مشاركة

บทที่ 2

last update تاريخ النشر: 2026-01-02 14:15:09

แรงเคลื่อนสอดประสานเข้าหาบุปผาอย่างมั่นคงและเพียงครั้งเดียวก็ลึกสุดใจ คนที่ตั้งใจจะเสพสุขในตอนแรกกรีดร้องอย่างเจ็บปวด แต่ทว่าเขากลับไม่เบาแรง

‘มารดามันเถอะ ไหนบอกจะเบาอย่างไรเล่า!’

เมื่อนางหายปวด เปลี่ยนเป็นความรู้สึกวาบหวาม จึงจัดการแท่งมังกรจักรพรรดิหนุ่มด้วยการหนีบขาเป็นการเอาคืน

“อ๊ะ!”

เสียงเขาร้องพร้อมกับสีหน้าเบ้ทำให้นางสะใจลึก ๆ

‘นึกว่าจะทำข้าเจ็บเป็นอย่างเดียวรึ’

สองขานางหนีบที่บั้นเอวเขาแล้วแล้วพลิกตัวขึ้นมาคร่อม ดวงตาของนางทอประกายความแค้นแล้วจัดการขย่มสุดแรง แม้แจะเสียดเสียวใจกลางบุปผา แต่ว่าเขาต้องได้รับการสั่งสอนจากนาง

“ดะ...เดี๋ยว” จักรพรรดิหนุ่มตอนนี้เปลี่ยนเป็นฝ่ายเพลี้ยงพล้ำ แล้วนางก็ควบเขาดุจม้าอาชาไนย แรงที่ถอดถอนออกและยัดเข้าทำให้เขาเหมือนยืนอยู่ปลายเหวแล้วมองไปยังท้องน้ำเบื้องล่าง มันเสียวปลาบวาบไปทั้งลำ

เมื่อตั้งสติได้เสิ่นลี่เซียนที่เป็นฝ่ายรับก็อยากกลับมารุก จึงเอ่ยเสียงหวานขึ้น

“หม่อมฉันจะมอบความสำราญให้พระองค์เองเพคะ”

เคยอ่านหนังสือเมื่อโลกก่อน บอกว่าเมื่อผู้หญิงถ้าได้ขึ้นเองแล้วจะฟิน เช่นนั้นก็จัดการให้อยู่หมัดเสียตั้งแต่คืนนี้เถิด

ต้นตระกูลข้าต้องมีความสุข!

ร่างกายเล็กพลิกขึ้นคร่อมแล้วจัดการขย่มตามแรงที่ตัวเองมี จนจักรพรรดิร้องโหยหวน

“เจ้าเบาหน่อย...ข้า...อื้อ” หวังจื่อฮ่าวโดนนางขย่มแบบไม่ลืมหูลืมตาพยายามจะจับเอวนางให้เคลื่อนช้าลง เพื่อจะได้รับความสุขอย่างเต็มเปี่ยม แต่ดูเหมือนนางจะกลั่นแกล้งเขา ยามที่เขาจับเอวนางแรงบีบรัดที่หัวมังกรกับกลีบบุปผาแน่นจนเขาต้องกรีดร้อง มันทั้งเสียวและเจ็บปวดไปพร้อม ๆ กัน

ใจจะขาด!

“ฮึก...อื้อ” สุดท้ายเขาก็ต้องเป็นฝ่ายปล่อยให้นางย่ำยีเขาไปเรื่อย ๆ จนสายธารขาวขุ่นพุ่งพรวดออกมาฉีดเข้าไปในท้องนางในที่สุด นางถึงหยุดซบกับหน้าอกที่กำลังหายใจอย่างรุนแรง แต่ว่าแรงบีบรัดของนางยังอยู่ในจุดเชื่อมประสาน ไอ้มังกรที่มันคอพับคออ่อนไปแล้วก็ตื่นขึ้นอีก แล้วนางที่กำลังนอนพังพาบบนร่างเขาเชิดหน้าขึ้น แล้วขย่มด้วยสะโพกเพียงอย่างเดียว รอยยิ้มเปล่งประกายไปถึงดวงตาของสนมรักคืนนี้ จนเขาเข้าใจว่านางชอบในการร่วมรักกับเขาถึงขนาดมีความสุขจนเยิ้มทั้งใบหน้าไม่พอ ส่วนบุปผาก็ยังฉ่ำด้วยน้ำแห่งความรักอีกด้วย

โอ๊ย...สนมรัก...ข้าจะไม่ไหวแล้ว!!!

