เข้าสู่ระบบ“สนุกหรือเปล่า” วิเวียนหันมาพูดกับเธอพร้อมกับร่างระหงในชุดเดรสสีแดงย่างสามขุมเข้ามาใกล้
แอนนาตกใจผงะถอยหลัง เธอไม่ได้กลัวความร้ายกาจของผู้หญิงคนนี้ แต่กำลังตกใจที่ใบหน้าของวิเวียนค่อยๆ เปลี่ยนเป็นผู้หญิงอีกคนที่เธอไม่รู้จัก ผู้หญิงที่ดูอายุมากกว่าเธอเล็กน้อย ผมสีบลอนด์ยาวเหยียดถึงกลางแผ่นหลังกับดวงตาสีฟ้าน้ำทะเล แตกต่างกับนางร้ายของเรื่องกระต่ายน้อยของคลาสันโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะชุดกรุยกรายสีขาวยาวถึงพื้น ถ้ามีปีกก็นางฟ้าตามผนังโบสถ์ชัดๆ “คะ คุณเป็นใคร” แอนนาเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยความกลัวเล็กน้อย เข้าใจเลย ว่าเมื่อกี้ทำไมริชชี่ถึงกลัววิเวียน เพราะรู้สึกได้เลยว่าคนที่อยู่ตรงหน้าเรามีอำนาจเหนือกว่า “ฉันเป็นคนทำหน้าที่พาเธอไปส่งที่ประตูพิพากษา AKA [1] นางฟ้าอะไรแบบนั้นแหละ” “ประตูพิพากษา? คืออะไร” “ประตูที่พอเธอเปิดเข้าไป มันจะพาเธอไปนรกหรือสวรรค์ตามการกระทำตอนยังมีชีวิตของเธอ” “หมายถึงฉันตายแล้ว?” “แล้วเธอคิดว่าสภาพครั้งสุดท้ายของเธอควรมีชีวิตรอดต่อไปหรือไง -_-” ปากร้ายชะมัด “ไม่เชื่อเหรอ อยากดูหรือเปล่าว่าตัวเองตายสภาพไหน แต่เตือนไว้ก่อนนะว่ามันแย่มาก แย่กว่าใต้ตาดำๆ ของเธอที่ต้องตื่นมาเจอทุกเช้าซะอีก” ดูปาก อยากตบนางฟ้าชะมัด -_-! “ตบฉันเธอตกนรกแน่ เอาจริงต่อให้ไม่ตบก็ตกนรกอยู่แล้ว” ชัดเจนว่าอีกฝ่ายได้ยินห้วงความคิดของผู้จัดการสาว แอนนามั่นใจแล้วว่าเธอตรงหน้าไม่ใช่สัมภเวสีหรือผีปลายแถว “หมายถึง ฉันต้องตกนรกเหรอ” “คิดว่าตัวเองดีจนต้องขึ้นสวรรค์?” เอ๊า! “ฉันรู้ว่าเธอไม่อยากตกนรกหรอกแอนนา...ฉันถึงพาเธอมาที่นี่ไง!” คน (?) ตรงหน้ากลับเข้าเรื่องหน้าตาย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้าทำให้แอนนารู้สึกหวาดระแวง ไม่มั่นใจว่าผู้หญิงคนนี้จะเชื่อใจได้ขนาดไหน แต่ดูเหมือนจะถูกอ่านใจได้อีกแล้ว ผู้หญิงชุดขาวจึงถอนหายใจด้วยความรำคาญและเอ่ยปากยื่นข้อเสนอที่มั่นใจว่าแอนนาไม่มีทางปฏิเสธลง “ฉันจะให้เธอไปอยู่ในร่างของวิเวียน วิลกินสัน เธอชอบนิยายเรื่องนั้นไม่ใช่เหรอ น่าสนุกดีนะ” “แต่ฉันไม่ชอบคริส