LOGINภายในเลาจน์วีไอพีชั้นบนสุดของโรงแรมห้าดาวใจกลางกรุงเทพฯ แสงนีออนสีม่วงอมชมพูสาดส่องลงบนกระจกบานใหญ่ มองเห็นเมืองที่ระยิบระยับราวกับอัญมณีในความมืด กลิ่นน้ำหอมชั้นดีผสานกลิ่นบุหรี่มวนพิเศษลอยอบอวล พิมมาดานั่งไขว่ห้างบนโซฟาหนังสีดำสนิท แก้วค็อกเทลสีเลือดสดในมือเรียวถูกยกขึ้นจิบช้า ๆ ลิ้นแตะขอบแก้วเบา ๆ แววตาจับจ้องประตูที่กำลังถูกผลักออก
[POV: พิมมาดา – หงส์ผู้หิวกระหาย]
เอกก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่ามั่นใจเต็มเปี่ยม เชิ้ตสีดำสนิทปลดกระดุมลงมาถึงกลางอก เผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่ตึงแน่นและรอยสักเล็ก ๆ ที่ซ่อนความดิบ รอยยิ้มมุมปากของเขาทำให้พิมมาดารู้สึกร้อนวูบวาบลึก ๆ ในท้องน้อย
“ในเมื่อเตโชไม่เล่นด้วย… ผู้ชายคนนี้ก็เพียงพอที่จะดับกระหายได้” เธอคิดพลางเลียริมฝีปากช้า ๆ จนมันชุ่มวาว
“มาเร็วกว่าที่คิดนะคะ คุณเอก” เสียงเธอพร่า ต่ำนุ่ม ชวนให้ขนลุกซู่
“ผมบอกแล้วไง… ว่าผมไม่เคยปล่อยให้ผู้หญิงระดับคุณต้องรอนาน” เอกเดินตรงมาหยุดด้านหน้า ไม่นั่งข้าง แต่โน้มตัวลงจนจมูกเกือบแตะกัน กลิ่นน้ำหอมไม้จันทน์ผสมเหล้าของเขาพุ่งเข้าจมูกเธอ “กลิ่นกายคุณมันชวนให้อยากครอบครองมากกว่าที่ผมจินตนาการไว้ตอนกลางวันเสียอีก”
[POV: เอก – เพลย์บอยที่เจอคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อ]
เอกกวาดสายตาลูบไล้ร่างกายเธอตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า หน้าอกที่ยกกระชับใต้เดรสผ้าซาตินสีดำ สะโพกโค้งมนที่เขาอยากบีบแน่น และขาที่ยาวเรียวที่ไขว่ห้างอยู่ตรงหน้า เขาผ่านผู้หญิงมานับไม่ถ้วน แต่พิมมาดามี “รสชาติ” ที่ต่างออกไป—ความร้ายกาจที่ห่อหุ้มด้วยความไฮโซ และนั่นจุดไฟลึก ๆ ในตัวเขาให้ลุกโชน
“ไวน์ชั้นดี บรรยากาศสุดหรู… และผู้หญิงที่เต็มเปี่ยมด้วยความแค้น” เขาหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำ “รู้ไหมพิม ความแค้นมันทำให้ทุกสัมผัสเข้มข้นขึ้นหลายเท่า ทำให้อยากปลดปล่อยกันจนหมดแรง”
“งั้นลองชิมรสความแค้นของฉันสิ” พิมมาดาเอื้อมมือคว้าคอเสื้อเขา ดึงแรงจนเอกเสียหลักลงมาประกบปากทันที
[ฉากปะทะร่างกายดุเดือด]
จูบแรกมันรุนแรง ดิบเถื่อน ไม่มีที่ให้ความอ่อนโยน มีเพียงริมฝีปากที่บดขยี้กัน ลิ้นที่พันรัดกันอย่างหิวกระหาย เอกจูบเธอราวกับจะกลืนกิน ขณะที่มือหนาลูบไล้ลงมาตามลำคอ ลงไปบีบหน้าอกแน่นจนพิมมาดาครางออกมาในลำคอ
เธอตอบโต้ด้วยการขย้ำไหล่เขา ดึงเชิ้ตจนกระดุมหลุดกระเด็น มือเรียวลูบไล้แผงอกแข็งแรง ลงไปปลดเข็มขัด ปลดซิปกางเกงอย่างไม่ลังเล
“คุณ… น่าประทับใจกว่าที่คิดนะเอก” เธอพูดหอบ ๆ ขณะใช้นิ้วลูบไล้ส่วนที่แข็งขึงของเขาผ่านเนื้อผ้า
