LOGINบรรยากาศหน้าตึกวิศวกรรมศาสตร์ในบ่ายวันศุกร์ดูคึกคักเป็นพิเศษ แต่สำหรับ เตโช มันคือช่วงเวลาที่บีบคั้นหัวใจที่สุดในชีวิตปี 4 ร่างสูงในชุดนักศึกษาถูกระเบียบเนี๊ยบกริบยืนกำโมเดลโครงสร้างสะพานเหล็กไว้แน่น ใบหน้าคมคายดูอิดโรยจากการปั่นโปรเจกต์อดตาหลับขับตานอนมาหลายคืน
"พี่เต... สู้ๆ นะคะ ลินเชื่อว่าพี่ทำได้" เสียงหวานใสของ นลิน ดังขึ้นพร้อมกับมือนุ่มที่กุมมือหนาไว้เบาๆ
เตโชหันมามองเฟรชชี่ตัวน้อยที่อุตส่าห์โดดวิชาเลือกมานั่งเฝ้าเขาหน้าห้องสอบ แววตาที่เคยดุดันบัดนี้ทอประกายอ่อนเชื่อม "ถ้าพี่สอบผ่าน... ลินจะมีรางวัลให้พี่ไหมครับ?"
นลินอมยิ้มแก้มตุ่ย "ผ่านให้ได้ก่อนเถอะค่ะ แล้วลินจะพิจารณา"
เตโชก้มลงกระซิบชิดใบหูขาวผ่อง "งั้นเตรียมตัวไว้เลยนะ... เพราะรางวัลที่พี่จะขอ มัน 'หนัก' กว่าที่ลินคิดแน่ๆ"
ภายในห้องสอบปากคำโปรเจกต์ เตโชนำเสนอผลงานด้วยความมั่นใจและเฉลียวฉลาด เขาตอบคำถามคณะกรรมการได้อย่างฉะฉาน ทุกลมหายใจของเขาทำเพื่อวันนี้ วันที่เขาจะเรียนจบเพื่อก้าวไปเป็นผู้ชายที่คู่ควรจะดูแลนลินและกอบกู้เกียรติยศของตระกูลคืนมา
เมื่อก้าวออกมาจากห้องสอบพร้อมกับรอยยิ้มของอาจารย์ที่ปรึกษา เตโชก็โผเข้ากอดนลินที่ยืนรออยู่ทันทีท่ามกลางสายตาอิจฉาของรุ่นน้องทั้งคณะ
"ผ่านแล้วลิน! พี่ทำได้แล้ว!"
"เก่งที่สุดเลยค่ะพี่เต" นลินกอดตอบพลางตบหลังเขาเบาๆ "งั้นเราไปฉลองกันไหมคะ?"
"ฉลองน่ะฉลองแน่ครับ... แต่พี่อยากฉลอง 'สองคน' ที่คอนโดมากกว่า" แววตาเจ้าเล่ห์ของเตโชกลับมาอีกครั้งจนนลินหน้าร้อนผ่าว
เย็นวันนั้นที่คอนโดหรูของเตโช บรรยากาศต่างจากทุกครั้งที่นลินเคยมา ในอดีตที่นี่คือคุกที่กักขังเธอด้วยความแค้น แต่คืนนี้มันถูกเนรมิตด้วยกลีบกุหลาบและแสงเทียนหอมอ่อนๆ ที่เตโชแอบสั่งให้คนมาเตรียมไว้
เตโชเดินเข้ามากอดซ้อนหลังนลินที่กำลังยืนมองวิวเมืองอยู่ที่ระเบียง เขาซุกใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น สูดดมกลิ่นกายที่เขาโหยหามาตลอด
"ลินครับ... พี่เหนื่อยมาทั้งอาทิตย์เลยนะ ขอรางวัลให้พี่หายเหนื่อยหน่อยไม่ได้เหรอ?" เสียงทุ้มต่ำออดอ้อนอยู่ข้างหู
นลินหันกลับมาในอ้อมกอดเขา มือบางลูบไล้ไปตามโครงหน้าคม "แล้วพี่เตอยากได้อะไรคะ? ลินทำสเต็กให้ทานดีไหม?"