คลาสัน” ริมฝีปากกระจับกล่าวอย่างตรงไปตรงมาจนแม่สาวชุดขาวตรงหน้าอดหัวเราะพรืดออกมาไม่ได้ “เพราะมันทำให้เธอนึกถึงผู้อำนวยการของเธอสินะ” “ได้โปรดอย่าพูดว่าคนอย่างไอ้พีทเป็นของฉัน ไม่นับญาติ -_-” “ก็ดีแล้ว ไปอยู่ในร่างวิเวียนสิ เธอจะได้ไม่ต้องไปเจอพีทอีก” ข้อเสนอน่าสนใจออกมาจากเจ้าของดวงตาสีน้ำทะเล ยอมรับว่าแอนนานิ่งคิดไปครู่หนึ่ง แต่การหนีจากพีทไปเจอคริสคลาสันนี่ไม่ต่างจากการกระโดดลงจากตึกที่กำลังไฟไหม้เพื่อลงบ่อจระเข้เลย “ดูเหมือนเธอจะคิดนานนะ เอาแบบนี้ ฉันจะบอกอะไรดีๆ ให้ นี่ฉันใช้แต้มบุญหลายพันแลกกับการเปิดความลับสวรรค์เลยนะ” เธอคนนั้นทำตาโตราวกับเรื่องที่ตนเองทำเป็นการเสียสละอย่างมาก แต่น่าเสียดายที่แอนนาไม่รู้สึกซาบซึ้งแม้แต่น้อย “ฉันสามารถส่งเธอกลับไปในที่ที่เธอจากมาได้” “งั้นก็ทำ...” “ฟัง! สภาพร่างกายในตอนที่เธอจากมามันแย่มากอย่างที่ฉันบอกเอาไว้...เธอเส้นเลือดในสมองแตกตาย รถกู้ชีพมาถึงช้าจนสมองขาดออกซิเจนไปหลายนาที แม้การผ่าตัดจะผ่านไปได้ด้วยดี แต่เธอจะฟื้นขึ้นมาพร้อมกับการเดินไม่ได้ ต้องใช้เวลาอย่างน้อยๆ ก็ห้าปีในการเริ่มกายภาพบำบัด แน่นอนว่าเธอทำงานให้บริษัทไม่ได้ ดังนั้นเลยได้ค่าชดเชยจากการจ้างออก และแน่นอนอีกว่าเธอใช้มันหมดไปกับการหาหมอ” แย่ชะมัด -_-; “ถ้าเธอเลือกตกนรก เธอจะตกประมาณสามร้อยปีนรก แล้วจากนั้นก็จะกลับไปเกิดใหม่” “สามร้อยปีนรกนี่นานขนาดไหน” “ก็คงประมาณดาวหางฮัลเลย์ตกสู่โลกห้าครั้ง เจ็ดสิบหกคูณห้า ใส่ศูนย์ทดสาม....” “สามร้อยแปดสิบปี” แอนนาโพล่งขัดการคำนวณของแม่นางฟ้าด้วยความหงุดหงิด “โอ๊ะ! ใช่เลย สมแล้วที่จบบัญชีมหาวิทยาลัยดังมา” ยัยนางฟ้าตัวแสบทำท่านึกออกยกมือปรบแปะๆ คล้ายกับกำลังชื่นชมทักษะคณิตคิดเร็วของวิญญาณผู้จัดการสาว “แล้วหลังจากนั้นล่ะ เธอบอกว่าฉันจะไปเกิดใหม่” แอนนาอยากรู้ว่าชาติภพใหม่เธอจะเป็นแบบไหน ถ้าสวยเหมือนไอดอลเคป๊อบหรือดาราฮอลลีวู้ดจะพิจารณาอีกที “ปลาตีน” “ฮะ!? อะไร” “เธอจะเกิดเป็นปลาตีน -..-” คนได้ฟังยกมือขึ้นตบหน้าผากตนเองด้วยความสิ้นหวัง คนอื่นเกิดใหม่เป็นผู้กล้า เป็นสไลม์ แต่เธอกลับได้เป็น...ปลาตีน “แต่ถ้าเธอไปอยู่ในร่างวิเวียน เธอไม่จำเป็นต้องวนเวียนกับคริส คลาสันก็ได้นี่ แค่หนีเขาให้ได้ก็พอ” จริงด้วย! แค่ไม่ยุ่งกับคริสซะอย่าง แถมหมอนั่นก็แสดงออกชัดเจนว่าเกลียดวิเวียนและนายกเทศมนตรีพ่อของผู้หญิงคนนั้น “แล้ว...