เข้าสู่ระบบบทที่ 3
มุมมองที่แปลกตา
เคล้ง!!!
ข้าวของบนโต๊ะเครื่องแป้งถูกปัดอย่างสุดแรงจนหล่นกระจายลงพื้นเสียงดังลั่น อลิเซียผละถอยหนีร่างสูงที่กลิ่นกายฟุ้งไปด้วยเหล้า ทันทีที่เขากลับมาถึงคฤหาสน์เขาก็มุ่งตรงมาที่ห้องนอนของหญิงสาว เธออยู่ในชุดนอนเดรสผ้าบางสีแดงไวน์ ผิวขาวเนียนละเอียดเผยอกอวบอิ่มน่าสัมผัสยิ่งเรียกอารมณ์ที่พุ่งพล่านของเขาเข้าไปอีก
“ดานเต้...คุณเมามากแล้ว ออกไปจากห้องฉัน...” เธอยืนมองนิ่งอยู่ที่ปลายเตียง ดานเต้นั่งลงบนเตียงนอนกลิ่นเหล้าฟุ้งไปทั่ว เขายกมือขึ้นเรียกเธอเข้าไปหา ดวงตาคมเข้มนั้นแสยะยิ้มราวกับได้ใจ
“มานี่...ทำในสิ่งที่ฉันต้องการซ๊ะ”
“ฉันไม่ทำอะไรกับคนเมาทั้งนั้น กลับไปห้องคุณซ๊ะดานเต้”
“อลิเซีย...ช่วยทำอะไรให้มันง่ายๆ หน่อยได้ไหม”
ร่างสูงตะหวาดกร้าวก่อนจะลุกขึ้นไปคว้าแขนเล็กพลางกระชากร่างบางนั้นเข้ามาในอ้อมแขน กลิ่นเหล้ากระทบจมูกของหญิงสาวจนเธอยกมือขึ้นปิดจมูก มืออีกข้างดันอกกว้างไว้ไม่ให้เข้าใกล้ แต่เขาผลักเธอลงบนเตียงนอนใช้มือทั้งสองข้างถอดกางเกงและเสื้อของตัวเองออก อลิเซียนัยน์ตาสั่นระริกเธอพยายามจะลุกขึ้นหนีและต่อต้านแต่ก็ไม่อาจจะขืนขัดแรงของแขนแกร่งนั้นได้ เขากระชากเธอลงบนเตียงอีกครั้ง มือข้างหนึ่งของเขากระชากข้อมือบางทั้งสองข้างของเธอกดไว้บนเตียง มืออีกข้างกระชากชุดเดรสจนขาดออกเป็นชิ้นๆ เผยให้เห็นเนินอกขาวเนียนอวบฟู เขาโน้มหน้ากดริมฝีปากร้อนซุกไซ้อยู่บนอกอวบอิ่มนั้นอย่างเร่าร้อน ลิ้นอุ่นระรัวเลียดูดดื่มอยู่บนยอดเนินอกเนียนจนหญิงสาวเผลอครางออกมาเบาๆ มือเล็กกำแน่นด้วยความเสียวซ่าน
“ดานเต้ อื๊อ...ปล่อยฉัน” เสียงอลิเซียแหบพร่า ร่างบางเกร็งเสียวซ่านไปทั้งตัว เสียงดูดจูบดังเป็นจังหวะโดยไร้เสียงตอบกลับ ดานเต้ซุกไซ้ใบหน้าเรียวจมูกโด่งแตะไต่ไปตามซอกคอขาว กลิ่นเหล้าผสมกับน้ำหอมจางๆ ทำให้สติของอลิเซียยิ่งเตลิดหนัก หญิงสาวตาลอยพริ้มพลางจูบตอบรอยจูบที่ร้อนเร่านั้น เธอจูบไล้ซอกคอเขาก่อนที่เขาจะตอบกลับ ริมฝีปากร้อนประโคมจูบไปทั่วแผงอกกว้างของชายหนุ่ม ดานเต้กระชากเดรสของเธออีกครั้งด้วยแรงของแขนข้างเดียว ก่อนจะรั้งออกจนเหลือเพียงร่างเปล่าเปลือยเนียนขาวไปทั้งตัว