ด้านนอกเหล่าขันทีที่ติดตามต่างก้มหน้างุด ทำเหมือนหูหนวกตาบอด ทั้งที่ดวงตาเห็นเงาสะท้อนกับแสงตะเกียงเป็นรูปบุรุษโดนสตรีขึ้นควบเคล้ากับเสียงกรีดร้อง แทนที่จะเป็นพระสนมไฉนกลับกายเป็นจักรพรรดิหนุ่มของพวกเขาไปเสียได้ที่โดนตอกตรึงอย่างน่าหวาดเสียว

‘เสียทีอยู่เหนือใต้หล้า แต่กับอยู่ใต้สตรีนางเดียว’ ซื่อกงกงส่ายหน้าไปมาอย่างยอมรับว่าผู้เป็นนายตนเพลี้ยงพล้ำให้กับจริตนางสนมนางนี้เข้าแล้ว

ใบหน้าของเหล่านางกำนัลแดงก่ำก้มหน้าแทบติดพื้น ฟังจากเสียงก็รับรู้แล้วว่าฝ่าบาททรงสำราญเพียงใด พระสนมก็เก่งกาจนักทำให้ผู้ยิ่งใหญ่ในใต้หล้าถึงกับร้องขอชีวิต นี่มันท่าพิสดารอันใดกัน แล้วพระสนมร่ำเรียนมาจากที่ใด

จวบจนถึงยามโฉ่ว (ราวใกล้ตีสาม) เสียงทุกอย่างก็เงียบงันลงเปลี่ยนเป็นเสียงกรนของจักรพรรดิแทน

ครอก...Zzzzฟี้Zzzz คร่อก!

เห้อ...!

เหล่าขันทีนางกำนัลต่างถอนหายใจโล่งอก แล้วก็เข้าไปนอนพักรอปรนนิบัติฝ่าบาทในตอนเช้า

เสิ่นลี่เซียนเองก็เพลียมาก กว่าจะปราบจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ได้ คิดว่าเขาน่าจะพอใจ ตอนนี้นางเป็นกุ้ยเหริน เลื่อนขึ้นไปขั้นผิน จะได้เงินสองร้อยตำลึง และหากเป็นขั้นเฟยจะได้เงินสามร้อยตำลึง แค่คิดว่าจัดการปราบพยศหัวมังกรวันเดียวได้เงินเดือนเพิ่มมากมายขนาดนี้นับว่าคุ้มค่า จากนั้นก็ประคองตัวไม่ให้วุ่นวายกับใคร ทำเครื่องหอมขายในวังเท่านี้ก็รวยอื้อแล้ว

แต่ว่านางจะประมาทไม่ได้ ศัตรูตัวฉกาจของนางยังมีและ เป็นใครไปไม่ได้นอกจากอี้ผินฮองเฮาตำหนักฉิน กับ หลี่กุ้ยเฟยหรือหลี่หวนตำหนักเสวียเหมย

‘พวกนางรวมหัวกันปล่อยข่าวข้าเป็นโรคลม หากท้องจะถึงแก่ชีวิต’ นั่นทำให้ฮ่องเต้ที่มีมโนธรรมเต็มเปี่ยมกลัวสนมรักเช่นนางจะเสี่ยงชีวิตเพราะตั้งครรภ์ ดังนั้นจึงไม่มาหานางอีกเลย

รอยยิ้มเหี้ยมในความมืดคิดแผนขั้นต่อไปจนผล็อยหลับไปทั้งยังคิดไม่จบด้วยความเพลีย ‘แต่ว่าคืนนี้จักรพรรดิค้างคืนกับนางเชียวนะว่าไม่ได้’

รุ่งเช้าซือกงกงปลุกฝ่าบาทตั้งแต่รุ่งสาง ปกติฝ่าบาทไม่ทรงโปรดที่จะค้างคืนตำหนักใดเมื่อสำราญใจแล้วจะกลับไปพักที่ห้องบรรทมจักรพรรดิ หรือตำหนักคุนหนิงกง

แต่คืนนี้แปลกไป ฝ่าบาทไม่เคยรู้จักกระทั่งชื่อพระสนม แต่กลับสำราญใจจนลืมธรรมเนียมเดิมของตน คือจะค้างคืนเฉพาะตำหนักฉินของฮองเฮา กับตำหนักเสวียเหมยของกุ้ยเฟย แต่ซือกงกงก็ไม่กล้าทักท้วง เนื่องจากอยากยังอยากมีเงาหัวบนบ่า จึงปล่อยเลยตามเลย

