LOGINแสงอาทิตย์ยามเย็นทาบทับไปทั่วลานเกียร์อันศักดิ์สิทธิ์ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ หลังจากพายุเรื่องเอกและพิมมาดาซาลงด้วยการจัดการของภีมและความฉลาดของนลิน บรรยากาศในรั้วมหาวิทยาลัยก็เริ่มกลับมาเป็นปกติ ทว่าสิ่งที่ 'ไม่ปกติ' คือร่างสูงโปร่งของ เตโช ที่บัดนี้ไม่ได้อยู่ในชุดเฮดว้ากผู้น่าเกรงขาม แต่เขากลับยืนรอใครบางคนอยู่ข้างรถยุโรปคันหรูในฐานะ "พนักงานขับรถส่วนตัว" (ที่ยังเรียนไม่จบปี 4)
[POV: เตโช – รุ่นพี่ปี 4 ในคราบคนขับรถ]
เตโชพรูลมหายใจออกมาเบาๆ เขาจัดเสื้อเชิ้ตพนักงานขับรถให้เข้าที่ แม้เขาจะยังมีตารางเรียนปี 4 ที่หนักหน่วง แต่เขาก็ยืนยันกับภีมว่าจะทำงานนี้ควบคู่ไปกับการเรียนเพื่อชดใช้หนี้และพิสูจน์ตัวเอง
"การเรียนให้จบพร้อมกับรับใช้นลิน... คือบททดสอบที่หนักที่สุดในชีวิต แต่มันก็น่าภูมิใจที่สุด" เขายิ้มกับตัวเองเมื่อเห็นร่างเล็กของนลินเดินออกมาจากตึกเรียนพร้อมกับกลุ่มเพื่อนปี 1
"อ้าว! พี่เตโช... วันนี้มารอรับ 'เจ้านาย' เร็วรัดจังนะ" เสียงแซวจากเพื่อนร่วมรุ่นปี 4 ที่เดินผ่านไปทำให้เตโชหน้าแดงนิดๆ แต่เขาก็ไม่ได้ยี่หระ
สายตาของเธอเหลือบไปเห็นร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพนักงานขับรถสีดำที่ยืนพิงรถรออยู่อย่างอดทน เตโช รุ่นพี่ปี 4 ที่บัดนี้ลดสถานะตัวเองลงมาเป็น "ผู้รับใช้กิตติมศักดิ์" เพื่อชดใช้หนี้แค้นและหนี้รัก เธอเห็นความพยายามของเขา เห็นความอดทนที่เขายอมลดอีโก้ของเฮดว้ากมาคอยแบกกระเป๋าและขับรถให้เธอทุกเช้าเย็น
"พี่เตคะ... วันนี้เรียนเหนื่อยไหม? ลินบอกแล้วไงว่าถ้ามีแล็บดึก ไม่ต้องมารับก็ได้ ลินกลับกับพี่ภีมได้ค่ะ" นลินบอกด้วยความเป็นห่วง ขณะที่เตโชรีบก้าวมาเปิดประตูรถให้เธออย่างนอบน้อม
"ไม่เหนื่อยครับ... หน้าที่ของพี่คือดูแลลิน และหน้าที่ของ 'ลูกหนี้' คือต้องขยัน" เตโชตอบพลางยิ้มเจ้าเล่ห์ "อีกอย่าง... พี่อยากเห็นหน้าเฟรชชี่คนสวยก่อนกลับไปปั่นโปรเจกต์จบนี่นา"
[ความทรงจำที่เคยแหลกสลาย]
นลินหยุดเดินชั่วครู่ ภาพในวันที่พี่ภีมบุกไปรับเธอที่คอนโดของเตโชผุดขึ้นมาในหัว วันนั้นเธอเจ็บจนแทบหายใจไม่ออก เธอจำได้ดีว่ามือสั่นเทาของเธอขยับไปถอดสร้อยเกียร์ที่เขาเคยยัดเยียดให้ แล้วโยนมันทิ้งลงบนโต๊ะไม้ราคาแพงต่อหน้าเขา
