Se connecterเฮือก!!
แอนนาสะดุ้งตื่นขึ้นมาจากความฝัน ก่อนจะพบว่าตนเองกำลังถูกห้อมล้อมไปด้วยคนแปลกหน้านับสิบ ทว่าเครื่องแต่งกายโทนสีดำแดงคุ้นตาทำให้ผู้จัดการสาวนิ่งงันไปชั่วขณะ สภาพห้องที่เหมือนจะเป็นห้องแต่งตัวหลังเวทีในโรงแรมที่เธอเคยเห็นตอนงานวันปีใหม่บริษัทยิ่งตอกย้ำว่า ตอนนี้เธออยู่ที่งานเลี้ยงวันเกิดของคริส คลาสันจริงๆ เป็นครั้งแรกที่เธอไม่มั่นใจเลย ว่าตอนนี้ตนเองคือใครกันแน่ แอนนา ลีนส์ หรือวิเวียน วิลกินสัน “คุณหนูวิลกินสันเป็นอย่างไรบ้างคะ” หญิงวัยกลางคนในชุดเมดสีขาวดำโน้มตัวเข้ามาถามเธอด้วยความสุภาพ คุณหนูวิลกินสัน...วิเวียน!! เฮือก!! แอนนาอดยกมือทาบอกด้วยความตกใจไม่ได้ เธอมองหาสิ่งที่พอจะยืนยันตัวตนของตนเอง ก่อนจะพบว่ามีกระเป๋าคลัทช์สีแดงที่เคยเห็นวิเวียนหิ้วมางานวางอยู่ข้างลำตัว เธอไม่ลังเลที่จะหยิบตลับแป้งมาเปิด...และส่องกระจก ใบหน้าของผู้หญิงที่เพิ่งสาดไวน์ใส่คนอื่น ตอนนี้ปรากฏบนกระจกทรงกลมในมือเธอ ใช่ไหมวะ -_-; ชูสองนิ้ว ('_') v กำมือ ('_') o ทำปากจู๋ (•o•) ชัดเลย!! “กรี๊ดดด~!!!” เฮือก!! ทันทีที่กรีดร้องออกมาด้วยความตกใจระคนดีใจ บรรดาคนที่กำลังมุงก็ต่างผวาถอดกรูออกคนละทิศละทาง แต่คนเพิ่งได้ร่างใหม่ไม่สน ยกมือขึ้นมามองด้วยความตื้นตันใจ มือเรียวสวยแถมยังมีแหวนเพชรเม็ดเท่าถั่ว ลาขาดมือสั้นเหมือนแง่งขิงที่วันๆ ทนทรมานจิ้มแป้นพิมพ์จนเล็บกุด เธอกลายเป็นคนสวยโดยที่ไม่ต้องหอบเงินบินไปเกาหลี ใต้ตาหายคล้ำ แถมยังอายุน้อยลงตั้ง...เก้าปี!! ก็ในนิยายเรื่องนี้ วิเวียน วิลกินสันอายุยี่สิบสอง กำลังอยู่ในวัยสวยสะพรั่ง เหมือนดอกไม้ผลิบานกลางสวนสู้กับแสงของพระจันทร์ยามค่ำคืน “วะ วิเวียน” “จ๊ะ?” เธอขานรับชื่อใหม่พร้อมรอยยิ้มเจิดจรัส แต่นั่นกลับทำคนในห้องขนหัวลุก! วิเวียน วิลกินสันกำลังฉีกยิ้ม สภาพเหมือนฆาตกรโรคจิตที่กำลังถือมีดวิ่งไล่เหยื่อพร้อมกับหัวเราะไปด้วยชัดๆ ซึ่งเจ้าของร่างใหม่ก็สังเกตปฏิกิริยานั้นได้...เอาใหม่! “ฉันขานรับแล้วก็พูดสิ!” น้ำเสียงห้วนขึ้นฉับพลัน แม้จะแอบรู้สึกว่าการทำตัวแบบนั้นโคตรจะสันดานเสีย เริดไหมล่ะ! ไม่ใช่ติ่งเรื่องนี้ทำไม่ได้หรอกนะ แถมถ้าหลุดคาแรกเตอร์เดิมเกินไป วันดีคืนดีอาจจะมีคนแจ้งโรงพยาบาลจิตเวชมาพาตัวเธอไปรักษาก็ได้ ค่อยๆ ซอฟต์ลงน่าจะดีกว่า “เอ่อ...