะ...ท่านประธานหล่อจังเลยนะคะ”วาริศาเด็กฝึกงานเอ่ยขึ้น พร้อมกับจ้องมองไปที่ชายหนุ่มรูปงาม ที่ดูสง่าผ่าเผยเป็นอย่างมาก “อือ”เปมิกาก้มหน้าก้มตาทำอาหาร โดยไม่สนใจในสิ่งที่เด็กฝึกงานพูดเลยสักนิด ‘เพราะเธอไม่อยากจำเรื่องราวของเขาอีกต่อไป...ไม่ว่าจะยังไงเปมิกาจะต้อง*มูฟออนเรื่องนี้ให้ได้’ “นั่นคงจะเป็นคู่หมั้นเค้านะคะพี่เดียร์ ดูสวย แต่ไหมว่าเธอน่าจะเปรี้ยวจนเข็ดฟันเลยแหละ พี่เดียร์ดูสิคะ...ท่าทางเธอ*ยี้ตลอดที่เดินผ่านพนักงานแต่ละคน”วาริศายังคงพรรณนาต่อไม่หยุด “ไหมแก้ว...พี่ว่าหยุดดูเขาได้แล้ว มาช่วยพี่จัดจานเมนูนี้หน่อยค่ะ...”เปมิกาตัดบท ‘เธอไม่ต้องการได้ยินเรื่องราวของเขาเลยสักนิด’ “ค่ะพี
“โอเค...ครับ ผมเข้าใจแล้ว เอาเป็นว่าเรื่องทุกอย่างจบลงแค่นี้นะครับ ผมขอบคุณมากนะครับ ที่คุณอุตส่าห์เรียกใช้บริการจากผม จริงๆ แล้วผมไม่ได้ไปทำงานที่บาร์นั่นหรอกครับ ผมตั้งใจที่จะไปดักรอพบคุณแค่นั้นเองครับ ที่ทำงานผมก็คือการเป็นเชฟในโรงแรมของคุณ และเป็นลูกน้องหรือเด็กในสังกัดของคุณครับ...ผมจะไม่พูดเรื่องนี้ให้ใครฟัง คุณสบายใจได้ครับ...คุณอติญา”ธนวันต์พูดจบก็ลุกขึ้นก้าวลงจากเตียง พร้อมกับสวมเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว และเดินออกจากห้องไป โดยไม่คิดที่จะหันกลับไปมองเธออีกเลย... “ดะ-เดี๋ยวก่อน...”อติญาร้องเรียกเด็กหนุ่ม แต่ทว่าก็ไม่ทันเสียแล้ว ‘นี่เธอพูดอะไรผิดไปอย่างนั้นหรือ’ ดูเหมือนเด็กหนุ่มนั่นจะไม่พอใจ ตอนนี้อติญากำลังสับสนกับความรู้สึกของตัวเอง เธอชอบบทรักนั่น และเธอเองก็มีความสุข แต่ทว่าอีกทางหนึ่งนั้น มันไม่ถูกต้องเอาเสียเลยที่เธอมีอะไรกับเด็กในสังกัดของตัวเอง พูดง่ายๆ ก็คือ สมภารกับไก่วัดนั่นเอง!@ เช้าวันจันทร์ “เจ้ว่าบรรยากาศวันนี้มันดูแปลกๆ มั้ยปอนด์”หัวหน้าสาวเอ่ยขึ้นเมื่อเธอรู้สึกไม่คุ้นกับสถานการณ์เงียบๆ แบบนี้เลย “ปกติครับเจ้...มาทำงานครบ”ชนาธิปเหลือบมองเพื







