Share

มีคนอื่น(2)

last update Last Updated: 2026-01-09 22:09:25

หลังจากที่เกิดเรื่องวันนั้นไม่กี่วันเมืองเหนือก็เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ ทว่างานของเขากลับรัดตัวมากกว่าเดิมไม่รู้กี่เท่าชนิดที่ว่าต้องนอนค้างที่บริษัทหลายวันติดต่อกันเลยทีเดียว

"ทำไมทำหน้าหง๋อยอย่างนั้นล่ะคะน้องพิม" เพื่อนร่วมงานสาวเดินเข้ามาทักทายคนที่นั่งเอาช้อนเขี่ยข้าวในจานไปมาหากแต่ไม่ยอมตักขึ้นมาทานเลยสักนิด

"เปล่าหรอกค่ะ" เธอตอบเพื่อนร่วมงานไปทั้งแบบนั้นทั้ง ๆ ที่สีหน้ามันตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง

"มีอะไรก็ปรึกษาพี่ได้นะคะ พี่เป็นห่วง" เมื่อได้ยินคำนั้นหญิงสาวหันหน้าไปมองผู้พูดอย่างเว้าวอนเล็กน้อย อันที่จริงเธอก็ต้องการคำปรึกษาจากใครสักคนจริง ๆ นั่นแหละ หากเป็นเมื่อก่อนก็คงโทรไปหานิสาได้แล้ว แต่ตั้งแต่มีเรื่องถกเถียงกันครั้งก่อนก็ยังไม่ได้คุยกันอีกเลย

"ค่ะ คือว่า..." พิมโรสมีความลังเลเล็กน้อยแต่สุดท้ายก็เลือกที่จะเล่าเรื่องที่เจอไปทั้งหมดให้กับเพื่อร่วมงานฟัง ถึงแม้ว่าจะไม่ได้สนิทกันมากเหมือนกับที่สนิทกับนิสา แต่กาญก็เป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีคอยช่วยเหลือเธอมาตลอดตั้งแต่ที่ได้เข้ามาอยู่ที่นี่

"โห...นี่มันก็เข้าข่ายเลยนะคะเนี่ย ตอนที่สามีเก่าพี่ขอหย่าก็เพราะว่ามีมือที่สามแล้วทำตัวคล้าย ๆ แบบนี้นี่แหละค่ะ อยู่ ๆ ชีวิตก็วุ่นวายไม่ว่างกลับบ้านงานเยอะขึ้นมาเฉยเลย ทั้งที่เมื่อก่อนก็ไม่เคยเห็นเป็นขนาดนี้ จัดการชีวิตตัวเองลำบากไปซะดื้อ ๆ " คนฟังได้ยินก็ใจร้อนรนอย่างไฟ เพราะว่าสิ่งที่กาญบอกมันคือสิ่งที่เมืองเหนือกำลังเป็นอยู่ทั้งหมดเลย

"จริงเหรอคะ พิมไม่อยากคิดมากแบบนี้เลยเพราะว่ากลัวจะคิดไปเองแล้วกลายเป็นว่าเราไม่ไว้ใจเขา แล้วมันจะเป็นปัญหาต่อไปในอนาคตได้อีกค่ะ" หญิงสาวไม่อยากจะมีช่องว่างในความสัมพันธ์ของเธอกับสามีเลยสักนิด อันที่จริงชีวิตของเธอตอนนี้ก็มีเพียงแค่เขาเป็นครอบครัวคนเดียวแล้ว ก็อยากจะรักษามันไว้ให้อยู่เช่นนี้จนกว่าจะตายจากกันไป

"พี่เข้าใจค่ะ แต่การที่น้องพิมมานั่งคิดมากเพราะการกระทำของสามีตอนนี้ก็เป็นปัญหาอยู่ไม่ใช่เหรอคะ" กาญถามให้หญิงสาวคิดตาม ใช่ มันเป็นปัญหา แล้วก็ปัญหาใหญ่ทีเดียวเลยล่ะ เพราะว่าการที่เขาอยู่ด้วยกันมานานขนาดนี้แล้วมีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดที่เปลี่ยนไปทำไมจะมองกันไม่ออก ลึก ๆ เธอก็มีคำตอบอยู่บ้านแล้วเพียงแต่ขาดหลักฐานและยังไม่กล้าจะค้นหาความจริง