"พี่ไม่อยากกินสเต็กครับ..." เตโชช้อนตัวนลินขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาว แววตาของเขาเต็มไปด้วยความรักที่คลั่งไคล้อย่างปิดไม่มิด "พี่อยาก 'กิน' ลิน... ในแบบที่ลินเต็มใจ แบบที่เป็นความรักของเราจริงๆ ไม่ใช่ความแค้นเหมือนวันนั้น"
นลินหน้าแดงก่ำแต่ไม่ได้ขัดขืนเธอยกแขนโอบรอบคอเขาไว้แน่น "ลินเป็นของพี่เตตั้งนานแล้วค่ะ... ทั้งตัวและหัวใจ"
เตโชวางนลินลงบนเตียงกว้างอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าแรงเพียงเล็กน้อยจะทำให้เธอแตกสลาย เขาคุกเข่าข้างเตียง มองเธอด้วยสายตาที่ทั้งอ่อนโยนและหิวกระหายอย่างไม่ปิดบัง
“ลิน…” เสียงเขาสั่นเล็กน้อย “พี่ขอโทษทุกอย่างที่เคยทำร้ายใจลิน พี่อยากให้คืนนี้เป็นคืนแรกที่ลินรู้สึกได้จริง ๆ ว่าพี่รักลินมากแค่ไหน”
นลินยื่นมือไปแตะแก้มเขา มือเย็นสั่นเทาเล็กน้อย “ลินไม่กลัวแล้วค่ะ… เพราะคนที่อยู่ตรงหน้าลินตอนนี้ คือพี่เตที่ลินรัก”
คำพูดนั้นเหมือนจุดไฟในอกเขา เตโชก้มลง จูบเธอช้า ๆ เริ่มจากมุมปาก ก่อนจะค่อย ๆ บดเบา ๆ แล้วลึกขึ้นเรื่อย ๆ จนลมหายใจของทั้งคู่ผสานกันเป็นหนึ่งเดียว ลิ้นร้อนของเขาสอดเข้าไปสัมผัสลิ้นอ่อนนุ่มของเธออย่างทะนุถนอมแต่แฝงความหิวโหยที่สะสมมานาน
เขาถอยออกมาเล็กน้อยเพื่อมองหน้าเธอ ปลายนิ้วเรียวยาวลูบไล้ไปตามแนวกระดูกไหปลาร้าที่โผล่พ้นคอเสื้อ ผิวเธอเย็นนิด ๆ แต่ร้อนผ่าวขึ้นเรื่อย ๆ ตามสัมผัส
“บอกพี่นะถ้ามันมากเกินไป” เขากระซิบ ก่อนจะค่อย ๆ เลื่อนมือไปปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาของเธอทีละเม็ด ทุกครั้งที่กระดุมหลุด เขาจะก้มลงจูบตรงจุดนั้นทันที ราวกับต้องการประทับรอยรักลงไปแทน
เมื่อเสื้อหลุดออก เผยให้เห็นเนินอกที่ขาวเนียนและยกกระชับ เตโชสูดหายใจเฮือกใหญ่ ราวกับเพิ่งเห็นสิ่งที่สวยงามที่สุดในชีวิต เขาก้มลงใช้ปลายลิ้นวนรอบยอดอกสีชมพูอ่อนเบา ๆ ก่อนจะอมเข้าไปเต็มปาก ดูดเบา ๆ สลับกับใช้ลิ้นตวัดจนนลินแอ่นอกขึ้นรับโดยไม่รู้ตัว เสียงครางแผ่วเบาหลุดออกมาจากลำคอเธอ
“พี่เต… อืมม์…”
“ชอบตรงนี้ใช่ไหมครับ” เขายิ้มในลำคอ ก่อนจะเลื่อนลงไปจูบตามแนวหน้าท้องแบนราบ มือใหญ่ข้างหนึ่งลูบไล้ต้นขาเรียวของเธอ ขึ้นลงช้า ๆ จนผิวหนังเกิดขนลุกซู่
นลินจิกผ้าปูที่นอนแน่นเมื่อเขาถอดกระโปรงและชั้นในสุดท้ายของเธอออกอย่างนุ่มนวล เธอรู้สึกอายแต่ก็ตื่นเต้นจนตัวสั่น เขาจับข้อเท้าทั้งสองข้างของเธอแยกออกเบา ๆ แล้วก้มลงจูบตรงต้นขาด้านใน ไล่ขึ้นไปเรื่อย ๆ จนถึงจุดที่เปียกชุ่มและร้อนผ่าวที่สุด
“ลิน… หอมจังเลย” เขากระซิบ ก่อนใช้ลิ้นเลียแผ่วเบาเป็นเส้นยาว นลินสะดุ้งสุดตัว หลังแอ่นขึ้นสูง มือทั้งสองข้างจิกผมเขาแน่น