“ดานเต้...ฉันขอร้อง ฉันยอมแพ้แล้ว” เธอวิงวอนกับเขาเพื่อขอให้ยุติแต่ร่างใหญ่ไม่ได้รับฟังอีกแล้ว เขาแหวกขาเธอออกมืออีกข้างจับท่อนกายใหญ่ร้อนระอุที่ส่วนหัวบวมแดง ถูไถ่เวียนวนไล้แตะอยู่รอบช่องรักอย่างตั้งใจ เพียงครู่ก็จับยัดเจ้าท่อนกายใหญ่กระแทกท่อนเอ็นระรัวจนร่างบางสั่นสะเทือนไปตามแรงกระแทก เขาจับขาข้างหนึ่งพาดกับบ่ากว้าง กดแทรกท่อนกายใหญ่ทะลวงซ้ำเข้าไปด้านในช่องรักอุ่นๆ แรงและถี่รัว
“เธอเป็นของของฉัน!” เสียงของเขากระซิบแผ่ว ก่อนจะดูดจูบซอกคอขาวจนเป็นจ้ำแดง พลางยกร่างบางขึ้นจากเตียงโดยที่ส่วนนั้นยังเชื่อมกันอยู่ เสียงกระแทกของท่อนกายใหญ่ดังสลับกับเสียงครางของหญิงสาว
“อ๊า...ไม่ไหวแล้ว” ร่างบางคล้องคอของดานเต้ไว้แน่น ในขณะที่ท่อนกายใหญ่เร่งจังหวะรัวและเร็วยิ่งขึ้น เธอกดเล็บเรียวคมลงบนหลังของเขาจนห้อเลือดด้วยความเสียวซ่าน ดานเต้วางร่างบางลงบนเตียงพลางจับเธอนอนคว่ำลงและยกสะโพกขาวเนียนตั้งขึ้น แยกแก้มก้นออกจากกันและสอดใส่ท่อนกายใหญ่ทะลวงเข้าไปในช่องรักที่ชุ่มฉ่ำ มืออีกข้างตีเข้าที่ก้นขาวเนียนจนแดงห้อ หมุนควงแท่งเนื้อร้อนระอุให้แตะครูดไปทั่วทุกพื้นที่ในเนื้อนุ่มอย่างชำนาญ
“เธอนี่มันสุดยอดจริงๆ อลิเซีย อ๊า....” เขากระหน่ำกระแทกท่อนกายใหญ่ระรัว
“ฉัน...จะไม่ไหวแล้ว อ๊า...” อลิเซียจิกหมอนแน่น ร่างเกร็งกระตุกเบาๆ ก่อนจะทิ้งตัวซบหน้าลงบนหมอนอย่างหมดเรี่ยวแรง
“เสร็จละหรอ” ดานเต้ยังคงรัวเอวกระหน่ำ อลิเซียร้องครางเบาๆ จนดานเต้เริ่มรู้สึกได้ว่าอีกไม่นานคงใกล้ถึงขีดจำกัด เขาจับร่างของหญิงสาวหงายขึ้นและสอดใส่แก่นกายใหญ่ที่บวมแดงราวกับจะแตกออก กระหน่ำเอวระรัวอีกครั้งพลางจูบดูดซอกคอขาวอย่างหิวโหย มือใหญ่บีบเค้นทรวงอกฟู เอวโย้กกระหน่ำแรงระรัวขึ้นอีก
“ใกล้แล้ว...” เขารั้งเรือนผมยาวของหญิงสาวพลางจูบดูดซอกคอขาวเนียน เอวกระหน่ำรัวแรงขึ้นแรงขึ้น อลิเซียจิกเล็กลงบนที่นอนด้วยความเสียวซ่าน ใบหน้าหญิงสาวทั้งเคลิบเคลิ้มและเสียวซ่าน