เธอเป็นยังไงบ้าง มีคนเห็นเธอนอนหมดสติหน้าบันไดหนีไฟ นึกว่าถูกดักทำร้าย โชคดีนะที่คริสเข้ามาเจอและพาเธอมาไว้ที่นี่” ผู้หญิงที่อยู่ในสภาพโชกไปด้วยไวน์เอ่ยขึ้น แววตาเสแสร้งแกล้งทำอย่างที่เคยเห็นมาตลอดชีวิตการทำงานทำให้รู้ได้ทันที ว่ายัยนี่ต้องกำลังคิดว่าวิเวียนแกล้งเป็นลมอ่อยคริส คลาสัน ส่วนสาเหตุที่เธอลมหมดสติก็คงเป็นช่วงที่แอนนามาเข้ามาเป็นวิเวียนในเนื้อเรื่องแน่ๆ แต่เดี๋ยวนะ...เมื่อกี้ยัยนี่บอกว่าเธอถูกคริส คลาสันช่วยเอาไว้? “ฉันไม่เป็นไร คงแค่ยังไม่ได้กินข้าว” หญิงสาวเลือกอธิบายตามสภาพร่างกายที่รู้สึกขณะนี้ ท้องของเธอว่างจนรู้สึกโหยหาน้ำหวาน ทำไมวิเวียนไม่หาอะไรรองท้องก่อนออกจากบ้านนะ กลัวพุงยื่นหรือไง คำตอบที่ได้ฟังทำให้กลุ่มเพื่อนๆ ของเธอพยักหน้า แม้ในใจจะแอบเห็นสายตานินทาทางกระแสจิต 'ยัยนี่เป็นลมเพราะอดอาหาร' 'พวกอะนอเร็กเซีย' 'หรือว่าจะอัปยาให้ผอมจนวูบ!' สายตาของแต่ละคนที่มองมายังเธอมีแต่ความคิดดีๆ ทั้งนั้น ไม่รู้ว่ายัยวิเวียนคนเก่าเก็บพวกนี้เอาไว้ทำไม ทั้งๆ ที่หากเป็นยัยนั่นต้องดูออกแน่ๆ ว่าพวกนี้จ้องจะนินทาตนเองลับหลังตลอดเวลา เอาเถอะ! วิเวียนคนใหม่จะแกล้งปล่อยเบลอแล้วกัน “ช่างมันเถอะ กลับเข้างานได้แล้ว” เธอแกล้งโวยวายพร้อมหยิบกระเป๋ามาถือในมือ แต่เพียงแค่หยัดกายลุกจากเตียง ยัยคนที่เธอจำได้ว่าชื่อริชชี่ก็ยื่นมือมาจับกระเป๋าคลัทช์ในมือ “อะไรอีก -_-” “ก็ปกติเธอให้เราถือกระเป๋าให้” อ้อ... “ไม่ต้อง ต่อไปฉันจะถือเอง” สาวผมสีรัตติกาลออกแรงดึงกระเป๋าออกจากมืออีกฝ่าย ก่อนจะเดินตามคนก่อนหน้าออกไปข้างนอก บ้าปะ! ใครจะให้คนอื่นถือกระเป๋าให้ แอบเอายาเสพติดมายัดใส่กระเป๋าขึ้นมาเธอไม่ซวยหรือไง เมื่อเดินออกมาจากด้านข้างเวทีก็พบว่างานเลี้ยงเริ่มขึ้นแล้ว วิเวียนไม่มีความคิดที่จะตามหาหรือทักทายคริส คลาสัน วันนี้เธอเป็นอากาศธาตุ เพียงแค่หย่อนสะโพกนั่งบนเก้าอี้ร่วมกับกลุ่มเพื่อน สิ่งแรกที่คนเพิ่งเข้ามาอยู่ร่างอีกคนคิดออกคือการหาข้อมูลตนเองในโทรศัพท์ โชคดีที่มันเป็นระบบสแกนใบหน้าจึงสามารถเปิดโทรศัพท์ดูรูปภาพเก่าๆ และประวัติการใช้โซเชียลมีเดียได้ ยอมรับว่าตอนนี้เธอในร่างใหม่กำลังสับสนเหตุการณ์เล็กน้อย เหมือนจะมีความทรงจำของวิเวียนอยู่ในร่างบ้างประปราย แต่พอจะอธิบายกลับนึกคำพูดไม่ออก เอาจริงตอนนี้เธอไม่รู้ทางกลับบ้านด้วยซ้ำ อาจจะต้องแกล้งเมาให้ยัยพวกนี้ไปส่ง ยัยนี่หุ่นดีชะมัด อกเป็นอก ก้นเป็นก้น ผิวก็สวย แถมยังรวยมาก ทำไมต้องไปเสียเวลาวิ่งตามผู้ชายอย่างคริส คลาสัน ระหว่างที่กำลังก้มหน้าปัดจอดูภาพถ่ายสารร่างของวิเวียนด้วยความชื่นชม บริกรก็นำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟตามด้วยการกระซิบกระซาบเบาๆ คลอไปกับเสียงดนตรีให้ได้ยินกันสองคน “ผมทำตามคำสั่งเรียบร้อยแล้วครับคุณหนู” บริกรสวมแว่นสายตาเข้ากับผมหวีปัดเป๋ใส่เจลเรียบแปล้เข้ามารายงานด้วยความกระฉับกระเฉง เจอประโยคนี้เข้าไป ลูกสาวนายกเทศมนตรีประจำเมืองถึงกับหันขวับ ยิ่งรอยยิ้มมุมปากบ่งบอกว่าเพิ่งลงมือทำเรื่องชั่วร้ายไป เล่นเอาคนเพิ่งเคลมร่างใหม่อย่างเธอนั่งไม่ติดเก้าอี้ “ทำอะไรเรียบร้อย!?” “เรื่องที่เราแอบไปคุยกันที่บันไดหนีไฟไงครับ” “...” วิเวียนนั่งอึ้งทำตัวไม่ถูก พยายามเค้นสมองนึกว่าก่อนหน้านั้นยัยตัวแสบไปสร้างเรื่องอะไรไว้ “นี่ครับขวดยา ผมเก็บมาคืนตามคำสั่ง ไวน์จะถูกเสิร์ฟช่วงหลังตัดเค้กผมให้คนเอาไปแช่เตรียมเปิดเรียบร้อยครับ” “ยาอะไร แล้วให้ใครกิน” “อ้าว!” “คือ...ฉันแค่เช็กว่านายไม่ได้ทำพลาด” “อ้อ ก็ไวน์ให้เจ้าของงานไงครับ ผมจองห้องตามคำสั่งคุณหนูแล้วด้วย นี่คีย์การ์ดครับ” คีย์การ์ดชั้นบนของโรงแรมถูกยัดใส่มือบางอย่างเร่งรีบก่อนจะเดินจากไป ฉิบหาย! ยัยวิเวียนคนเก่าวางยาคริส คลาสันในงาน แถมยังลงมือสำเร็จก่อนที่เธอจะเข้าร่าง คนได้รับภารกิจฉุกเฉินถึงกับนั่งกุมขมับ ตัวแสบ!! 🍖✨🥂วิเวียนปล่อยให้แลนซ์เล่นกับลูกสาวตอนหลังจบมื้ออาหาร เป็นธรรมเนียมปกติของบ้านที่สามีจะเป็นฝ่ายอาบน้ำก่อนในขณะที่เธอทำหน้าที่อาบน้ำให้วีร่า หลังจากนั้นแลนซ์จะผลัดเวรมารับลูกไปดูแลระหว่างที่ปล่อยให้เธอได้ใช้เวลาส่วนตัวในห้องน้ำฟื้นฟูความเหนื่อยล้าตลอดทั้งวันและเมื่อลูกสาวเข้านอนเมื่อไร เวลานั้นจะเป็นเวลาของผู้ใหญ่คนตัวเล็กนอนพิงหัวเตียงอ่านหนังสือคู่มือเลี้ยงเด็กรอสามี เธอรอเขากว่าสองชั่วโมงเข้าไปแล้วแต่แลนซ์ยังไม่มีทีท่าจะเปิดประตูกลับมาในห้องเหมือนทุกวันหรือหลับที่ห้องของลูกอีกแล้ว?