Home / โรแมนติก / เกมรักวิศวะร้าย / บทที่ 23: บทเรียนของพยัคฆ์สิ้นลาย

Share

บทที่ 23: บทเรียนของพยัคฆ์สิ้นลาย

last update publish date: 2026-03-19 22:29:40

คฤหาสน์ตระกูลวรโชติโภคินตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางสวนสวยที่ถูกจัดแต่งอย่างวิจิตรบรรจง พื้นที่หลายสิบไร่ถูกล้อมรอบด้วยรั้วอัลลอยด์สีดำทองที่ดูสูงชันและแน่นหนา ระบบรักษาความปลอดภัยระดับสูงสุดทำให้ที่นี่เปรียบเสมือนป้อมปราการที่ตัดขาดโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง แสงไฟสนามสีสลัวส่องกระทบตัวอาคารสถาปัตยกรรมยุโรปที่ดูโอ่อ่า ยิ่งตอกย้ำความมั่งคั่งที่สั่งสมมาหลายทศวรรษ

ภายในห้องรับแขกที่ประดับด้วยโคมระย้าคริสตัลระยิบระยับ นลินในชุดเดรสสีครีมดูอ่อนหวานทว่าสง่างามผิดจากสาวน้อยในชุดนักศึกษาที่เคยถูกกักขัง เธอนั่งอยู่เคียงข้าง เจ้าสัวประจักษ์ ชายผู้ทรงอิทธิพลที่บัดนี้จ้องมองหลานสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักปนความรู้สึกผิดที่ปล่อยให้เธอต้องตกระกำลำบากมานานกว่ายี่สิบปี

[POV: นลิน – การตื่นจากฝันร้ายสู่โลกที่แปลกตา]

นลินมองดูปลายนิ้วตัวเองที่สะอาดสะอ้าน ร่องรอยความหยาบกระด้างจากการทำงานหนักเริ่มจางหายไปภายใต้การดูแลอย่างดีเพียงไม่กี่วันในคฤหาสน์แห่งนี้ เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังสวมหัวใจดวงใหม่ หัวใจที่ไม่ต้องคอยหวาดระแวงเสียงฝีเท้าของใครบางคนในตอนกลางคืนอีกต่อไป

ทว่าลึกๆ ในใจ เธอยังคงรู้สึกถึงรอยร้าวที่เตโชฝากไว้ รอยตบบนใบหน้าอาจจางไปแล้ว แต่คำดูถูกที่ว่าเธอเป็นเพียง 'สินค้า' ยังคงดังก้องอยู่อย่างน่ารังเกียจ

"วันนี้ลินไม่ใช่สินค้าของพี่อีกต่อไปแล้วนะพี่เต... ลินคือคนที่พี่ไม่มีวันจะได้แตะต้องอีกแล้ว" นลินคิดพลางจิบน้ำชาในถ้วยเซรามิกราคาแพง แววตาที่เคยสั่นไหวบัดนี้เริ่มมีความนิ่งสงบและเด็ดเดี่ยวมากขึ้น


[หน้าประตูคฤหาสน์: การอ้อนวอนของพยัคฆ์บาดเจ็บ]

ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาบางเบา รถสปอร์ตสีดำที่เคยดูทรงพลังบัดนี้จอดนิ่งสนิทอยู่หน้าประตูรั้วขนาดใหญ่ เตโช ในชุดนักศึกษาที่หลุดลุ่ยและเปียกปอน ใบหน้าคมเข้มมีรอยฟกช้ำและคราบเลือดแห้งกรังจากการถูกบอดี้การ์ดสกัดกั้นในตอนแรก เขายืนกอดอกตัวสั่นเทา ไม่ใช่เพราะความหนาว แต่เพราะความหวาดกลัวที่กำลังกัดกินใจเขา... กลัวว่านลินจะหายไปจากชีวิตเขาตลอดกาล