หวังจื่อฮ่าวรู้สึกสดใสกว่าทุกวัน ใบหน้าแช่มชื่นแม้ว่าจะสูญเสียสายธารแห่งความสุขไปมาก และนั่นเขาชื่นชอบ

ปกติสนมที่ถวายการรับใช้ของฝ่าบาทจะเป็นคนแต่งตัวให้ แต่วันนี้สนมรักของเขานอนยังไม่ตื่นและเขาก็ไม่กล้าทำลายความสุขแห่งการพักผ่อนของนาง จึงเรียกขันทีมาปรนนิบัติแทน และไม่ลืมหันมองเลือดพรหมจรรย์ของหญิงสาวผู้นั้นด้วยความรู้สึกแช่มชื่น

“ซือกงกงสั่งห้องเครื่องเอารังนกตุ๋นโสมมาบำรุงเราหน่อยและส่งให้นางด้วย” เขารู้สึกว่าต้องบำรุงกำลังให้มาก หากจะจัดการสนมรักนามว่าผู้นี้

หลังจากฝ่าบาทเสด็จออกว่าราชการ หลันถิงก็รีบเข้ามาดูนายหญิงของตนเองไม่รู้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ยิ่งเห็นว่าผ้าปูที่นอนเปื้อนด้วยเลือดพรหมจรรย์ ยิ่งทำให้ใบหน้าของนางกำนัลวัยปักปิ่นแดงเรื่อ นางรออยู่ครึ่งชั่วยามกว่าที่นายหญิงจะตื่น

“หลันถิงยามใดแล้ว” เมื่อลืมตาขึ้นเห็นนางกำนัลตัวน้อยของตัวเองนั่งคุกเข่าพิงกับเตียงรอนาง จึงเอ่ยถามขึ้น นางไม่รู้ว่าจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ผู้นั้นกลับไปเมื่อใด รู้แต่ว่าเมื่อคืนนางฉ่ำด้วยความสุขหลายครั้งหลายครา แต่ไม่รู้ว่าหัวมังกรองค์จักรพรรดิถลอกหรือไม่ แค่คิดนางก็ยิ้มอย่างพอใจ

“นายหญิงปรนนิบัติจนฝ่าบาทลืมกลับตำหนักบรรทมเลยนะเจ้าคะ” แววตาหยอกล้อผู้เป็นนายเปล่งประกายออกมาจากนางกำนัลคนสนิท

‘ลืมกลับตำหนัก!’ นางนี่นะทำให้เขาลืมกลับตำหนัก หรือว่าความจำนางเลอะเลือนเกี่ยวกับเขา

“โธ่...นายหญิงทำเป็นลืม กฎที่ฝ่าบาทตั้งมา จะค้างแค่สองตำหนักเจ้าค่ะ คือตำหนักฉินของฮองเฮา กับตำหนัก

เสวียเหมยของกุ้ยเฟย ตำหนักอื่นเพียงสำราญใจแล้วจะกลับไปค้างที่ตำหนักคุณหนิงกง ที่บรรทมของฝ่าบาท”

เมื่อได้ฟังนางกำนัลตัวเองสาธยายให้ฟังก็พอจะเข้าใจได้ ‘ข้ามันแซ่บไง’ นางชื่นชมตัวเองด้วยรอยยิ้ม แล้วก็หุบยิ้มฉับพลัน เรื่องริษยาในวังหลวงมีแต่ไหนแต่ไร นางคิดว่าคราวซวยนางคงใกล้มาเยือนแล้วสินะ

“ข้าต้องตั้งรับให้ดี”

“ตั้งรับอันใดเจ้าคะ” หลันถิงไม่เข้าใจนายหญิง ตั้งรับสิ่งใดอีก ในเมื่อฝ่าบาทโปรดเพียงนี้

“ข้าไม่ได้อยู่จุดสูงสุด ดังนั้นย่อมมีคนที่อยากใช้ข้าเป็นตัวงัดกับฮองเฮา และกำจัดข้าในที่สุด” เหมือนดังที่เสิ่นกุ้ย

เหรินในอดีตโดนละเลย

ไม่ได้การละนางต้องรีบจัดการ

“เจ้ารีบไปตามหมอหลวงให้มาตรวจร่างกายข้า” นางต้องชิงตัวหมอหลวงมาตรวจก่อนที่คนเหล่านั้นจะซื้อตัวไป