ไม่ได้สิ... เขาที่สูงตั้งร้อยเก้าสิบจะนอนเตียงยาวแค่ร้อยหกสิบเซนติเมตรได้ยังไงคิดได้ดังนั้นจึงวางหนังสือกับหัวเตียง กระชับเสื้อคลุมผ้าซาตินเข้าเซตกับชุดนอนด้านใน เปิดประตูออกจากห้องนอนตั้งใจจะมุ่งหน้าไปห้องของวีร่าแกร๊ก~เฮือก!!เสียงเปิดประตูจากห้องทำงานของสามีติดกับฝั่งซ้ายของห้องนอนทำให้คนตัวเล็กสะดุ้ง เธอรู้อยู่แล้วว่าต้องเป็นเขา แต่แค่ไม่คิดว่าจะเข้าไปทำงานเวลานี้“งานด่วนเหรอคะ” ร่างแน่งน้อยเอ่ยถามสามีเมื่อเขาเดินมาหยุดตรงหน้าแลนซ์ส่ายหน้าปฏิเสธแทนคำตอบ เอื้อมมือเปิดประตูห้องนอนที่เพิ่งถูกปิดลงห
สี่ปีต่อมาแลนซ์ในวัยย่างเข้ายี่สิบเจ็ดกำลังใช้เวลาว่างหมดไปกับการนอนตาปรือฟังลูกสาวตัวน้อยอ่านหนังสือนิทานให้ฟังวีร่าแม้จะอายุเพียงสามขวบครึ่งทว่ามีนิสัยเจ้ากี้เจ้าการเหมือนแม่ หากตระกูลเซอร์ล็อตมีวิเวียนเป็นบอสใหญ่ วีร่าก็คือมินิบอส แน่นอนว่าพ่ออย่างเขาเป็นลูกสมุนอย่างไร้เงื่อนไขแลนซ์เอียงหน้าแอบยกมือปิดปากหาวไม่ให้ลูกเห็น ตอนนี้เขากลายเป็นผู้บริหารของห้างเซอร์ล็อตเต็มตัวหลังจากโรเบิร์ตขอเกษียณจากงานบริษัทมาเป็นพ่อบ้านอย่างเดียว แถมเมื่อคืนยังนั่งอ่านรายงานการประชุมของสองวันก่อนย้อนหลังจนแทบไม่ได้นอน สาเหตุที่ต้องอ่านซ้ำก็เนื่องจากในตอนที่กำลังวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ประชุมจากบ้าน ลูกสาวตัวน้อยดันตื่นขึ้นมากลางคันเพราะปัสสาวะรดที่นอนและร้องไห้ลั่นบ้าน เขาที่อยู่ใกล้ที่สุดเมื่อเทียบกับวิเวียนที่กำลังเตรียมมื้อกลางวันให้ตนเองกับลูกในครัวจึงจำต้องวิ่งไปปลอบลูกสาวรอภรรยาพาลูกไปอาบน้ำเพียะ!“โอ๊ย!”คนใจลอยถูกมืออ้วนป้อมฟาดหัวไหล่จนสะดุ้งร้องด้วยความตกใจ มองหน้ากลมๆ เหมือนขนมทิมเบอร์ริงส์กำลังบูดบึ้งพร้อมกับมองมาที่พ่อสายตาดุดัน“ตะ ตีปะป๊าทำไมครับ?” เขาเบะปากใส่ลูก แม้จะไม่รู้สึกเจ็บแม้แต่