"ในเมื่อลินเป็นแค่สินค้าขัดดอก... เกียร์ตัวนี้ก็ไม่มีค่าอะไรสำหรับลินเหมือนกัน!" คำพูดวันนั้นยังกรีดแทงใจเธอจนทุกวันนี้
"ลิน... พี่เตเขารอนานแล้วนะ ไปเถอะ" มีนากระซิบสะกิดเบาๆ
นลินสูดลมหายใจลึก ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยตามแบบฉบับเจ้านายผู้ถือไพ่เหนือกว่า แล้วเดินตรงไปหาชายหนุ่มที่ยืนส่งยิ้มบางๆ มาให้
เตโชรีบก้าวเข้ามาเปิดประตูรถให้นลินอย่างนอบน้อม แววตาที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้เหลือเพียงความถ่อมตัวและเทิดทูน เขาเห็นนลินชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะยอมก้าวขึ้นไปนั่งเบาะหลัง
"คุณหนูครับ... ก่อนจะกลับบ้าน ผมมีที่หนึ่งอยากพาคุณไป" เตโชเอ่ยผ่านกระจกกั้น "ในฐานะรุ่นพี่ปี 4... ไม่ใช่คนขับรถ"
นลินขมวดคิ้ว "พี่เตจะไปไหนคะ? ลินมีอ่านหนังสือสอบนะ"
"แป๊บเดียวครับลิน... ที่ลานจามจุรีหน้าคณะ"
ที่ม้านั่งไม้ใต้ต้นจามจุรีใหญ่ แสงสีทองของตะวันลับขอบฟ้าทำให้บรรยากาศดูสงบจนน่าประหลาด เตโชพานลินมานั่งลงที่เดิมที่เขาเคยสารภาพรักแบบผิดๆ ในวันวาน เขาล้วงเข้าไปในอกเสื้อและหยิบ 'เกียร์' สีเงินที่หมองลงเล็กน้อยออกมา
นลินเบิกตากว้าง... เธอจำมันได้ทันที มันคือเกียร์ตัวเดิมที่เธอเคยคืนเขาไปในวันที่เธอเดินออกจากคอนโด
"ลินจำได้ไหมครับ... วันที่ลินคืนเกียร์ตัวนี้ให้พี่" เตโชเอ่ยเสียงพร่าพลางจ้องมองวัตถุในมือ "วันนั้นพี่เหมือนคนตายทั้งเป็น พี่เพิ่งรู้ว่าการที่ถูกคนที่รักปฏิเสธเกียร์... มันเจ็บยิ่งกว่าถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัยซะอีก"
นลินนิ่งเงียบ แววตาเริ่มสั่นไหวเมื่อเห็นรอยถลอกเล็กๆ บนผิวเกียร์ ราวกับมันผ่านร่องรอยความเจ็บปวดมาพร้อมกับเจ้าของ
"ที่ผ่านมาพี่ใช้เกียร์ตัวนี้ทำร้ายลิน... พี่ใช้มันเป็นเครื่องมือกักขังลิน" เตโชสบตานลินอย่างจริงใจ "วันนี้พี่เรียนอยู่ปี 4 พี่ใกล้จะจบแล้ว พี่อยากขอโอกาส... ให้เกียร์ตัวเดิมนี้ได้กลับไปทำหน้าที่ที่แท้จริงของมันอีกครั้ง"
เตโชค่อยๆ วางเกียร์ลงบนมือนุ่มของนลิน "พี่ไม่ได้ให้ในฐานะเจ้าหนี้... แต่พี่ให้ในฐานะ 'เตโช' ที่รักนลินสุดหัวใจ พี่ขอจองนลินไว้ด้วยเกียร์ตัวนี้ รอให้ลินผ่านปี 1 ไปด้วยกัน รอให้พี่สร้างตัวเพื่อเป็นที่พึ่งให้ลินได้จริงๆ... ลินจะยอมรับหัวใจที่พี่ตั้งใจซ่อมแซมใหม่ดวงนี้ไหมครับ?"