“พี่เต… เสียวมากเลยค่ะ… อ๊า…”
เขายิ้ม ก่อนจะใช้ลิ้นและริมฝีปากปรนเปรอเธออย่างตั้งใจ วน จีบ ดูด สลับจังหวะจนนลินตัวเกร็ง สะโพกโยกตามสัญชาตญาณ เสียงครางของเธอค่อย ๆ ดังและหวานขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดร่างเล็ก ๆ ก็กระตุกแรง หายใจหอบถี่ พร้อมน้ำตาแห่งความสุขไหลย้อยลงมาที่หางตา
เตโชเลื่อนตัวขึ้นมากอดเธอทันที จูบซับน้ำตาเหล่านั้น “เก่งมากเลยครับ… รักลินที่สุดเลย”
นลินหอบหายใจ มองเขาด้วยตาหยาดเยิ้ม “พี่เตยังไม่… ลินอยากให้พี่เตมีความสุขด้วยค่ะ”
เตโชจูบเธออีกครั้ง ลึกและยาว ก่อนจะค่อย ๆ ถอดเสื้อผ้าของตัวเองออก ร่างกายกำยำเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่ตึงแน่นจากการออกกำลังกายและความเครียดที่สะสม เขาค่อย ๆ ทาบทับร่างเธอ ผิวร้อนแนบชิดกันจนเหมือนจะละลาย
“พี่จะค่อย ๆ ทำนะ… ถ้าเจ็บให้บอกทันทีเลย”
นลินพยักหน้า โอบแขนรอบคอเขาแน่น เขาค่อย ๆ ดันตัวเข้าไปช้า ๆ มาก เธอเกร็งเล็กน้อย แต่เขาหยุดทันที จูบเธอปลอบโยน กระซิบคำว่ารักซ้ำ ๆ จนเธอผ่อนคลายลง เขาค่อย ๆ เคลื่อนไหวต่อ จังหวะช้า ลึก และนุ่มนวล ทุกครั้งที่ดันเข้าไป เขาจะก้มลงจูบหน้าผาก จูบจมูก จูบปากเธอไม่ขาดสาย
ทั้งคู่เริ่มหายใจถี่ขึ้นพร้อมกัน เสียงเนื้อกระทบเนื้อเบา ๆ ผสานกับเสียงครางที่หวานหยาดเยิ้ม เตโชเร่งจังหวะขึ้นเล็กน้อยเมื่อรู้สึกว่านลินเริ่มโยกตามเขา มือเธอเกาะหลังเขาแน่นจนมีรอยเล็บจาง ๆ
“ลิน… พี่ใกล้แล้วครับ… รักลิน รักลินมาก…”
“ลินก็… อ๊า… พี่เต… มาด้วยกันนะคะ…”
เขากระชากตัวเข้าไปครั้งสุดท้าย ลึกที่สุด ร่างกายทั้งคู่เกร็งแน่นพร้อมกัน ความร้อนจากภายในพุ่งทะลักออกมา เตโชครางชื่อเธอเสียงสั่น ก่อนจะก้มลงกอดเธอแน่น ขณะที่นลินตัวสั่นระริกในอ้อมกอดเขา น้ำตาแห่งความสุขไหลออกมาอีกครั้ง
ทั้งคู่นอนกอดกันอยู่อย่างนั้นนานแสนนาน เสียงหัวใจเต้นรัวของเขากระทบกับหน้าอกเธอราวกับเป็นจังหวะเพลงรักที่บรรเลงเพื่อกันและกันเท่านั้น
เตโชจูบหน้าผากเธอเบา ๆ “ขอบคุณที่ให้รางวัลพี่นะครับ… รางวัลที่ดีที่สุดในชีวิตเลย”
นลินยิ้มอ่อน ซุกหน้าลงกับอกเขา “ลินก็ได้รางวัลเหมือนกันค่ะ… ได้รู้ว่าพี่เตรักลินจริง ๆ”
เขากระชับกอดแน่นขึ้น “ต่อจากนี้ พี่จะทำให้ลินได้รางวัลทุกวันเลยนะ… จนลินจะเบื่อพี่เลยก็ได้”
นลินหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ “ลินไม่เบื่อหรอกค่ะ… เพราะวิศวกรคนนี้ของลิน ขี้อ้อนเก่งที่สุดแล้ว”
ทั้งคู่หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะหลับไปในอ้อมกอดกัน ภายใต้แสงเทียนที่ริบหรี่ และกลิ่นกุหลาบที่ยังลอยอบอวล
