Masukแสงแดดจัดจ้าในยามเช้าสาดส่องลงบนพื้นถนนยางมะตอยหน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ บรรยากาศที่เคยดูธรรมดาในทุกวันจันทร์กลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อขบวนรถยุโรปคันหรูสีดำขลับประทับตราโลโก้สีทองอันเป็นเอกลักษณ์ของตระกูล วรโชติโภคิน เลี้ยวเข้ามาจอดนิ่งสนิทหน้าอาคารเรียน นิสิตหลายร้อยคนที่กำลังเดินเข้าตึกต่างหยุดชะงัก สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังชายฉกรรจ์ในชุดสูทสากลสีดำสี่คนที่ก้าวลงมาประจำตำแหน่งรอบตัวรถอย่างรวดเร็วและเป็นระเบียบ
ทันทีที่ประตูรถถูกเปิดออก ร่างระหงของ นลิน ก้าวลงมาพร้อมกับ ภีม พี่ชายที่แต่งกายด้วยชุดนักศึกษาเนี้ยบกริบทว่าแผ่ซ่านไปด้วยรังสีความดุดันและปกป้อง นลินในวันนี้ดูเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน ผิวพรรณที่เคยซีดเซียวบัดนี้ดูผุดผ่องไร้ที่ติภายใต้การดูแลอย่างดี เธอสวมชุดนักศึกษาที่ตัดเย็บด้วยเนื้อผ้าชั้นดี เครื่องประดับเพชรเม็ดเล็กบนใบหูส่งประกายวับวาวล้อแสงแดด และที่สำคัญที่สุดคือ "แววตา" ของเธอที่ไม่ได้มีความหวาดกลัวหรือเศร้าสร้อยหลงเหลืออยู่เลย
ห่างออกไปหลังเสาต้นใหญ่หน้าคณะ เตโช ยืนกำหมัดแน่นจนเล็บแทบจิกเข้าเนื้อ สภาพของอดีตเฮดว้ากปี 4 ผู้ยิ่งใหญ่ในตอนนี้ดูทรุดโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด ขอบตาที่ดำคล้ำจากการไม่ได้พักผ่อนและรอยฟกช้ำบนใบหน้าที่ยังไม่จางหาย ยิ่งทำให้เขาดูเหมือนชายหนุ่มที่สูญเสียทุกอย่างในชีวิต
หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความประหม่าเมื่อเห็นนลินเดินเข้ามาใกล้ เขาเตรียมคำขอโทษไว้เป็นหมื่นคำ เตรียมที่จะคุกเข่าอ้อนวอนขอให้เธอให้อภัยต่อหน้าทุกคน แต่ทว่า... ทันทีที่เขาก้าวเท้าออกไปเพื่อจะข้ามถนนไปยังจุดที่เธอยืนอยู่ บอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนก็เดินเข้ามาขวางหน้าเขาไว้ทันที
"หลบไป! กูจะคุยกับเมียกู!" เตโชคำรามเสียงต่ำ แววตาดุดันพยายามข่มขวัญ
"คุณหนูนลินไม่ต้องการพบคุณครับ คุณเตโช" บอดี้การ์ดเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยแรงกดดัน "และหากคุณก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว เราได้รับคำสั่งให้จัดการคุณขั้นเด็ดขาด"
เตโชตัวสั่นเทาด้วยความโกรธปนสมเพชตัวเอง เขาจ้องมองข้ามไหล่บอดี้การ์ดไปเห็นนลินที่กำลังหัวเราะต่อกระซิกกับภีม เธอเดินผ่านจุดที่เขาอยู่ไปราวกับเขาเป็นเพียงฝุ่นละอองที่ไม่มีตัวตน ไม่มีความโกรธแค้นในดวงตาคู่นั้น... มีเพียงความ "ว่างเปล่า" ที่กรีดใจเขาจนแหลกละเอียด
ช่วงพักกลางวัน นลินเลือกที่จะมานั่งพักผ่อนที่ม้านั่งใต้ต้นจามจุรีใหญ่หลังคณะ พื้นที่รอบข้างถูกกันไว้โดยบอดี้การ์ดทำให้ไม่มีใครกล้าเข้ามารบกวน จนกระทั่งร่างของหญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาด้วยท่าทางสั่นเทา มีนา เดินเข้ามาหยุดอยู่ต่อหน้านลิน ใบหน้าของเพื่อนรักที่เคยสดใสบัดนี้ทรุดโทรมและเต็มไปด้วยรอยคราบน้ำตา
