LOGINภายในเซฟเฮาส์ลับริมทะเลของตระกูลวรโชติโภคิน เสียงคลื่นซัดฝั่งดังแผ่วเบาเป็นฉากหลัง ท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืน เตียงกว้างในห้องนอนหลักกลายเป็นที่ระบายความทุกข์ทรมานของเตโช ชายหนุ่มนอนดิ้นพล่าน ผิวพรรณแดงก่ำด้วยฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดที่พิมมาดาตั้งใจใช้ทำลายนลิน แต่กลับกลายเป็นพิษร้ายที่กัดกินเขาแทน รอยเข็มที่แผ่นหลังกว้างยังคงเจ็บแปลบ เป็นเครื่องเตือนใจว่าเขาเลือกเอาตัวเองเข้ามาขวางเพื่อปกป้องเธอ
[POV: นลิน – หัวใจที่ยอมสลายเพื่อคนรัก]
นลินนั่งข้างเตียง มือบางสั่นเทาขณะใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดหน้าผากและลำคอที่ร้อนผ่าวของเขา น้ำตาไหลรินไม่หยุดเมื่อเห็นความเจ็บปวดที่เขาแบกรับเพื่อเธอ
“พี่เต... พี่ทำแบบนี้ทำไม ทำไมต้องเสี่ยงขนาดนี้เพื่อลิน”
“ลิน... หนีไป... อึก... อย่าใกล้พี่” เตโชพยายามผลักเธอออก เสียงแหบพร่า ดวงตาแดงก่ำด้วยตัณหาที่ถูกยาบังคับ แต่เขายังคงกำผ้าปูเตียงแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวสติ
[POV: เตโช – นรกที่ไม่อาจต้านทาน]
ร่างกายของเขาเหมือนถูกไฟลนทุกส่วน ทุกสัมผัสจากอากาศรอบตัวยังทำให้เสียวซ่าน แต่กลิ่นหอมอ่อนโยนจากตัวนลินที่อยู่ใกล้ คือสิ่งที่ทั้งเย้ายวนและทรมานที่สุด เขารวบรวมสติที่หลงเหลือเพื่อไม่ให้ทำร้ายเธอเหมือนในอดีต
“กูจะไม่ทำร้ายเธออีก... ต่อให้ต้องตายตรงนี้ กูก็จะไม่แตะต้องเธอด้วยความต้องการแบบนี้”
นลินโน้มตัวลงมากอดเขาแน่น ความอบอุ่นจากร่างเล็กกลายเป็นเชื้อเพลิงที่จุดไฟในตัวเขาให้ลุกโชนยิ่งกว่าเดิม
เตโชคำรามเบา ๆ ในลำคอ ก่อนพลิกตัวคร่อมร่างเธอด้วยสัญชาตญาณดิบ “ลิน... ออกไปเดี๋ยวนี้ พี่คุมตัวเองไม่ได้แล้ว... ได้โปรด อย่าให้พี่ต้องกลายเป็นปีศาจในสายตาเธออีก”
[บทบรรยาย: การยอมรับที่เกิดจากรักแท้]
นลินจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่แดงก่ำของเขา เธอเห็นความเจ็บปวด ความพยายามปกป้อง และความรักที่เขาไม่เคยพูดออกมาตรง ๆ เธอรู้ดีว่าถ้าไม่ได้รับการปลดปล่อย ฤทธิ์ยานี้อาจพรากชีวิตเขาไปต่อหน้าเธอ
ความแค้นเก่า ความเป็นหนี้สิน ทุกอย่างมลายหาย เหลือเพียงความรักที่ฝังลึกในใจ
“ถ้าการช่วยพี่... คือการที่ลินต้องมอบตัวให้พี่อีกครั้ง” เธอเอ่ยเสียงสั่นแต่หนักแน่น มือบางยกขึ้นลูบแก้มคมเข้มอย่างอ่อนโยน “ลินก็ยอมค่ะ... เพราะลินรู้แล้วว่าชีวิตที่เหลือของลิน มันเป็นของพี่มาตั้งนานแล้ว”
คำพูดนั้นราวกับกุญแจที่ปลดปล่อยทุกพันธนาการ เตโชก้มลงซุกหน้าที่ซอกคอขาวผ่อง หายใจเข้าลึก ๆ ราวกับจะเก็บกลิ่นเธอไว้ในปอด รสจูบเริ่มต้นจากความรุนแรงของฤทธิ์ยา แต่ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้ง อ่อนหวาน เมื่อเขารู้สึกถึงการตอบรับที่เต็มใจจากเธอ