ทำไมฉันต้องไปอยู่ในร่างวิเวียน” เรื่องนี้ไม่มีเหตุผลรองรับเลยสักนิด เธอกับวิเวียนไม่มีส่วนไหนเกี่ยวข้องกันแม้แต่น้อย “หึ...ฟังนะแม่หนูน้อย ตอนนี้ฉันเป็นเจ้าของวิญญาณเธอ จะส่งเธอไปไหนก็ได้ นี่ฉันให้โอกาสครั้งที่สองให้เธอใช้ชีวิตในฐานะมนุษย์ แค่นี้ยังไม่ใช่เหตุผลอีกเหรอ” “เธอใจดีขนาดนั้นเลย?” ถ้าใจดีขนาดนั้นก็ช่วยส่งเธอไปเกิดหลังตกนรกเป็นอย่างอื่นที่ไม่ใช่ปลาตีนได้ไหม! “ฉันชอบเธอนะ” ร่างผอมเพรียวของนางฟ้าตรงหน้าลอยเข้ามาใกล้กระทั่งหยุดตรงหน้า “...” “ฉันมองเห็นความเป็นนักสู้ของเธอมาตลอด” ปลายนิ้วเรียวเชยคางมนของวิญญาณสาวให้สบตากัน แวบหนึ่งแอนนามองเห็นดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลเรืองแสงขึ้น ก่อนจะกลับมาเป็นปกติพร้อมกับรอยยิ้มคาดหวัง “ฉันจะจับตาดูเธอทุกฝีก้าว สู้กับโชคชะตาในฐานะวิเวียน วิลกินสันให้ฉันดูหน่อย” “โชคชะตา?” “ยัยนั่นร้ายสมบูรณ์แบบ เธอคงได้เห็นและอ่านมาบ้างแล้ว ฉันอยากเห็นเธอเอาชนะกฎเกณฑ์ที่นักเขียนสร้างขึ้น เป็นวิเวียนที่ไม่เดินตามปลายปากกาของคนเขียนยังไงล่ะ” แบบนั้นก็แค่จับเธอมาเป็นของเล่น เอาไว้ดูแก้เบื่อไม่ใช่หรือไง แอนนาไม่ค่อยเข้าใจความคิดผู้หญิงตรงหน้านัก แต่ดูเหมือนว่านี่จะเป็นทางเดียวที่เธอควรเดิน อัมพาต วิเวียน ปลาตีน เลือกง่ายชะมัดเลย! “ทำหน้าแบบนี้แปลว่าเข้าใจแล้ว ขอให้โชคดีแล้วเตรียมเจอบททดสอบแรกทันทีที่ลงสนาม” “...” แสงสว่างวาบจากเบื้องหลังบังคับให้แอนนา ลีนส์ปิดเปลือกตาลงอัตโนมัติ ก่อนที่หัวของเธอจะหมุนอีกครั้งและรู้สึกว่าวิญญาณรู้สึกว่ากำลังดิ่งลงไปที่ไหนสักแก่ง เสียงแว้ดๆ ของยัยนางฟ้าก็ลอยเข้าหูจนคนฟังแทบกรีดร้องด่าทอ “อ้อ! สปอยล์ตอนจบของวิเวียน วิลกินสันเอาบุญ! ยัยนั่นถูกคริส คลาสันให้คนลากไปโยนลงหน้าผาหลังจากรู้ว่าปัญหาระหว่างตนเองกับบันนี่ บลูเบลล์เป็นฝีมือของหล่อนนั่นเอง” “ยัยบ้า!!” “อย่าตายนะจ๊ะ แม่เมเนเจอร์คนสวย :p” 🥂🍬🍖 เชิงอรรถ ^AKA ย่อมาจาก "also known as" (ออลโซ โนวน์ แอส) หมายถึง "หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า"วิเวียนปล่อยให้แลนซ์เล่นกับลูกสาวตอนหลังจบมื้ออาหาร