"นลิน! พี่ขอโทษ! ออกมาคุยกับพี่ก่อนนลิน!" เสียงตะโกนของเขาแหบพร่าและสั่นเครือ

เขายืนกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน จ้องมองลอดซี่รั้วเข้าไปในตัวบ้านที่หรูหราเกินกว่าที่ธุรกิจทวงหนี้ของครอบครัวเขาจะเทียบติด

ภีม ในชุดสูทลำลองเดินออกมาที่หน้ามุขคฤหาสน์ช้าๆ ท่าทางของเขาสงบนิ่งทว่าแฝงไปด้วยอำนาจที่กดข่มเตโชจนมิด เขาปรายสายตามองเพื่อนร่วมรุ่นด้วยความสมเพช

"มึงยังกล้าเอาหน้าด้านๆ มาที่นี่อีกเหรอไอ้เตโช?" ภีมเอ่ยเสียงเรียบแต่กังวานไปทั่วบริเวณ "มึงคิดว่าความผิดที่มึงทำกับน้องสาวกู มันจะลบล้างได้ด้วยคำขอโทษโง่ๆ ของมึงงั้นเหรอ?"

"กูไม่ได้อยากหาเรื่อง! กูแค่อยากพบนลิน! กูมีเรื่องต้องบอกเธอ!" เตโชตะคอกกลับอย่างคนจนตรอก

"เรื่องอะไร? เรื่องที่มึงใช้หนี้สิบล้านบีบบังคับเธอ? หรือเรื่องที่มึงตบหน้าผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้?" ภีมแค่นยิ้มหยัน "เงินสิบล้านนั่น... กูสั่งให้ทนายโอนเข้าบัญชีพ่อมึงเรียบร้อยแล้วพร้อมดอกเบี้ย ถือซะว่าเป็นค่าเสียเวลาที่มึงช่วย 'ดูแล' น้องสาวกูแบบผิดๆ มาตลอด"


[POV: เตโช – ความเป็น 'หมาโบ้' ที่แท้จริง]

เตโชรู้สึกเหมือนถูกตบหน้ากลางสาธารณชน คำว่า 'เงินสิบล้าน' ที่เขาเคยใช้เป็นโซ่ตรวนล่ามนลินไว้ บัดนี้กลับกลายเป็นเพียงเศษเงินที่ตระกูลวรโชติโภคินโยนคืนมาให้เขาเหมือนโยนเศษกระดูกให้สุนัข

เขาทรุดเข่าลงบนพื้นหญ้าที่เริ่มแฉะชื้น แววตาคมกริบที่เคยจองหองบัดนี้สั่นระริกด้วยหยดน้ำตาที่เขาพยายามกลั้นไว้

"กูมันโง่เอง... กูมันเลวเองที่มองเห็นเธอเป็นแค่สิ่งของ" เขาเงยหน้าขึ้นมองที่ระเบียงชั้นสอง และในวินาทีนั้นเองที่เขาเห็น 'นลิน' เธอเดินออกมาหยุดอยู่ที่ขอบระเบียง จ้องมองลงมาที่เขาด้วยสายตาที่เฉยชาที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมาในชีวิต

ไม่มีน้ำตา... ไม่มีเสียงกรีดร้อง... ไม่มีแม้แต่ความสะใจ

มีเพียงความว่างเปล่าที่บอกเขาชัดเจนว่า... สำหรับเธอแล้ว เขาได้ตายไปจากความทรงจำเรียบร้อยแล้ว


[บทบรรยาย: การกวาดล้างและสงครามอำนาจ]

ภายในโถงกลางบ้าน เจ้าสัวประจักษ์ วางเอกสารลงบนโต๊ะไม้โอ๊คตัวหนา แววตาของชายสูงวัยเต็มไปด้วยความเยือกเย็น "ภีม... นอกจากการปิดบัญชีหนี้แล้ว พ่อต้องการให้บริษัทในเครือเราทั้งหมดระงับการจ้างงานหรือทำธุรกรรมใดๆ กับบริษัทของครอบครัวเตโช"