เอกยิ้มเยาะ ก้มลงกัดเบา ๆ ที่ลำคอเธอจนเกิดรอยแดงจาง ๆ “ผมยังมีอะไรเซอร์ไพรส์คุณอีกเพียบ ทั้งบนเตียง… และในแผนการทำลายยัยนลินนั่น”
เขาดันเธอลงนอนบนโซฟา เดรสถูกดึงขึ้นถึงเอว ชุดชั้นในลูกไม้สีดำถูกเลื่อนลงอย่างไม่ปราณี เอกคุกเข่าลงระหว่างขาเธอ ปากร้อนชื้นเล้าโลมตั้งแต่ต้นขาด้านในขึ้นไปจนถึงจุดที่เปียกชุ่มที่สุด พิมมาดาสะดุ้ง หลังแอ่น มือจิกผมเขาแน่น
“เข้ามาในตัวฉันสิ… เร็ว ๆ เข้า” เธอสั่งเสียงสั่น
เอกไม่รอช้า เขาดึงกางเกงลง ส่วนที่แข็งขึงถูกจ่อที่รอยแยก แล้วดันเข้าไปเต็มแรงในครั้งเดียว พิมมาดาร้องออกมาด้วยความเสียวซ่านปนเจ็บ เขาเริ่มขยับสะโพกแรงและเร็ว ไม่มีจังหวะอ่อนโยน มีเพียงการครอบครองและการปลดปล่อย
ทั้งคู่ครางผสมกัน เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องในห้อง เอกจับขาเธอพาดบ่า ดันลึกเข้าไปจนสุด ทุกครั้งที่เคลื่อนไหว พิมมาดาจะเกร็งตัว ครางชื่อเขาด้วยเสียงแตกพร่า
“ชอบไหม… พิม… ชอบให้ผมครอบครองคุณแรง ๆ แบบนี้ใช่ไหม”
“ชอบ… อ๊า… เร็วอีก… ทำให้ฉันถึงจุดสุดยอดเลย”
หลังจากเปลี่ยนท่าหลายครั้ง—จากโซฟาไปที่กระจกบานใหญ่ที่มองเห็นวิวเมือง เธอถูกกดหน้าติดกระจก เอกเคลื่อนไหวจากด้านหลัง มือหนึ่งโอบคอเธอเบา ๆ อีกมือบีบหน้าอกจนแดงระเรื่อ ทั้งคู่มองเงาสะท้อนของตัวเองที่กำลังหลอมรวมกันอย่างดุเดือด
สุดท้ายทั้งคู่ถึงจุดสูงสุดพร้อมกัน เอกปล่อยความร้อนลึกเข้าไปในตัวเธอ ขณะที่พิมมาดาสั่นสะท้าน เกร็งตัวแน่น
[หลังพายุ]
ทั้งคู่นอนกองกันบนเตียงคิงไซส์ ตัวเปียกเหงื่อและกลิ่นแห่งความปรารถนา พิมมาดาพิงอกเขา นิ้วเรียววนไปมาที่รอยข่วนที่เธอทำไว้
“ฉันต้องการให้นลินเสียชื่อเสียง… ให้วรโชติโภคินอับอายจนไม่มีที่ยืนในสังคม” เสียงเธอเย็นเฉียบ “ส่วนเตโช… ฉันจะให้เขาเห็นภาพผู้หญิงที่เขารักถูกครอบครองโดยคนอื่น โดยที่เขาทำอะไรไม่ได้”
เอกหัวเราะเบา ๆ มือลูบสะโพกกลมกลึงของเธอ “ใจร้ายดี… แต่ผมชอบผู้หญิงแบบนี้”
“ผมมีเพื่อนที่เก่งเรื่องแฮ็กกล้องวงจรปิด และรู้ตารางทุกอย่างของนลิน คืนนี้ที่ผับเดิม ผมจะให้คนล่อเธอออกมา ส่วนคุณ… เตรียมกล้องกับนักข่าวสายฉาวไว้”
“ดีค่ะ ฉันจะตอบแทนคุณอย่างงาม”
เอกโน้มลงมาจูบที่ไหล่เปื้อนเหงื่อ “ผมไม่ต้องการเงินพิม ผมต้องการแต่ความสุขแบบนี้… และชัยชนะเหนือไอ้ภีม ไอ้เตโชก็พอ”
ในขณะที่คู่ร้ายกำลังเสพสุขและวางแผนชั่วร้าย ท่ามกลางแสงไฟเมืองที่ส่องเข้ามา บนยอดตึกคฤหาสน์วรโชติโภคินยังคงเงียบสงบ เตโชเพิ่งจอดรถเสร็จ เดินขึ้นมาด้วยความเหนื่อยล้า สายตาจ้องไปที่หน้าต่างห้องนอนของนลินที่ยังสว่างอยู่