นลินจ้องมองเกียร์ในมือ น้ำตาแห่งความซาบซึ้งค่อยๆ เอ่อล้นออกมา เธอเห็นความอดทนของเขาในตลอดหลายวันที่ผ่านมาที่เขายอมเป็นคนขับรถตากแดดตากลมเพื่อเธอ
"ลินคืนพี่ไปครั้งหนึ่งแล้วนะ... พี่เตไม่กลัวลินจะคืนอีกเหรอคะ?" นลินแกล้งถามเย้าทั้งน้ำตา
"ถ้าลินคืนอีกร้อยครั้ง... พี่ก็จะคลานเข่ากลับมาขอให้ลินรับมันไว้อีกร้อยครั้งครับ" เตโชตอบเสียงหนักแน่น
นลินยิ้มกว้างออกมาทั้งน้ำตา เธอหยิบสายสร้อยเส้นเดิมที่เก็บไว้ในกระเป๋าออกมา แล้วร้อยเกียร์ตัวนั้นเข้าไปใหม่ "สวมให้ลินสิคะ... แล้วจำไว้ว่าครั้งนี้ลินจะไม่คืนแล้วนะ ถ้าพี่เตกล้าทำไม่ดีกับลินอีก... ลินจะเอาเกียร์นี้ไปหลอมเป็นแหวนใส่เล่นซะเลย!"
เตโชหัวเราะออกมาอย่างผ่อนคลาย เขาบรรจงสวมสร้อยเกียร์ให้นางฟ้าในใจช้าๆ สัมผัสอุ่นๆ จากนิ้วหนาที่แตะโดนลำคอทำให้นลินหน้าร้อนผ่าว
ท่ามกลางสายลมเย็นที่พัดพาใบจามจุรีให้ร่วงหล่น อดีตเฮดว้ากสุดโหดและเฟรชชี่ปี 1 นั่งเคียงคู่กันบนม้านั่งไม้ ความรักที่เคยพังทลายบัดนี้ถูกเชื่อมต่อด้วยเกียร์ดวงเดิมที่ผ่านการพิสูจน์แล้วว่าแข็งแกร่งกว่าทองคำใดๆ
"พี่เตต้องตั้งใจเรียนนะปีสุดท้ายแล้ว... ลินไม่อยากมีแฟนเป็นรุ่นพี่ปี 5 นะคะ" นลินแกล้งแซวพลางซบหัวลงบนไหล่แกร่ง
"ครับคุณหนู... พี่จะเรียนให้จบเกียรตินิยม เพื่อให้คู่ควรกับว่าที่วิศวกรคนเก่งอย่างลิน"
ภายในห้องโถงรับรองของคฤหาสน์วรโชติโภคินที่ถูกตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง บรรยากาศกลับหนักอึ้งและเย็นเฉียบจนน่าอึดอัด เจ้าสัวประจักษ์ ในชุดสูทสากลสีเทาภูมิฐานเพิ่งเดินทางกลับจากการดูงานที่ยุโรป ท่านนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักตัวยาว สายตาคมกริบจ้องมองหลานสาวเพียงคนเดียวอย่าง นลิน ที่นั่งกุมมืออยู่กับ เตโช ด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบายเขารู้เรื่องราวทั้งหมดแล้ว... ทั้งเรื่องที่เตโชเคยทำร้ายนลิน และเรื่องที่ทั้งคู่จับมือกันฟื้นฟูกิจการจนก้าวมาถึงจุดที่จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน[POV: เจ้าสัวประจักษ์ – ความแค้นที่กัดกินใจมาค่อนชีวิต]ประจักษ์มองใบหน้าของเตโชแล้วเห็นภาพซ้อนของ เจ้าสัว 'โชติ' พ่อของเตโช