หลายเดือนต่อมาวันนี้วิเวียนมีนัดตรวจอัลตราซาวด์ดูพัฒนาการของลูกในท้อง แต่สิ่งที่ทำให้คุณแม่ยังสาวรู้สึกวิตกกังวลกลับไม่ใช่สุขภาพของลูก แต่ห่วงความปลอดภัยของตนเองระหว่างเดินทางไปโรงพยาบาลต่างหากก็วันนี้น่ะ สามีของเธอทำหน้าที่ขับรถพาไปด้วยตัวเอง แถมยังไม่ยอมให้พ่อบ้านตามไปประกบอีก“เอ่อ...ปะป๊า หม่าม้าว่าเราให้โรเบิร์ตขับรถให้ดีไหม”“จริงด้วยครับคุณชาย กระผมเกรงว่านายน้อยจะได้รับอันตราย” พ่อบ้านอาวุโสพยักหน้าสำทับ ยกผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่อบนหน้าตนเองไม่หยุดอย่างที่รู้กันดีว่าเขาเป็นพวกย้ำคิดย้ำทำ นับตั้งแต่สอบได้ใบขับขี่มาร่วมเดือน วิเวียนรู้สึกว่าสามีของเธอกลายเป็นคนมีความมั่นใจแบบผิดๆ สาเหตุก็เนื่องจากเขาสอบเพียงรอบเดียวก็ผ่านฉลุย ได้ข้อเขียนเต็มไม่พอ ครูสอนขับรถยังเอ่ยชมว่าเขามีพรสวรรค์ด้านการขับรถ ซึ่งวิเวียนไม่ค่อยมั่นใจว่าถูกชมเพราะสามีมีพรสวรรค์จริงๆ หรือเป็นการชมตามมารยาทเนื่องจากแลนซ์ใช้เวลาฝึกขับรถกว่าสองเดือนเต็มจึงยอมเข้ารับการสอบสีหน้าของครูฝึกสอนวันนั้นเหมือนอยากให้เขารีบสอบรีบกลับไปเสียที และไม่ต้องมาอีก -_-;“ไม่ต้องหรอกหม่าม้า ผมเคยขับรถพาคุณไปซูเปอร์มาแล้ว จำได้ไหมเ
พิธีแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายภายในโบสถ์เมืองสี่เหลี่ยมผืนผ้าเวิร์นเดล แขกในงานส่วนมากเป็นคู่ค้าในห้างสรรพสินค้าของแลนซ์ ส่วนฝั่งวิเวียนไม่รู้จะเรียกว่าแขกฝั่งเธอได้หรือไม่ เพราะมีเพียงครอบครัวคลาสัน และบันนี่ บลูเบลล์ที่บังเอิญเจอกันตอนแลนซ์พาไปฝากครรภ์ จึงเอ่ยชวนตามมารยาทและให้พ่อบ้านอย่างโรเบิร์ตเป็นคนส่งการ์ดเชิญตามไปไม่คิดว่าทั้งสามจะมาร่วมงานเธอที่เป็นศัตรูกันมาก่อนบิดาของเธอเคยสั่งคนไปทำร้ายพ่อของคริส ในขณะที่ยัยวิเวียนคนเก่าเองก็คอยกลั่นแกล้งบันนี่มาแรมปี“ขอบคุณที่มาร่วมงานนะคะ” เธอกล่าวขอบคุณประธานสภาเทศบาลวัยกลางคนจิมมองมายังเธอพร้อมรอยยิ้ม สายตาของเขาอ่อนโยนขึ้นเมื่อเทียบกับที่เคยพบกันเมื่อตอนวันอบรมอาสาสมัคร“ยินดีด้วยนะ ทั้งเรื่องแต่งงานและเด็กในท้อง” จิมอวยพรพร้อมกับยิ้มออกมาคล้ายกำลังกลั้นขำจะไม่ขำได้ไงล่ะ รูปอัลตราซาวด์เจ้าตัวจิ๋วที่แลนซ์นำมาติดใหญ่กว่ารูปพรีเวดดิ้งในงานอีก ทีแรกเขาจะทำเป็นของที่ระลึกงานแต่งด้วยซ้ำ เธอกับพ่อบ้านห้ามแทบไม่ทัน“ขอบคุณค่ะ เชิญตามสบายนะคะ” วิเวียนกดใบหน้าลงอย่างนอบน้อมจิมที่เดาได้ว่าเผลอแซวจนเจ้าสาวอายจึงหัวเราะแล้วทำทีเดินไปทัก