[การเยียวยาที่หวานซึ้งและเร่าร้อน]
ค่ำคืนนั้น เซฟเฮาส์ริมทะเลกลายเป็นพยานของบทรักที่เกิดจากความรักแท้ ไม่ใช่การบังคับเหมือนอดีต แต่เป็นการมอบกายและใจเพื่อเยียวยากันและกัน
เตโชพยายามควบคุมทุกสัมผัส แม้ร่างกายจะรุ่มร้อนจนแทบระเบิด เขาจูบซับน้ำตาที่แก้มเธอเบา ๆ ราวกับขอโทษทุกความผิดพลาดในอดีต “ลิน... พี่ขอโทษ... พี่รักเธอ... รักมากจนเจ็บ”
มือหนาลูบไล้แผ่นหลังเธออย่างทะนุถนอม ไล่ลงมาตามส่วนโค้งเว้าที่เขาจำได้ดี เขาถอดเสื้อผ้าของเธอช้า ๆ ราวกับกลัวว่าจะทำร้าย ริมฝีปากร้อนผ่าวจูบไล้ลงตามลำคอ ไหล่ ลงไปยังเนินอกที่ยกกระชับ เขาใช้ลิ้นวนรอบยอดอกสีชมพูอ่อน จนเธอครางเบา ๆ มือเล็กจิกไหล่เขาแน่น
“พี่เต... ลินไม่เจ็บ... ลินอยากให้พี่...”
นลินโอบกอดเขาไว้แน่น ยอมรับทุกสัมผัสทั้งอ่อนโยนและดุเดือด เธอรู้สึกถึงความรักที่เขาเทออกมาในทุกการเคลื่อนไหว เขาดึงเธอให้แนบชิด จนร่างกายทั้งสองหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เขาเข้าสู่ตัวเธอช้า ๆ อย่างระมัดระวัง แม้ความต้องการจะแผดเผา แต่เขายังคงกระซิบชื่อเธอซ้ำ ๆ “นลิน... นลินของพี่...”
จังหวะการเคลื่อนไหวเริ่มจากช้าและลึกซึ้ง ราวกับต้องการให้เธอรู้สึกถึงทุกส่วนของเขา จากนั้นค่อยเร็วและแรงขึ้นตามความต้องการที่ทั้งคู่ปลดปล่อย นลินโค้งตัวรับเขา ครางชื่อเขาด้วยเสียงหวานปนน้ำตา “พี่เต... ลินรักพี่... รักมาก”
ทั้งคู่ถึงจุดสูงสุดพร้อมกัน ท่ามกลางเสียงคลื่นและลมหายใจที่ผสานกัน เตโชกอดเธอแน่น ปล่อยความร้อนลึกเข้าไปในตัวเธอ ขณะที่นลินสั่นสะท้านในอ้อมกอด เขาจูบหน้าผากเธอเบา ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“ขอบคุณนะลิน... ที่ไม่ทิ้งพี่... ที่ให้โอกาสคนเลวอย่างพี่ได้รักเธออย่างถูกต้อง”
[หลังพายุ]
รุ่งเช้า แสงแดดอ่อน ๆ สาดส่องผ่านม่านบาง เตโชลืมตาขึ้น ฤทธิ์ยาจางหาย เหลือเพียงความปวดร้าวตามร่างกายและความทรงจำที่แจ่มชัด เขามองร่างเล็กที่นอนหลับสนิทในอ้อมแขน ใบหน้านลินมีคราบน้ำตาจาง ๆ แต่แฝงด้วยความสงบและความไว้วางใจที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
เขาก้มลงจูบหน้าผากเธออย่างแผ่วเบา “พี่จะปกป้องเธอ... ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”
แต่ความสุขนั้นอยู่ได้ไม่นาน เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ข้อความจากภีมพร้อมรูปถ่ายสำคัญ
ภีม: “ไอ้เอกกับพิมมาดากำลังหนีออกนอกประเทศ และพวกมันทิ้ง ‘ระเบิดลูกสุดท้าย’ ไว้ที่บริษัทพ่อมึง รีบตื่นมาจัดการซะ ถ้าไม่อยากให้ตระกูลมึงหายไปจากแผนที่”
