Mag-log inสภาพแวดล้อมขาวโพลนราวกับหมอกในตอนกลางวัน ทำเอาแอนนาเกิดความสับสนชั่วขณะ
เมื่อกี้เธออยู่ที่ออฟฟิศไม่ใช่เหรอ ตายหรือยัง? 'กึก...กึก...กึก...' เสียงฝีเท้าของใครบางคนเดินกระทบพื้นทางเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนเธอหยุดสนใจเรื่องของตนเองไปชั่วครู่ ยิ่งเสียงนั้นเข้ามาใกล้จุดที่ตนเองยืนอยู่สภาพห้องสีขาวก็ค่อยๆ เปลี่ยนไปกลายเป็นห้องโถงกว้างหรูหรา เต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตาภายในงาน แอนนาเงยหน้ามองแชนเดอร์เลียคริสตัลขนาดใหญ่กลางห้องโถง ความยิ่งใหญ่ของมันแสดงให้เห็นว่า ที่แห่งนี้คือสถานที่จัดงานเลี้ยงที่คนอย่างแอนนา ลีนส์ไม่มีวันได้รับเกียรติให้เข้าร่วม ทุกคนในงานสวมหน้ากากขนนกปิดบังใบหน้า แต่งกายด้วยชุดสูทและเดรสธีมสีดำแดง แถมยังประโคมเครื่องประดับแบบจัดเต็มชนิดไม่กลัวถูกจี้ปล้น ต่างคนต่างขยับปากพูดคุยเรื่องของตนเอง แต่แอนนาไม่ได้ยินเสียงสนทนาสักประโยคราวกับเป็นลำโพงที่ถูกปิดเสียงเอาไว้ 'กึก...กึก...กึก...' เสียงเดินนี่อีกแล้ว น่าแปลกที่เธอไม่ได้ยินเสียงสนทนาอะไรเลย แต่กลับได้ยินเสียงเดินของใครบางคนชัดเจนราวกับกำลังเดินวนไปมาในสมองของเธอไม่หยุด พนักงานออฟฟิศสาวหันตามทิศทางของเสียง จึงพบว่าเป็นผู้หญิงคนหนึ่งในชุดเดรสสีแดงโดดเด่นเพิ่งเดินมาถึงงาน เจ้าของผมสีดำดันลอนจนหยิกธรรมชาติกับริมฝีปากกระจับปาดลิปสติกสีไวน์แดงกำลังเดินเข้างานด้วยสีหน้ามาดมั่นจนน่าหมั่นไส้ เป็นคนสวยแบบที่ไม่ต้องถามความเห็นใคร แต่แววตาหยิ่งยโสและร้ายกาจนั่นสิ เพียะ! ไม่ทันขาดคำมือที่ประดับด้วยเล็บเจลของเธอคนนั้นก็ประทับบนใบหน้าผู้หญิงอีกคนทันทีที่เดินถึงโต๊ะกลม เสียงการสนทนาที่ไม่เคยได้ยินในตอนแรกก็ค่อยๆ ดังขึ้นจนได้ยินชัดเจนในที่สุด “ไม่อ่านแชตกลุ่มหรือไง ฉันบอกว่าห้ามใส่ชุดสีเดียวกับฉัน” คนลงมือเชิดหน้าถามคนโดนตบด้วยมาดนางพญา “ฉะ ฉันขอโทษนะวิเวียน ฉันเพิ่งกลับจากทิมเบอร์ตัน ไม่ได้จับโทรศัพท์เลย” ผู้หญิงคนนั้นยกมือกุมหน้าตนเอง หลบตาอธิบายกับอีกคนด้วยอาการหวาดกลัว โดยที่เพื่อนอีกสี่ห้าคนได้แต่นั่งเงียบ ไม่มีใครยื่นมือช่วย เดี๋ยวนะ! วิเวียน!? แอนนารู้สึกเอะใจกับชื่อของยัยตัวแสบตรงหน้า ขยับตัวเข้าไปดูหน้าผู้หญิงคนนั้นใกล้ๆ โดยไม่รู้ตัว