หลังจากว่าราชกิจประจำวันกับฎีกามากมายในวันนี้ อย่างไม่มีสมาธิเลยสักนิด ใจจักรพรรดิหนุ่มนึกถึงแต่ที่สตรีโยกเย้าควบเขาค่อนคืน แม้เขาจะพยศอย่างไรก็ถูกนางปราบสิ้น จนอยากให้ถึงเวลาพลิกป้ายคืนนี้เร็ว ๆ

ซือกงกงได้นำราชองค์การแต่งตั้งเสิ่นกุ้ยเหรินเป็นเสิ่นเสียนเฟย เรียกได้ว่าก้าวกระโดดไปสองขั้นทำให้เหล่าขันทีช่างประจบรีบนำของกำนัลมาร่วมยินดีกับเสิ่นเสียนเฟย แต่ทว่าเมื่อมาถึงท่านหมอหลวงกลับกำลังตรวจร่างกายของเสิ่นเสียนเฟยอยู่ ซือกงกงจึงอยู่รอฟังว่ามีความผิดปกติใดหรือไม่ เพื่อจะนำมากราบทูลจักรพรรดิเมื่อได้เรื่องจึงรีบกลับมารายงานทันที

“ซือกงกง ที่ข้าให้จัดการเรียบร้อยดีหรือไม่”

“เรียบร้อยพ่ะย่ะค่ะ แล้วก็มีข่าวดีคือพระสนมเสิ่นเสียนเฟย ร่างกายแข็งแรงพร้อมตั้งครรภ์โอรสให้ฝ่าบาทไม่มีโรคลม ฝ่าบาทไม่ต้องกังวลพ่ะย่ะค่ะ”

หวังจื่อฮ่าวสงสัยทำไมต้องรีบรายงานเรื่องนี้ ส่วน

ซือกงกงก็ไม่รับทราบเช่นกัน เพียงแต่พระสนมเสิ่นเสียนเฟยให้นำคำหมอหลวงมาทูลก็ทำ คงเพราะจะคุยกันเมื่อคืนหลังเสร็จ...เอ่อหมายถึงหลังทรงพระสำราญแล้ว จึงเรียกให้หมอหลวงไปตรวจหรือไม่ก็ไม่ทราบได้ แต่เมื่อไม่เห็นฝ่าบาททักท้วงเขาจึงเงียบเสีย

“อื้อ...ข้ารู้แล้ว” หวังจื่อฮ่าวรับรู้แล้วว่านางแข็งแรง เขาเองก็แข็งแรงเช่นกัน ดังนั้นคืนนี้ก็คง...

“คืนนี้ไปตำหนักเสิ่นเสียนเฟย” หวังจื่อฮ่าวไม่พลิกป้ายแต่เจาะจงว่าอย่างไรก็ต้องตำหนักของเสิ่นเสียนเฟยเท่านั้น ก็ทำให้ขันทีผู้ติดตามฝ่าบาทมานานถึงกับกุมขมับ

‘มีสตรีใดกันที่ฝ่าบาทไปสองคืนติดเช่นนี้ หากไม่ใช่สตรีที่ทรงโปรดมาก แล้วเหล่าสนมอื่นจะคิดเยี่ยงไร’

“ฝ่าบาทจะไม่ให้ทรงพักเลยหรือพ่ะย่ะค่ะ” อันที่จริงขันทีเป็นห่วงสุขภาพฝ่าบาทต่างหาก เพราะเหมือนฝ่าบาทจับส่วนมังกรหลายครั้งคล้ายกับเจ็บปวดเล็ก ๆ แต่ไม่กล้าปริปากให้เขารับรู้เมื่อเข้าไปถวายงาน

“ข้าแข็งแรงดี” เสียงแอ้มตอบออกไป

ที่จริงก็ไม่แข็งแรงหรอก เพียงแต่ว่านางเป็นคนทำ เขาจึงอยากให้นางรับผิดชอบต่างหาก ถ้ามังกรของเขาไม่ผงาดอีกก็ต้องเป็นหน้าที่นางที่จะต้องรักษามัน และเขาก็อยากชม วิธีรักษาของนางเหลือเกิน ว่าจะดุดันแบบเมื่อคืนหรือไม่

“แต่ว่าฝ่าบาท!!!” เสียงยืดยานคล้ายไม่เห็นด้วยของ

ซือกงกงเรียกสีหน้าทะมึนขององค์จักรพรรดิ

“กระหม่อมคิดว่าจะไม่เป็นการดีกับเสิ่นเสียนเฟยนะ

พ่ะย่ะค่ะ วันนี้แต่งตั้งเลื่อนยศ ทั้งยังไปค้างคืนที่ตำหนักเสียนเฟยอีก ความริษยาในวังยากแท้หยั่งถึงนะพ่ะย่ะค่ะ”

แต่ความหวังดีของซือกงกงทำให้จักรพรรดิทรงกริ้ว

“นี่เจ้าเป็นฮ่องเต้หรือข้าเป็นฮ่องเต้!”