มีนาไม่พูดอะไร เธอทรุดตัวลงคุกเข่าบนพื้นหญ้าต่อหน้านลินทันที ท่ามกลางสายตาของนิสิตคนอื่นที่แอบมองอยู่ไกลๆ
"ลิน... ฉันขอโทษ" มีนาสะอื้นไห้โฮจนตัวโยน "ฉันมันเลวเองที่รักพี่ภีมจนยอมทำทุกอย่างตามที่พี่เตโชสั่ง ฉันเป็นคนส่งข่าวให้พี่ภีมคลั่ง ฉันเป็นคนทำให้ลินต้องเจ็บปวด... ฉันขอโทษจริงๆ นะลิน"
นลินจ้องมองเพื่อนสนิทที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาในยามที่เธอลำบาก ความเจ็บปวดจากการถูกทรยศยังคงมีอยู่ แต่เมื่อเห็นสภาพที่แตกสลายของมีนา หัวใจที่อ่อนโยนของนลินก็เริ่มสั่นคลอน
นลินถอนหายใจยาว ความโกรธแค้นมันเผาผลาญใจเธอมานานพอแล้ว และตอนนี้เธอรับรู้ได้ถึงความจริงใจในน้ำเสียงของเพื่อน
"มีนาก็เป็นเหยื่อของความรักที่บิดเบี้ยวเหมือนกับลินนั่นแหละ" เธอเอื้อมมือไปพยุงมีนาให้ลุกขึ้น มือบางที่สวมแหวนมุกเรียบหรูสัมผัสที่ไหล่เพื่อนอย่างอ่อนโยน "ลินให้อภัยมีนาค่ะ... ลินรู้ว่าพี่เตโชร้ายกาจแค่ไหน เขาใช้จุดอ่อนของทุกคนเพื่อเดินเกมของตัวเอง ลินไม่ได้โกรธมีนาเรื่องพี่ภีมหรอกนะ เพราะความรักบังคับกันไม่ได้"
มีนาเงยหน้าขึ้นมองนลินด้วยความซาบซึ้ง "จริงนะลิน? ลินยังจะคบกับฉันเป็นเพื่อนอยู่ใช่ไหม?"
"เพื่อน... ก็คือเพื่อนนะมีนา" นลินยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มแรกของวันที่ดูอบอุ่น "แต่ต่อไปนี้ มีนาต้องเข้มแข็งกว่านี้นะ อย่าให้ใครใช้ความรักมาเป็นเครื่องมือทำลายคนอื่นอีก"
ภีมที่ยืนกอดอกดูอยู่ห่างๆ เริ่มมองมีนาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ความรังเกียจในตอนแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความสงสารรุ่นน้องที่ดูน่าเวทนาคนนี้โดยที่เขาไม่รู้ตัว
เตโชแอบมองเหตุการณ์ทั้งหมดจากระเบียงชั้นสอง เขารู้สึกเหมือนถูกตบหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า นลินให้อภัยได้แม้กระทั่งคนที่ทรยศเธออย่างมีนา แต่เธอกลับไม่แม้แต่จะปรายสายตามองเขา
เขาวิ่งลงมาข้างล่าง พยายามจะหาจังหวะที่บอดี้การ์ดเผลอในช่วงที่นลินกำลังจะเดินไปที่รถ
"นลิน! พี่ขอเวลาแค่สามนาที!" เตโชตะโกนก้องจนคนทั้งลานจอดรถหันมามอง "พี่ขอโทษเรื่องวันนั้น พี่ไม่ได้ตั้งใจจะตบหน้าเธอ พี่มันบ้าเอง!"
นลินหยุดชะงัก เธอค่อยๆ หันใบหน้าสวยคมกลับมาสบตาเขา แววตาที่เย็นชาและราบเรียบของเธอนั้นดูน่ากลัวกว่าพายุลูกไหนๆ
"พี่เตโชคะ..." เสียงของเธอราบเรียบแต่กังวาน "ความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ มันไม่ได้เปลี่ยนความจริงที่ว่าพี่ทำร้ายลินไปแล้ว สถานะของเราจบลงตั้งแต่วันที่พี่บอกว่าลินเป็นเพียง 'สินค้าขัดดอก' ตอนนี้ลินคือทายาทวรโชติโภคิน... และพี่เป็นแค่ 'คนแปลกหน้า' ที่ลินไม่จำเป็นต้องรู้จักอีกต่อไป"
"ลิน... อย่าพูดแบบนั้น พี่รักเธอนะ!"
