Masukเช้าวันรุ่งขึ้น ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ บรรยากาศดูจะปกติดีทว่ากลับมีความตึงเครียดแฝงอยู่ใต้ผิวน้ำ นลินก้าวลงจากรถยุโรปคันหรูโดยมี เตโช ในชุดพนักงานขับรถเดินตามหลังไปส่งถึงหน้าตึก แววตาของเตโชในวันนี้ดูระแวดระวังผิดปกติ เขาไม่ได้มองเพียงแค่ทางเดิน แต่มักจะกวาดสายตาไปรอบๆ ราวกับสัมผัสได้ถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา
"คุณหนูครับ... วันนี้ถ้าเลิกเรียนแล้ว รบกวนรอผมอยู่ที่หน้าห้องนะครับ อย่าไปไหนคนเดียวเด็ดขาด" เตโชเอ่ยเสียงต่ำขณะส่งกระเป๋าให้นลิน
นลินขมวดคิ้ว "พี่เป็นอะไรไปคะพี่เต? ลินอยู่ใกล้มือพี่ภีมขนาดนี้ ใครจะกล้าทำอะไร"
"ผมสังเกตเห็นรถแปลกๆ วนเวียนอยู่แถวบ้านตั้งแต่เมื่อคืน... เชื่อผมเถอะครับ" เตโชสบตานลินด้วยแววตาอ้อนวอน แววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยจนนลินต้องพยักหน้ายอมรับอย่างเสียไม่ได้
ช่วงพักกลางวัน ในขณะที่มีนาเดินแยกไปซื้อน้ำ เอก ก้าวเข้ามาหานลินด้วยรอยยิ้มที่ดูสุภาพที่สุดเท่าที่เขาจะปั้นแต่งได้ เขาไม่ได้แสดงท่าทีคุกคามเหมือนทุกครั้ง แต่กลับดูเร่งรีบและกังวล
"นลินครับ! แย่แล้ว... มีนาเกิดเรื่อง!" เอกเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก
นลินเบิกตากว้าง "มีนาเป็นอะไรคะพี่เอก?"
"มีนาถูกรุ่นพี่ปี 4 กลุ่มหนึ่งแกล้งลากไปที่คลับใกล้ๆ มหาวิทยาลัยครับ พี่พยายามห้ามแล้วแต่พวกนั้นไม่ฟัง มันบอกว่าอยากเคลียร์เรื่องที่พี่ภีมไปทำร้ายพวกมันวันก่อน... นลินรีบไปช่วยเพื่อนเถอะครับ พี่ภีมติดต่อไม่ได้เลย!"
นลินใจหายวาบ เธอพยายามกดโทรศัพท์หาภีมแต่สัญญาณกลับถูกรบกวน (ด้วยฝีมือเครื่องตัดสัญญาณที่เอกแอบวางไว้ในพุ่มไม้) ความเป็นห่วงเพื่อนทำให้สติของเธอขาดผึ่ง เธอหลงลืมคำเตือนของเตโชไปในพริบตา
"พี่เอกพาพิมไปทีค่ะ! เร็วเข้า!"