จังหวะหนักหน่วงและเร็วขึ้นจนร่างเล็กสั่นไหวไม่หยุด เธอจูบดูดริมฝีปากของเขาอย่างเร่าร้อนจนเธอกระตุกเกร็งอีกครั้ง ดานเต้รีบรั้งแก่นกายใหญ่ออกจนหยาดน้ำสีขาวขุ่นก็พวยพุ่งลงบนกายบางที่นอนเกร็งกระตุกด้วยสำเร็จความใคร่
ดานเต้ทิ้งร่างลงบนที่นอนด้วยลมหายใจหอบถี่ เขาปรายตามองอลิเซียที่บัดนี้หลับตาพริ้ว ร่างบางหอบตัวโยนคล้ายหมดเรี่ยวแรง แสงจากไฟด้านนอกสะท้อนใบหน้าสวยคมคายราวกับภาพวาด หยาดเหงื่อเกาะเม็ดพราวเล็กอยู่บนหน้าผากและจมูกโด่งสวยของหญิงสาว เป็นครั้งแรกที่ดานเต้ได้จ้องมองใบหน้านี้ใกล้ๆ
ใบหน้าของคนที่เป็นศัตรู...คนที่เขาต้องดึงให้ตกต่ำที่สุด
เสียงรถหรูแล่นเข้ามาจอดที่ลานจอดรถหน้าบ้าน แม่บ้านรีบวิ่งไปที่หน้าคฤหาสน์เพื่อต้อนรับ หญิงสาวในชุดโค้ชยาวเดินเข้ามายังห้องรับแขกก่อนจะหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาอ่าน สีหน้าของเธอดูไม่พอใจนักเมื่อเห็นข่าวด่วนหน้าหนึ่งประกาศการแต่งงานของดานเต้และอลิเซียที่ดูหวานแหว๋วราวกับข้าวใหม่ปลามัน
“ทำไมมาถึงแล้วไม่โทรบอกผม” เสียงทุ้มดังมาจากด้านหลัง หญิงสาวปรายตามองเพียงนิดและหันไปดื่มด่ำกับชากุหลาบตรงหน้าต่อ
“พี่จะไปไหนมาไหนต้องบอกแกด้วยเหรอ...บอกไม่ให้แต่งก็ยังจะรั้น ถ้าพ่ออยู่คงไม่เป็นแบบนี้”
“เพราะพ่อไง ผมถึงแต่งกับผู้หญิงคนนี้ วาเรนไทน์ต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่ทำไว้กับพ่อ” หญิงสาววางแก้วกาแฟลง
“แกควรเลิกยึดติดกับพันธะความแค้นของตระกูลได้แล้วนะ แล้วนี่เมียแกอยู่ไหน?” ดานเต้หลบสายตาพลางเงยหน้ามองไปทางบันไดด้านบน ลอเรนไม่พูดพร่ำเธอลุกขึ้นยืนและมุ่งตรงขึ้นไปยังห้องนอนด้านบนจนดานเต้ต้องรีบวิ่งตามเธอไปด้วยความตกใจ
“พี่...พี่จะทำอะไร ปล่อยอลิเซียนอนไปเถอะ”
“ดูเวลาบ้างสิ นี่จะเที่ยงแล้ว...ถ้าจะนอนขนาดนี้ควรเป็นสะใภ้ของคราสโตมั้ย”
“พี่...เดี๋ยวผมปลุกเธอเอง เธอคงเหนื่อยจากงานแต่ง” ดานเต้ยืนขวางประตูหน้าห้องของอลิเซียไว้ จนลอเรนมองเขาอย่างไม่เชื่อสายตา เธอหรี่ตามองเขาพลางกอดอก พฤติกรรมที่ดูใจอ่อน เป็นห่วงเป็นใยดูสวนทางกับคำพูดเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง
“นี่แกกำลังช่วยเธอเหรอ?”