พิมโรสนั่งคุยปรับทุกข์กับเพื่อนร่วมงานสุดแสนใจดีอยู่นานทีเดียวกระทั่งว่าเวลาล่วงเลยมาถึงช่วงบ่ายโมงและต้องแยกย้ายกันไปทำงานต่อ ทว่าเสียงโทรศัพท์มือถือของพิมโรสก็ดังขึ้น หญิงสาวมองอย่างพิจารณาว่าควรรับดีหรือเปล่า ไม่ใช่ว่าเธอยังติดใจอะไรกับเพื่อนตัวเอง เพียงแต่เธอไม่รู้จะเผชิญหน้ากับอีกคนอย่างไรต่างหาก

แต่สุดท้ายพิมโรสก็เลือกกดรับสายนั้นเพราะถ้านิสาโทรมาในเวลาที่เธอเกือบจะทำงานและเป็นช่วงที่กำลังโกรธกันเช่นนี้คาดว่าคงเป็นเรื่องใหญ่อยู่พอสมควร

"พิม...ฉันไม่รู้ว่าสิ่งที่กำลังจะบอกแกไป แกจะเชื่ออีกหรือเปล่าแต่ว่า...ฉันเจอคุณเมืองเหนือของแกกำลังเดินพยุงผู้หญิงคนเดิมอีกแล้วนะ" ทันทีที่รับสายนิสาก็ร่ายประโยคยาว ๆ ใส่พิมโรสแบบรวดเดียวเพราะกลัวว่าเพื่อนตัวเองจะไม่อยากรับฟังสิ่งที่เธอต้องการจะบอกแล้ว

"จะ จริงเหรอ..." ครั้งนี้เธอลังเลมากเพราะว่านิสาเพื่อนเธอเป็นคนตรง ๆ มีอะไรก็พูดตามสิ่งที่คิดตลอด และอีกอย่างนิสาไม่มีความจำเป็นเลยที่จะโกหกเธอกับเรื่องเช่นนี้

ตึ้ง!!

"ฉันส่งรูปให้แกแล้วลองดูเอาเองก็แล้วกัน" คนตัวเล็กละออกจากสายไปเพื่อเปิดรูปที่เพื่อนเพิ่งส่งไปเมื่อครู่ให้ดูก็ถึงกับเข่าอ่อน ภาพที่เห็นนั้นมันคือสามีของเธอจริง ๆ และผู้หญิงคนนั้นเธอไม่รู้ว่าเป็นใครแต่ไม่รู้เพราะอะไรถึงได้รู้สึกคุ้นหน้ามากเหมือนกับเคยเจอที่ไหนมาก่อนแต่นึกไม่ออก

"อึก!" เสียงสะอื้นเบา ๆ ดังไปถึงปลายสายให้พอรับรู้ว่าคนที่เจอเรื่องไม่ดีขนาดนี้กำลังเสียใจและอาจมีน้ำตา

"ถ้าแกยังไม่เชื่ออีกก็มาที่นี่นะ ฉันรออยู่เป็นเพื่อน ที่โรงพยาบาลสิบแปด" หลังจากนั้นก็ไม่มีคำพูดใดออกมาจากปากคนทั้งสองอีก หากแต่สายไม่ได้ตัดไปเช่นคนที่คุยกันจบเรื่องแล้ว