งานแต่งถูกจัดเตรียมอย่างพิถีพิถันกว่าสองเดือน กระทั่งถึงกำหนดวันที่ร้านตัดชุดแต่งงานนัดทั้งคู่ไปลองชุดเป็นครั้งสุดท้ายหลังปรับแก้วิเวียนขับรถเข้ามาจอดยังลานจอดรถผู้บริหารภายในตึกซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานห้างสรรพสินค้าเซอร์ล็อตติดกับตัวห้าง โดยมีเจ้าของห้างหนุ่มยืนยิ้มแฉ่งรออยู่ก่อนแล้วแลนซ์ไม่เคยปล่อยให้เธอรอ แม้ว่าเขาจะยุ่งขนาดไหนก็ตาม คนตัวสูงในชุดสูทสีกรมท่ายืนรอเธอที่จุดจอดรถที่ประจำอยู่ก่อนแล้ว และทันทีที่ได้ยินเสียงประตูข้างคนขับปลดล็อก คู่หมั้นหนุ่มก็รีบสอดตัวเข้ามาพร้อมกับหันหน้ามาหาเตรียมพูดประโยคบางอย่าง“หิว~” วิเวียนชิงทำเสียงเล็กเสียงน้อยเลียนแบบเขา ตามด้วยการหยิบถุงผ้าจากเบาะหลังมาวางบนตักแกร่งข้างในมีสปาเกตตีและผลไม้ปอกแช่เย็นเตรียมมาจากบ้านพร้อมรับประทาน แถมยังมีน้ำดื่มและผ้าเช็ดปากเตรียมไว้ให้เสร็จสรรพ“ใช้สาวใช้เตรียมไว้แล้ว เพราะฉันจำได้ว่านายมีประชุมตั้งแต่เช้า เลยคิดว่าคงยังไม่ได้กินอะไร”แลนซ์ยิ้มกริ่มก้มมองถุงผ้าบนตักด้วยความซาบซึ้งใจ โน้มตัวยื่นริมฝีปากมาจูบแก้มหอมแทนการขอบคุณ“ขอบคุณครับ”แลนซ์กลับไปนั่งคาดเข็มขัดนิรภัยตามเดิม ทว่าเพียงแค่เปิดถุงหยิบอาหารขึ้น
“แล้วคุณจะชอบ…”น้ำเสียงที่ส่งผ่านมาข้างใบหูขาวทำให้วิเวียนผ่อนคลายจากความกังวล เธอเชื่อใจเขา มั่นใจว่าแลนซ์จะไม่พาเธอไปยังสถานที่อันตรายก็ตอนนี้น่ะ เธอมีเขาเป็นที่พึ่งเดียวบนโลก…ในฐานะคนรักวิเวียนยกมือขึ้นแตะบ่าแกร่งแผ่วเบา ซบหน้าลงกับอกแน่นหนันให้เขาพาไปยังสถานที่ตามที่ต้องการ ตลอดเวลาที่เดินไปตามเส้นทางเธอไม่ได้ยินอะไรนอกจากเสียงหัวใจที่ดังอยู่ข้างใบหู กระทั่งสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรู้สึกว่ากำลังขึ้นมายังที่สูงและชัน“ไม่เป็นไร มันเป็นบันได” เขาอธิบายและกระชับกอดแนบแน่นความใส่ใจที่ได้รับทำให้หญิงสาวอดลอบยิ้มไม่ได้ ความขุ่นเคืองจากการที่เขาขาดการติดต่อกว่าครึ่งวัน มลายหายไปเพียงเพราะได้กลิ่นกายอ่อนๆ จากคนตัวโตกว่า“คิดถึงจังเลยแลนซ์…”ไม่มีคำด่าหรือคำต่อว่าออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่ม เธอพูดในสิ่งที่คิด และคิดว่าเขาเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน“คิดถึงคุณมากเหมือนกัน ผมอดทนเก่งไหม?”“เก่งมาก…”แม้จะไม่ชอบความอดทนแบบนี้แต่ก็ยังเอ่ยปากชื่นชมไว้ก่อนเมื่อก่อนเธอกับเขาต่างคนต่างคิดแทนอีกฝ่าย เรื่องวุ่นวายจึงเกิดขึ้น วิเวียนสาบานกับตัวเองในใจนับตั้งแต่ได้พบกับเขาอีกครั้งที่ไมอามี่ว่าจะเปิดใจและรับฟังโ
'อึก...อึก...' เสียงริมฝีปากดูดลำรักแท่งใหญ่ขึ้นลงสุดความสามารถดังเล็ดลอดออกมาจากปากสวยเป็นกระจับ วิเวียนมองลำเอ็นอวบคาปากตนเองด้วยความรู้สึกมันเขี้ยว ยิ่งรู้สึกก็ยิ่งแกล้งมันหนักหน่วงจนเจ้าของร่างกายสั่นเทิ้มปลายเท้าเหยียดเกร็ง แลนซ์ เซอร์ล็อตหน้าแดงก่ำนอนหลังพิงเตียงหมดสภาพ เสื้อเชิ้ตสีแดงเบอร์
วิเวียนเห็นกับตาว่าเขากลืนน้ำลายลงคอหลังจากได้ยินคำว่า 'ขอร้อง' ค่อยๆ ยื่นมือที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนแข็งแรงมารับแก้วยกขึ้นดื่ม จนกระทั่งไวน์อีกห้าแก้วหมดเกลี้ยง “ดื่มอีกหรือเปล่า” คนหน้าเนือยส่ายหน้าแทนคำตอบ ปากของเขาแดงและเจ่อจากฤทธิ์ร้อนของเหล้ายิ่งกว่าเดิม แถมใบหน้ายังเป็นสีเข้มขึ้นเรื่อย
เข้าร่างปุ๊บก็มีภารกิจให้ทำอย่างที่ยัยนางฟ้าบอกเอาไว้จริงๆ ริมฝีปากกระจับกัดเม้มไม่รู้ตัว เธอยังจำเรื่องก่อนหน้านั้นไม่ได้ด้วยซ้ำ คิดได้ดังนั้นจึงอยากลากตั๋วบ๋อยมาเค้นเอาข้อมูลเพิ่ม“ฉันจะไปหาอะไรกิน” วิเวียนบอกคนบนโต๊ะด้วยความเร่งรีบทุกคนหันมามองเธอเป็นตาเดียวทำไมล่ะ ปกติยัยนั่นไปไหนมาไหนไม่บอกค
“สนุกหรือเปล่า” วิเวียนหันมาพูดกับเธอพร้อมกับร่างระหงในชุดเดรสสีแดงย่างสามขุมเข้ามาใกล้แอนนาตกใจผงะถอยหลัง เธอไม่ได้กลัวความร้ายกาจของผู้หญิงคนนี้ แต่กำลังตกใจที่ใบหน้าของวิเวียนค่อยๆ เปลี่ยนเป็นผู้หญิงอีกคนที่เธอไม่รู้จักผู้หญิงที่ดูอายุมากกว่าเธอเล็กน้อย ผมสีบลอนด์ยาวเหยียดถึงกลางแผ่นหลังกับดวง