และมันก็เป็นอย่างที่นักเขียนเรื่องกระต่ายน้อยของคลาสันบรรยายหน้าตานางร้ายของเรื่องเอาไว้ไม่มีผิดเพี้ยน 'เธอคือนังตัวแสบ วิเวียน วิลกินสัน ผู้หญิงที่มีใบหน้าสวยสะกดดั่งฟ้าประทาน ผมสีดำสนิทราวกับผืนผ้าที่สะบัดตามสายลมยามรัตติกาล ดวงตาสีเดียวกันแฝงไปด้วยความเลือดเย็นและเด็ดเดี่ยวดั่งที่ชาร์ค วิลกินสันผู้เป็นบิดาปลูกฝังความอำมหิตไว้ในใจจนหยั่งรากลึกถึงก้นบึ้งหัวใจ' แอนนายืนอึ้งทำอะไรไม่ถูก ทำไมเธอถึงมาอยู่ในเรื่องนี้ได้ เมื่อรู้ว่าอีกคนคือใครก็อดไม่ได้ที่จะสำรวจสภาพแวดล้อมอีกครั้ง ภาพฝูงชนสวมหน้ากากขนนกกับงานเลี้ยงสุดจะเลิศเลอเพอร์เฟกต์อลังการ วันเกิดคริส คลาสัน!! จำได้แล้ว! หลายตอนก่อนหน้ามีฉากที่คริส คลาสัน พระเอกของเรื่องพูดกับบันนี่ บลูเบลล์ว่าจะจัดงานวันเกิดที่โรงแรมของเธอ ในตอนแรกแอนนานึกว่าคริสแค่ต้องการหาเรื่องคุยกับบันนี่ซะอีก นี่มีฉากงานวันเกิดจริงดิ! “ทิมเบอร์ตัน? เหอะ! กลับบ้านนอกไปหาแม่ที่ถูกพ่อเธอขอหย่าเพราะคบชู้สินะ” วิเวียนค่อนขอดอีกคนด้วยน้ำเสียงดังฟังชัด กอดอกมองเหยียดอย่างคนเหนือกว่า ยัยบ้านี่สันดานเสียชะมัด ทั้งๆ ที่แม่ตัวเองก็ตายตั้งแต่เธอยังเด็กแล้วถูกพ่อเลี้ยงด้วยไม้เรียวมาตั้งแต่เด็กแท้ๆ ยังจะมีหน้ามาบูลลี่ครอบครัวคนอื่นอีก แต่เอ๊ะ! แอนนาเพิ่งสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง เธอยืนอยู่ตรงนี้ตั้งนาน ทำไมไม่มีใครสังเกตเห็นเลย หากเป็นปกติแอนนาคงถูกยัยวิเวียนคนนี้มองด้วยหางตาที่สะเออะยืนฟังตนเองกับเพื่อนสนทนากันไปแล้ว เมเนเจอร์สาวทดสอบด้วยการหันไปคว้าแก้วเครื่องดื่มใกล้ๆ ก่อนจะตกใจผงะเมื่อมันวืดผ่านราวกับคว้าอากาศ ไม่สิ! เป็นมือเธอต่างหากที่กำลังโปร่งใส “ไปเปลี่ยนชุดเดี๋ยวนี้ หรือไม่ก็กลับไปซะ!” “อนุโลมครั้งนี้ได้ไหมวิเวียน ฉันอยากมางานวันเกิดของคริส คลาสัน” “เป็นแค่ยัยคนที่แม่มีชู้แต่กลับกล้าพูดขนาดนี้กับฉันงั้นเหรอ จำใส่หัวไว้...ว่าคริสเขาเป็นของฉัน” ดวงตาสีนิลวาววับหลังจากประกาศความเป็นเจ้าของต่อลูกชายประธานสภาเทศมนตรีชัดถ้อยชัดคำ น่าสงสารมาก...