เตโชกระชับอ้อมกอดนลินแน่นขึ้น แววตากลับมาดุดัน แต่มันไม่ใช่เพื่อการล่าเพื่อตัวเองอีกต่อไป... เขาจะล่าเพื่อปกป้อง “ครอบครัว” ที่แท้จริงของเขา
ภายในห้องโถงรับรองของคฤหาสน์วรโชติโภคินที่ถูกตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง บรรยากาศกลับหนักอึ้งและเย็นเฉียบจนน่าอึดอัด เจ้าสัวประจักษ์ ในชุดสูทสากลสีเทาภูมิฐานเพิ่งเดินทางกลับจากการดูงานที่ยุโรป ท่านนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักตัวยาว สายตาคมกริบจ้องมองหลานสาวเพียงคนเดียวอย่าง นลิน ที่นั่งกุมมืออยู่กับ เตโช ด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบายเขารู้เรื่องราวทั้งหมดแล้ว... ทั้งเรื่องที่เตโชเคยทำร้ายนลิน และเรื่องที่ทั้งคู่จับมือกันฟื้นฟูกิจการจนก้าวมาถึงจุดที่จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน[POV: เจ้าสัวประจักษ์ – ความแค้นที่กัดกินใจมาค่อนชีวิต]ประจักษ์มองใบหน้าของเตโชแล้วเห็นภาพซ้อนของ เจ้าสัว 'โชติ' พ่อของเตโช ศัตรูหัวใจและศัตรูธุรกิจที่เขาเชื่อเสมอว่าเป็นต้นเหตุของโศกนาฏกรรมในครอบครัวของเขา"ฉันเกลียดพ่อนาย... เกลียดจนไม่อยากให้คนนามสกุลเดียวกับมันมาเหยียบในบ้านหลังนี้" ประจักษ์คิดพลางถอนหายใจยาว ความจริงที่น้องสาวเขาต้องหนีไปกับธนา (คนขับรถ) และอุบัติเหตุที่พรากพ่อแท้ๆ ของนลินไป คือแผลเป็นที่เขายังปักใจเชื่อว่าเป็นแผนการของโชติเพื่อกำจัดคู่แข่งหัวใจ[ฉากเผชิญหน้า: การเคลียร์ใจของสองพยัคฆ์รุ่นใหญ่]"ฉันจ
ภายในห้องพิจารณาคดีที่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศครางเบาๆ บรรยากาศเต็มไปด้วยรังสีของความตึงเครียดที่แผ่ซ่านไปทั่วโถงกว้าง แสงแดดรำไรลอดผ่านหน้าต่างบานสูงทอดลำแสงลงบนพื้นหินอ่อนที่ขัดมันวาว พิมมาดา นั่งอยู่ในชุดนักโทษสีอ่อนที่ดูหม่นหมอง ใบหน้าที่เคยสวยสง่าและจองหองราวกับหงส์ผู้สูงศักดิ์ บัดนี้กลับซีดเซียวและซูบผอมลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาที่เคยเป็นประกายด้วยอำนาจเงินกลับฉายแวววูบไหวด้วยความหวาดกลัวเป็นครั้งแรกในชีวิตเธอจ้องมองไปที่ฝั่งโจทก์ ที่ซึ่ง เตโช นั่งอยู่อย่างสงบนิ่งในชุดสูทสีเข้มที่ตัดเย็บอย่างประณีต แผ่นหลังของเขาเหยียดตรงอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า ข้างกายของเขาคือ นลิน ที่นั่งกุมมือเขาไว้แน่นราวกับเป็นกำลังใจที่สำคัญที่สุด[POV: เตโช – พยัคฆ์ผู้รอคอยการพิพากษา]เตโชกวาดสายตามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ว่างเปล่า ความโกรธแค้นที่เคยแผดเผาในใจบัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความเย็นเยียบของการตัดสินใจที่เด็ดขาด เขาจำทุกลมหายใจที่แสนทรมานในคืนที่ถูกยาพิษนั่นเล่นงานได้ดี และเขาก็จำได้แม่นยำถึงน้ำตาของนลินที่ต้องมาเสี่ยงชีวิตช่วยเขา"เงินที่เธอเคยใช้ดูถูกคนอื่น... วันนี้มันจะกลับมาล