เขาไม่รู้เลยว่า พายุแห่งความแค้นจาก “หงส์ไฮโซกับอสรพิษเพลย์บอย” กำลังจะพัดถล่ม และความสัมพันธ์ทางกายที่ไร้พันธะของทั้งคู่ จะกลายเป็นอาวุธที่ร้ายกาจที่สุดที่เขาและนลินเคยเผชิญ
ภายในห้องโถงรับรองของคฤหาสน์วรโชติโภคินที่ถูกตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง บรรยากาศกลับหนักอึ้งและเย็นเฉียบจนน่าอึดอัด เจ้าสัวประจักษ์ ในชุดสูทสากลสีเทาภูมิฐานเพิ่งเดินทางกลับจากการดูงานที่ยุโรป ท่านนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักตัวยาว สายตาคมกริบจ้องมองหลานสาวเพียงคนเดียวอย่าง นลิน ที่นั่งกุมมืออยู่กับ เตโช ด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบายเขารู้เรื่องราวทั้งหมดแล้ว... ทั้งเรื่องที่เตโชเคยทำร้ายนลิน และเรื่องที่ทั้งคู่จับมือกันฟื้นฟูกิจการจนก้าวมาถึงจุดที่จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน[POV: เจ้าสัวประจักษ์ – ความแค้นที่กัดกินใจมาค่อนชีวิต]ประจักษ์มองใบหน้าของเตโชแล้วเห็นภาพซ้อนของ เจ้าสัว 'โชติ' พ่อของเตโช ศัตรูหัวใจและศัตรูธุรกิจที่เขาเชื่อเสมอว่าเป็นต้นเหตุของโศกนาฏกรรมในครอบครัวของเขา"ฉันเกลียดพ่อนาย... เกลียดจนไม่อยากให้คนนามสกุลเดียวกับมันมาเหยียบในบ้านหลังนี้" ประจักษ์คิดพลางถอนหายใจยาว ความจริงที่น้องสาวเขาต้องหนีไปกับธนา (คนขับรถ) และอุบัติเหตุที่พรากพ่อแท้ๆ ของนลินไป คือแผลเป็นที่เขายังปักใจเชื่อว่าเป็นแผนการของโชติเพื่อกำจัดคู่แข่งหัวใจ[ฉากเผชิญหน้า: การเคลียร์ใจของสองพยัคฆ์รุ่นใหญ่]"ฉันจ
ภายในห้องพิจารณาคดีที่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศครางเบาๆ บรรยากาศเต็มไปด้วยรังสีของความตึงเครียดที่แผ่ซ่านไปทั่วโถงกว้าง แสงแดดรำไรลอดผ่านหน้าต่างบานสูงทอดลำแสงลงบนพื้นหินอ่อนที่ขัดมันวาว พิมมาดา นั่งอยู่ในชุดนักโทษสีอ่อนที่ดูหม่นหมอง ใบหน้าที่เคยสวยสง่าและจองหองราวกับหงส์ผู้สูงศักดิ์ บัดนี้กลับซีดเซียวและซูบผอมลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาที่เคยเป็นประกายด้วยอำนาจเงินกลับฉายแวววูบไหวด้วยความหวาดกลัวเป็นครั้งแรกในชีวิตเธอจ้องมองไปที่ฝั่งโจทก์ ที่ซึ่ง เตโช นั่งอยู่อย่างสงบนิ่งในชุดสูทสีเข้มที่ตัดเย็บอย่างประณีต แผ่นหลังของเขาเหยียดตรงอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า ข้างกายของเขาคือ นลิน ที่นั่งกุมมือเขาไว้แน่นราวกับเป็นกำลังใจที่สำคัญที่สุด[POV: เตโช – พยัคฆ์ผู้รอคอยการพิพากษา]เตโชกวาดสายตามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ว่างเปล่า ความโกรธแค้นที่เคยแผดเผาในใจบัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความเย็นเยียบของการตัดสินใจที่เด็ดขาด เขาจำทุกลมหายใจที่แสนทรมานในคืนที่ถูกยาพิษนั่นเล่นงานได้ดี และเขาก็จำได้แม่นยำถึงน้ำตาของนลินที่ต้องมาเสี่ยงชีวิตช่วยเขา"เงินที่เธอเคยใช้ดูถูกคนอื่น... วันนี้มันจะกลับมาล