ผู้หญิงคนนั้นหน้าเจื่อนไปเลย ก็อย่างว่า คริส คลาสันโคตรจะฮอต ถึงจะสันดานสุนัขไม่รับประทานแต่สาวๆ กว่าครึ่งริเวิร์นเดลซิตี้ชอบเขา แต่สำหรับแอนนาแล้วไม่ใช่ เธอไม่ชอบพระเอกอย่างคริส คลาสันเพราะมันทำให้แอนนานึกถึงไอ้พีท ที่ทนอ่านต่อเพราะชอบบันนี่ บลูเบลล์และอยากเห็นจุดจบของวิเวียน วิลกินสันต่างหาก อยากตบยัยนี่ชะมัด สักทีดีไหมนะ “ฉะ ฉันไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น...” คนถูกตบอ้อมแอ้มโกหก “ฉันแค่อยากร่วมงานวันเกิดเขา ฉันรู้ว่าเธอชอบคริส คนอย่างฉันจะเอาอะไรไปสู้เธอล่ะวิเวียน” “ก็ดีที่รู้ตัว...” รอยยิ้มภาคภูมิใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวย แวบหนึ่งแอนนารู้สึกว่าหากผู้หญิงคนนี้ไม่ชอบทำหน้าเหมือนนางปีศาจด้วยการแสยะยิ้มมุมปากคงเป็นผู้หญิงที่สวยมาก แต่จากการบรรยายของคนเขียนที่บอกว่า ก่อนที่บันนี่ บลูเบลล์จะมาอยู่เมืองนี้ วิเวียน วิลกินสันคือสาวฮอตประจำเมืองไม่ต่างจากคริส พระเอกของเรื่อง นอกจากจะเป็นถึงลูกสาวนายกเทศมนตรีของเมือง ความสวยยังโดดเด่นไม่ต่างจากเซเลบริตี้จนผู้ชายค่อนเมืองมองเหลียวหลัง นอกจากวิเวียนจะเกลียดบันนี่เพราะรู้ว่าคริสชอบเธอ ยังเกลียดด้วยเหตุผลที่บันนี่สวยแย่งซีนตัวเองด้วยนั่นแหละ “แปลว่าเธออนุญาตให้ฉันอยู่ในงานนี้ต่อใช่ไหม!” ผู้หญิงคนนั้นยิ้มแก้มปริ ดีใจที่ดูเหมือนคราวนี้วิเวียนจะยอมฟังง่ายๆ ทว่า... “ได้ เธออยู่ได้แน่ริชชี่” ซ่า...!!! เพล้ง!! “กรี๊ด!!” ไวน์สีแดงแก้วใหญ่บนโต๊ะถูกสาดใส่ผู้หญิงที่ชื่อริชชี่จนเลอะไปทั้งตัว แต่เสียงกรี๊ดเมื่อกี้ไม่ได้มาจากคนถูกสาด แต่เป็นเสียงของแอนนาเอง ที่ตกใจจากการถูกวิเวียนปาแก้วไวน์ทะลุร่างของเธอตกใส่พื้นจนแตก “ถ้าจะอยู่ก็อยู่ในสภาพนี้ ไม่อย่างนั้นก็กลับไปซะ!” แอนนาถึงกับครางในลำคอ สภาพเปียกโชกของริชชี่ไม่ได้ชวนมองแม้แต่น้อย นี่มันเป็นการบังคับให้กลับทางอ้อมชัดๆ แอนนากอดอกมองยัยตัวร้ายของเรื่อง เธออยากรู้ว่าผู้หญิงคนนี้จะทำอะไรต่อ ยิ่งกว่านั้นคืออยากเจอหน้าบันนี่บลูเบลล์ “เอาล่ะ พอแค่นี้ก่อน” น้ำเสียงทรงอำนาจของใครบางคนดังขึ้นจากเหนือศีรษะ เพียงแค่รู้สึกถึงการมีอยู่ของเสียงนั้น งานเลี้ยงสุดอลังการตรงหน้ารวมถึงผู้คนในงานก็หายวูบไป เหลือเพียงห้องสีขาวไร้ขอบเขตสว่างจ้างอีกครั้ง ไม่มีใครอยู่ตรงนี้เลยสักคน... ยกเว้นเสียแต่ร่างของใครคนหนึ่งที่ยังยืนกอดอกแบบเดียวกันกับแอนนา วิเวียน วิลกินสันยังคนยืนกอดอกด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง ก่อนที่ใบหน้าสละสลวยนั้นจะหันมาจ้องหน้าเธอพลางเหยียดยิ้มมุมปากเล็กน้อย ผู้หญิงคนนี้มองเห็นเธอ!! 