เป็นธรรมเนียมปกติของบ้านที่สามีจะเป็นฝ่ายอาบน้ำก่อนในขณะที่เธอทำหน้าที่อาบน้ำให้วีร่า หลังจากนั้นแลนซ์จะผลัดเวรมารับลูกไปดูแลระหว่างที่ปล่อยให้เธอได้ใช้เวลาส่วนตัวในห้องน้ำฟื้นฟูความเหนื่อยล้าตลอดทั้งวันและเมื่อลูกสาวเข้านอนเมื่อไร เวลานั้นจะเป็นเวลาของผู้ใหญ่คนตัวเล็กนอนพิงหัวเตียงอ่านหนังสือคู่มือเลี้ยงเด็กรอสามี เธอรอเขากว่าสองชั่วโมงเข้าไปแล้วแต่แลนซ์ยังไม่มีทีท่าจะเปิดประตูกลับมาในห้องเหมือนทุกวันหรือหลับที่ห้องของลูกอีกแล้ว?ไม่ได้สิ... เขาที่สูงตั้งร้อยเก้าสิบจะนอนเตียงยาวแค่ร้อยหกสิบเซนติเมตรได้ยังไงคิดได้ดังนั้นจึงวางหนังสือกับหัวเตียง กระชับเสื้อคลุมผ้าซาตินเข้าเซตกับชุดนอนด้านใน เปิดประตูออกจากห้องนอนตั้งใจจะมุ่งหน้าไปห้องของวีร่าแกร๊ก~เฮือก!!เสียงเปิดประตูจากห้องทำงานของสามีติดกับฝั่งซ้ายของห้องนอนทำให้คนตัวเล็กสะดุ้ง เธอรู้อยู่แล้วว่าต้องเป็นเขา แต่แค่ไม่คิดว่าจะเข้าไปทำงานเวลานี้“งานด่วนเหรอคะ” ร่างแน่งน้อยเอ่ยถามสามีเมื่อเขาเดินมาหยุดตรงหน้าแลนซ์ส่ายหน้าปฏิเสธแทนคำตอบ เอื้อมมือเปิดประตูห้องนอนที่เพิ่งถูกปิดลงห
สี่ปีต่อมาแลนซ์ในวัยย่างเข้ายี่สิบเจ็ดกำลังใช้เวลาว่างหมดไปกับการนอนตาปรือฟังลูกสาวตัวน้อยอ่านหนังสือนิทานให้ฟังวีร่าแม้จะอายุเพียงสามขวบครึ่งทว่ามีนิสัยเจ้ากี้เจ้าการเหมือนแม่ หากตระกูลเซอร์ล็อตมีวิเวียนเป็นบอสใหญ่ วีร่าก็คือมินิบอส แน่นอนว่าพ่ออย่างเขาเป็นลูกสมุนอย่างไร้เงื่อนไขแลนซ์เอียงหน้าแอบยกมือปิดปากหาวไม่ให้ลูกเห็น ตอนนี้เขากลายเป็นผู้บริหารของห้างเซอร์ล็อตเต็มตัวหลังจากโรเบิร์ตขอเกษียณจากงานบริษัทมาเป็นพ่อบ้านอย่างเดียว แถมเมื่อคืนยังนั่งอ่านรายงานการประชุมของสองวันก่อนย้อนหลังจนแทบไม่ได้นอน สาเหตุที่ต้องอ่านซ้ำก็เนื่องจากในตอนที่กำลังวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ประชุมจากบ้าน ลูกสาวตัวน้อยดันตื่นขึ้นมากลางคันเพราะปัสสาวะรดที่นอนและร้องไห้ลั่นบ้าน เขาที่อยู่ใกล้ที่สุดเมื่อเทียบกับวิเวียนที่กำลังเตรียมมื้อกลางวันให้ตนเองกับลูกในครัวจึงจำต้องวิ่งไปปลอบลูกสาวรอภรรยาพาลูกไปอาบน้ำเพียะ!“โอ๊ย!”คนใจลอยถูกมืออ้วนป้อมฟาดหัวไหล่จนสะดุ้งร้องด้วยความตกใจ มองหน้ากลมๆ เหมือนขนมทิมเบอร์ริงส์กำลังบูดบึ้งพร้อมกับมองมาที่พ่อสายตาดุดัน“ตะ ตีปะป๊าทำไมครับ?” เขาเบะปากใส่ลูก แม้จะไม่รู้สึกเจ็บแม้แต่