พิมโรสต้องการคนข้าง ๆ อยู่เป็นเพื่อนแบบที่ไม่ต้องพูดอะไรเพียงแค่อยู่เฉย ๆ กับเธอก็พอ ส่วนนิสาเองก็ไม่อยากจะวางสายเพราะกลัวว่าเพื่อนตัวเองจะรู้สึกโดดเดี่ยวทั้งที่มีเธออยู่ตรงนี้ทั้งคน ใจก็นึกเป็นห่วงเพื่อนตัวเองและเชื่อว่าพิมโรสจะมาดูให้เห็นกับตาแน่นอนถึงเลือกนั่งเฝ้าสองคนนั้นในมุมอับไม่ไปไหน

"น้องพิมคะให้พี่ลางานให้แล้วกันนะคะ กลับบ้านไปก่อนก็ได้" กาญเห็นสภาพที่ไม่น่าทำงานต่อไหวของเพื่อนร่วมงานจึงเอ่ยขึ้นมา เธอเข้าใจดีว่าตอนนี้อีกคนรู้สึกอย่างไร

"ขอบคุณพี่กาญมาก ๆ นะคะ"

.

.

"พี่เหนือคะ เคสกลัว" หญิงสาวเอ่ยขึ้นมาในตอนที่นั่งรอคิวอยู่ที่หน้าห้องตรวจของโรงพยาบาล

"ไม่ต้องกลัวหรอกครับ พี่ว่าไม่มีอะไรหรอกอีกอย่างพี่ก็ยังอยู่ตรงนี่ทั้งคนเลยนะ" คนตัวสูงพูดปลอบหญิงสาวด้วยความอบอุ่นบ่งบอกว่าวันนี้มันต้องผ่านไปด้วยดี

"แต่ว่า...พี่เหนือเข้าไปข้างในกับเคสได้ไหมคะ เคสไม่อยากเข้าไปคนเดียว" ร่างเล็กบางช้อนตาขึ้นไปมองชายหนุ่มที่อยู่ด้านบนด้วยสีหน้าที่แสดงออกถึงความเป็นกังวลและหวาดกลัวเล็กน้อยทำเอาคนมองไม่อาจจะปฏิเสธได้เลย

เมืองเหนือชั่งใจอยู่นานเขาไม่รู้ว่าควรจะเข้าไปด้วยดีหรือเปล่า หรือว่าต้องทำอย่างไรแต่สุดท้ายก็ไม่อาจจะหักหาญคนตรงหน้าได้จึงได้เลือกตอบออกไปในสิ่งที่เธอต้องการ เพราะอย่างไรช่วงนี้ก็ต้องตามใจเธออยู่แล้ว

"ก็ได้ครับ"

"เชิญด้านในค่ะ" หลังจากพยาบาลพาหญิงสาวเข้าไปด้านในแล้วก็พบกับคุณหมอเจ้าของไข้ เขาค่อย ๆ ตรวจเธอ ตามขั้นตอนปกติและทุกอย่างก็อยู่ในสายตาของชายหนุ่มที่เข้ามาอยู่เป็นเพื่อนด้วยทั้งหมด

"จากการตรวจก็ไม่มีอะไรผิดปกตินะครับ ทุกอย่างเป็นไปตามพัฒนาการของเด็ก มีที่น่าเป็นห่วงก็คือค่าเกล็ดเลือดของคุณแม่นะครับ เดี๋ยวหมอให้ยาบำรุงไป" ชายชุดกาวน์สีขาวเอ่ยกับหญิงสาวและชายหนุ่มที่นั่งฝั่งตรงข้างด้วยรอยยิ้ม

"ขอบคุณมากนะคะคุณหมอ"

"ยินดีครับ เดี๋ยวเชิญไปรับยาได้เลยครับ" หญิงสาวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะเปิดประตูเดินออกไปด้านนอกโดยมีผู้ชายคนหนึ่งคอยประคองเธออยู่ตลอดเวลา

แกร่ก!

"เดี๋ยวเชิญคุณพ่อพาคุณแม่ไปรับยาบำรุงครรภ์ทางด้านนี้เลยนะคะ" พยาบาลเอ่ยขึ้นทันทีที่ทั้งสองเดินออกมาจากห้องนั้น และเสียงที่เธอพูดช่างดังและฟังชัดเจนมากจนเข้าไปในทุกโสตประสาทหูของหญิงสาวทั้งสองคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้...