"รักเหรอคะ?" นลินแค่นยิ้ม "ความรักของพี่คือการกักขังและความรุนแรง... ลินไม่ต้องการความรักแบบนั้น ลาก่อนค่ะ... หวังว่าเราคงไม่ต้องเจอกันอีก ไม่ว่าจะเป็นในฐานะอะไรก็ตาม"
นลินก้าวขึ้นรถไปพร้อมกับภีม โดยไม่หันกลับมามองเตโชที่ทรุดลงนั่งกับพื้นปูนอย่างคนหมดแรงอีกเลย เขาทำได้เพียงจ้องมองท้ายรถคันหรูที่แล่นลับสายตาไป ทิ้งให้อดีตพยัคฆ์หนุ่มอย่างเขากลายเป็นเพียง 'สุนัขจนตรอก' ที่เพิ่งรู้ซึ้งว่า... การถูกเมินเฉยจากคนที่รัก คือบทลงโทษที่ทรมานยิ่งกว่าความตายหลายเท่า
บรรยากาศหน้าตึกวิศวกรรมศาสตร์ในบ่ายวันศุกร์ดูคึกคักเป็นพิเศษ แต่สำหรับ เตโช มันคือช่วงเวลาที่บีบคั้นหัวใจที่สุดในชีวิตปี 4 ร่างสูงในชุดนักศึกษาถูกระเบียบเนี๊ยบกริบยืนกำโมเดลโครงสร้างสะพานเหล็กไว้แน่น ใบหน้าคมคายดูอิดโรยจากการปั่นโปรเจกต์อดตาหลับขับตานอนมาหลายคืน"พี่เต... สู้ๆ นะคะ ลินเชื่อว่าพี่ทำได้" เสียงหวานใสของ นลิน ดังขึ้นพร้อมกับมือนุ่มที่กุมมือหนาไว้เบาๆเตโชหันมามองเฟรชชี่ตัวน้อยที่อุตส่าห์โดดวิชาเลือกมานั่งเฝ้าเขาหน้าห้องสอบ แววตาที่เคยดุดันบัดนี้ทอประกายอ่อนเชื่อม "ถ้าพี่สอบผ่าน... ลินจะมีรางวัลให้พี่ไหมครับ?"นลินอมยิ้มแก้มตุ่ย "ผ่านให้ได้ก่อนเถอะค่ะ แล้วลินจะพิจารณา"เตโชก้มลงกระซิบชิดใบหูขาวผ่อง "งั้นเตรียมตัวไว้เลยนะ... เพราะรางวัลที่พี่จะขอ มัน 'หนัก' กว่าที่ลินคิดแน่ๆ"[POV: เตโช – การพิสูจน์ตัวเองเพื่ออนาคต]ภายในห้องสอบปากคำโปรเจกต์ เตโชนำเสนอผลงานด้วยความมั่นใจและเฉลียวฉลาด เขาตอบคำถามคณะกรรมการได้อย่างฉะฉาน ทุกลมหายใจของเขาทำเพื่อวันนี้ วันที่เขาจะเรียนจบเพื่อก้าวไปเป็นผู้ชายที่คู่ควรจะดูแลนลินและกอบกู้เกียรติยศของตระกูลคืนมาเมื่อก้าวออกมาจากห้องสอบพร้อมกับรอยยิ
แสงอาทิตย์ยามเย็นทาบทับไปทั่วลานเกียร์อันศักดิ์สิทธิ์ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ หลังจากพายุเรื่องเอกและพิมมาดาซาลงด้วยการจัดการของภีมและความฉลาดของนลิน บรรยากาศในรั้วมหาวิทยาลัยก็เริ่มกลับมาเป็นปกติ ทว่าสิ่งที่ 'ไม่ปกติ' คือร่างสูงโปร่งของ เตโช ที่บัดนี้ไม่ได้อยู่ในชุดเฮดว้ากผู้น่าเกรงขาม แต่เขากลับยืนรอใครบางคนอยู่ข้างรถยุโรปคันหรูในฐานะ "พนักงานขับรถส่วนตัว" (ที่ยังเรียนไม่จบปี 4)[POV: เตโช – รุ่นพี่ปี 4 ในคราบคนขับรถ]เตโชพรูลมหายใจออกมาเบาๆ เขาจัดเสื้อเชิ้ตพนักงานขับรถให้เข้าที่ แม้เขาจะยังมีตารางเรียนปี 4 ที่หนักหน่วง แต่เขาก็ยืนยันกับภีมว่าจะทำงานนี้ควบคู่ไปกับการเรียนเพื่อชดใช้หนี้และพิสูจน์ตัวเอง"การเรียนให้จบพร้อมกับรับใช้นลิน... คือบททดสอบที่หนักที่สุดในชีวิต แต่มันก็น่าภูมิใจที่สุด" เขายิ้มกับตัวเองเมื่อเห็นร่างเล็กของนลินเดินออกมาจากตึกเรียนพร้อมกับกลุ่มเพื่อนปี 1"อ้าว! พี่เตโช... วันนี้มารอรับ 'เจ้านาย' เร็วรัดจังนะ" เสียงแซวจากเพื่อนร่วมรุ่นปี 4 ที่เดินผ่านไปทำให้เตโชหน้าแดงนิดๆ แต่เขาก็ไม่ได้ยี่หระ[POV: นลิน – เฟรชชี่ปี 1 กับองครักษ์ส่วนตัว]สายตาของเธอเหลือบไปเห็นร่างสูง