🍖✨🥂วิเวียนปล่อยให้แลนซ์เล่นกับลูกสาวตอนหลังจบมื้ออาหาร เป็นธรรมเนียมปกติของบ้านที่สามีจะเป็นฝ่ายอาบน้ำก่อนในขณะที่เธอทำหน้าที่อาบน้ำให้วีร่า หลังจากนั้นแลนซ์จะผลัดเวรมารับลูกไปดูแลระหว่างที่ปล่อยให้เธอได้ใช้เวลาส่วนตัวในห้องน้ำฟื้นฟูความเหนื่อยล้าตลอดทั้งวันและเมื่อลูกสาวเข้านอนเมื่อไร เวลานั้นจะเป็นเวลาของผู้ใหญ่คนตัวเล็กนอนพิงหัวเตียงอ่านหนังสือคู่มือเลี้ยงเด็กรอสามี เธอรอเขากว่าสองชั่วโมงเข้าไปแล้วแต่แลนซ์ยังไม่มีทีท่าจะเปิดประตูกลับมาในห้องเหมือนทุกวันหรือหลับที่ห้องของลูกอีกแล้ว?ไม่ได้สิ... เขาที่สูงตั้งร้อยเก้าสิบจะนอนเตียงยาวแค่ร้อยหกสิบเซนติเมตรได้ยังไงคิดได้ดังนั้นจึงวางหนังสือกับหัวเตียง กระชับเสื้อคลุมผ้าซาตินเข้าเซตกับชุดนอนด้านใน เปิดประตูออกจากห้องนอนตั้งใจจะมุ่งหน้าไปห้องของวีร่าแกร๊ก~เฮือก!!เสียงเปิดประตูจากห้องทำงานของสามีติดกับฝั่งซ้ายของห้องนอนทำให้คนตัวเล็กสะดุ้ง เธอรู้อยู่แล้วว่าต้องเป็นเขา แต่แค่ไม่คิดว่าจะเข้าไปทำงานเวลานี้“งานด่วนเหรอคะ” ร่างแน่งน้อยเอ่ยถามสามีเมื่อเขาเดินมาหยุดตรงหน้าแลนซ์ส่ายหน้าปฏิเสธแทนคำตอบ เอื้อมมือเปิดประตูห้องนอนที่เพิ่งถูกปิดลงห
สี่ปีต่อมาแลนซ์ในวัยย่างเข้ายี่สิบเจ็ดกำลังใช้เวลาว่างหมดไปกับการนอนตาปรือฟังลูกสาวตัวน้อยอ่านหนังสือนิทานให้ฟังวีร่าแม้จะอายุเพียงสามขวบครึ่งทว่ามีนิสัยเจ้ากี้เจ้าการเหมือนแม่ หากตระกูลเซอร์ล็อตมีวิเวียนเป็นบอสใหญ่ วีร่าก็คือมินิบอส แน่นอนว่าพ่ออย่างเขาเป็นลูกสมุนอย่างไร้เงื่อนไขแลนซ์เอียงหน้าแอบยกมือปิดปากหาวไม่ให้ลูกเห็น ตอนนี้เขากลายเป็นผู้บริหารของห้างเซอร์ล็อตเต็มตัวหลังจากโรเบิร์ตขอเกษียณจากงานบริษัทมาเป็นพ่อบ้านอย่างเดียว แถมเมื่อคืนยังนั่งอ่านรายงานการประชุมของสองวันก่อนย้อนหลังจนแทบไม่ได้นอน สาเหตุที่ต้องอ่านซ้ำก็เนื่องจากในตอนที่กำลังวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ประชุมจากบ้าน ลูกสาวตัวน้อยดันตื่นขึ้นมากลางคันเพราะปัสสาวะรดที่นอนและร้องไห้ลั่นบ้าน เขาที่อยู่ใกล้ที่สุดเมื่อเทียบกับวิเวียนที่กำลังเตรียมมื้อกลางวันให้ตนเองกับลูกในครัวจึงจำต้องวิ่งไปปลอบลูกสาวรอภรรยาพาลูกไปอาบน้ำเพียะ!“โอ๊ย!”คนใจลอยถูกมืออ้วนป้อมฟาดหัวไหล่จนสะดุ้งร้องด้วยความตกใจ มองหน้ากลมๆ เหมือนขนมทิมเบอร์ริงส์กำลังบูดบึ้งพร้อมกับมองมาที่พ่อสายตาดุดัน“ตะ ตีปะป๊าทำไมครับ?” เขาเบะปากใส่ลูก แม้จะไม่รู้สึกเจ็บแม้แต่