บรรยากาศหน้าตึกวิศวกรรมศาสตร์ในบ่ายวันศุกร์ดูคึกคักเป็นพิเศษ แต่สำหรับ เตโช มันคือช่วงเวลาที่บีบคั้นหัวใจที่สุดในชีวิตปี 4 ร่างสูงในชุดนักศึกษาถูกระเบียบเนี๊ยบกริบยืนกำโมเดลโครงสร้างสะพานเหล็กไว้แน่น ใบหน้าคมคายดูอิดโรยจากการปั่นโปรเจกต์อดตาหลับขับตานอนมาหลายคืน"พี่เต... สู้ๆ นะคะ ลินเชื่อว่าพี่ทำได้" เสียงหวานใสของ นลิน ดังขึ้นพร้อมกับมือนุ่มที่กุมมือหนาไว้เบาๆเตโชหันมามองเฟรชชี่ตัวน้อยที่อุตส่าห์โดดวิชาเลือกมานั่งเฝ้าเขาหน้าห้องสอบ แววตาที่เคยดุดันบัดนี้ทอประกายอ่อนเชื่อม "ถ้าพี่สอบผ่าน... ลินจะมีรางวัลให้พี่ไหมครับ?"นลินอมยิ้มแก้มตุ่ย "ผ่านให้ได้ก่อนเถอะค่ะ แล้วลินจะพิจารณา"เตโชก้มลงกระซิบชิดใบหูขาวผ่อง "งั้นเตรียมตัวไว้เลยนะ... เพราะรางวัลที่พี่จะขอ มัน 'หนัก' กว่าที่ลินคิดแน่ๆ"[POV: เตโช – การพิสูจน์ตัวเองเพื่ออนาคต]ภายในห้องสอบปากคำโปรเจกต์ เตโชนำเสนอผลงานด้วยความมั่นใจและเฉลียวฉลาด เขาตอบคำถามคณะกรรมการได้อย่างฉะฉาน ทุกลมหายใจของเขาทำเพื่อวันนี้ วันที่เขาจะเรียนจบเพื่อก้าวไปเป็นผู้ชายที่คู่ควรจะดูแลนลินและกอบกู้เกียรติยศของตระกูลคืนมาเมื่อก้าวออกมาจากห้องสอบพร้อมกับรอยยิ
แสงอาทิตย์ยามเย็นทาบทับไปทั่วลานเกียร์อันศักดิ์สิทธิ์ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ หลังจากพายุเรื่องเอกและพิมมาดาซาลงด้วยการจัดการของภีมและความฉลาดของนลิน บรรยากาศในรั้วมหาวิทยาลัยก็เริ่มกลับมาเป็นปกติ ทว่าสิ่งที่ 'ไม่ปกติ' คือร่างสูงโปร่งของ เตโช ที่บัดนี้ไม่ได้อยู่ในชุดเฮดว้ากผู้น่าเกรงขาม แต่เขากลับยืนรอใครบางคนอยู่ข้างรถยุโรปคันหรูในฐานะ "พนักงานขับรถส่วนตัว" (ที่ยังเรียนไม่จบปี 4)[POV: เตโช – รุ่นพี่ปี 4 ในคราบคนขับรถ]เตโชพรูลมหายใจออกมาเบาๆ เขาจัดเสื้อเชิ้ตพนักงานขับรถให้เข้าที่ แม้เขาจะยังมีตารางเรียนปี 4 ที่หนักหน่วง แต่เขาก็ยืนยันกับภีมว่าจะทำงานนี้ควบคู่ไปกับการเรียนเพื่อชดใช้หนี้และพิสูจน์ตัวเอง"การเรียนให้จบพร้อมกับรับใช้นลิน... คือบททดสอบที่หนักที่สุดในชีวิต แต่มันก็น่าภูมิใจที่สุด" เขายิ้มกับตัวเองเมื่อเห็นร่างเล็กของนลินเดินออกมาจากตึกเรียนพร้อมกับกลุ่มเพื่อนปี 1"อ้าว! พี่เตโช... วันนี้มารอรับ 'เจ้านาย' เร็วรัดจังนะ" เสียงแซวจากเพื่อนร่วมรุ่นปี 4 ที่เดินผ่านไปทำให้เตโชหน้าแดงนิดๆ แต่เขาก็ไม่ได้ยี่หระ[POV: นลิน – เฟรชชี่ปี 1 กับองครักษ์ส่วนตัว]สายตาของเธอเหลือบไปเห็นร่างสูง