แสงเงินแสงทองทาบทับขอบฟ้าเหนือท้องทะเลเงียบสงบ ลมทะเลพัดพาความเย็นเยียบเข้ามาในห้องนอนสีขาวสะอาดตา เตโช ลืมตาขึ้นช้าๆ ความรู้สึกหนักอึ้งในศีรษะเริ่มจางไป แทนที่ด้วยสัมผัสนุ่มนวลจากร่างเล็กที่ซุกตัวอยู่ในอ้อมแขน เขากระชับอ้อมกอดนลินไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากคลายมือเพียงนิด เธอจะมลายหายไปเหมือนความฝันแต่ข้อความจาก ภีม ที่สั่นสะเทือนอยู่ในโทรศัพท์ข้างเตียง คือเครื่องเตือนสติว่าโลกความจริงกำลังลุกเป็นไฟ[POV: เตโช – พยัคฆ์ที่ตื่นจากนิทราด้วยไฟแค้น]เตโชค่อยๆ ขยับตัวลงจากเตียงอย่างแผ่วเบาเพื่อไม่ให้คนรักตื่น เขาเดินไปที่ระเบียง สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดเพื่อเรียกสติ แววตาที่เคยพร่ามัวด้วยฤทธิ์ยากลับมาคมกริบและดุดันยิ่งกว่าเดิม"พวกมึงกล้าดียังไง... กล้าทำร้ายลิน กล้าใช้ยาโสโครกนั่นกับกู" เขาโทรกลับหาภีมทันที "ไอ้ภีม... กูพร้อมแล้ว แผนที่มึงวางไว้ เริ่มได้เลย""ดี... กูเตรียมเรือเร็วไว้ที่ท่าเทียบเรือส่วนตัว มึงต้องไปขวางพวกมันก่อนที่มันจะข้ามเขตน่านน้ำสากลไปได้" เสียงภีมดังก้องมาตามสาย แฝงไปด้วยความสะใจ "พิมมาดามันเตรียมโอนสินทรัพย์บริษัทพ่อมึงเข้าบัญชีนอมินีที่เกาะเคย์แมน ส่วนไอ้เอก... มันเ
ภายในเซฟเฮาส์ลับริมทะเลของตระกูลวรโชติโภคิน เสียงคลื่นซัดฝั่งดังแผ่วเบาเป็นฉากหลัง ท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืน เตียงกว้างในห้องนอนหลักกลายเป็นที่ระบายความทุกข์ทรมานของเตโช ชายหนุ่มนอนดิ้นพล่าน ผิวพรรณแดงก่ำด้วยฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดที่พิมมาดาตั้งใจใช้ทำลายนลิน แต่กลับกลายเป็นพิษร้ายที่กัดกินเขาแทน รอยเข็มที่แผ่นหลังกว้างยังคงเจ็บแปลบ เป็นเครื่องเตือนใจว่าเขาเลือกเอาตัวเองเข้ามาขวางเพื่อปกป้องเธอ[POV: นลิน – หัวใจที่ยอมสลายเพื่อคนรัก]นลินนั่งข้างเตียง มือบางสั่นเทาขณะใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดหน้าผากและลำคอที่ร้อนผ่าวของเขา น้ำตาไหลรินไม่หยุดเมื่อเห็นความเจ็บปวดที่เขาแบกรับเพื่อเธอ“พี่เต... พี่ทำแบบนี้ทำไม ทำไมต้องเสี่ยงขนาดนี้เพื่อลิน”“ลิน... หนีไป... อึก... อย่าใกล้พี่” เตโชพยายามผลักเธอออก เสียงแหบพร่า ดวงตาแดงก่ำด้วยตัณหาที่ถูกยาบังคับ แต่เขายังคงกำผ้าปูเตียงแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวสติ[POV: เตโช – นรกที่ไม่อาจต้านทาน]ร่างกายของเขาเหมือนถูกไฟลนทุกส่วน ทุกสัมผัสจากอากาศรอบตัวยังทำให้เสียวซ่าน แต่กลิ่นหอมอ่อนโยนจากตัวนลินที่อยู่ใกล้ คือสิ่งที่ทั้งเย้ายวนและทรมานที่สุด เขารวบรวมสติที่หลงเหลือเพื