บรรยากาศหน้าตึกวิศวกรรมศาสตร์ในบ่ายวันศุกร์ดูคึกคักเป็นพิเศษ แต่สำหรับ เตโช มันคือช่วงเวลาที่บีบคั้นหัวใจที่สุดในชีวิตปี 4 ร่างสูงในชุดนักศึกษาถูกระเบียบเนี๊ยบกริบยืนกำโมเดลโครงสร้างสะพานเหล็กไว้แน่น ใบหน้าคมคายดูอิดโรยจากการปั่นโปรเจกต์อดตาหลับขับตานอนมาหลายคืน"พี่เต... สู้ๆ นะคะ ลินเชื่อว่าพี่ทำได้" เสียงหวานใสของ นลิน ดังขึ้นพร้อมกับมือนุ่มที่กุมมือหนาไว้เบาๆเตโชหันมามองเฟรชชี่ตัวน้อยที่อุตส่าห์โดดวิชาเลือกมานั่งเฝ้าเขาหน้าห้องสอบ แววตาที่เคยดุดันบัดนี้ทอประกายอ่อนเชื่อม "ถ้าพี่สอบผ่าน... ลินจะมีรางวัลให้พี่ไหมครับ?"นลินอมยิ้มแก้มตุ่ย "ผ่านให้ได้ก่อนเถอะค่ะ แล้วลินจะพิจารณา"เตโชก้มลงกระซิบชิดใบหูขาวผ่อง "งั้นเตรียมตัวไว้เลยนะ... เพราะรางวัลที่พี่จะขอ มัน 'หนัก' กว่าที่ลินคิดแน่ๆ"[POV: เตโช – การพิสูจน์ตัวเองเพื่ออนาคต]ภายในห้องสอบปากคำโปรเจกต์ เตโชนำเสนอผลงานด้วยความมั่นใจและเฉลียวฉลาด เขาตอบคำถามคณะกรรมการได้อย่างฉะฉาน ทุกลมหายใจของเขาทำเพื่อวันนี้ วันที่เขาจะเรียนจบเพื่อก้าวไปเป็นผู้ชายที่คู่ควรจะดูแลนลินและกอบกู้เกียรติยศของตระกูลคืนมาเมื่อก้าวออกมาจากห้องสอบพร้อมกับรอยยิ
แสงอาทิตย์ยามเย็นทาบทับไปทั่วลานเกียร์อันศักดิ์สิทธิ์ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ หลังจากพายุเรื่องเอกและพิมมาดาซาลงด้วยการจัดการของภีมและความฉลาดของนลิน บรรยากาศในรั้วมหาวิทยาลัยก็เริ่มกลับมาเป็นปกติ ทว่าสิ่งที่ 'ไม่ปกติ' คือร่างสูงโปร่งของ เตโช ที่บัดนี้ไม่ได้อยู่ในชุดเฮดว้ากผู้น่าเกรงขาม แต่เขากลับยืนรอใครบางคนอยู่ข้างรถยุโรปคันหรูในฐานะ "พนักงานขับรถส่วนตัว" (ที่ยังเรียนไม่จบปี 4)[POV: เตโช – รุ่นพี่ปี 4 ในคราบคนขับรถ]เตโชพรูลมหายใจออกมาเบาๆ เขาจัดเสื้อเชิ้ตพนักงานขับรถให้เข้าที่ แม้เขาจะยังมีตารางเรียนปี 4 ที่หนักหน่วง แต่เขาก็ยืนยันกับภีมว่าจะทำงานนี้ควบคู่ไปกับการเรียนเพื่อชดใช้หนี้และพิสูจน์ตัวเอง"การเรียนให้จบพร้อมกับรับใช้นลิน... คือบททดสอบที่หนักที่สุดในชีวิต แต่มันก็น่าภูมิใจที่สุด" เขายิ้มกับตัวเองเมื่อเห็นร่างเล็กของนลินเดินออกมาจากตึกเรียนพร้อมกับกลุ่มเพื่อนปี 1"อ้าว! พี่เตโช... วันนี้มารอรับ 'เจ้านาย' เร็วรัดจังนะ" เสียงแซวจากเพื่อนร่วมรุ่นปี 4 ที่เดินผ่านไปทำให้เตโชหน้าแดงนิดๆ แต่เขาก็ไม่ได้ยี่หระ[POV: นลิน – เฟรชชี่ปี 1 กับองครักษ์ส่วนตัว]สายตาของเธอเหลือบไปเห็นร่างสูง