เตโชที่ถูกภีมเรียกไปช่วยดูงานที่โกดังเก็บของหลังคณะ (ซึ่งเป็นแผนการแยกตัวของพิมมาดาที่จ้างคนมาลวงภีมไปอีกทาง) เริ่มรู้สึกผิดปกติ เมื่อเขาเห็นรถของเอกแล่นผ่านหน้าโกดังไปด้วยความเร็วสูง และที่เบาะหลัง... เขาเห็นแผ่นหลังที่แสนคุ้นเคยของนลิน
"บ้าเอ๊ย! ไอ้ภีม! นลินโดนลักพาตัว!" เตโชตะโกนก้องก่อนจะกระโดดขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ของคนงานแถวนั้นแล้วบิดคันเร่งตามไปทันที
เขารู้ทันทีว่านี่คือแผนการของเอกและพิมมาดา เพราะกลิ่นน้ำหอมและรังสีความร้ายกาจที่เขาได้สัมผัสเมื่อคืนที่คลับหรู มันชัดเจนว่าคนพวกนี้ไม่หยุดแค่การขู่แน่นอน
รถของเอกเลี้ยวเข้าไปจอดที่ด้านหลังคลับที่เงียบสงัดในช่วงกลางวัน นลินรีบลงจากรถโดยมีเอกเดินนำเข้าไปในโซนวีไอพีที่ปิดไฟมืดสนิท
"มีนาอยู่ไหนคะพี่เอก?" นลินถามพลางกวาดสายตามองไปรอบห้องที่ว่างเปล่า
"มีนาไม่มาหรอกครับนลิน... เพราะคนที่ต้องมาติดกับในวันนี้ คือ 'นลิน' ต่างหาก" เสียงหวานแหลมของ พิมมาดา ดังขึ้นจากเงามืด เธอเดินออกมาพร้อมกับถือกล้องวิดีโอในมือ และมีลูกน้องชายฉกรรจ์สองคนยืนคุมเชิงอยู่ข้างหลัง
นลินถอยหลังกรูดแต่กลับปะทะเข้ากับหน้าอกแกร่งของเอกที่บัดนี้ล็อคตัวเธอไว้แน่น "พี่เอก! ปล่อยนะ! พี่ทำแบบนี้ทำไม!"
"ทำไมเหรอ?" เอกหัวเราะอย่างบ้าคลั่งพลางสูดดมกลิ่นหอมจากซอกคอของนลิน "เพราะความถือตัวของคุณไงนลิน... เพราะความจองหองของพี่ชายคุณ และเพราะความอยากได้ของคุณหนูพิมมาดาที่พร้อมจะจ่ายหนักเพื่อให้คุณพินาศ"
พิมมาดาเดินเข้ามาใกล้พลางใช้ปลายนิ้วเชยคางนลินขึ้นมา "วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่คุณจะได้เชิดหน้าชูตาในฐานะวรโชติโภคิน... เพราะภาพหลุดของคุณกับพี่เอกในคืนนี้ จะกระจายไปทั่วทุกสื่อจนคุณไม่มีที่ยืนในสังคม!"
พิมมาดาสั่งให้ลูกน้องจับนลินมัดไว้บนโซฟา เธอหยิบเข็มฉีดยาที่มีของเหลวสีใสออกมา "ยาตัวนี้จะทำให้คุณ 'รุ่มร้อน' จนต้องอ้อนวอนขอความเมตตาจากพี่เอก... และฉันจะบันทึกทุกวินาทีที่น่าอดสูของคุณไว้ดูเล่น"
นลินส่ายหน้าด้วยความหวาดกลัว น้ำตาไหลอาบแก้ม "อย่า... พี่พิม ลินขอร้อง"
"ขอร้องเหรอ? ตอนที่แกขยำเงินฉันทิ้งต่อหน้าเตโช แกเคยขอร้องไหม!" พิมมาดาเงื้อมมือขึ้นจะปักเข็มลงบนแขนของนลิน ทว่า...
ปัง!
เสียงประตูไม้โอ๊คหนาถูกถีบออกอย่างแรงจนบานพับหลุดกระเด็น เตโช พุ่งเข้ามาในห้องด้วยสภาพหัวใจที่แทบจะหยุดเต้น ใบหน้าของเขามืดมนราวกับพญามัจจุราชที่หลุดมาจากขุมนรก
"ปล่อยเมียกูเดี๋ยวนี้!!!" เตโชตะโกนก้อง เสียงของเขาดังสนั่นจนพิมมาดาชะงัก
"เตโช! คุณมาได้ยังไง!" พิมมาดากรีดร้อง "ลูกน้อง! จัดการมัน!"
ชายฉกรรจ์สองคนพุ่งเข้าใส่เตโชทันที เตโชไม่ได้ใช้แค่กำลัง แต่เขาใช้ความบ้าคลั่งที่เกิดจากความรักและความรู้สึกผิด เขาถูกต่อยเข้าที่ใบหน้าจนเลือดกบปาก และถูกไม้เบสบอลฟาดเข้าที่แผ่นหลังจนทรุดลง แต่เขาก็ยังกัดฟันลุกขึ้นมาสู้ต่อ
เขากระชากไม้เบสบอลมาได้แล้วหวดเข้าที่ขาของลูกน้องคนหนึ่งจนล้มฟุบ ก่อนจะพุ่งเข้าไปคว้าคอเสื้อเอกที่กำลังจะใช้โอกาสนี้หนีไปพร้อมนลิน
"มึง... ไอ้เอก! มึงทำน้องกูไม่พอ มึงยังจะทำลินอีกเหรอ!" เตโชซัดหมัดหนักๆ เข้าที่หน้าเอกจนอีกฝ่ายหน้าหันเลือดกบปาก
ในจังหวะที่พิมมาดาเห็นท่าไม่ดี เธอตัดสินใจหยิบเข็มฉีดยาพุ่งเข้าหานลินหวังจะทำให้ทุกอย่างจบลงตามแผน แต่เตโชที่เหลือบเห็นรีบพุ่งตัวเข้าไปขวางนลินไว้ทันที
"ฉึก!"
เข็มฉีดยาปักลงบนแผ่นหลังของเตโชแทน พิมมาดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ "เตโช! ไม่นะ!"
เตโชดึงเข็มออกแล้วเหวี่ยงทิ้ง แววตาของเขาเริ่มพร่ามัวจากฤทธิ์ยาที่รุนแรง แต่เขาก็ยังแข็งใจประคองนลินขึ้นมา "ลิน... หนีไป... ไปหาพี่ภีม..."
"พี่เต! พี่โดนยา! ลินไม่ทิ้งพี่!" นลินร้องไห้โฮกอดร่างที่เริ่มสั่นเทาของเตโชไว้แน่น
พิมมาดาและเอกที่ได้รับบาดเจ็บรีบหนีออกจากทางประตูด้านหลังเมื่อได้ยินเสียงไซเรนรถตำรวจที่ภีมแจ้งเหตุตามมาติดๆ
เตโชที่นอนสลบไสลอยู่ในอ้อมกอดของนลิน ฤทธิ์ยาที่เอกและพิมมาดาเตรียมไว้อย่างดาร์กเริ่มทำงานในร่างกายของเขา ความร้อนรุ่มและการสูญเสียการควบคุมกำลังจะทำให้เตโชกลายเป็นพยัคฆ์ที่คลุ้มคลั่ง และนลิน... คือคนเดียวที่ต้องเผชิญกับพายุอารมณ์นี้เพียงลำพัง
ภายในห้องโถงรับรองของคฤหาสน์วรโชติโภคินที่ถูกตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง บรรยากาศกลับหนักอึ้งและเย็นเฉียบจนน่าอึดอัด เจ้าสัวประจักษ์ ในชุดสูทสากลสีเทาภูมิฐานเพิ่งเดินทางกลับจากการดูงานที่ยุโรป ท่านนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักตัวยาว สายตาคมกริบจ้องมองหลานสาวเพียงคนเดียวอย่าง นลิน ที่นั่งกุมมืออยู่กับ เตโช ด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบายเขารู้เรื่องราวทั้งหมดแล้ว... ทั้งเรื่องที่เตโชเคยทำร้ายนลิน และเรื่องที่ทั้งคู่จับมือกันฟื้นฟูกิจการจนก้าวมาถึงจุดที่จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน[POV: เจ้าสัวประจักษ์ – ความแค้นที่กัดกินใจมาค่อนชีวิต]ประจักษ์มองใบหน้าของเตโชแล้วเห็นภาพซ้อนของ เจ้าสัว 'โชติ' พ่อของเตโช ศัตรูหัวใจและศัตรูธุรกิจที่เขาเชื่อเสมอว่าเป็นต้นเหตุของโศกนาฏกรรมในครอบครัวของเขา"ฉันเกลียดพ่อนาย... เกลียดจนไม่อยากให้คนนามสกุลเดียวกับมันมาเหยียบในบ้านหลังนี้" ประจักษ์คิดพลางถอนหายใจยาว ความจริงที่น้องสาวเขาต้องหนีไปกับธนา (คนขับรถ) และอุบัติเหตุที่พรากพ่อแท้ๆ ของนลินไป คือแผลเป็นที่เขายังปักใจเชื่อว่าเป็นแผนการของโชติเพื่อกำจัดคู่แข่งหัวใจ[ฉากเผชิญหน้า: การเคลียร์ใจของสองพยัคฆ์รุ่นใหญ่]"ฉันจ
ภายในห้องพิจารณาคดีที่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศครางเบาๆ บรรยากาศเต็มไปด้วยรังสีของความตึงเครียดที่แผ่ซ่านไปทั่วโถงกว้าง แสงแดดรำไรลอดผ่านหน้าต่างบานสูงทอดลำแสงลงบนพื้นหินอ่อนที่ขัดมันวาว พิมมาดา นั่งอยู่ในชุดนักโทษสีอ่อนที่ดูหม่นหมอง ใบหน้าที่เคยสวยสง่าและจองหองราวกับหงส์ผู้สูงศักดิ์ บัดนี้กลับซีดเซียวและซูบผอมลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาที่เคยเป็นประกายด้วยอำนาจเงินกลับฉายแวววูบไหวด้วยความหวาดกลัวเป็นครั้งแรกในชีวิตเธอจ้องมองไปที่ฝั่งโจทก์ ที่ซึ่ง เตโช นั่งอยู่อย่างสงบนิ่งในชุดสูทสีเข้มที่ตัดเย็บอย่างประณีต แผ่นหลังของเขาเหยียดตรงอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า ข้างกายของเขาคือ นลิน ที่นั่งกุมมือเขาไว้แน่นราวกับเป็นกำลังใจที่สำคัญที่สุด[POV: เตโช – พยัคฆ์ผู้รอคอยการพิพากษา]เตโชกวาดสายตามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ว่างเปล่า ความโกรธแค้นที่เคยแผดเผาในใจบัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความเย็นเยียบของการตัดสินใจที่เด็ดขาด เขาจำทุกลมหายใจที่แสนทรมานในคืนที่ถูกยาพิษนั่นเล่นงานได้ดี และเขาก็จำได้แม่นยำถึงน้ำตาของนลินที่ต้องมาเสี่ยงชีวิตช่วยเขา"เงินที่เธอเคยใช้ดูถูกคนอื่น... วันนี้มันจะกลับมาล
บรรยากาศหน้าตึกวิศวกรรมศาสตร์ในบ่ายวันศุกร์ดูคึกคักเป็นพิเศษ แต่สำหรับ เตโช มันคือช่วงเวลาที่บีบคั้นหัวใจที่สุดในชีวิตปี 4 ร่างสูงในชุดนักศึกษาถูกระเบียบเนี๊ยบกริบยืนกำโมเดลโครงสร้างสะพานเหล็กไว้แน่น ใบหน้าคมคายดูอิดโรยจากการปั่นโปรเจกต์อดตาหลับขับตานอนมาหลายคืน"พี่เต... สู้ๆ นะคะ ลินเชื่อว่าพี่ทำได้" เสียงหวานใสของ นลิน ดังขึ้นพร้อมกับมือนุ่มที่กุมมือหนาไว้เบาๆเตโชหันมามองเฟรชชี่ตัวน้อยที่อุตส่าห์โดดวิชาเลือกมานั่งเฝ้าเขาหน้าห้องสอบ แววตาที่เคยดุดันบัดนี้ทอประกายอ่อนเชื่อม "ถ้าพี่สอบผ่าน... ลินจะมีรางวัลให้พี่ไหมครับ?"