"คุณพ่อ...คุณแม่งั้นเหรอ นี่มันเรื่องอะไรกันคะพี่เหนือ?!" เสียงอันคุ้นเคยดังขึ้นที่ด้านข้างทำให้ชายหนุ่มขนลุกซู่ไปทั้งตัวก่อนหันไปมองต้นตอของเสียงด้วยความรวดเร็ว

"พิม..."

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ก็หย่ารักเขาเลย   อาการคนท้อง(3)

    "คืนนี้พี่ขอนะครับ พี่อยากรักกับพิม...พี่จะทำให้พิมมีความสุข" สิ้นคำพูดของเขาก็โน้มเข้าหาหญิงสาวก่อนประกบจูบอย่างเร่าร้อน ไม่เพียงแค่แตะค้างเอาไว้เฉย ๆ เขากลับขบเม้มดูดดึงริมฝีปากอวบอิ่มอีกคนจนที่สุดพิมโรสก็เผลอตอบรับจูบนั้นอย่างไม่รู้ตัว"อื้มม" เสียงครางหวานในลำคอบ่งบอกว่าตอนนี้พิมโรสไม่อาจหักห้ามใจไม่ให้โอนเอนไปตามชายตรงหน้าได้เลย เขาร้ายกาจเกินกว่าที่เธอคาดคิดเอาไว้มากนักมือหนาลูบไล้ที่แผ่นหลังบางไปมาทำเอาร่างเล็กบอบบางอ่อนราวขี้ผึ้งรนไฟ ทุกที่ที่เขาสัมผัสสร้างความวาบหวามให้พิมโรสอย่างที่สุด เมื่อเขาไล่ต้อนเรียวลิ้นอีกคนจนพอใจแล้วก็เปลี่ยนเป้าหมายมาที่ซอกคอขาวที่ได้เล่นกับมันไปเมื่อก่อนหน้า"อ่าา ยะ อย่าเพิ่ง" หญิงสาวเอ่ยห้ามทว่าก็ไม่ได้จริงจังนัก หรือถ้าจริงจังเมืองเหนือก็ไม่คิดจะสนใจมันเช่นกัน"อื้มม พิมหอมมาก หอมไปทั้งตัวเลยพิม" เขาเอ่ยชมในความตัวหอมราวกับคนที่อาบน้ำเพิ่งเสร็จมาหมาด ๆ แถมยังเป็นกลิ่นเฉพาะตัวที่ราวแป้งเด็กก็ไม่ปาน และคำชมนั้นก็มีผลต่อหัวใจของหญิงสาวมากเหลือเกิน ยิ่งอีกคนทำเหมือนกับหลงใหลในตัวเธอมากเท่าไรยิ่งทำให้พิมโรสอ่อนระทวยมากเท่านั้น"ชู่ววว" เสียงอีกคนเอ่

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ก็หย่ารักเขาเลย   อาการคนท้อง(2)