"ผมสั่งการไปแล้วครับคุณพ่อ" ภีมตอบรับ "รวมถึงเรื่องสัญญาสัมปทานโครงการวิศวกรรมที่พวกมันพยายามจะประมูลแข่งกับเรา ผมสั่งคัดค้านไปตามกฎระเบียบแล้ว ดูเหมือนตระกูลนั้นจะเริ่มระส่ำระสายหลังจากธนาคารเรียกคืนเงินกู้กะทันหัน"

นลินฟังทุกอย่างด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก เธอเพิ่งรู้ว่าเพียงแค่คำสั่งเดียวของตระกูลวรโชติโภคิน สามารถดับอนาคตของใครบางคนได้ในชั่วข้ามคืน

"หลานไม่ต้องกังวลนะนลิน" เจ้าสัวประจักษ์ลูบหัวหลานสาวเบาๆ "ไม่มีใครรังแกหลานได้อีกแล้ว ต่อไปนี้หลานคือทายาทของลุง ลุงจะสอนให้หลานรู้จักวิธีใช้อำนาจเพื่อไม่ให้ใครมาดูถูกหลานได้อีก"

นลินพยักหน้าช้าๆ "ลินอยากเรียนรู้ค่ะคุณลุง... ลินไม่อยากเป็นเหยื่อของใครอีกแล้ว"


[POV: เตโช – จุดต่ำสุดของชีวิต]

เตโชถูกบอดี้การ์ดสี่คนลากตัวออกไปพ้นเขตประตูรั้ว เขาไม่ขัดขืนอีกต่อไป ร่างกายของเขาบอบช้ำจากแรงกระแทกแต่ใจของเขาแหลกละเอียดกว่านั้น

โทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อสั่นไม่หยุด เขาหยิบขึ้นมาดูพบว่าเป็นสายจากพ่อของเขาที่โทรมาด่าทอด้วยเสียงที่คลุ้มคลั่ง

"มึงทำอะไรลงไปเตโช! วรโชติโภคินสั่งบดขยี้เราจนจะล้มละลายอยู่แล้ว! มึงไปทำอะไร!"

เตโชปิดเครื่องโทรศัพท์แล้วขว้างมันลงพื้นจนแตกกระจาย เขาเดินโซซัดโซเซไปตามถนนที่มืดมิดท่ามกลางสายฝน ในหัวมีแต่ภาพรอยยิ้มเศร้าๆ ของนลินในห้องแล็บวิศวะวันที่เขาแกล้งเธอ... วันที่เขายังมีโอกาสที่จะรักเธอได้ถูกต้อง แต่เขากลับเลือกที่จะร้ายใส่เธอ

จากเฮดว้ากปี 4 ผู้ยิ่งใหญ่... บัดนี้เขากลายเป็นเพียง 'หมาโบ้' ที่สูญเสียทั้งอำนาจ เงินทอง และผู้หญิงที่เขารักที่สุดไปเพราะทิฐิโง่ๆ ของตัวเอง


 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกมรักวิศวะร้าย   บทที่ 41: รอยร้าวที่รอการประสาน

    ภายในห้องโถงรับรองของคฤหาสน์วรโชติโภคินที่ถูกตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง บรรยากาศกลับหนักอึ้งและเย็นเฉียบจนน่าอึดอัด เจ้าสัวประจักษ์ ในชุดสูทสากลสีเทาภูมิฐานเพิ่งเดินทางกลับจากการดูงานที่ยุโรป ท่านนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักตัวยาว สายตาคมกริบจ้องมองหลานสาวเพียงคนเดียวอย่าง นลิน ที่นั่งกุมมืออยู่กับ เตโช ด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบายเขารู้เรื่องราวทั้งหมดแล้ว... ทั้งเรื่องที่เตโชเคยทำร้ายนลิน และเรื่องที่ทั้งคู่จับมือกันฟื้นฟูกิจการจนก้าวมาถึงจุดที่จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน[POV: เจ้าสัวประจักษ์ – ความแค้นที่กัดกินใจมาค่อนชีวิต]ประจักษ์มองใบหน้าของเตโชแล้วเห็นภาพซ้อนของ เจ้าสัว 'โชติ' พ่อของเตโช ศัตรูหัวใจและศัตรูธุรกิจที่เขาเชื่อเสมอว่าเป็นต้นเหตุของโศกนาฏกรรมในครอบครัวของเขา"ฉันเกลียดพ่อนาย... เกลียดจนไม่อยากให้คนนามสกุลเดียวกับมันมาเหยียบในบ้านหลังนี้" ประจักษ์คิดพลางถอนหายใจยาว ความจริงที่น้องสาวเขาต้องหนีไปกับธนา (คนขับรถ) และอุบัติเหตุที่พรากพ่อแท้ๆ ของนลินไป คือแผลเป็นที่เขายังปักใจเชื่อว่าเป็นแผนการของโชติเพื่อกำจัดคู่แข่งหัวใจ[ฉากเผชิญหน้า: การเคลียร์ใจของสองพยัคฆ์รุ่นใหญ่]"ฉันจ