นลินอมยิ้มแก้มตุ่ย "ผ่านให้ได้ก่อนเถอะค่ะ แล้วลินจะพิจารณา"เตโชก้มลงกระซิบชิดใบหูขาวผ่อง "งั้นเตรียมตัวไว้เลยนะ... เพราะรางวัลที่พี่จะขอ มัน 'หนัก' กว่าที่ลินคิดแน่ๆ"[POV: เตโช – การพิสูจน์ตัวเองเพื่ออนาคต]ภายในห้องสอบปากคำโปรเจกต์ เตโชนำเสนอผลงานด้วยความมั่นใจและเฉลียวฉลาด เขาตอบคำถามคณะกรรมการได้อย่างฉะฉาน ทุกลมหายใจของเขาทำเพื่อวันนี้ วันที่เขาจะเรียนจบเพื่อก้าวไปเป็นผู้ชายที่คู่ควรจะดูแลนลินและกอบกู้เกียรติยศของตระกูลคืนมาเมื่อก้าวออกมาจากห้องสอบพร้อมกับรอยยิ
แสงอาทิตย์ยามเย็นทาบทับไปทั่วลานเกียร์อันศักดิ์สิทธิ์ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ หลังจากพายุเรื่องเอกและพิมมาดาซาลงด้วยการจัดการของภีมและความฉลาดของนลิน บรรยากาศในรั้วมหาวิทยาลัยก็เริ่มกลับมาเป็นปกติ ทว่าสิ่งที่ 'ไม่ปกติ' คือร่างสูงโปร่งของ เตโช ที่บัดนี้ไม่ได้อยู่ในชุดเฮดว้ากผู้น่าเกรงขาม แต่เขากลับยืนรอใครบางคนอยู่ข้างรถยุโรปคันหรูในฐานะ "พนักงานขับรถส่วนตัว" (ที่ยังเรียนไม่จบปี 4)[POV: เตโช – รุ่นพี่ปี 4 ในคราบคนขับรถ]เตโชพรูลมหายใจออกมาเบาๆ เขาจัดเสื้อเชิ้ตพนักงานขับรถให้เข้าที่ แม้เขาจะยังมีตารางเรียนปี 4 ที่หนักหน่วง แต่เขาก็ยืนยันกับภีมว่าจะทำงานนี้ควบคู่ไปกับการเรียนเพื่อชดใช้หนี้และพิสูจน์ตัวเอง"การเรียนให้จบพร้อมกับรับใช้นลิน... คือบททดสอบที่หนักที่สุดในชีวิต แต่มันก็น่าภูมิใจที่สุด" เขายิ้มกับตัวเองเมื่อเห็นร่างเล็กของนลินเดินออกมาจากตึกเรียนพร้อมกับกลุ่มเพื่อนปี 1"อ้าว! พี่เตโช... วันนี้มารอรับ 'เจ้านาย' เร็วรัดจังนะ" เสียงแซวจากเพื่อนร่วมรุ่นปี 4 ที่เดินผ่านไปทำให้เตโชหน้าแดงนิดๆ แต่เขาก็ไม่ได้ยี่หระ[POV: นลิน – เฟรชชี่ปี 1 กับองครักษ์ส่วนตัว]สายตาของเธอเหลือบไปเห็นร่างสูง