“เปล่า...ผมแค่...แค่...” ในจังหวะที่ดานเต้กำลังจะพูดต่อ อลิเซียก็เดินขึ้นบันไดมาทางด้านหลังของทั้งคู่ เธอทำหน้าแปลกใจมากเมื่อเห็น “ลอเรน คราสโต” ผู้ทรงอิทธิพลหญิงระดับโลกยืนอยู่ตรงหน้า
“คุณลอเรน นั่นคุณจริงๆ เหรอคะ” อลิเซียเดินเข้าไปใกล้เธอ ลอเรนหันควับกลับมายังหญิงสาวก่อนที่เธอจะนิ่งงันไป
“อลิเซียงั้นเหรอ...”
“ใช่ค่ะ ตั้งแต่หน้าร้อนปีก่อนที่พบกันที่แคนนาดา งานการ่าวันนั้นฉันยังติดตามผลงานของคุณอย่างต่อเนื่อง แฟชั่นของคุณเป็นที่จับตามองในวงการสังคมมากเลยค่ะตอนนี้” ลอเรนหันกลับไปมองน้องชายตัวแสบของตัวเองอย่างถามหาคำตอบ ดานเต้เองก็สับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหมือนกัน
“อลิเซียทำไมเธอรู้จักพี่ลอเรน?” ชายหนุ่มยิงคำถามทันที
“ใครบ้างจะไม่รู้จักลอเรน คลาสโต ทุกทวีปรู้จักชื่อเธอทั้งนั้น” อลิเซียยิ้มหวานพลางเอื้อมมือไปเช็คแฮนทักทายลอเรนอีกครั้ง
“อลิเซีย...คุณคือวาเรนไทน์ที่แต่งงานกับดานเต้เหรอ” ลอเรนถามขึ้นด้วยความสงสัยทั้งหมดที่มี
“ใช่ค่ะ ฉันคือ อลิเซีย คราสโต ผู้หญิงที่แต่งงานกับดานเต้ค่ะ”
“พระเจ้า! นี่มันเรื่องอะไรกันน่ะ”
“คุณลอเรน...พอดีฉันทำเบอรี่พายไว้ เราดื่มน้ำชากันหน่อยมั้ยคะ”
เบอร์รี่พายถูกเสิร์ฟลงจานแก้วใส ตกแต่งไว้อย่างสวยงาม ลอเรนก้มมองพายด้วยรอยยิ้มที่พิมใจ เป็นอีกครั้งที่เธอได้ชิมขนมฝีมืออลิเซียและแน่นอนรสชาติหอมหวานยังติดอยู่ในใจของเธอมายาวนาน ลอเรนตักพายเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อยในขณะที่ดานเต้จ้องมองดูอลิเซียอย่างไม่ละสายตา อลิเซียเมื่อเห็นว่าดานเต้มองอยู่ก็จ้องกลับทันทีอย่างไม่ยอมแพ้
“คุณตื่นนานแล้วเหรอ...”
“เยส ฉันลุกมาทำขนมกับเตรียมอบคุกกี้ตั้งแต่เช้าแล้วค่ะ”
“ผมคิดว่าคุณยังไม่ตื่น”
“ฉันตื่นเช้าจนเคยแล้วค่ะ ลอเรนรับน้ำชาเพิ่มมั้ยคะ” เธอหันไปสนใจลอเรนต่อ ลอเรนเองก็ยิ้มและยื่นแก้วให้เธออย่างว่าง่าย
“เล่าให้ฟังหน่อยลอเรน คุณไปเที่ยวประเทศไหนมาอีกตั้งแต่หน้าร้อนปีก่อน แล้วคอลเลคชั่นที่คุณเตรียมไว้จะเริ่มเมื่อไหร่คะ”
“นึกว่าเธอลืมไปแล้ว”
“ไม่ลืมค่ะ ฉันรอติดตามผลงานของคุณลอเรนมาตลอด” อลิเซียยิ้มพลางหยิบแก้วน้ำชาขึ้นมาเบาและจิบเบาๆ
“เจอกันวันนี้ถือว่าดีเลยค่ะ อีก 2 วันจะมีงาน เชิญอลิเซียด้วยนะคะ...”