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ บรรยากาศดูจะปกติดีทว่ากลับมีความตึงเครียดแฝงอยู่ใต้ผิวน้ำ นลินก้าวลงจากรถยุโรปคันหรูโดยมี เตโช ในชุดพนักงานขับรถเดินตามหลังไปส่งถึงหน้าตึก แววตาของเตโชในวันนี้ดูระแวดระวังผิดปกติ เขาไม่ได้มองเพียงแค่ทางเดิน แต่มักจะกวาดสายตาไปรอบๆ ราวกับสัมผัสได้ถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา"คุณหนูครับ... วันนี้ถ้าเลิกเรียนแล้ว รบกวนรอผมอยู่ที่หน้าห้องนะครับ อย่าไปไหนคนเดียวเด็ดขาด" เตโชเอ่ยเสียงต่ำขณะส่งกระเป๋าให้นลินนลินขมวดคิ้ว "พี่เป็นอะไรไปคะพี่เต? ลินอยู่ใกล้มือพี่ภีมขนาดนี้ ใครจะกล้าทำอะไร""ผมสังเกตเห็นรถแปลกๆ วนเวียนอยู่แถวบ้านตั้งแต่เมื่อคืน... เชื่อผมเถอะครับ" เตโชสบตานลินด้วยแววตาอ้อนวอน แววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยจนนลินต้องพยักหน้ายอมรับอย่างเสียไม่ได้[POV: เอก – การรุกฆาตในคราบรุ่นพี่]ช่วงพักกลางวัน ในขณะที่มีนาเดินแยกไปซื้อน้ำ เอก ก้าวเข้ามาหานลินด้วยรอยยิ้มที่ดูสุภาพที่สุดเท่าที่เขาจะปั้นแต่งได้ เขาไม่ได้แสดงท่าทีคุกคามเหมือนทุกครั้ง แต่กลับดูเร่งรีบและกังวล"นลินครับ! แย่แล้ว... มีนาเกิดเรื่อง!" เอกเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกนลินเบิกตากว้าง "
ภายในเลาจน์วีไอพีชั้นบนสุดของโรงแรมห้าดาวใจกลางกรุงเทพฯ แสงนีออนสีม่วงอมชมพูสาดส่องลงบนกระจกบานใหญ่ มองเห็นเมืองที่ระยิบระยับราวกับอัญมณีในความมืด กลิ่นน้ำหอมชั้นดีผสานกลิ่นบุหรี่มวนพิเศษลอยอบอวล พิมมาดานั่งไขว่ห้างบนโซฟาหนังสีดำสนิท แก้วค็อกเทลสีเลือดสดในมือเรียวถูกยกขึ้นจิบช้า ๆ ลิ้นแตะขอบแก้วเบา ๆ แววตาจับจ้องประตูที่กำลังถูกผลักออก[POV: พิมมาดา – หงส์ผู้หิวกระหาย]เอกก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่ามั่นใจเต็มเปี่ยม เชิ้ตสีดำสนิทปลดกระดุมลงมาถึงกลางอก เผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่ตึงแน่นและรอยสักเล็ก ๆ ที่ซ่อนความดิบ รอยยิ้มมุมปากของเขาทำให้พิมมาดารู้สึกร้อนวูบวาบลึก ๆ ในท้องน้อย“ในเมื่อเตโชไม่เล่นด้วย… ผู้ชายคนนี้ก็เพียงพอที่จะดับกระหายได้” เธอคิดพลางเลียริมฝีปากช้า ๆ จนมันชุ่มวาว“มาเร็วกว่าที่คิดนะคะ คุณเอก” เสียงเธอพร่า ต่ำนุ่ม ชวนให้ขนลุกซู่“ผมบอกแล้วไง… ว่าผมไม่เคยปล่อยให้ผู้หญิงระดับคุณต้องรอนาน” เอกเดินตรงมาหยุดด้านหน้า ไม่นั่งข้าง แต่โน้มตัวลงจนจมูกเกือบแตะกัน กลิ่นน้ำหอมไม้จันทน์ผสมเหล้าของเขาพุ่งเข้าจมูกเธอ “กลิ่นกายคุณมันชวนให้อยากครอบครองมากกว่าที่ผมจินตนาการไว้ตอนกลางวันเสียอีก”[P







