LOGINแสงเงินแสงทองทาบทับขอบฟ้าเหนือท้องทะเลเงียบสงบ ลมทะเลพัดพาความเย็นเยียบเข้ามาในห้องนอนสีขาวสะอาดตา เตโช ลืมตาขึ้นช้าๆ ความรู้สึกหนักอึ้งในศีรษะเริ่มจางไป แทนที่ด้วยสัมผัสนุ่มนวลจากร่างเล็กที่ซุกตัวอยู่ในอ้อมแขน เขากระชับอ้อมกอดนลินไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากคลายมือเพียงนิด เธอจะมลายหายไปเหมือนความฝัน
แต่ข้อความจาก ภีม ที่สั่นสะเทือนอยู่ในโทรศัพท์ข้างเตียง คือเครื่องเตือนสติว่าโลกความจริงกำลังลุกเป็นไฟ
[POV: เตโช – พยัคฆ์ที่ตื่นจากนิทราด้วยไฟแค้น]
เตโชค่อยๆ ขยับตัวลงจากเตียงอย่างแผ่วเบาเพื่อไม่ให้คนรักตื่น เขาเดินไปที่ระเบียง สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดเพื่อเรียกสติ แววตาที่เคยพร่ามัวด้วยฤทธิ์ยากลับมาคมกริบและดุดันยิ่งกว่าเดิม
"พวกมึงกล้าดียังไง... กล้าทำร้ายลิน กล้าใช้ยาโสโครกนั่นกับกู" เขาโทรกลับหาภีมทันที "ไอ้ภีม... กูพร้อมแล้ว แผนที่มึงวางไว้ เริ่มได้เลย"
"ดี... กูเตรียมเรือเร็วไว้ที่ท่าเทียบเรือส่วนตัว มึงต้องไปขวางพวกมันก่อนที่มันจะข้ามเขตน่านน้ำสากลไปได้" เสียงภีมดังก้องมาตามสาย แฝงไปด้วยความสะใจ "พิมมาดามันเตรียมโอนสินทรัพย์บริษัทพ่อมึงเข้าบัญชีนอมินีที่เกาะเคย์แมน ส่วนไอ้เอก... มันเตรียมจะหนีไปกบดานที่กัมพูชา มึงมีเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง"
"ลินจะไปด้วยค่ะ" เสียงหวานทว่าหนักแน่นดังขึ้นจากทางด้านหลัง
เตโชหันกลับไปมองและพบกับนลินที่ยืนอยู่ตรงประตูห้องนอน เธอสวมเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งของเขาที่คลุมยาวลงมาถึงต้นขา ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อยแต่ดวงตาคู่สวยกลับฉายแววเด็ดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
"ลิน... มันอันตราย พี่ไม่อยากให้ลินต้องไปเสี่ยงอีก" เตโชเดินเข้าไปกุมมือเธอไว้
"พี่เตคะ... ลินไม่ใช่ตุ๊กตากระเบื้องที่พี่จะเก็บไว้ในตู้โชว์นะคะ" นลินบีบมือเขาตอบ "พิมมาดามันจ้องจะทำลายลิน เอกมันจ้องจะย่ำยีกิตติคุณของตระกูลวรโชติโภคิน ลินต้องไปเห็นกับตา... ว่าคนพวกนั้นจะได้รับผลกรรมยังไง และลินจะใช้ 'สมอง' ของลิน ช่วยพี่กับพี่ภีมปิดเกมนี้เอง"
เตโชจ้องมองใบหน้าสวยที่บัดนี้ดูทรงอำนาจไม่แพ้พี่ชายของเธอ เขาขยับยิ้มบางๆ ก่อนจะก้มลงจูบหน้าผากเธอแรงๆ หนึ่งครั้ง "ก็ได้ครับ... แต่ลินต้องสัญญา ว่าจะไม่ห่างจากตัวพี่เด็ดขาด"