  • เกมรักวิศวะร้าย   บทที่ 40: ค่าเสียหายของศักดิ์ศรี และการล่มสลายของหงส์ปลอม

    ภายในห้องพิจารณาคดีที่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศครางเบาๆ บรรยากาศเต็มไปด้วยรังสีของความตึงเครียดที่แผ่ซ่านไปทั่วโถงกว้าง แสงแดดรำไรลอดผ่านหน้าต่างบานสูงทอดลำแสงลงบนพื้นหินอ่อนที่ขัดมันวาว พิมมาดา นั่งอยู่ในชุดนักโทษสีอ่อนที่ดูหม่นหมอง ใบหน้าที่เคยสวยสง่าและจองหองราวกับหงส์ผู้สูงศักดิ์ บัดนี้กลับซีดเซียวและซูบผอมลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาที่เคยเป็นประกายด้วยอำนาจเงินกลับฉายแวววูบไหวด้วยความหวาดกลัวเป็นครั้งแรกในชีวิตเธอจ้องมองไปที่ฝั่งโจทก์ ที่ซึ่ง เตโช นั่งอยู่อย่างสงบนิ่งในชุดสูทสีเข้มที่ตัดเย็บอย่างประณีต แผ่นหลังของเขาเหยียดตรงอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า ข้างกายของเขาคือ นลิน ที่นั่งกุมมือเขาไว้แน่นราวกับเป็นกำลังใจที่สำคัญที่สุด[POV: เตโช – พยัคฆ์ผู้รอคอยการพิพากษา]เตโชกวาดสายตามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ว่างเปล่า ความโกรธแค้นที่เคยแผดเผาในใจบัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความเย็นเยียบของการตัดสินใจที่เด็ดขาด เขาจำทุกลมหายใจที่แสนทรมานในคืนที่ถูกยาพิษนั่นเล่นงานได้ดี และเขาก็จำได้แม่นยำถึงน้ำตาของนลินที่ต้องมาเสี่ยงชีวิตช่วยเขา"เงินที่เธอเคยใช้ดูถูกคนอื่น... วันนี้มันจะกลับมาล