หลายเดือนต่อมาวันนี้วิเวียนมีนัดตรวจอัลตราซาวด์ดูพัฒนาการของลูกในท้อง แต่สิ่งที่ทำให้คุณแม่ยังสาวรู้สึกวิตกกังวลกลับไม่ใช่สุขภาพของลูก แต่ห่วงความปลอดภัยของตนเองระหว่างเดินทางไปโรงพยาบาลต่างหากก็วันนี้น่ะ สามีของเธอทำหน้าที่ขับรถพาไปด้วยตัวเอง แถมยังไม่ยอมให้พ่อบ้านตามไปประกบอีก“เอ่อ...ปะป๊า หม่าม้าว่าเราให้โรเบิร์ตขับรถให้ดีไหม”“จริงด้วยครับคุณชาย กระผมเกรงว่านายน้อยจะได้รับอันตราย” พ่อบ้านอาวุโสพยักหน้าสำทับ ยกผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่อบนหน้าตนเองไม่หยุดอย่างที่รู้กันดีว่าเขาเป็นพวกย้ำคิดย้ำทำ นับตั้งแต่สอบได้ใบขับขี่มาร่วมเดือน วิเวียนรู้สึกว่าสามีของเธอกลายเป็นคนมีความมั่นใจแบบผิดๆ สาเหตุก็เนื่องจากเขาสอบเพียงรอบเดียวก็ผ่านฉลุย ได้ข้อเขียนเต็มไม่พอ ครูสอนขับรถยังเอ่ยชมว่าเขามีพรสวรรค์ด้านการขับรถ ซึ่งวิเวียนไม่ค่อยมั่นใจว่าถูกชมเพราะสามีมีพรสวรรค์จริงๆ หรือเป็นการชมตามมารยาทเนื่องจากแลนซ์ใช้เวลาฝึกขับรถกว่าสองเดือนเต็มจึงยอมเข้ารับการสอบสีหน้าของครูฝึกสอนวันนั้นเหมือนอยากให้เขารีบสอบรีบกลับไปเสียที และไม่ต้องมาอีก -_-;“ไม่ต้องหรอกหม่าม้า ผมเคยขับรถพาคุณไปซูเปอร์มาแล้ว จำได้ไหมเ
พิธีแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายภายในโบสถ์เมืองสี่เหลี่ยมผืนผ้าเวิร์นเดล แขกในงานส่วนมากเป็นคู่ค้าในห้างสรรพสินค้าของแลนซ์ ส่วนฝั่งวิเวียนไม่รู้จะเรียกว่าแขกฝั่งเธอได้หรือไม่ เพราะมีเพียงครอบครัวคลาสัน และบันนี่ บลูเบลล์ที่บังเอิญเจอกันตอนแลนซ์พาไปฝากครรภ์ จึงเอ่ยชวนตามมารยาทและให้พ่อบ้านอย่างโรเบิร์ตเป็นคนส่งการ์ดเชิญตามไปไม่คิดว่าทั้งสามจะมาร่วมงานเธอที่เป็นศัตรูกันมาก่อนบิดาของเธอเคยสั่งคนไปทำร้ายพ่อของคริส ในขณะที่ยัยวิเวียนคนเก่าเองก็คอยกลั่นแกล้งบันนี่มาแรมปี“ขอบคุณที่มาร่วมงานนะคะ” เธอกล่าวขอบคุณประธานสภาเทศบาลวัยกลางคนจิมมองมายังเธอพร้อมรอยยิ้ม