ที่ท่าเรือส่วนตัวย่านพัทยา เรือเร็วสปีดโบ๊ทสองลำจอดรออยู่พร้อมบอดี้การ์ดชุดดำนับสิบ ภีมยืนสูบบุหรี่รอด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับกำลังจะไปพักผ่อน แต่ปืนพกที่เหน็บอยู่ที่เอวกลับบ่งบอกถึงความเป็นจริงที่ต่างออกไป
"มาช้าจังนะพวกมึง... ไปเติมพลังกันมานานเกินไปหรือเปล่า?" ภีมเลิกคิ้วแซวพลางมองรอยที่ซอกคอเตโช
เตโชทำหน้าตาย "หุบปากเถอะมึง... บอกพิกัดมา"
"พวกมันอยู่บนเรือยอร์ชลำใหญ่ที่พิมมาดาเช่าไว้ในนามบริษัทบังหน้า" ภีมโยนแท็บเล็ตให้ดูพิกัด GPS "แผนคือ... กูจะเข้าชาร์จทางกราบเรือซ้าย ล่อความสนใจพวกสมุน ส่วนมึง... มึงต้องลอบขึ้นไปทางท้ายเรือเพื่อไปปิดบัญชีกับไอ้เอกและอีพิมมาดา"
"แล้วลินล่ะ?" เตโชถาม
"ลินจะนั่งอยู่ในเรือสั่งการลำนี้กับพี่เอง" ภีมบอก "ลินมีหน้าที่ส่งหลักฐานการยักยอกเงินทั้งหมดเข้ากรมดีเอสไอทันทีที่ไอ้เตโชสัญญาณบอกว่า 'จับตัวได้แล้ว'"
บนเรือยอร์ชหรูที่กำลังแล่นอยู่กลางทะเล พิมมาดานั่งจิบไวน์ราคาแพงในห้องรับรองที่ตกแต่งด้วยทองคำ เธอจ้องมองเอกสารการโอนเงินในโน้ตบุ๊กด้วยรอยยิ้มผู้ชนะ เอกนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม กำลังนับธนบัตรดอลลาร์ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่
"ทุกอย่างเรียบร้อยค่ะเอก... อีกสามสิบนาที เราก็จะได้เริ่มชีวิตใหม่ในที่ที่ไม่มีใครรู้จัก" พิมมาดาหัวเราะเบาๆ "น่าเสียดายนะคะ... ที่เราไม่ได้เห็นภาพนลินร้องไห้เสียใจกลางตลาดหุ้น"
"นั่นสิครับพิม... แต่การมีเงินในกระเป๋าพันล้านแบบนี้ มันก็ทำให้ลืมความเสียดายไปได้เยอะเลย" เอกกระตุกยิ้มอย่างละโมบ
ทว่า... เสียงเครื่องยนต์เรือที่ดังกระหึ่มเข้ามาใกล้กลับทำให้ทั้งคู่ต้องสะดุ้งสุดตัว!
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวเมื่อกลุ่มบอดี้การ์ดของภีมเริ่มโจมตีสมุนของเอกบนดาดฟ้าเรือ เตโชใช้ความชำนาญในการต่อสู้ลอบขึ้นไปจากท้ายเรือราวกับเงาพยัคฆ์ เขาจัดการลูกน้องของเอกที่ขวางทางด้วยมือเปล่าอย่างรวดเร็วและรุนแรง ความแค้นที่สั่งสมมาทำให้เขาดูเหมือนมัจจุราชที่ไม่มีความเมตตา
เขาถีบประตูห้องรับรองออกอย่างแรง จนพิมมาดาและเอกกระโดดตัวโยนด้วยความตกใจ
"เกมจบแล้ว... ไอ้เอก อีพิม!" เตโชคำราม แววตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่ทั้งคู่
"เตโช! คุณมาได้ยังไง!" พิมมาดากรีดร้อง "เอาปืนยิงมันสิเอก! ยิงมัน!"