หลายเดือนต่อมาวันนี้วิเวียนมีนัดตรวจอัลตราซาวด์ดูพัฒนาการของลูกในท้อง แต่สิ่งที่ทำให้คุณแม่ยังสาวรู้สึกวิตกกังวลกลับไม่ใช่สุขภาพของลูก แต่ห่วงความปลอดภัยของตนเองระหว่างเดินทางไปโรงพยาบาลต่างหากก็วันนี้น่ะ สามีของเธอทำหน้าที่ขับรถพาไปด้วยตัวเอง แถมยังไม่ยอมให้พ่อบ้านตามไปประกบอีก“เอ่อ...ปะป๊า หม่าม้าว่าเราให้โรเบิร์ตขับรถให้ดีไหม”“จริงด้วยครับคุณชาย กระผมเกรงว่านายน้อยจะได้รับอันตราย” พ่อบ้านอาวุโสพยักหน้าสำทับ ยกผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่อบนหน้าตนเองไม่หยุดอย่างที่รู้กันดีว่าเขาเป็นพวกย้ำคิดย้ำทำ นับตั้งแต่สอบได้ใบขับขี่มาร่วมเดือน วิเวียนรู้สึกว่าสามีของเธอกลายเป็นคนมีความมั่นใจแบบผิดๆ สาเหตุก็เนื่องจากเขาสอบเพียงรอบเดียวก็ผ่านฉลุย ได้ข้อเขียนเต็มไม่พอ ครูสอนขับรถยังเอ่ยชมว่าเขามีพรสวรรค์ด้านการขับรถ ซึ่งวิเวียนไม่ค่อยมั่นใจว่าถูกชมเพราะสามีมีพรสวรรค์จริงๆ หรือเป็นการชมตามมารยาทเนื่องจากแลนซ์ใช้เวลาฝึกขับรถกว่าสองเดือนเต็มจึงยอมเข้ารับการสอบสีหน้าของครูฝึกสอนวันนั้นเหมือนอยากให้เขารีบสอบรีบกลับไปเสียที และไม่ต้องมาอีก -_-;“ไม่ต้องหรอกหม่าม้า ผมเคยขับรถพาคุณไปซูเปอร์มาแล้ว จำได้ไหมเ
พิธีแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายภายในโบสถ์เมืองสี่เหลี่ยมผืนผ้าเวิร์นเดล แขกในงานส่วนมากเป็นคู่ค้าในห้างสรรพสินค้าของแลนซ์ ส่วนฝั่งวิเวียนไม่รู้จะเรียกว่าแขกฝั่งเธอได้หรือไม่ เพราะมีเพียงครอบครัวคลาสัน และบันนี่ บลูเบลล์ที่บังเอิญเจอกันตอนแลนซ์พาไปฝากครรภ์ จึงเอ่ยชวนตามมารยาทและให้พ่อบ้านอย่างโรเบิร์ตเป็นคนส่งการ์ดเชิญตามไปไม่คิดว่าทั้งสามจะมาร่วมงานเธอที่เป็นศัตรูกันมาก่อนบิดาของเธอเคยสั่งคนไปทำร้ายพ่อของคริส ในขณะที่ยัยวิเวียนคนเก่าเองก็คอยกลั่นแกล้งบันนี่มาแรมปี“ขอบคุณที่มาร่วมงานนะคะ” เธอกล่าวขอบคุณประธานสภาเทศบาลวัยกลางคนจิมมองมายังเธอพร้อมรอยยิ้ม สายตาของเขาอ่อนโยนขึ้นเมื่อเทียบกับที่เคยพบกันเมื่อตอนวันอบรมอาสาสมัคร“ยินดีด้วยนะ ทั้งเรื่องแต่งงานและเด็กในท้อง” จิมอวยพรพร้อมกับยิ้มออกมาคล้ายกำลังกลั้นขำจะไม่ขำได้ไงล่ะ รูปอัลตราซาวด์เจ้าตัวจิ๋วที่แลนซ์นำมาติดใหญ่กว่ารูปพรีเวดดิ้งในงานอีก ทีแรกเขาจะทำเป็นของที่ระลึกงานแต่งด้วยซ้ำ เธอกับพ่อบ้านห้ามแทบไม่ทัน“ขอบคุณค่ะ เชิญตามสบายนะคะ” วิเวียนกดใบหน้าลงอย่างนอบน้อมจิมที่เดาได้ว่าเผลอแซวจนเจ้าสาวอายจึงหัวเราะแล้วทำทีเดินไปทัก
งานแต่งถูกจัดเตรียมอย่างพิถีพิถันกว่าสองเดือน กระทั่งถึงกำหนดวันที่ร้านตัดชุดแต่งงานนัดทั้งคู่ไปลองชุดเป็นครั้งสุดท้ายหลังปรับแก้วิเวียนขับรถเข้ามาจอดยังลานจอดรถผู้บริหารภายในตึกซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานห้างสรรพสินค้าเซอร์ล็อตติดกับตัวห้าง โดยมีเจ้าของห้างหนุ่มยืนยิ้มแฉ่งรออยู่ก่อนแล้วแลนซ์ไม่เคยปล่อยให้เธอรอ แม้ว่าเขาจะยุ่งขนาดไหนก็ตาม คนตัวสูงในชุดสูทสีกรมท่ายืนรอเธอที่จุดจอดรถที่ประจำอยู่ก่อนแล้ว และทันทีที่ได้ยินเสียงประตูข้างคนขับปลดล็อก คู่หมั้นหนุ่มก็รีบสอดตัวเข้ามาพร้อมกับหันหน้ามาหาเตรียมพูดประโยคบางอย่าง“หิว~” วิเวียนชิงทำเสียงเล็กเสียงน้อยเลียนแบบเขา ตามด้วยการหยิบถุงผ้าจากเบาะหลังมาวางบนตักแกร่งข้างในมีสปาเกตตีและผลไม้ปอกแช่เย็นเตรียมมาจากบ้านพร้อมรับประทาน แถมยังมีน้ำดื่มและผ้าเช็ดปากเตรียมไว้ให้เสร็จสรรพ“ใช้สาวใช้เตรียมไว้แล้ว เพราะฉันจำได้ว่านายมีประชุมตั้งแต่เช้า เลยคิดว่าคงยังไม่ได้กินอะไร”แลนซ์ยิ้มกริ่มก้มมองถุงผ้าบนตักด้วยความซาบซึ้งใจ โน้มตัวยื่นริมฝีปากมาจูบแก้มหอมแทนการขอบคุณ“ขอบคุณครับ”แลนซ์กลับไปนั่งคาดเข็มขัดนิรภัยตามเดิม ทว่าเพียงแค่เปิดถุงหยิบอาหารขึ้น
“แล้วคุณจะชอบ…”น้ำเสียงที่ส่งผ่านมาข้างใบหูขาวทำให้วิเวียนผ่อนคลายจากความกังวล เธอเชื่อใจเขา มั่นใจว่าแลนซ์จะไม่พาเธอไปยังสถานที่อันตรายก็ตอนนี้น่ะ เธอมีเขาเป็นที่พึ่งเดียวบนโลก…ในฐานะคนรักวิเวียนยกมือขึ้นแตะบ่าแกร่งแผ่วเบา ซบหน้าลงกับอกแน่นหนันให้เขาพาไปยังสถานที่ตามที่ต้องการ ตลอดเวลาที่เดินไปตามเส้นทางเธอไม่ได้ยินอะไรนอกจากเสียงหัวใจที่ดังอยู่ข้างใบหู กระทั่งสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรู้สึกว่ากำลังขึ้นมายังที่สูงและชัน“ไม่เป็นไร