“ยินดีเลยค่ะ ฉันจะเตรียมไปร่วมงานนะคะ” ดานเต้จ้องมองใบหน้าของหญิงสาวที่บัดนี้ยิ้มร่าราวกับเด็กน้อย ช่างดูแปลกตาเกินไปกับสิ่งต่างๆ ที่เขาเคยได้ยินมา อลิเซีย วาเรนไทน์ ราชินีนางร้ายแห่งวงการที่เขารู้จักไม่น่าจะมีมุมที่อ่อนหวานจนน่าหลงใหลเช่นนี้เลย
ตอนพิเศษ 3แสงแดดยามเช้าสะท้อนผิวน้ำเป็นประกายระยิบระยับ สายลมพัดเอากลิ่นหญ้าและน้ำเข้ามาเบาๆ เข้าช่วงหน้าหนาวของปีแล้วอากาศเย็นขึ้นเป็นพิเศษ คฤหาสห์ริมทะเลสาบที่เงียบสงบ ไม่มีเสียงโทรศัพท์ ไม่มีเสียงข่าว มีแค่เสียงหัวเราะเบาๆ ของเด็กๆ ที่วิ่งเล่นกันอยู่ที่สวน อลิเซียนั่งอยู่บนเก้าอี้โยกที่ระเบียงไม้ ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวหลวม ใบหน้าฉาบรอยยิ้มหวานอ่อนโยน ผมปล่อยยาวตามธรรมชาติในอ้อมแขนของเธอ ‘แคทเธอรีน’ หลับตาพริ้ม อีกฝั่งหนึ่ง ‘คัลแลน’ กำลังกำลังตั้งไข่ ล้มบ้าง ลุกบ้าง โดยมีเอมม่าช่วยประคองดูแลอย่างใกล้ชิด“ช้าๆ สิคะ” เธอพูดเบาๆ เสียงอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนประตูบ้านเปิดออก ดานเต้เดินออกมาในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขน กางเกงสบายๆ เขาอุ้มลูกชายขึ้นมาแบบยังเก้ ๆ กัง ๆ“เขาไม่ยอมฟังฉันเลย” อลิเซียหัวเราะเบา ๆ“ลูกชายคนนี้เหมือนเธอเกินไป” เขามองลูกแล้วยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ไม่มีใครเคยเห็นในห้องประชุม“ช่วงบ่ายพ่อกับแม่จะมา แม่เธอด้วย” ดานเต้หยิบ “กำไลหิน” ออกมา เส้นเดิมที่เคยขาดและเคยถูกซ่อม เขาคุกเข่าลงเบาๆ ต่อหน้าลูกสาวที่หลับพริ้ม แล้วใส่มันที่ข้อมือเล็กๆ นั้นอย่างเบามือ“ครั้ง
ตอนพิเศษ 2ประตูกระจกบานสูงถูกเปิดออกจนมองเห็นแสงดาวกราดเกลื่อนบนฟากฟ้า สายลมกลางคืนพัดเอากลิ่นดอกไม้ขาวลอยมาเบาๆ เสียงดนตรีในฮอลล์ยังดังคลอชวนให้หวั่นไหว แต่ห่างออกไปพอให้เหลือเพียงความเงียบระหว่างสองคน อลิเซียยืนพิงราวระเบียงหินอ่อน ชุดราตรีสีทองแชมเปญสะท้อนแสงไฟสวนยิ่งขับผิวของร่างบางให้สว่าง ผมของเธอปลิวพริ้วเบาๆ ตามแรงลม ดานเต้เดินออกมาด้านหลังเธอพลางโอบกอดร่างบางจากทางด้านหลัง ลมหายใจของเขารดรินอยู่ข้างๆ หูของเธอพอให้ใจสั่นด้านหน้า เมืองสว่างไสวราวกับดาวอีกผืนหนึ่งบนพื้นดิน เสียงนับถอยหลังจากในฮอลล์เริ่มดังขึ้นสิบ… เก้า… แปด…อลิเซียหันไปมองเขาเล็กน้อย“คุณคิดว่าเราบ้าไหม” เขาเลิกคิ้วบาง ๆ“ที่เปลี่ยนเจ้าบ่าวกลางงาน?” เธอพยักหน้าเบาๆ เขายิ้ม“ฉันคิดว่าเรากล้าพอมากกว่า...