ภายในห้องโถงรับรองของคฤหาสน์วรโชติโภคินที่ถูกตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง บรรยากาศกลับหนักอึ้งและเย็นเฉียบจนน่าอึดอัด เจ้าสัวประจักษ์ ในชุดสูทสากลสีเทาภูมิฐานเพิ่งเดินทางกลับจากการดูงานที่ยุโรป ท่านนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักตัวยาว สายตาคมกริบจ้องมองหลานสาวเพียงคนเดียวอย่าง นลิน ที่นั่งกุมมืออยู่กับ เตโช ด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบายเขารู้เรื่องราวทั้งหมดแล้ว... ทั้งเรื่องที่เตโชเคยทำร้ายนลิน และเรื่องที่ทั้งคู่จับมือกันฟื้นฟูกิจการจนก้าวมาถึงจุดที่จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน[POV: เจ้าสัวประจักษ์ – ความแค้นที่กัดกินใจมาค่อนชีวิต]ประจักษ์มองใบหน้าของเตโชแล้วเห็นภาพซ้อนของ เจ้าสัว 'โชติ' พ่อของเตโช ศัตรูหัวใจและศัตรูธุรกิจที่เขาเชื่อเสมอว่าเป็นต้นเหตุของโศกนาฏกรรมในครอบครัวของเขา"ฉันเกลียดพ่อนาย... เกลียดจนไม่อยากให้คนนามสกุลเดียวกับมันมาเหยียบในบ้านหลังนี้" ประจักษ์คิดพลางถอนหายใจยาว ความจริงที่น้องสาวเขาต้องหนีไปกับธนา (คนขับรถ) และอุบัติเหตุที่พรากพ่อแท้ๆ ของนลินไป คือแผลเป็นที่เขายังปักใจเชื่อว่าเป็นแผนการของโชติเพื่อกำจัดคู่แข่งหัวใจ[ฉากเผชิญหน้า: การเคลียร์ใจของสองพยัคฆ์รุ่นใหญ่]"ฉันจ
ภายในห้องพิจารณาคดีที่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศครางเบาๆ บรรยากาศเต็มไปด้วยรังสีของความตึงเครียดที่แผ่ซ่านไปทั่วโถงกว้าง แสงแดดรำไรลอดผ่านหน้าต่างบานสูงทอดลำแสงลงบนพื้นหินอ่อนที่ขัดมันวาว พิมมาดา นั่งอยู่ในชุดนักโทษสีอ่อนที่ดูหม่นหมอง ใบหน้าที่เคยสวยสง่าและจองหองราวกับหงส์ผู้สูงศักดิ์ บัดนี้กลับซีดเซียวและซูบผอมลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาที่เคยเป็นประกายด้วยอำนาจเงินกลับฉายแวววูบไหวด้วยความหวาดกลัวเป็นครั้งแรกในชีวิตเธอจ้องมองไปที่ฝั่งโจทก์ ที่ซึ่ง เตโช นั่งอยู่อย่างสงบนิ่งในชุดสูทสีเข้มที่ตัดเย็บอย่างประณีต แผ่นหลังของเขาเหยียดตรงอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า ข้างกายของเขาคือ นลิน ที่นั่งกุมมือเขาไว้แน่นราวกับเป็นกำลังใจที่สำคัญที่สุด[POV: เตโช – พยัคฆ์ผู้รอคอยการพิพากษา]เตโชกวาดสายตามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ว่างเปล่า ความโกรธแค้นที่เคยแผดเผาในใจบัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความเย็นเยียบของการตัดสินใจที่เด็ดขาด เขาจำทุกลมหายใจที่แสนทรมานในคืนที่ถูกยาพิษนั่นเล่นงานได้ดี และเขาก็จำได้แม่นยำถึงน้ำตาของนลินที่ต้องมาเสี่ยงชีวิตช่วยเขา"เงินที่เธอเคยใช้ดูถูกคนอื่น... วันนี้มันจะกลับมาล