แสงเงินแสงทองทาบทับขอบฟ้าเหนือท้องทะเลเงียบสงบ ลมทะเลพัดพาความเย็นเยียบเข้ามาในห้องนอนสีขาวสะอาดตา เตโช ลืมตาขึ้นช้าๆ ความรู้สึกหนักอึ้งในศีรษะเริ่มจางไป แทนที่ด้วยสัมผัสนุ่มนวลจากร่างเล็กที่ซุกตัวอยู่ในอ้อมแขน เขากระชับอ้อมกอดนลินไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากคลายมือเพียงนิด เธอจะมลายหายไปเหมือนความฝันแต่ข้อความจาก ภีม ที่สั่นสะเทือนอยู่ในโทรศัพท์ข้างเตียง คือเครื่องเตือนสติว่าโลกความจริงกำลังลุกเป็นไฟ[POV: เตโช – พยัคฆ์ที่ตื่นจากนิทราด้วยไฟแค้น]เตโชค่อยๆ ขยับตัวลงจากเตียงอย่างแผ่วเบาเพื่อไม่ให้คนรักตื่น เขาเดินไปที่ระเบียง สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดเพื่อเรียกสติ แววตาที่เคยพร่ามัวด้วยฤทธิ์ยากลับมาคมกริบและดุดันยิ่งกว่าเดิม"พวกมึงกล้าดียังไง... กล้าทำร้ายลิน กล้าใช้ยาโสโครกนั่นกับกู" เขาโทรกลับหาภีมทันที "ไอ้ภีม... กูพร้อมแล้ว แผนที่มึงวางไว้ เริ่มได้เลย""ดี... กูเตรียมเรือเร็วไว้ที่ท่าเทียบเรือส่วนตัว มึงต้องไปขวางพวกมันก่อนที่มันจะข้ามเขตน่านน้ำสากลไปได้" เสียงภีมดังก้องมาตามสาย แฝงไปด้วยความสะใจ "พิมมาดามันเตรียมโอนสินทรัพย์บริษัทพ่อมึงเข้าบัญชีนอมินีที่เกาะเคย์แมน ส่วนไอ้เอก... มันเ
ภายในเซฟเฮาส์ลับริมทะเลของตระกูลวรโชติโภคิน เสียงคลื่นซัดฝั่งดังแผ่วเบาเป็นฉากหลัง ท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืน เตียงกว้างในห้องนอนหลักกลายเป็นที่ระบายความทุกข์ทรมานของเตโช ชายหนุ่มนอนดิ้นพล่าน ผิวพรรณแดงก่ำด้วยฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดที่พิมมาดาตั้งใจใช้ทำลายนลิน แต่กลับกลายเป็นพิษร้ายที่กัดกินเขาแทน รอยเข็มที่แผ่นหลังกว้างยังคงเจ็บแปลบ เป็นเครื่องเตือนใจว่าเขาเลือกเอาตัวเองเข้ามาขวางเพื่อปกป้องเธอ[POV: นลิน – หัวใจที่ยอมสลายเพื่อคนรัก]นลินนั่งข้างเตียง มือบางสั่นเทาขณะใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดหน้าผากและลำคอที่ร้อนผ่าวของเขา น้ำตาไหลรินไม่หยุดเมื่อเห็นความเจ็บปวดที่เขาแบกรับเพื่อเธอ“พี่เต... พี่ทำแบบนี้ทำไม ทำไมต้องเสี่ยงขนาดนี้เพื่อลิน”“ลิน... หนีไป... อึก... อย่าใกล้พี่” เตโชพยายามผลักเธอออก เสียงแหบพร่า ดวงตาแดงก่ำด้วยตัณหาที่ถูกยาบังคับ แต่เขายังคงกำผ้าปูเตียงแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวสติ[POV: เตโช – นรกที่ไม่อาจต้านทาน]ร่างกายของเขาเหมือนถูกไฟลนทุกส่วน ทุกสัมผัสจากอากาศรอบตัวยังทำให้เสียวซ่าน แต่กลิ่นหอมอ่อนโยนจากตัวนลินที่อยู่ใกล้ คือสิ่งที่ทั้งเย้ายวนและทรมานที่สุด เขารวบรวมสติที่หลงเหลือเพื