ศัตรูหัวใจและศัตรูธุรกิจที่เขาเชื่อเสมอว่าเป็นต้นเหตุของโศกนาฏกรรมในครอบครัวของเขา"ฉันเกลียดพ่อนาย... เกลียดจนไม่อยากให้คนนามสกุลเดียวกับมันมาเหยียบในบ้านหลังนี้" ประจักษ์คิดพลางถอนหายใจยาว ความจริงที่น้องสาวเขาต้องหนีไปกับธนา (คนขับรถ) และอุบัติเหตุที่พรากพ่อแท้ๆ ของนลินไป คือแผลเป็นที่เขายังปักใจเชื่อว่าเป็นแผนการของโชติเพื่อกำจัดคู่แข่งหัวใจ[ฉากเผชิญหน้า: การเคลียร์ใจของสองพยัคฆ์รุ่นใหญ่]"ฉันจ
ภายในห้องพิจารณาคดีที่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศครางเบาๆ บรรยากาศเต็มไปด้วยรังสีของความตึงเครียดที่แผ่ซ่านไปทั่วโถงกว้าง แสงแดดรำไรลอดผ่านหน้าต่างบานสูงทอดลำแสงลงบนพื้นหินอ่อนที่ขัดมันวาว พิมมาดา นั่งอยู่ในชุดนักโทษสีอ่อนที่ดูหม่นหมอง ใบหน้าที่เคยสวยสง่าและจองหองราวกับหงส์ผู้สูงศักดิ์ บัดนี้กลับซีดเซียวและซูบผอมลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาที่เคยเป็นประกายด้วยอำนาจเงินกลับฉายแวววูบไหวด้วยความหวาดกลัวเป็นครั้งแรกในชีวิตเธอจ้องมองไปที่ฝั่งโจทก์ ที่ซึ่ง เตโช นั่งอยู่อย่างสงบนิ่งในชุดสูทสีเข้มที่ตัดเย็บอย่างประณีต แผ่นหลังของเขาเหยียดตรงอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า ข้างกายของเขาคือ นลิน ที่นั่งกุมมือเขาไว้แน่นราวกับเป็นกำลังใจที่สำคัญที่สุด[POV: เตโช – พยัคฆ์ผู้รอคอยการพิพากษา]เตโชกวาดสายตามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ว่างเปล่า ความโกรธแค้นที่เคยแผดเผาในใจบัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความเย็นเยียบของการตัดสินใจที่เด็ดขาด เขาจำทุกลมหายใจที่แสนทรมานในคืนที่ถูกยาพิษนั่นเล่นงานได้ดี และเขาก็จำได้แม่นยำถึงน้ำตาของนลินที่ต้องมาเสี่ยงชีวิตช่วยเขา"เงินที่เธอเคยใช้ดูถูกคนอื่น... วันนี้มันจะกลับมาล
บรรยากาศหน้าตึกวิศวกรรมศาสตร์ในบ่ายวันศุกร์ดูคึกคักเป็นพิเศษ แต่สำหรับ เตโช มันคือช่วงเวลาที่บีบคั้นหัวใจที่สุดในชีวิตปี 4 ร่างสูงในชุดนักศึกษาถูกระเบียบเนี๊ยบกริบยืนกำโมเดลโครงสร้างสะพานเหล็กไว้แน่น ใบหน้าคมคายดูอิดโรยจากการปั่นโปรเจกต์อดตาหลับขับตานอนมาหลายคืน"พี่เต... สู้ๆ นะคะ ลินเชื่อว่าพี่ทำได้" เสียงหวานใสของ นลิน ดังขึ้นพร้อมกับมือนุ่มที่กุมมือหนาไว้เบาๆเตโชหันมามองเฟรชชี่ตัวน้อยที่อุตส่าห์โดดวิชาเลือกมานั่งเฝ้าเขาหน้าห้องสอบ แววตาที่เคยดุดันบัดนี้ทอประกายอ่อนเชื่อม "ถ้าพี่สอบผ่าน... ลินจะมีรางวัลให้พี่ไหมครับ?"