บรรยากาศหน้าตึกวิศวกรรมศาสตร์ในบ่ายวันศุกร์ดูคึกคักเป็นพิเศษ แต่สำหรับ เตโช มันคือช่วงเวลาที่บีบคั้นหัวใจที่สุดในชีวิตปี 4 ร่างสูงในชุดนักศึกษาถูกระเบียบเนี๊ยบกริบยืนกำโมเดลโครงสร้างสะพานเหล็กไว้แน่น ใบหน้าคมคายดูอิดโรยจากการปั่นโปรเจกต์อดตาหลับขับตานอนมาหลายคืน"พี่เต... สู้ๆ นะคะ ลินเชื่อว่าพี่ทำได้" เสียงหวานใสของ นลิน ดังขึ้นพร้อมกับมือนุ่มที่กุมมือหนาไว้เบาๆเตโชหันมามองเฟรชชี่ตัวน้อยที่อุตส่าห์โดดวิชาเลือกมานั่งเฝ้าเขาหน้าห้องสอบ แววตาที่เคยดุดันบัดนี้ทอประกายอ่อนเชื่อม "ถ้าพี่สอบผ่าน... ลินจะมีรางวัลให้พี่ไหมครับ?"นลินอมยิ้มแก้มตุ่ย "ผ่านให้ได้ก่อนเถอะค่ะ แล้วลินจะพิจารณา"เตโชก้มลงกระซิบชิดใบหูขาวผ่อง "งั้นเตรียมตัวไว้เลยนะ... เพราะรางวัลที่พี่จะขอ มัน 'หนัก' กว่าที่ลินคิดแน่ๆ"[POV: เตโช – การพิสูจน์ตัวเองเพื่ออนาคต]ภายในห้องสอบปากคำโปรเจกต์ เตโชนำเสนอผลงานด้วยความมั่นใจและเฉลียวฉลาด เขาตอบคำถามคณะกรรมการได้อย่างฉะฉาน ทุกลมหายใจของเขาทำเพื่อวันนี้ วันที่เขาจะเรียนจบเพื่อก้าวไปเป็นผู้ชายที่คู่ควรจะดูแลนลินและกอบกู้เกียรติยศของตระกูลคืนมาเมื่อก้าวออกมาจากห้องสอบพร้อมกับรอยยิ
แสงอาทิตย์ยามเย็นทาบทับไปทั่วลานเกียร์อันศักดิ์สิทธิ์ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ หลังจากพายุเรื่องเอกและพิมมาดาซาลงด้วยการจัดการของภีมและความฉลาดของนลิน บรรยากาศในรั้วมหาวิทยาลัยก็เริ่มกลับมาเป็นปกติ ทว่าสิ่งที่ 'ไม่ปกติ' คือร่างสูงโปร่งของ เตโช ที่บัดนี้ไม่ได้อยู่ในชุดเฮดว้ากผู้น่าเกรงขาม แต่เขากลับยืนรอใครบางคนอยู่ข้างรถยุโรปคันหรูในฐานะ "พนักงานขับรถส่วนตัว" (ที่ยังเรียนไม่จบปี 4)[POV: เตโช – รุ่นพี่ปี 4 ในคราบคนขับรถ]เตโชพรูลมหายใจออกมาเบาๆ เขาจัดเสื้อเชิ้ตพนักงานขับรถให้เข้าที่ แม้เขาจะยังมีตารางเรียนปี 4 ที่หนักหน่วง แต่เขาก็ยืนยันกับภีมว่าจะทำงานนี้ควบคู่ไปกับการเรียนเพื่อชดใช้หนี้และพิสูจน์ตัวเอง"การเรียนให้จบพร้อมกับรับใช้นลิน... คือบททดสอบที่หนักที่สุดในชีวิต แต่มันก็น่าภูมิใจที่สุด" เขายิ้มกับตัวเองเมื่อเห็นร่างเล็กของนลินเดินออกมาจากตึกเรียนพร้อมกับกลุ่มเพื่อนปี 1"อ้าว! พี่เตโช... วันนี้มารอรับ 'เจ้านาย' เร็วรัดจังนะ" เสียงแซวจากเพื่อนร่วมรุ่นปี 4 ที่เดินผ่านไปทำให้เตโชหน้าแดงนิดๆ แต่เขาก็ไม่ได้ยี่หระ[POV: นลิน – เฟรชชี่ปี 1 กับองครักษ์ส่วนตัว]สายตาของเธอเหลือบไปเห็นร่างสูง