ที่จะทำตามเสียงหัวใจ” เสียงนับถึงศูนย์พลุลูกแรกพุ่งขึ้นฟ้า แสงสีทองแตกกระจายเหนือศีรษะเป็นวงกว้างเกือบครึ่งท้องฟ้าสะท้อนในดวงตาของเธอ อลิเซียเบิกตากว้างกับพลุที่แตกกระจายสว่างไสวนั้น สวยงามมากกว่าพลุทุกลูกในชีวิตของเธอ เธอเงยหน้ามองให้ชัด ใบหน้าอาบด้วยประกายไฟและรอยยิ้มกว้าง ดานเต้ไม่ได้มองพลุเลยดวงตาของเขามองเ
ตอนพิเศษ 1 ฮอลล์จัดเลี้ยงถูกตกแต่งด้วยโทนดำทอง โต๊ะยาวปูผ้ากำมะหยี่สีเข้ม เทียนสีทองอร่ามถูกวางเรียงทุกสองที่นั่งจนทำให้งานทั้งงานดูมีมนต์วิเศษ จอ LED ขนาดยักษ์ฉายภาพพรีเวดดิ้งริมทะเลสลับกับภาพมหาวิหารเมื่อครู่ เมนูอาหารระดับมิชลินเริ่มทยอยเสิร์ฟ ไวน์ปีเก่าหายากถูกวางเตรียมไว้สำหรับแขก รวมถึงของหวานที่ประดับประดาด้วยทองคำเปลวเวทีกลางถูกยกสูงมีวงออร์เคสตราเต็มรูปแบบ อลิเซียเปลี่ยนเป็นชุดราตรีสีทองแชมเปญ ไหล่เปิด โชว์ความสง่าเต็มที่ ร่างบางเรียวระหงเดินฉิดฉายไปทั่วงานเลี้ยง ดานเต้ในชุดสูทสีดำสนิทจับมือเธอขึ้นเต้นบนฟลอร์เต้นรำเพื่อเปิดงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้แสงไฟสาดลงตรงกลางฟลอร์กับเสียงดนตรีที่ลอยนุ่มลึก ทั้งสองหมุนตัวอย่างสมบูรณ์แบบเหมือนภาพในเทพนิยาย อลิเซียมองหน้าดานเต้อย่างสงสัย จนเขาเผลอขำออกมา“ฉันว่า ฉันคุ้นจังหวะการเต้นนี่”“ดีใจที่เธอจำได้...” ดานเต้ยิ้มละมุนกับความน่ารักของภรรยาคนสวย“อย่าบอกว่า งานเลี้ยงที่ปราสาทไวท์แฮริสวันนั้น...”“ก็ฉันคิดถึงเธอน่ะ มากจน...”“นี่ปลอมตัวเข้ามาในงานเลี้ยงวันนั้นเหรอเนี่ย?” อลิเซียทำหน้าแบบเหลือในเชื่อก่อนจะหมุนตัวตามจังหวะเพลง“ฉ
บทที่ 69คำตัดสินสุดท้ายของความรักเสียงฮือฮาดังแผ่วๆ ไปทั่วงาน ก่อนจะเงียบลงอีกครั้ง ดานเต้เงยหน้ามองเธอจากระดับต่ำกว่า จ้องมองใบหน้าของอลิเซียที่ดูตกใจกับท่าทีของมาเฟียหนุ่ม เธอไม่คิดว่าคนที่เคยใช้อำนาจบังคับเธอเข้าสู่เกมลวงรักและเงื่อนไขต่างๆ จะยอมแพ้ลงต่อหน้าเธอในวันนี้“ฉันขอโทษ....” ไม่มีคำอธิบายยืดยาวก่อนหน้านั้น“ฉันขอโทษที่คิดว่าฉันมีสิทธิ์ ทั้งที่ฉันทำร้ายเธอและทำให้เธอต้องเจ็บมาตลอด” สายตาเขาไม่หลบ“ดานเต้ ลูกขึ้น”“ฉันแต่งงานกับเธอเพื่อเกมแก้แค้น ฉันข่มขู่เธอทำให้เธอรู้สึกไร้อำนาจ ทั้งที่เธอในความจริงคือ ราชินีที่ทรงอำนาจจริงๆ” อลิเซียหายใจแรง มือกำช่อดอกไม้แน่น เขาพูดต่อ“ฉันทำให้เธอรักฉัน ยอมเจ็บตัวแทนฉันแต่ฉันไม่เคยพูดเลยว่า ฉันรักเธอ” เสียงเริ่มแตก“แม้แต่วันที่เธอต้องการฉันมากที่สุด ฉันกลับลืมเธอและขอคนอื่นแต่งงาน” คำพูดนั้นหนักพอจะทำให้หลายคนในลานเบือนหน้าหนี มาเฟียหนุ่มผู้แข็งกร้าว เย็นชาบัดนี้กำลังลดทุกศักดิ์ศรีเพื่อผู้หญิงที่เขารักจริงๆ“ฉันไม่ได้คุกเข่าเพื่อขอเธอยกโทษให้” เขากลืนน้ำลาย หยดน้ำตาใสๆ ไหลลงมาจากดวงตาข้างหนึ่ง ความเจ็บปวดที่พยายามจะรับผิดชอบความผิดของต
บทที่ 68คำคัดค้านที่มาช้ามหาวิหารถูกเนรมิตให้สวยงามราวกับพระราชวังยุโรปยุคเรอเนสซองส์ ประตูไม้โอ๊กสูงสิบเมตรถูกเปิดออกช้าๆ พรมสีแดงเข้มฉลุทองที่ขอบผ้าทอดยาวจากบันไดหินอ่อนลงมาถึงถนน ดอกกุหลาบสีขาวบริสุทธิ์เรียงรายเต็มสองฝั่งทางเดิน สลับกับเทียนแก้วคริสตัลที่สูงระดับเอวเพดานมหาวิหารถูกประดับด้วยช่อดอกไม้แขวนลอย กุหลาบขาว ไลเซนทัส และกล้วยไม้สีเงิน ไล่ระดับเหมือนเมฆลอย โคมไฟคริสตัลห้อยลงมาตรงกลางสะท้อนแสงเทียนหลายร้อยเล่ม กลิ่นหอมอ่อนของดอกไม้ผสมกลิ่นไม้หอมซีดาร์ที่อบอวลไปทั่วทั้งโถงด้านบน กระจกสีสะท้อนแสงแดดยามบ่ายจนเกิดประกายทอง แดง น้ำเงิน ลงบนพื้นหินอ่อนลายโมเสก เสียงวงออร์เคสตราบรรเลงสด เครื่องสายไวโอลิน ไวโอลา เชลโล ไล่ระดับกันอย่างนุ่มลึก จังหวะช้า สง่า และทรงพลัง นี่ไม่ใช่งานแต่งธรรมดาแต่นี่คือ งานของราชินีบรรยากาศงานรายล้อมไปด้วยนักธุรกิจระดับประเทศ ตระกูลเก่าแก่ สื่อมวลชนชั้นสูงล้วนอยู่ในงานนี้ ทุกสายตาจับจ้องมาที่ภาพรวมในงาน เหมือนงานเฉลิมฉลองของตระกูลไวท์แฮริสที่เก่าแก่ที่ได้กลับมาทรงอำนาจอีกครั้ง งานนี้จึงไม่ใช่แค่งานแต่งธรรมดาแต่นี่คืองานที่ถูกคาดหวังและถูกพูดถึงล่วงหน