สายตาของเขาอ่อนโยนขึ้นเมื่อเทียบกับที่เคยพบกันเมื่อตอนวันอบรมอาสาสมัคร“ยินดีด้วยนะ ทั้งเรื่องแต่งงานและเด็กในท้อง” จิมอวยพรพร้อมกับยิ้มออกมาคล้ายกำลังกลั้นขำจะไม่ขำได้ไงล่ะ รูปอัลตราซาวด์เจ้าตัวจิ๋วที่แลนซ์นำมาติดใหญ่กว่ารูปพรีเวดดิ้งในงานอีก ทีแรกเขาจะทำเป็นของที่ระลึกงานแต่งด้วยซ้ำ เธอกับพ่อบ้านห้ามแทบไม่ทัน“ขอบคุณค่ะ เชิญตามสบายนะคะ” วิเวียนกดใบหน้าลงอย่างนอบน้อมจิมที่เดาได้ว่าเผลอแซวจนเจ้าสาวอายจึงหัวเราะแล้วทำทีเดินไปทัก
งานแต่งถูกจัดเตรียมอย่างพิถีพิถันกว่าสองเดือน กระทั่งถึงกำหนดวันที่ร้านตัดชุดแต่งงานนัดทั้งคู่ไปลองชุดเป็นครั้งสุดท้ายหลังปรับแก้วิเวียนขับรถเข้ามาจอดยังลานจอดรถผู้บริหารภายในตึกซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานห้างสรรพสินค้าเซอร์ล็อตติดกับตัวห้าง โดยมีเจ้าของห้างหนุ่มยืนยิ้มแฉ่งรออยู่ก่อนแล้วแลนซ์ไม่เคยปล่อยให้เธอรอ แม้ว่าเขาจะยุ่งขนาดไหนก็ตาม คนตัวสูงในชุดสูทสีกรมท่ายืนรอเธอที่จุดจอดรถที่ประจำอยู่ก่อนแล้ว และทันทีที่ได้ยินเสียงประตูข้างคนขับปลดล็อก คู่หมั้นหนุ่มก็รีบสอดตัวเข้ามาพร้อมกับหันหน้ามาหาเตรียมพูดประโยคบางอย่าง“หิว~” วิเวียนชิงทำเสียงเล็กเสียงน้อยเลียนแบบเขา ตามด้วยการหยิบถุงผ้าจากเบาะหลังมาวางบนตักแกร่งข้างในมีสปาเกตตีและผลไม้ปอกแช่เย็นเตรียมมาจากบ้านพร้อมรับประทาน แถมยังมีน้ำดื่มและผ้าเช็ดปากเตรียมไว้ให้เสร็จสรรพ“ใช้สาวใช้เตรียมไว้แล้ว เพราะฉันจำได้ว่านายมีประชุมตั้งแต่เช้า เลยคิดว่าคงยังไม่ได้กินอะไร”แลนซ์ยิ้มกริ่มก้มมองถุงผ้าบนตักด้วยความซาบซึ้งใจ โน้มตัวยื่นริมฝีปากมาจูบแก้มหอมแทนการขอบคุณ“ขอบคุณครับ”แลนซ์กลับไปนั่งคาดเข็มขัดนิรภัยตามเดิม ทว่าเพียงแค่เปิดถุงหยิบอาหารขึ้น
“แล้วคุณจะชอบ…”น้ำเสียงที่ส่งผ่านมาข้างใบหูขาวทำให้วิเวียนผ่อนคลายจากความกังวล เธอเชื่อใจเขา มั่นใจว่าแลนซ์จะไม่พาเธอไปยังสถานที่อันตรายก็ตอนนี้น่ะ เธอมีเขาเป็นที่พึ่งเดียวบนโลก…ในฐานะคนรักวิเวียนยกมือขึ้นแตะบ่าแกร่งแผ่วเบา ซบหน้าลงกับอกแน่นหนันให้เขาพาไปยังสถานที่ตามที่ต้องการ ตลอดเวลาที่เดินไปตามเส้นทางเธอไม่ได้ยินอะไรนอกจากเสียงหัวใจที่ดังอยู่ข้างใบหู กระทั่งสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรู้สึกว่ากำลังขึ้นมายังที่สูงและชัน“ไม่เป็นไร