แสงเงินแสงทองทาบทับขอบฟ้าเหนือท้องทะเลเงียบสงบ ลมทะเลพัดพาความเย็นเยียบเข้ามาในห้องนอนสีขาวสะอาดตา เตโช ลืมตาขึ้นช้าๆ ความรู้สึกหนักอึ้งในศีรษะเริ่มจางไป แทนที่ด้วยสัมผัสนุ่มนวลจากร่างเล็กที่ซุกตัวอยู่ในอ้อมแขน เขากระชับอ้อมกอดนลินไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากคลายมือเพียงนิด เธอจะมลายหายไปเหมือนความฝันแต่ข้อความจาก ภีม ที่สั่นสะเทือนอยู่ในโทรศัพท์ข้างเตียง คือเครื่องเตือนสติว่าโลกความจริงกำลังลุกเป็นไฟ[POV: เตโช – พยัคฆ์ที่ตื่นจากนิทราด้วยไฟแค้น]เตโชค่อยๆ ขยับตัวลงจากเตียงอย่างแผ่วเบาเพื่อไม่ให้คนรักตื่น เขาเดินไปที่ระเบียง สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดเพื่อเรียกสติ แววตาที่เคยพร่ามัวด้วยฤทธิ์ยากลับมาคมกริบและดุดันยิ่งกว่าเดิม"พวกมึงกล้าดียังไง... กล้าทำร้ายลิน กล้าใช้ยาโสโครกนั่นกับกู" เขาโทรกลับหาภีมทันที "ไอ้ภีม... กูพร้อมแล้ว แผนที่มึงวางไว้ เริ่มได้เลย""ดี... กูเตรียมเรือเร็วไว้ที่ท่าเทียบเรือส่วนตัว มึงต้องไปขวางพวกมันก่อนที่มันจะข้ามเขตน่านน้ำสากลไปได้" เสียงภีมดังก้องมาตามสาย แฝงไปด้วยความสะใจ "พิมมาดามันเตรียมโอนสินทรัพย์บริษัทพ่อมึงเข้าบัญชีนอมินีที่เกาะเคย์แมน ส่วนไอ้เอก... มันเ
ภายในเซฟเฮาส์ลับริมทะเลของตระกูลวรโชติโภคิน เสียงคลื่นซัดฝั่งดังแผ่วเบาเป็นฉากหลัง ท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืน เตียงกว้างในห้องนอนหลักกลายเป็นที่ระบายความทุกข์ทรมานของเตโช ชายหนุ่มนอนดิ้นพล่าน ผิวพรรณแดงก่ำด้วยฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดที่พิมมาดาตั้งใจใช้ทำลายนลิน แต่กลับกลายเป็นพิษร้ายที่กัดกินเขาแทน รอยเข็มที่แผ่นหลังกว้างยังคงเจ็บแปลบ เป็นเครื่องเตือนใจว่าเขาเลือกเอาตัวเองเข้ามาขวางเพื่อปกป้องเธอ[POV: นลิน – หัวใจที่ยอมสลายเพื่อคนรัก]นลินนั่งข้างเตียง มือบางสั่นเทาขณะใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดหน้าผากและลำคอที่ร้อนผ่าวของเขา น้ำตาไหลรินไม่หยุดเมื่อเห็นความเจ็บปวดที่เขาแบกรับเพื่อเธอ“พี่เต... พี่ทำแบบนี้ทำไม ทำไมต้องเสี่ยงขนาดนี้เพื่อลิน”“ลิน... หนีไป... อึก... อย่าใกล้พี่” เตโชพยายามผลักเธอออก เสียงแหบพร่า ดวงตาแดงก่ำด้วยตัณหาที่ถูกยาบังคับ แต่เขายังคงกำผ้าปูเตียงแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวสติ[POV: เตโช – นรกที่ไม่อาจต้านทาน]ร่างกายของเขาเหมือนถูกไฟลนทุกส่วน ทุกสัมผัสจากอากาศรอบตัวยังทำให้เสียวซ่าน แต่กลิ่นหอมอ่อนโยนจากตัวนลินที่อยู่ใกล้ คือสิ่งที่ทั้งเย้ายวนและทรมานที่สุด เขารวบรวมสติที่หลงเหลือเพื