เอกรีบคว้าปืนบนโต๊ะจะเล็งใส่เตโช แต่เตโชเร็วกว่า เขาพุ่งเข้าใส่แล้วบิดข้อมือเอกจนเสียงกระดูกดัง 'กร๊อบ' ก่อนจะซัดหมัดหนักๆ เข้าที่ลิ้นปี่จนเอกล้มฟุบลงไปนอนดิ้นกับพื้น
พิมมาดาพยายามจะกดปุ่มลบไฟล์ข้อมูลในโน้ตบุ๊ก แต่ทันใดนั้นเอง... หน้าจอโน้ตบุ๊กกลับขึ้นตัวอักษรสีแดงขนาดใหญ่ว่า "ACCESS DENIED - BY WORACHOTIPOKIN"
"ไม่ต้องพยายามหรอกค่ะพี่พิม... ลินแฮ็กระบบคลาวด์ของพี่เรียบร้อยแล้ว" เสียงของนลินดังขึ้นผ่านระบบลำโพงบนเรือที่ภีมสั่งให้บอดี้การ์ดเจาะระบบไว้ "และตอนนี้... ข้อมูลทุกอย่างส่งถึงตำรวจและธนาคารแห่งประเทศไทยเรียบร้อยแล้วค่ะ"
นลินนั่งอยู่บนเรืออีกลำ จ้องมองภาพจากกล้องวงจรปิดบนเรือยอร์ชผ่านหน้าจอแท็บเล็ต เธอเห็นพิมมาดาที่บัดนี้ผมเผ้ายุ่งเหยิง ร้องไห้โฮอย่างหมดท่า เห็นเอกที่ถูกเตโชเหยียบหน้าอกไว้ด้วยความชิงชัง
"จบสิ้นเสียที... ฝันร้ายที่พี่สร้างขึ้นมา" "พี่เตคะ... อย่าทำถึงตายนะคะ ลินไม่อยากให้มือพี่ต้องเปื้อนเลือดคนสกปรก" นลินกรอกเสียงผ่านวิทยุสื่อสาร "ส่งตัวพวกมันให้ตำรวจเถอะค่ะ... ให้พวกมันได้รู้ซึ้งว่าการติดคุกและสูญเสียทุกอย่าง มันทรมานยิ่งกว่าความตายหลายเท่า"
เตโชผ่อนแรงที่เท้าออกช้าๆ เขาจ้องมองเอกด้วยสายตาที่เย็นชา "มึงโชคดีนะที่เมียกูขอไว้... ไม่อย่างนั้นมึงคงไม่ได้ไปนอนในคุกหรอก แต่มึงจะได้ไปนอนก้นทะเลแทน"
เมื่อตำรวจสากลเข้าควบคุมตัวเอกและพิมมาดาขึ้นเรือตรวจการณ์ ท้องทะเลกลับมาเงียบสงบอีกครั้งภายใต้แสงตะวันยามเย็น เตโชเดินเข้าไปโอบกอดนลินที่ยืนรออยู่ที่หัวเรือของภีม ทั้งสองมองดูภาพคู่ร้ายที่ถูกใส่กุญแจมือพาตัวไป
"ขอบคุณนะลิน... ที่ช่วยพี่" เตโชกระซิบข้างหู
"ลินทำเพื่อเราค่ะพี่เต... เพื่อเริ่มชีวิตใหม่ที่ไม่มีพันธนาการของความแค้นอีกต่อไป"
ภีมเดินเข้ามาตบบ่าเตโช "เออ... ถือว่าจบงาน แต่จำไว้นะไอ้เตโช หนี้สิบห้าล้านน่ะกูยกให้ แต่มึงยังติดหนี้หัวใจน้องสาวกูอยู่อีกมหาศาล... ถ้ามึงทำเธอเสียใจอีกแม้แต่นิดเดียว กูจะส่งมึงไปนอนแทนที่ไอ้เอกทันที!"