บทที่ 67นาทีสุดท้าย แสงแดดยามเช้าสีทองส่องผ่านหน้าต่างห้องพักฟื้นคนไข้ วันนี้เงียบสงัดจนผิดปกติ ดานเต้นั่งอยู่คนเดียวสายตามองเหม่อออกไปนอกหน้าต่าง กำหนดการงานแต่งถูกเปิดทิ้งไว้อยู่บนโต๊ะมหาวิหารเวลา 16:00 น.มือของเขายังถือหินกำไลแน่น เขาปิดตาลงแล้วบางอย่างก็เกิดขึ้น ไม่ใช่แค่เสียงลม แต่กลับเป็นภาพที่ชัดเจน ที่ระเบียงคฤหาสน์แห่งหนึ่ง เงาของผู้หญิงคนหนึ่ง เธอกำลังยืนหันหลังให้เขาก่อนที่เขาจะโผลกอดเธอไว้แน่นราวกับกลัวคนตรงหน้าจะหายไป เขากระซิบเสียงแผ่ว“ฉัน…คิดถึงเธอ…” แสงสีขาวสว่างวาบในจิต ภาพเปลี่ยนอีกครั้งเป็นห้องประชุม เธอยืนอยู่ตรงกลางโต๊ะและประกาศก้องว่า ไม่รับการพิทักษ์จากเขา ดานเต้กระพริบตาไล่ความทรงจำเพียงครู่ภาพก็เปลี่ยนอีกครั้ง เธอยืนอยู่ด้วยแววตาที่เศร้าก่อนจะพูดว่า“แต่วันนี้ทั้งที่ฉันยืนอยู่ตรงหน้าคุณ คุณกลับไม่คิดถึงฉันแล้ว”หัวใจเขากระตุกแรงและเต้นแรงถี่ สมองฉายภาพสุดท้ายของความทรงจำ เขาเห็นเธอกำลังถูกปืนของมาร์โกจ่ออยู่เร็วกว่าความคิดเขาพุ่งตัวเข้าไปรับกระสุนแทนเธอ ความรู้สึกเจ็บที่แขนขวาจากการถูกยิง ศีรษะของเขากระแทกกับพื้นอย่างจังเสียงเธอกรีดร้องเรียก
บทที่ 7เจ้าหญิงน้อย แสงสีขาวสาดส่งมายังลานสนามเด็กเล่น เด็กหญิงกำลังนั่งกินไอติมอยู่บนม้าหมุน ในขณะที่เด็กชายอีกคนกำลังวิ่งเล่นอยู่ใกล้ๆ ร่างเล็กของเด็กหญิงใส่ชุดกระโปรงบานสีขาวฟูฟ่อง บนผมของเธอสวมมงกุฏราวกับเจ้าหญิงน้อยๆ ในเทพนิยาย เธอหยิบไม้คฑาขึ้นมาแกว่งไปมา สักพักเด็กชายอีกคนที่สว
บทที่ 6ข่าวดังสะท้านวงการ เช้าวันถัดมา หลังค่ำคืนอันสะเทือนสังคมแฟชั่นและวงการมาเฟีย แผงหนังสือเต็มไปด้วยนิตยสาร ช่องข่าวซุบซิบในโซเชียลและหนังสือพิมพ์พาดหัวตัวโตๆ ถึงเหตุการณ์สุดร้อนแรงในงานเดินแฟชั่นคอลเลคชั่นใหม่ของลอเรน คราสโต “อลิเซีย – ภรรยาสุดร้อนแรงของมาฟียหนุ่ม
บทที่ 14ทำตามเสียงหัวใจ อลิเซียเดินลงจากรถเข้าสู่ปราสาทลาเซลเวอร่าอย่างรีบร้อน เมื่อเดินทางห้องจัดเลี้ยงก็กุลีกุจอเดินหยิบโน่นจัดนี่ตามแบบใน แพลนงานเลี้ยงที่ดานเต้ให้ข้อมูลไว้ ทุกโต๊ะถูกจัดวางด้วยก
บทที่ 5พลิกเกมนางร้ายกลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นผ้าไหมใหม่เอี่ยมและเครื่องสำอางค์ราคาแพงหรูหราส่งกลิ่นอบอวลไปทั่วทั้งห้อง แสงไฟเจิดจรัสสะท้อนเงาหญิงสาวที่ยืนมองภาพสามีตัวเองกำลังโอบกอดร่างบางในอ้อมแขน ดานเต้เงยหน้ามองอลิเซียอีกครั้งด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม ไม่ต่างจากสายตาของทีมงานอีก 4-5 คน และลอเรนที่