    พนักงานส่งอาหารเข้ามาส่งเมืองเหนือก็เทใส่จานแล้วเอาไปให้คนท้องกินอย่างดิบดี ทว่าเขาไม่ได้เตรียมมาเผื่อพิมโรสด้วยอย่างที่ควรเป็น แต่ต่อให้เขาเตรียมภรรยาคนเก่งนั้นก็ไม่สามารถทานมันลงคอไปได้จริง ๆสายตาหวานสบเข้ากับคนที่เข้ามาอยู่อาศัยในบ้านหลังนี้เพียงชั่วคราว ก่อนจะเห็นว่าสายตาและใบหน้าที่แสดงความเย้ยหยันนั้นมันส่งกลับมาที่พิมโรสอย่างจงใจ ทว่าผู้ชายคนนั้นกลับไม่สังเกตเห็นสิ่งที่อีกคนทำเลยแม้แต่น้อยร่างบางถอนหายใจยาวยืดก่อนจะตัดสินใจหันหลังแล้วขึ้นไปที่ชั้นบนเพื่อตรวจการบ้านของเด็กนักเรียนที่เอากลับมาทำต่อเพราะไม่อยากจะอยู่ตรงนี้ทนเห็นคนสองคนทำความสนิทสนมกันอีกต่อไป"พิม แกได้ยินที่ฉันพูดไหมเนี่ย" ช่วงเย็นวันนั้นหญิงสาวรับสายเพื่อนสนิทและได้ปรึกษาเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ เธอได้บอกเล่าเรื่องราวความกังวลใจให้กับนิสาได้รับรู้ ซึ่งก็ตามที่คาดเพราะว่าก่อนที่จะให้คำปรึกษาหรือปลอบใจก็ต้องได้รับคำด่าจากเพื่อนเสียก่อน"ได้ยินแล้วน่า ฉันก็สงสัยเหมือนกันว่าตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่ ฉันมาอยู่ตรงนี้ทำไมนะ" เธอสับสนมาก ไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องเดินไปทางไหน มันมองไม่เห็นทางออกเลยสักนิด หากแต่จะให้เดินออกไปต

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ก็หย่ารักเขาเลย   5 อาการคนท้อง(1)

    ตอนที่ 5 อาการคนท้องมือขาวจับตะหลิวควงไปมาอย่างคล่องแคล่ว วันนี้หญิงสาวหยุดงานจากวันนักขัตฤกษ์ก็ถือโอกาสทำงานบ้านและทำกับข้าวไปด้วยเลย"ทำอะไรอยู่เหรอคะพี่พิม" ทว่าเสียงของคนที่ไม่อยากเผชิญหน้าคนหนึ่งก็ดังขึ้นที่ด้านหลังทำให้เจ้าของชื่อชะงักไปเล็กน้อย ก่อนหันมามองคนพูดด้วยสีหน้าสงสัยและไม่เข้าใจหลังจากวันที่เคสเข้ามาอยู่ที่บ้านหลังนี้ก็ผ่านมากว่าสัปดาห์แล้ว ในวันแรก ๆ เธอก็อยู่อย่างคนไร้ตัวตนที่แทบไม่ออกมาให้ก็โรสได้เห็นหน้าเลยด้วยซ้ำ แต่เมื่อถึงเวลามื้ออาหารจะเป็นเมืองเหนือที่เอาอาหารเข้าไปให้ในห้องทุก ๆ วัน ห้องของเคสอยู่ที่ห้องรับแขกชั้นล่างก็เพราะว่าง่ายและสะดวกเมื่อถึงตอนที่ท้องใหญ่ขึ้น ทว่าทุก ๆ คืนพิมโรสกลับอยู่ด้วยความหวาดระแวงตลอด เธอกลัวเหลือเกิน กลัวว่าสามีของเธอจะย่องออกไปข้างนอกในกลางดึก"ทำกับข้าว" คนตัวเล็กตอบเสียงแข็งเพราะไม่สนิทใจที่จะคุยกับผู้หญิงคนนี้ หากแต่ดูเหมือนอีกคนจะไม่ได้คิดเช่นนั้น"แหม เสียงแข็งเชียวนะคะพี่พิม เราอยู่บ้านเดียวกันไม่เห็นต้องทำตัวห่างเหินกันขนาดนั้นเลยค่ะ" เคสหย่อนตัวลงที่เก้าอี้ใกล้ ๆ และหยิบเอาผลไม้ที่เจ้าของบ้านปลอกไว้ในจานขึ้นมากินอย่าง

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ก็หย่ารักเขาเลย   มาอยู่ด้วยกัน(3)