และจากนั้นซือกงกงก็หัวหดทันที ไม่อาจต้านทานความใคร่ของฝ่าบาทได้

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • เกิดชาตินี้ขอเป็นพระสนมท้ายวังเนื้อหอม   บทที่ 118

    “อร๊ายยยย ท่านพี่น่าอายนะเจ้าค่ะ” “ไม่ลองเราจะรู้ได้อย่างไร ข้าอยากมีลูกกับเจ้าหลายๆ คนเลยยิ่งดี ได้เห็นลูกๆ วิ่งเล่นมีความสุขนัก ข้าจะมีเจ้าเป็นเมียคนเดียว เช่นนั้นเจ้าต้องรับความต้องการของข้าให้ได้ รู้หรือไม่หลี่ม่านคนงาม” “จะ-เจ้าค่ะท่านพี่...ข้าจะพยายาม” หลี่ม่านเองก็ดีใจ

  • เกิดชาตินี้ขอเป็นพระสนมท้ายวังเนื้อหอม   บทที่ 117

    ฮุ่ยเหอมีประชุมเรื่องปรึกษาหารือกับฝ่าบาท เรื่องต้องส่งคนออกไปพัฒนาพื้นที่ชายแดน เนื่องจากประชาชนในแถบนั้นค่อนข้างลำบาก นอกจากถนนหนทางยังธุระกันดารแล้ว น้ำท่ายังขาดแคลน โดยเขาเสนอให้ท่านเจ้ากรมโยธา ให้สั่งการเรื่องการเดินทางให้สะดวกขึ้น รวมทั้งสร้างอ่างเก็บน้ำกักไว้สำหรับทำการเกษตร โดยเข

  • เกิดชาตินี้ขอเป็นพระสนมท้ายวังเนื้อหอม   บทที่ 116

    “อ๊ะ...อ่าห...ท่านพี่...อื้มมม...ข้าเสียวเหลือเกินท่านพี่” หลี่ม่านไม่กล้าลืมตามอง ได้แต่หลับตาพริ้มรอการปรนเปรอจากเขา “อื้อม...เจ้าหวานไปทั้งตัวเลยเมียรัก ข้าอยากกลืนกินเจ้าทุกเพลา” ฮุ่ยเหอไม่อาจจะละจากร่างนางได้เลย เขาแทบไม่เป็นตัวของตัวเอง ยามมีนางอยู่ใกล้ ก็อยากจะกอดจูบไปเสียหมด เขาด

  • เกิดชาตินี้ขอเป็นพระสนมท้ายวังเนื้อหอม   บทที่ 115

    หลี่ม่านรู้สึกตัวก็ตึงๆ บริเวณกล้ามเนื้อสะโพก คงเพราะเกร็งมากไปหน่อย ตอนที่เล่นบทรักสอนเสียวของฮุ่ยเหอนั่นแหละ นางไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นเวลาใดแล้ว นางรู้แต่ว่าหลับไปนานมาก จนตะวันแจ้งแล้ว ทั้งที่ตอนแรกแค่จะพักเอาแรงแล้วจะลุกขึ้นมาทำกับข้าวให้เขาทาน แต่ทว่าเมื่อลุกขึ้นก็รู้สึกปวดบั้นเอวนัก ฮ

  • เกิดชาตินี้ขอเป็นพระสนมท้ายวังเนื้อหอม   บทที่ 114

    หลี่ม่านที่เจ็บมากในตอนแรก เมื่อเขาขย่มตัวนางสักพักความเจ็บหายไปแทนทีด้วยความหื่นกระหาย อยากให้เขาแทงลงมากแรงๆ “อ๊ะ...นายท่าน เสียวเหลือเกิน แรงอีกเจ้าเจ้า” หลี่ม่านอ้าขาจนกว้างอยากให้มันเข้ามาให้ลึกสุดใจ นางอยากได้ท่อนเอ็นของเขามากตอนนี้ อยากให้มันตอกอัดเข้าแรงๆ “ได้เลยเมียจ