แสงเงินแสงทองทาบทับขอบฟ้าเหนือท้องทะเลเงียบสงบ ลมทะเลพัดพาความเย็นเยียบเข้ามาในห้องนอนสีขาวสะอาดตา เตโช ลืมตาขึ้นช้าๆ ความรู้สึกหนักอึ้งในศีรษะเริ่มจางไป แทนที่ด้วยสัมผัสนุ่มนวลจากร่างเล็กที่ซุกตัวอยู่ในอ้อมแขน เขากระชับอ้อมกอดนลินไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากคลายมือเพียงนิด เธอจะมลายหายไปเหมือนความฝันแต่ข้อความจาก ภีม ที่สั่นสะเทือนอยู่ในโทรศัพท์ข้างเตียง คือเครื่องเตือนสติว่าโลกความจริงกำลังลุกเป็นไฟ[POV: เตโช – พยัคฆ์ที่ตื่นจากนิทราด้วยไฟแค้น]เตโชค่อยๆ ขยับตัวลงจากเตียงอย่างแผ่วเบาเพื่อไม่ให้คนรักตื่น เขาเดินไปที่ระเบียง สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดเพื่อเรียกสติ แววตาที่เคยพร่ามัวด้วยฤทธิ์ยากลับมาคมกริบและดุดันยิ่งกว่าเดิม"พวกมึงกล้าดียังไง... กล้าทำร้ายลิน กล้าใช้ยาโสโครกนั่นกับกู" เขาโทรกลับหาภีมทันที "ไอ้ภีม... กูพร้อมแล้ว แผนที่มึงวางไว้ เริ่มได้เลย""ดี... กูเตรียมเรือเร็วไว้ที่ท่าเทียบเรือส่วนตัว มึงต้องไปขวางพวกมันก่อนที่มันจะข้ามเขตน่านน้ำสากลไปได้" เสียงภีมดังก้องมาตามสาย แฝงไปด้วยความสะใจ "พิมมาดามันเตรียมโอนสินทรัพย์บริษัทพ่อมึงเข้าบัญชีนอมินีที่เกาะเคย์แมน ส่วนไอ้เอก... มันเ
ภายในเซฟเฮาส์ลับริมทะเลของตระกูลวรโชติโภคิน เสียงคลื่นซัดฝั่งดังแผ่วเบาเป็นฉากหลัง ท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืน เตียงกว้างในห้องนอนหลักกลายเป็นที่ระบายความทุกข์ทรมานของเตโช ชายหนุ่มนอนดิ้นพล่าน ผิวพรรณแดงก่ำด้วยฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดที่พิมมาดาตั้งใจใช้ทำลายนลิน แต่กลับกลายเป็นพิษร้ายที่กัดกินเขาแทน รอยเข็มที่แผ่นหลังกว้างยังคงเจ็บแปลบ เป็นเครื่องเตือนใจว่าเขาเลือกเอาตัวเองเข้ามาขวางเพื่อปกป้องเธอ[POV: นลิน – หัวใจที่ยอมสลายเพื่อคนรัก]นลินนั่งข้างเตียง มือบางสั่นเทาขณะใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดหน้าผากและลำคอที่ร้อนผ่าวของเขา น้ำตาไหลรินไม่หยุดเมื่อเห็นความเจ็บปวดที่เขาแบกรับเพื่อเธอ“พี่เต... พี่ทำแบบนี้ทำไม ทำไมต้องเสี่ยงขนาดนี้เพื่อลิน”“ลิน... หนีไป... อึก... อย่าใกล้พี่” เตโชพยายามผลักเธอออก เสียงแหบพร่า ดวงตาแดงก่ำด้วยตัณหาที่ถูกยาบังคับ แต่เขายังคงกำผ้าปูเตียงแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวสติ[POV: เตโช – นรกที่ไม่อาจต้านทาน]ร่างกายของเขาเหมือนถูกไฟลนทุกส่วน ทุกสัมผัสจากอากาศรอบตัวยังทำให้เสียวซ่าน แต่กลิ่นหอมอ่อนโยนจากตัวนลินที่อยู่ใกล้ คือสิ่งที่ทั้งเย้ายวนและทรมานที่สุด เขารวบรวมสติที่หลงเหลือเพื