นลินอมยิ้มแก้มตุ่ย "ผ่านให้ได้ก่อนเถอะค่ะ แล้วลินจะพิจารณา"เตโชก้มลงกระซิบชิดใบหูขาวผ่อง "งั้นเตรียมตัวไว้เลยนะ... เพราะรางวัลที่พี่จะขอ มัน 'หนัก' กว่าที่ลินคิดแน่ๆ"[POV: เตโช – การพิสูจน์ตัวเองเพื่ออนาคต]ภายในห้องสอบปากคำโปรเจกต์ เตโชนำเสนอผลงานด้วยความมั่นใจและเฉลียวฉลาด เขาตอบคำถามคณะกรรมการได้อย่างฉะฉาน ทุกลมหายใจของเขาทำเพื่อวันนี้ วันที่เขาจะเรียนจบเพื่อก้าวไปเป็นผู้ชายที่คู่ควรจะดูแลนลินและกอบกู้เกียรติยศของตระกูลคืนมาเมื่อก้าวออกมาจากห้องสอบพร้อมกับรอยยิ
แสงอาทิตย์ยามเย็นทาบทับไปทั่วลานเกียร์อันศักดิ์สิทธิ์ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ หลังจากพายุเรื่องเอกและพิมมาดาซาลงด้วยการจัดการของภีมและความฉลาดของนลิน บรรยากาศในรั้วมหาวิทยาลัยก็เริ่มกลับมาเป็นปกติ ทว่าสิ่งที่ 'ไม่ปกติ' คือร่างสูงโปร่งของ เตโช ที่บัดนี้ไม่ได้อยู่ในชุดเฮดว้ากผู้น่าเกรงขาม แต่เขากลับยืนรอใครบางคนอยู่ข้างรถยุโรปคันหรูในฐานะ "พนักงานขับรถส่วนตัว" (ที่ยังเรียนไม่จบปี 4)[POV: เตโช – รุ่นพี่ปี 4 ในคราบคนขับรถ]เตโชพรูลมหายใจออกมาเบาๆ เขาจัดเสื้อเชิ้ตพนักงานขับรถให้เข้าที่ แม้เขาจะยังมีตารางเรียนปี 4 ที่หนักหน่วง แต่เขาก็ยืนยันกับภีมว่าจะทำงานนี้ควบคู่ไปกับการเรียนเพื่อชดใช้หนี้และพิสูจน์ตัวเอง"การเรียนให้จบพร้อมกับรับใช้นลิน... คือบททดสอบที่หนักที่สุดในชีวิต แต่มันก็น่าภูมิใจที่สุด" เขายิ้มกับตัวเองเมื่อเห็นร่างเล็กของนลินเดินออกมาจากตึกเรียนพร้อมกับกลุ่มเพื่อนปี 1"อ้าว! พี่เตโช... วันนี้มารอรับ 'เจ้านาย' เร็วรัดจังนะ" เสียงแซวจากเพื่อนร่วมรุ่นปี 4 ที่เดินผ่านไปทำให้เตโชหน้าแดงนิดๆ แต่เขาก็ไม่ได้ยี่หระ[POV: นลิน – เฟรชชี่ปี 1 กับองครักษ์ส่วนตัว]สายตาของเธอเหลือบไปเห็นร่างสูง
แสงเงินแสงทองทาบทับขอบฟ้าเหนือท้องทะเลเงียบสงบ ลมทะเลพัดพาความเย็นเยียบเข้ามาในห้องนอนสีขาวสะอาดตา เตโช ลืมตาขึ้นช้าๆ ความรู้สึกหนักอึ้งในศีรษะเริ่มจางไป แทนที่ด้วยสัมผัสนุ่มนวลจากร่างเล็กที่ซุกตัวอยู่ในอ้อมแขน เขากระชับอ้อมกอดนลินไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากคลายมือเพียงนิด เธอจะมลายหายไปเหมือนความฝันแต่ข้อความจาก ภีม ที่สั่นสะเทือนอยู่ในโทรศัพท์ข้างเตียง คือเครื่องเตือนสติว่าโลกความจริงกำลังลุกเป็นไฟ[POV: เตโช – พยัคฆ์ที่ตื่นจากนิทราด้วยไฟแค้น]เตโชค่อยๆ ขยับตัวลงจากเตียงอย่างแผ่วเบาเพื่อไม่ให้คนรักตื่น เขาเดินไปที่ระเบียง สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดเพื่อเรียกสติ แววตาที่เคยพร่ามัวด้วยฤทธิ์ยากลับมาคมกริบและดุดันยิ่งกว่าเดิม"พวกมึงกล้าดียังไง... กล้าทำร้ายลิน กล้าใช้ยาโสโครกนั่นกับกู" เขาโทรกลับหาภีมทันที "ไอ้ภีม... กูพร้อมแล้ว แผนที่มึงวางไว้ เริ่มได้เลย""ดี... กูเตรียมเรือเร็วไว้ที่ท่าเทียบเรือส่วนตัว มึงต้องไปขวางพวกมันก่อนที่มันจะข้ามเขตน่านน้ำสากลไปได้" เสียงภีมดังก้องมาตามสาย แฝงไปด้วยความสะใจ "พิมมาดามันเตรียมโอนสินทรัพย์บริษัทพ่อมึงเข้าบัญชีนอมินีที่เกาะเคย์แมน ส่วนไอ้เอก... มันเ
ภายในเซฟเฮาส์ลับริมทะเลของตระกูลวรโชติโภคิน เสียงคลื่นซัดฝั่งดังแผ่วเบาเป็นฉากหลัง ท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืน เตียงกว้างในห้องนอนหลักกลายเป็นที่ระบายความทุกข์ทรมานของเตโช ชายหนุ่มนอนดิ้นพล่าน ผิวพรรณแดงก่ำด้วยฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดที่พิมมาดาตั้งใจใช้ทำลายนลิน แต่กลับกลายเป็นพิษร้ายที่กัดกินเขาแทน รอยเข็มที่แผ่นหลังกว้างยังคงเจ็บแปลบ เป็นเครื่องเตือนใจว่าเขาเลือกเอาตัวเองเข้ามาขวางเพื่อปกป้องเธอ[POV: นลิน – หัวใจที่ยอมสลายเพื่อคนรัก]นลินนั่งข้างเตียง มือบางสั่นเทาขณะใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดหน้าผากและลำคอที่ร้อนผ่าวของเขา น้ำตาไหลรินไม่หยุดเมื่อเห็นความเจ็บปวดที่เขาแบกรับเพื่อเธอ“พี่เต... พี่ทำแบบนี้ทำไม ทำไมต้องเสี่ยงขนาดนี้เพื่อลิน”“ลิน... หนีไป... อึก... อย่าใกล้พี่” เตโชพยายามผลักเธอออก เสียงแหบพร่า ดวงตาแดงก่ำด้วยตัณหาที่ถูกยาบังคับ แต่เขายังคงกำผ้าปูเตียงแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวสติ[POV: เตโช – นรกที่ไม่อาจต้านทาน]ร่างกายของเขาเหมือนถูกไฟลนทุกส่วน ทุกสัมผัสจากอากาศรอบตัวยังทำให้เสียวซ่าน แต่กลิ่นหอมอ่อนโยนจากตัวนลินที่อยู่ใกล้ คือสิ่งที่ทั้งเย้ายวนและทรมานที่สุด เขารวบรวมสติที่หลงเหลือเพื