มันเป็นบันได” เขาอธิบายและกระชับกอดแนบแน่นความใส่ใจที่ได้รับทำให้หญิงสาวอดลอบยิ้มไม่ได้ ความขุ่นเคืองจากการที่เขาขาดการติดต่อกว่าครึ่งวัน มลายหายไปเพียงเพราะได้กลิ่นกายอ่อนๆ จากคนตัวโตกว่า“คิดถึงจังเลยแลนซ์…”ไม่มีคำด่าหรือคำต่อว่าออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่ม เธอพูดในสิ่งที่คิด และคิดว่าเขาเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน“คิดถึงคุณมากเหมือนกัน ผมอดทนเก่งไหม?”“เก่งมาก…”แม้จะไม่ชอบความอดทนแบบนี้แต่ก็ยังเอ่ยปากชื่นชมไว้ก่อนเมื่อก่อนเธอกับเขาต่างคนต่างคิดแทนอีกฝ่าย เรื่องวุ่นวายจึงเกิดขึ้น วิเวียนสาบานกับตัวเองในใจนับตั้งแต่ได้พบกับเขาอีกครั้งที่ไมอามี่ว่าจะเปิดใจและรับฟังโ
'อึก...อึก...' เสียงริมฝีปากดูดลำรักแท่งใหญ่ขึ้นลงสุดความสามารถดังเล็ดลอดออกมาจากปากสวยเป็นกระจับ วิเวียนมองลำเอ็นอวบคาปากตนเองด้วยความรู้สึกมันเขี้ยว ยิ่งรู้สึกก็ยิ่งแกล้งมันหนักหน่วงจนเจ้าของร่างกายสั่นเทิ้มปลายเท้าเหยียดเกร็ง แลนซ์ เซอร์ล็อตหน้าแดงก่ำนอนหลังพิงเตียงหมดสภาพ เสื้อเชิ้ตสีแดงเบอร์
วิเวียนเห็นกับตาว่าเขากลืนน้ำลายลงคอหลังจากได้ยินคำว่า 'ขอร้อง' ค่อยๆ ยื่นมือที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนแข็งแรงมารับแก้วยกขึ้นดื่ม จนกระทั่งไวน์อีกห้าแก้วหมดเกลี้ยง “ดื่มอีกหรือเปล่า” คนหน้าเนือยส่ายหน้าแทนคำตอบ ปากของเขาแดงและเจ่อจากฤทธิ์ร้อนของเหล้ายิ่งกว่าเดิม แถมใบหน้ายังเป็นสีเข้มขึ้นเรื่อย
เข้าร่างปุ๊บก็มีภารกิจให้ทำอย่างที่ยัยนางฟ้าบอกเอาไว้จริงๆ ริมฝีปากกระจับกัดเม้มไม่รู้ตัว เธอยังจำเรื่องก่อนหน้านั้นไม่ได้ด้วยซ้ำ คิดได้ดังนั้นจึงอยากลากตั๋วบ๋อยมาเค้นเอาข้อมูลเพิ่ม“ฉันจะไปหาอะไรกิน” วิเวียนบอกคนบนโต๊ะด้วยความเร่งรีบทุกคนหันมามองเธอเป็นตาเดียวทำไมล่ะ ปกติยัยนั่นไปไหนมาไหนไม่บอกค
เฮือก!!แอนนาสะดุ้งตื่นขึ้นมาจากความฝัน ก่อนจะพบว่าตนเองกำลังถูกห้อมล้อมไปด้วยคนแปลกหน้านับสิบทว่าเครื่องแต่งกายโทนสีดำแดงคุ้นตาทำให้ผู้จัดการสาวนิ่งงันไปชั่วขณะ สภาพห้องที่เหมือนจะเป็นห้องแต่งตัวหลังเวทีในโรงแรมที่เธอเคยเห็นตอนงานวันปีใหม่บริษัทยิ่งตอกย้ำว่า ตอนนี้เธออยู่ที่งานเลี้ยงวันเกิดของคริ