ภายในห้องโถงรับรองของคฤหาสน์วรโชติโภคินที่ถูกตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง บรรยากาศกลับหนักอึ้งและเย็นเฉียบจนน่าอึดอัด เจ้าสัวประจักษ์ ในชุดสูทสากลสีเทาภูมิฐานเพิ่งเดินทางกลับจากการดูงานที่ยุโรป ท่านนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักตัวยาว สายตาคมกริบจ้องมองหลานสาวเพียงคนเดียวอย่าง นลิน ที่นั่งกุมมืออยู่กับ เตโช ด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบายเขารู้เรื่องราวทั้งหมดแล้ว... ทั้งเรื่องที่เตโชเคยทำร้ายนลิน และเรื่องที่ทั้งคู่จับมือกันฟื้นฟูกิจการจนก้าวมาถึงจุดที่จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน[POV: เจ้าสัวประจักษ์ – ความแค้นที่กัดกินใจมาค่อนชีวิต]ประจักษ์มองใบหน้าของเตโชแล้วเห็นภาพซ้อนของ เจ้าสัว 'โชติ' พ่อของเตโช ศัตรูหัวใจและศัตรูธุรกิจที่เขาเชื่อเสมอว่าเป็นต้นเหตุของโศกนาฏกรรมในครอบครัวของเขา"ฉันเกลียดพ่อนาย... เกลียดจนไม่อยากให้คนนามสกุลเดียวกับมันมาเหยียบในบ้านหลังนี้" ประจักษ์คิดพลางถอนหายใจยาว ความจริงที่น้องสาวเขาต้องหนีไปกับธนา (คนขับรถ) และอุบัติเหตุที่พรากพ่อแท้ๆ ของนลินไป คือแผลเป็นที่เขายังปักใจเชื่อว่าเป็นแผนการของโชติเพื่อกำจัดคู่แข่งหัวใจ[ฉากเผชิญหน้า: การเคลียร์ใจของสองพยัคฆ์รุ่นใหญ่]"ฉันจ
ภายในห้องพิจารณาคดีที่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศครางเบาๆ บรรยากาศเต็มไปด้วยรังสีของความตึงเครียดที่แผ่ซ่านไปทั่วโถงกว้าง แสงแดดรำไรลอดผ่านหน้าต่างบานสูงทอดลำแสงลงบนพื้นหินอ่อนที่ขัดมันวาว พิมมาดา นั่งอยู่ในชุดนักโทษสีอ่อนที่ดูหม่นหมอง ใบหน้าที่เคยสวยสง่าและจองหองราวกับหงส์ผู้สูงศักดิ์ บัดนี้กลับซีดเซียวและซูบผอมลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาที่เคยเป็นประกายด้วยอำนาจเงินกลับฉายแวววูบไหวด้วยความหวาดกลัวเป็นครั้งแรกในชีวิตเธอจ้องมองไปที่ฝั่งโจทก์ ที่ซึ่ง เตโช นั่งอยู่อย่างสงบนิ่งในชุดสูทสีเข้มที่ตัดเย็บอย่างประณีต แผ่นหลังของเขาเหยียดตรงอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า ข้างกายของเขาคือ นลิน ที่นั่งกุมมือเขาไว้แน่นราวกับเป็นกำลังใจที่สำคัญที่สุด[POV: เตโช – พยัคฆ์ผู้รอคอยการพิพากษา]เตโชกวาดสายตามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ว่างเปล่า ความโกรธแค้นที่เคยแผดเผาในใจบัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความเย็นเยียบของการตัดสินใจที่เด็ดขาด เขาจำทุกลมหายใจที่แสนทรมานในคืนที่ถูกยาพิษนั่นเล่นงานได้ดี และเขาก็จำได้แม่นยำถึงน้ำตาของนลินที่ต้องมาเสี่ยงชีวิตช่วยเขา"เงินที่เธอเคยใช้ดูถูกคนอื่น... วันนี้มันจะกลับมาล