แสงเงินแสงทองทาบทับขอบฟ้าเหนือท้องทะเลเงียบสงบ ลมทะเลพัดพาความเย็นเยียบเข้ามาในห้องนอนสีขาวสะอาดตา เตโช ลืมตาขึ้นช้าๆ ความรู้สึกหนักอึ้งในศีรษะเริ่มจางไป แทนที่ด้วยสัมผัสนุ่มนวลจากร่างเล็กที่ซุกตัวอยู่ในอ้อมแขน เขากระชับอ้อมกอดนลินไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากคลายมือเพียงนิด เธอจะมลายหายไปเหมือนความฝันแต่ข้อความจาก ภีม ที่สั่นสะเทือนอยู่ในโทรศัพท์ข้างเตียง คือเครื่องเตือนสติว่าโลกความจริงกำลังลุกเป็นไฟ[POV: เตโช – พยัคฆ์ที่ตื่นจากนิทราด้วยไฟแค้น]เตโชค่อยๆ ขยับตัวลงจากเตียงอย่างแผ่วเบาเพื่อไม่ให้คนรักตื่น เขาเดินไปที่ระเบียง สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดเพื่อเรียกสติ แววตาที่เคยพร่ามัวด้วยฤทธิ์ยากลับมาคมกริบและดุดันยิ่งกว่าเดิม"พวกมึงกล้าดียังไง... กล้าทำร้ายลิน กล้าใช้ยาโสโครกนั่นกับกู" เขาโทรกลับหาภีมทันที "ไอ้ภีม... กูพร้อมแล้ว แผนที่มึงวางไว้ เริ่มได้เลย""ดี... กูเตรียมเรือเร็วไว้ที่ท่าเทียบเรือส่วนตัว มึงต้องไปขวางพวกมันก่อนที่มันจะข้ามเขตน่านน้ำสากลไปได้" เสียงภีมดังก้องมาตามสาย แฝงไปด้วยความสะใจ "พิมมาดามันเตรียมโอนสินทรัพย์บริษัทพ่อมึงเข้าบัญชีนอมินีที่เกาะเคย์แมน ส่วนไอ้เอก... มันเ
ภายในเซฟเฮาส์ลับริมทะเลของตระกูลวรโชติโภคิน เสียงคลื่นซัดฝั่งดังแผ่วเบาเป็นฉากหลัง ท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืน เตียงกว้างในห้องนอนหลักกลายเป็นที่ระบายความทุกข์ทรมานของเตโช ชายหนุ่มนอนดิ้นพล่าน ผิวพรรณแดงก่ำด้วยฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดที่พิมมาดาตั้งใจใช้ทำลายนลิน แต่กลับกลายเป็นพิษร้ายที่กัดกินเขาแทน รอยเข็มที่แผ่นหลังกว้างยังคงเจ็บแปลบ เป็นเครื่องเตือนใจว่าเขาเลือกเอาตัวเองเข้ามาขวางเพื่อปกป้องเธอ[POV: นลิน – หัวใจที่ยอมสลายเพื่อคนรัก]นลินนั่งข้างเตียง มือบางสั่นเทาขณะใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดหน้าผากและลำคอที่ร้อนผ่าวของเขา น้ำตาไหลรินไม่หยุดเมื่อเห็นความเจ็บปวดที่เขาแบกรับเพื่อเธอ“พี่เต... พี่ทำแบบนี้ทำไม ทำไมต้องเสี่ยงขนาดนี้เพื่อลิน”“ลิน... หนีไป... อึก... อย่าใกล้พี่” เตโชพยายามผลักเธอออก เสียงแหบพร่า ดวงตาแดงก่ำด้วยตัณหาที่ถูกยาบังคับ แต่เขายังคงกำผ้าปูเตียงแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวสติ[POV: เตโช – นรกที่ไม่อาจต้านทาน]ร่างกายของเขาเหมือนถูกไฟลนทุกส่วน ทุกสัมผัสจากอากาศรอบตัวยังทำให้เสียวซ่าน แต่กลิ่นหอมอ่อนโยนจากตัวนลินที่อยู่ใกล้ คือสิ่งที่ทั้งเย้ายวนและทรมานที่สุด เขารวบรวมสติที่หลงเหลือเพื