มันเป็นบันได” เขาอธิบายและกระชับกอดแนบแน่นความใส่ใจที่ได้รับทำให้หญิงสาวอดลอบยิ้มไม่ได้ ความขุ่นเคืองจากการที่เขาขาดการติดต่อกว่าครึ่งวัน มลายหายไปเพียงเพราะได้กลิ่นกายอ่อนๆ จากคนตัวโตกว่า“คิดถึงจังเลยแลนซ์…”ไม่มีคำด่าหรือคำต่อว่าออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่ม เธอพูดในสิ่งที่คิด และคิดว่าเขาเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน“คิดถึงคุณมากเหมือนกัน ผมอดทนเก่งไหม?”“เก่งมาก…”แม้จะไม่ชอบความอดทนแบบนี้แต่ก็ยังเอ่ยปากชื่นชมไว้ก่อนเมื่อก่อนเธอกับเขาต่างคนต่างคิดแทนอีกฝ่าย เรื่องวุ่นวายจึงเกิดขึ้น วิเวียนสาบานกับตัวเองในใจนับตั้งแต่ได้พบกับเขาอีกครั้งที่ไมอามี่ว่าจะเปิดใจและรับฟังโ
'อึก...อึก...' เสียงริมฝีปากดูดลำรักแท่งใหญ่ขึ้นลงสุดความสามารถดังเล็ดลอดออกมาจากปากสวยเป็นกระจับ วิเวียนมองลำเอ็นอวบคาปากตนเองด้วยความรู้สึกมันเขี้ยว ยิ่งรู้สึกก็ยิ่งแกล้งมันหนักหน่วงจนเจ้าของร่างกายสั่นเทิ้มปลายเท้าเหยียดเกร็ง แลนซ์ เซอร์ล็อตหน้าแดงก่ำนอนหลังพิงเตียงหมดสภาพ เสื้อเชิ้ตสีแดงเบอร์
วิเวียนเห็นกับตาว่าเขากลืนน้ำลายลงคอหลังจากได้ยินคำว่า 'ขอร้อง' ค่อยๆ ยื่นมือที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนแข็งแรงมารับแก้วยกขึ้นดื่ม จนกระทั่งไวน์อีกห้าแก้วหมดเกลี้ยง “ดื่มอีกหรือเปล่า” คนหน้าเนือยส่ายหน้าแทนคำตอบ ปากของเขาแดงและเจ่อจากฤทธิ์ร้อนของเหล้ายิ่งกว่าเดิม แถมใบหน้ายังเป็นสีเข้มขึ้นเรื่อย
เข้าร่างปุ๊บก็มีภารกิจให้ทำอย่างที่ยัยนางฟ้าบอกเอาไว้จริงๆ ริมฝีปากกระจับกัดเม้มไม่รู้ตัว เธอยังจำเรื่องก่อนหน้านั้นไม่ได้ด้วยซ้ำ คิดได้ดังนั้นจึงอยากลากตั๋วบ๋อยมาเค้นเอาข้อมูลเพิ่ม“ฉันจะไปหาอะไรกิน” วิเวียนบอกคนบนโต๊ะด้วยความเร่งรีบทุกคนหันมามองเธอเป็นตาเดียวทำไมล่ะ ปกติยัยนั่นไปไหนมาไหนไม่บอกค
เฮือก!!แอนนาสะดุ้งตื่นขึ้นมาจากความฝัน ก่อนจะพบว่าตนเองกำลังถูกห้อมล้อมไปด้วยคนแปลกหน้านับสิบทว่าเครื่องแต่งกายโทนสีดำแดงคุ้นตาทำให้ผู้จัดการสาวนิ่งงันไปชั่วขณะ สภาพห้องที่เหมือนจะเป็นห้องแต่งตัวหลังเวทีในโรงแรมที่เธอเคยเห็นตอนงานวันปีใหม่บริษัทยิ่งตอกย้ำว่า ตอนนี้เธออยู่ที่งานเลี้ยงวันเกิดของคริ