บรรยากาศหน้าตึกวิศวกรรมศาสตร์ในบ่ายวันศุกร์ดูคึกคักเป็นพิเศษ แต่สำหรับ เตโช มันคือช่วงเวลาที่บีบคั้นหัวใจที่สุดในชีวิตปี 4 ร่างสูงในชุดนักศึกษาถูกระเบียบเนี๊ยบกริบยืนกำโมเดลโครงสร้างสะพานเหล็กไว้แน่น ใบหน้าคมคายดูอิดโรยจากการปั่นโปรเจกต์อดตาหลับขับตานอนมาหลายคืน"พี่เต... สู้ๆ นะคะ ลินเชื่อว่าพี่ทำได้" เสียงหวานใสของ นลิน ดังขึ้นพร้อมกับมือนุ่มที่กุมมือหนาไว้เบาๆเตโชหันมามองเฟรชชี่ตัวน้อยที่อุตส่าห์โดดวิชาเลือกมานั่งเฝ้าเขาหน้าห้องสอบ แววตาที่เคยดุดันบัดนี้ทอประกายอ่อนเชื่อม "ถ้าพี่สอบผ่าน... ลินจะมีรางวัลให้พี่ไหมครับ?"นลินอมยิ้มแก้มตุ่ย "ผ่านให้ได้ก่อนเถอะค่ะ แล้วลินจะพิจารณา"เตโชก้มลงกระซิบชิดใบหูขาวผ่อง "งั้นเตรียมตัวไว้เลยนะ... เพราะรางวัลที่พี่จะขอ มัน 'หนัก' กว่าที่ลินคิดแน่ๆ"[POV: เตโช – การพิสูจน์ตัวเองเพื่ออนาคต]ภายในห้องสอบปากคำโปรเจกต์ เตโชนำเสนอผลงานด้วยความมั่นใจและเฉลียวฉลาด เขาตอบคำถามคณะกรรมการได้อย่างฉะฉาน ทุกลมหายใจของเขาทำเพื่อวันนี้ วันที่เขาจะเรียนจบเพื่อก้าวไปเป็นผู้ชายที่คู่ควรจะดูแลนลินและกอบกู้เกียรติยศของตระกูลคืนมาเมื่อก้าวออกมาจากห้องสอบพร้อมกับรอยยิ
แสงอาทิตย์ยามเย็นทาบทับไปทั่วลานเกียร์อันศักดิ์สิทธิ์ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ หลังจากพายุเรื่องเอกและพิมมาดาซาลงด้วยการจัดการของภีมและความฉลาดของนลิน บรรยากาศในรั้วมหาวิทยาลัยก็เริ่มกลับมาเป็นปกติ ทว่าสิ่งที่ 'ไม่ปกติ' คือร่างสูงโปร่งของ เตโช ที่บัดนี้ไม่ได้อยู่ในชุดเฮดว้ากผู้น่าเกรงขาม แต่เขากลับยืนรอใครบางคนอยู่ข้างรถยุโรปคันหรูในฐานะ "พนักงานขับรถส่วนตัว" (ที่ยังเรียนไม่จบปี 4)[POV: เตโช – รุ่นพี่ปี 4 ในคราบคนขับรถ]เตโชพรูลมหายใจออกมาเบาๆ เขาจัดเสื้อเชิ้ตพนักงานขับรถให้เข้าที่ แม้เขาจะยังมีตารางเรียนปี 4 ที่หนักหน่วง แต่เขาก็ยืนยันกับภีมว่าจะทำงานนี้ควบคู่ไปกับการเรียนเพื่อชดใช้หนี้และพิสูจน์ตัวเอง"การเรียนให้จบพร้อมกับรับใช้นลิน... คือบททดสอบที่หนักที่สุดในชีวิต แต่มันก็น่าภูมิใจที่สุด" เขายิ้มกับตัวเองเมื่อเห็นร่างเล็กของนลินเดินออกมาจากตึกเรียนพร้อมกับกลุ่มเพื่อนปี 1"อ้าว! พี่เตโช... วันนี้มารอรับ 'เจ้านาย' เร็วรัดจังนะ" เสียงแซวจากเพื่อนร่วมรุ่นปี 4 ที่เดินผ่านไปทำให้เตโชหน้าแดงนิดๆ แต่เขาก็ไม่ได้ยี่หระ[POV: นลิน – เฟรชชี่ปี 1 กับองครักษ์ส่วนตัว]สายตาของเธอเหลือบไปเห็นร่างสูง