  • เกมรักวิศวะร้าย   บทที่ 38: รางวัลของเฮดว๊ากขี้อ้อน

    บรรยากาศหน้าตึกวิศวกรรมศาสตร์ในบ่ายวันศุกร์ดูคึกคักเป็นพิเศษ แต่สำหรับ เตโช มันคือช่วงเวลาที่บีบคั้นหัวใจที่สุดในชีวิตปี 4 ร่างสูงในชุดนักศึกษาถูกระเบียบเนี๊ยบกริบยืนกำโมเดลโครงสร้างสะพานเหล็กไว้แน่น ใบหน้าคมคายดูอิดโรยจากการปั่นโปรเจกต์อดตาหลับขับตานอนมาหลายคืน"พี่เต... สู้ๆ นะคะ ลินเชื่อว่าพี่ทำได้" เสียงหวานใสของ นลิน ดังขึ้นพร้อมกับมือนุ่มที่กุมมือหนาไว้เบาๆเตโชหันมามองเฟรชชี่ตัวน้อยที่อุตส่าห์โดดวิชาเลือกมานั่งเฝ้าเขาหน้าห้องสอบ แววตาที่เคยดุดันบัดนี้ทอประกายอ่อนเชื่อม "ถ้าพี่สอบผ่าน... ลินจะมีรางวัลให้พี่ไหมครับ?"นลินอมยิ้มแก้มตุ่ย "ผ่านให้ได้ก่อนเถอะค่ะ แล้วลินจะพิจารณา"เตโชก้มลงกระซิบชิดใบหูขาวผ่อง "งั้นเตรียมตัวไว้เลยนะ... เพราะรางวัลที่พี่จะขอ มัน 'หนัก' กว่าที่ลินคิดแน่ๆ"[POV: เตโช – การพิสูจน์ตัวเองเพื่ออนาคต]ภายในห้องสอบปากคำโปรเจกต์ เตโชนำเสนอผลงานด้วยความมั่นใจและเฉลียวฉลาด เขาตอบคำถามคณะกรรมการได้อย่างฉะฉาน ทุกลมหายใจของเขาทำเพื่อวันนี้ วันที่เขาจะเรียนจบเพื่อก้าวไปเป็นผู้ชายที่คู่ควรจะดูแลนลินและกอบกู้เกียรติยศของตระกูลคืนมาเมื่อก้าวออกมาจากห้องสอบพร้อมกับรอยยิ

  • เกมรักวิศวะร้าย   บทที่ 37: เกียร์ดวงเดิม... กับหัวใจดวงใหม่

    แสงอาทิตย์ยามเย็นทาบทับไปทั่วลานเกียร์อันศักดิ์สิทธิ์ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ หลังจากพายุเรื่องเอกและพิมมาดาซาลงด้วยการจัดการของภีมและความฉลาดของนลิน บรรยากาศในรั้วมหาวิทยาลัยก็เริ่มกลับมาเป็นปกติ ทว่าสิ่งที่ 'ไม่ปกติ' คือร่างสูงโปร่งของ เตโช ที่บัดนี้ไม่ได้อยู่ในชุดเฮดว้ากผู้น่าเกรงขาม แต่เขากลับยืนรอใครบางคนอยู่ข้างรถยุโรปคันหรูในฐานะ "พนักงานขับรถส่วนตัว" (ที่ยังเรียนไม่จบปี 4)[POV: เตโช – รุ่นพี่ปี 4 ในคราบคนขับรถ]เตโชพรูลมหายใจออกมาเบาๆ เขาจัดเสื้อเชิ้ตพนักงานขับรถให้เข้าที่ แม้เขาจะยังมีตารางเรียนปี 4 ที่หนักหน่วง แต่เขาก็ยืนยันกับภีมว่าจะทำงานนี้ควบคู่ไปกับการเรียนเพื่อชดใช้หนี้และพิสูจน์ตัวเอง"การเรียนให้จบพร้อมกับรับใช้นลิน... คือบททดสอบที่หนักที่สุดในชีวิต แต่มันก็น่าภูมิใจที่สุด" เขายิ้มกับตัวเองเมื่อเห็นร่างเล็กของนลินเดินออกมาจากตึกเรียนพร้อมกับกลุ่มเพื่อนปี 1"อ้าว! พี่เตโช... วันนี้มารอรับ 'เจ้านาย' เร็วรัดจังนะ" เสียงแซวจากเพื่อนร่วมรุ่นปี 4 ที่เดินผ่านไปทำให้เตโชหน้าแดงนิดๆ แต่เขาก็ไม่ได้ยี่หระ[POV: นลิน – เฟรชชี่ปี 1 กับองครักษ์ส่วนตัว]สายตาของเธอเหลือบไปเห็นร่างสูง