  • เกิดชาตินี้ขอเป็นพระสนมท้ายวังเนื้อหอม   บทที่ 113

    หลี่ม่านเข้าไปนอนในห้อง ก็คิดถึงแต่ตอนที่เขาลูบเนินอกของนาง มันสยิวสุดกำลังอยากให้เขาเข้ามาดูดตรงยอด อกแรงๆ ให้หายเสียวเป็นบ้า คนบ้า แกล้งข้าจนนอนไม่หลับ !!! หลี่ม่านสบถในใจ ฮุ่ยเหอเข้าห้องนอนหมายจะไปนอน แต่จิตก็คะนึงหาแต่หลี่ม่าน นางทำให้เขาเสพติดกลิ่นหอมบนตัวนางเสียแล้ว จนค

  • เกิดชาตินี้ขอเป็นพระสนมท้ายวังเนื้อหอม   บทที่ 39

    เจ็ดปีผ่านไป นางมีบุตรชายหญิงรวมกันถึงสี่คน ฝ่าบาทแทบไม่ให้นางพักเลยทีเดียว จนนี้มีองค์หญิงสุดท้องคือเฟิงหลิว ส่วนเฟิงหยางพี่ใหญ่สุด ก็ดูแลน้อง ๆ เฟิงผิง กับเฟิงอี้ แทนท่านแม่ที่กำลังให้นมน้องสาวของเขา เขามีน้องสาวสองคนและน้องชายหนึ่งคนที่ซุกซนนัก“เจ้าสามอย่าซุกซนเช่นนั้น” เฟิงอี้ที่ตีลังกาเอากระบ

    last updateآخر تحديث : 2026-04-05
  • เกิดชาตินี้ขอเป็นพระสนมท้ายวังเนื้อหอม   บทที่ 38

    การเดินทางไปเยี่ยมเยียนราษฎรทางเหนือเป็นอย่างช้า ๆ เพราะพระสนมกำลังตั้งครรภ์ ฝ่าบาททรงเอาใจใส่ดูแลยิ่งนัก แต่เมื่อไปถึงเมืองหม่าเฉิงเหล่าราษฎรของพระองค์ต่างออกมารับไม่เว้นกระทั่งเฟิงหู่และเสี่ยวชุ้นที่ภายหลังรู้ว่านางเป็นผู้ใดถึงกับคุกเข่า แต่นางก็ไม่ถือสาเพราะนางปลอมตัวมาหาได้มีใครรู้ไม่ว่านางเป็นใ

    last updateآخر تحديث : 2026-04-04
  • เกิดชาตินี้ขอเป็นพระสนมท้ายวังเนื้อหอม   บทที่ 37

    ขบวนรถม้าของจักรพรรดิหวังจื่อฮ่าวเสด็จออกเยี่ยมราษฎรที่ชายแดนระยะทางที่เร็วที่สุด จากเมืองหลวงถึงตอนเหนือของแคว้นเว่ยกินเวลาถึงเกือบสิบวัน แต่นั่นไม่ทำให้จักรพรรดิอ่อนเพลียเลยสักนิดแม้ว่าในรถม้าจะฉ่ำไปด้วยกลิ่นอายของรสสวาทที่ปรนเปรอหวงกุ้ยเฟยตั้งแต่ออกเดินทางก็ว่าได้“ฝ่าบาทเพคะพอแล้วเพคะ” ขนาดในรถม

    last updateآخر تحديث : 2026-04-03
  • เกิดชาตินี้ขอเป็นพระสนมท้ายวังเนื้อหอม   บทที่ 10

    ยามอิ่น (ช่วงตีสาม) เวลาดึกสงัดเช่นนี้ใกล้เช้าตรู่เต็มทน สองร่างค่อย ๆ แอบย่องเบามาทางประตูตำหนัก ทหารยามที่เฝ้านั้นหลับไปด้วยฤทธิ์ยาสลบที่ซือกงกงนำมาให้ดื่มแล้ว นางจึงออกมาได้ง่าย เมื่อถึงประตูเฉียนชิง ซึ่งเป็นประตูกั้นระหว่างพระราชฐานชั้นในกับชั้นกลาง ซือกงกงกำลังรอพวกนางสองคนอยู่“ซือกงกง” หลันถิ

    last updateآخر تحديث : 2026-03-19
فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status