แสงเงินแสงทองทาบทับขอบฟ้าเหนือท้องทะเลเงียบสงบ ลมทะเลพัดพาความเย็นเยียบเข้ามาในห้องนอนสีขาวสะอาดตา เตโช ลืมตาขึ้นช้าๆ ความรู้สึกหนักอึ้งในศีรษะเริ่มจางไป แทนที่ด้วยสัมผัสนุ่มนวลจากร่างเล็กที่ซุกตัวอยู่ในอ้อมแขน เขากระชับอ้อมกอดนลินไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากคลายมือเพียงนิด เธอจะมลายหายไปเหมือนความฝันแต่ข้อความจาก ภีม ที่สั่นสะเทือนอยู่ในโทรศัพท์ข้างเตียง คือเครื่องเตือนสติว่าโลกความจริงกำลังลุกเป็นไฟ[POV: เตโช – พยัคฆ์ที่ตื่นจากนิทราด้วยไฟแค้น]เตโชค่อยๆ ขยับตัวลงจากเตียงอย่างแผ่วเบาเพื่อไม่ให้คนรักตื่น เขาเดินไปที่ระเบียง สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดเพื่อเรียกสติ แววตาที่เคยพร่ามัวด้วยฤทธิ์ยากลับมาคมกริบและดุดันยิ่งกว่าเดิม"พวกมึงกล้าดียังไง... กล้าทำร้ายลิน กล้าใช้ยาโสโครกนั่นกับกู" เขาโทรกลับหาภีมทันที "ไอ้ภีม... กูพร้อมแล้ว แผนที่มึงวางไว้ เริ่มได้เลย""ดี... กูเตรียมเรือเร็วไว้ที่ท่าเทียบเรือส่วนตัว มึงต้องไปขวางพวกมันก่อนที่มันจะข้ามเขตน่านน้ำสากลไปได้" เสียงภีมดังก้องมาตามสาย แฝงไปด้วยความสะใจ "พิมมาดามันเตรียมโอนสินทรัพย์บริษัทพ่อมึงเข้าบัญชีนอมินีที่เกาะเคย์แมน ส่วนไอ้เอก... มันเ
ภายในเซฟเฮาส์ลับริมทะเลของตระกูลวรโชติโภคิน เสียงคลื่นซัดฝั่งดังแผ่วเบาเป็นฉากหลัง ท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืน เตียงกว้างในห้องนอนหลักกลายเป็นที่ระบายความทุกข์ทรมานของเตโช ชายหนุ่มนอนดิ้นพล่าน ผิวพรรณแดงก่ำด้วยฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดที่พิมมาดาตั้งใจใช้ทำลายนลิน แต่กลับกลายเป็นพิษร้ายที่กัดกินเขาแทน รอยเข็มที่แผ่นหลังกว้างยังคงเจ็บแปลบ เป็นเครื่องเตือนใจว่าเขาเลือกเอาตัวเองเข้ามาขวางเพื่อปกป้องเธอ[POV: นลิน – หัวใจที่ยอมสลายเพื่อคนรัก]นลินนั่งข้างเตียง มือบางสั่นเทาขณะใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดหน้าผากและลำคอที่ร้อนผ่าวของเขา น้ำตาไหลรินไม่หยุดเมื่อเห็นความเจ็บปวดที่เขาแบกรับเพื่อเธอ“พี่เต... พี่ทำแบบนี้ทำไม ทำไมต้องเสี่ยงขนาดนี้เพื่อลิน”“ลิน... หนีไป... อึก... อย่าใกล้พี่” เตโชพยายามผลักเธอออก เสียงแหบพร่า ดวงตาแดงก่ำด้วยตัณหาที่ถูกยาบังคับ แต่เขายังคงกำผ้าปูเตียงแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวสติ[POV: เตโช – นรกที่ไม่อาจต้านทาน]ร่างกายของเขาเหมือนถูกไฟลนทุกส่วน ทุกสัมผัสจากอากาศรอบตัวยังทำให้เสียวซ่าน แต่กลิ่นหอมอ่อนโยนจากตัวนลินที่อยู่ใกล้ คือสิ่งที่ทั้งเย้ายวนและทรมานที่สุด เขารวบรวมสติที่หลงเหลือเพื