  • เกมรักวิศวะร้าย   บทที่ 36: พยัคฆ์คำราม และการโต้กลับของหงส์ขาว

    แสงเงินแสงทองทาบทับขอบฟ้าเหนือท้องทะเลเงียบสงบ ลมทะเลพัดพาความเย็นเยียบเข้ามาในห้องนอนสีขาวสะอาดตา เตโช ลืมตาขึ้นช้าๆ ความรู้สึกหนักอึ้งในศีรษะเริ่มจางไป แทนที่ด้วยสัมผัสนุ่มนวลจากร่างเล็กที่ซุกตัวอยู่ในอ้อมแขน เขากระชับอ้อมกอดนลินไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากคลายมือเพียงนิด เธอจะมลายหายไปเหมือนความฝันแต่ข้อความจาก ภีม ที่สั่นสะเทือนอยู่ในโทรศัพท์ข้างเตียง คือเครื่องเตือนสติว่าโลกความจริงกำลังลุกเป็นไฟ[POV: เตโช – พยัคฆ์ที่ตื่นจากนิทราด้วยไฟแค้น]เตโชค่อยๆ ขยับตัวลงจากเตียงอย่างแผ่วเบาเพื่อไม่ให้คนรักตื่น เขาเดินไปที่ระเบียง สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดเพื่อเรียกสติ แววตาที่เคยพร่ามัวด้วยฤทธิ์ยากลับมาคมกริบและดุดันยิ่งกว่าเดิม"พวกมึงกล้าดียังไง... กล้าทำร้ายลิน กล้าใช้ยาโสโครกนั่นกับกู" เขาโทรกลับหาภีมทันที "ไอ้ภีม... กูพร้อมแล้ว แผนที่มึงวางไว้ เริ่มได้เลย""ดี... กูเตรียมเรือเร็วไว้ที่ท่าเทียบเรือส่วนตัว มึงต้องไปขวางพวกมันก่อนที่มันจะข้ามเขตน่านน้ำสากลไปได้" เสียงภีมดังก้องมาตามสาย แฝงไปด้วยความสะใจ "พิมมาดามันเตรียมโอนสินทรัพย์บริษัทพ่อมึงเข้าบัญชีนอมินีที่เกาะเคย์แมน ส่วนไอ้เอก... มันเ

  • เกมรักวิศวะร้าย   บทที่ 35: เปลวไฟในรอยร้าว

    ภายในเซฟเฮาส์ลับริมทะเลของตระกูลวรโชติโภคิน เสียงคลื่นซัดฝั่งดังแผ่วเบาเป็นฉากหลัง ท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืน เตียงกว้างในห้องนอนหลักกลายเป็นที่ระบายความทุกข์ทรมานของเตโช ชายหนุ่มนอนดิ้นพล่าน ผิวพรรณแดงก่ำด้วยฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดที่พิมมาดาตั้งใจใช้ทำลายนลิน แต่กลับกลายเป็นพิษร้ายที่กัดกินเขาแทน รอยเข็มที่แผ่นหลังกว้างยังคงเจ็บแปลบ เป็นเครื่องเตือนใจว่าเขาเลือกเอาตัวเองเข้ามาขวางเพื่อปกป้องเธอ[POV: นลิน – หัวใจที่ยอมสลายเพื่อคนรัก]นลินนั่งข้างเตียง มือบางสั่นเทาขณะใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดหน้าผากและลำคอที่ร้อนผ่าวของเขา น้ำตาไหลรินไม่หยุดเมื่อเห็นความเจ็บปวดที่เขาแบกรับเพื่อเธอ“พี่เต... พี่ทำแบบนี้ทำไม ทำไมต้องเสี่ยงขนาดนี้เพื่อลิน”“ลิน... หนีไป... อึก... อย่าใกล้พี่” เตโชพยายามผลักเธอออก เสียงแหบพร่า ดวงตาแดงก่ำด้วยตัณหาที่ถูกยาบังคับ แต่เขายังคงกำผ้าปูเตียงแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวสติ[POV: เตโช – นรกที่ไม่อาจต้านทาน]ร่างกายของเขาเหมือนถูกไฟลนทุกส่วน ทุกสัมผัสจากอากาศรอบตัวยังทำให้เสียวซ่าน แต่กลิ่นหอมอ่อนโยนจากตัวนลินที่อยู่ใกล้ คือสิ่งที่ทั้งเย้ายวนและทรมานที่สุด เขารวบรวมสติที่หลงเหลือเพื

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status