    พิมโรสไม่อยากเชื่อเลยว่าเมืองเหนือจะจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยวิธีแบบนี้ คิดได้ยังไงจะเอาผู้หญิงคนนั้นเข้ามาอยู่ในบ้านที่มีเธออยู่ด้วย"พี่คิดดีแล้วเหรอแคะที่จะทำแบบนี้" เธอถามด้วยน้ำเสียงเข้มหลังจากกลืนก้อนสะอึกลงคอไปจนหมดแล้ว เธอจะไม่ยอมหนีไปเหมือนกับครั้งก่อนเพราะว่ามันจะไม่จบสิ้นกันสักที อีกอย่างเธอก็ไม่มีที่จะไปแล้วด้วยเหมือนกัน"เรามาคุยกันหน่อยนะพิม" มือหนาที่จับข้อมือเล็กของหญิงสาวอยู่กระตุกเบา ๆ เป็นสัญญาณบอกให้เธอเดินตามเขาไป และพิมโรสเองก็ไม่ได้ขัดขืนทั้งสองพากันเดินมาหยุดอยู่ที่ห้องทำงานที่ชั้นด้านบนของบ้านก่อนที่ชายหนุ่มจะพาพิมโรสมานั่งลงที่โซฟาหนังราคาแพงตรงกลางและไม่ยอมปล่อยมือที่จับกันแน่นเอาไว้"...""พิมครับ พี่มีเรื่องจะขอพิมครับ" เขาว่าในตอนที่จ้องมองเข้าไปในดวงตากลมสวยของหญิงสาวที่แอบมีน้ำตาคลออยู่เต็มหน่วยทั้งสองข้าง"พี่มีอะไรจะพูดก็พูดมาเถอะค่ะ" เธอว่าเช่นนั้นทั้งที่ไม่ยอมแม้จะหันไปมองใบหน้าคนที่ทำร้ายจิตใจเธอเลยสักนิด แต่ก็ยังอยากรู้เหตุผลของคนหลายใจคนนี้ว่าเขาจะทำอะไรกันแน่"พี่รู้ว่าพิมคงจะโกรธพี่มาก ๆ เลยใช่ไหม พี่ไม่มีอะไรแก้ตัวเลยครับ พี่ขอโทษ พี่ขอโทษจร

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ก็หย่ารักเขาเลย   มาอยู่ด้วยกัน(2)

    แค่เพียงแค่มองเห็นแววตาของเพื่อนที่มองผู้ชายตระบัดสัตย์คนนั้นก็รู้ความคิดของพิมโรสทั้งหมดแล้ว ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนที่ภายนอกจะดูแข็งแกร่งมาก ๆ อย่างพิมโรสนั้นแท้จริงจะใจอ่อนง่ายขนาดนี้ แค่มาง้อทุกวันวันละไม่กี่ชั่วโมงก็เป็นผลแล้ว ในอนาคตนิสาอดเป็นห่วงไม่ได้จริง ๆ ว่าพิมโรสจะโดนเอาเปรียบอีก"ขอโทษนะที่ฉันใจแข็งกับพี่เหนือได้ไม่นาน ทั้ง ๆ ที่เขาทำกับฉันขนาดนี้แล้ว" คนตัวเล็กเข้าไปโอบกอดเพื่อตัวเองอย่างออดอ้อน เพราะว่าเธอก็รู้ตัวว่าทำผิดและไม่ควร หากแต่จะให้เธอตัดใจจากเมืองเหนือที่อยู่ด้วยกันมานานขนาดนั้นตอนนี้ก็ยังคงไม่ได้จริง ๆ"ความจริงแกไม่ต้องขอโทษก็ได้นะ มันชีวิตของแกฉันไม่มีสิทธิ์ไปตัดสินใจแทนอยู่แล้ว แต่ว่าแกคิดดีแล้วจริง ๆ ใช่ไหม" นิสาถามย้ำ"อื้อ คิดดีแล้วล่ะ" เมื่อคิดทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ มากมายพิมโรสขอใช้หัวใจอยู่เหนือเหตุผลและเลือกให้โอกาสกับเมืองเหนืออีกครั้ง อาจดูโง่งมเธอรู้ดี แต่คนเรามันก็แบบนี้เลือกที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองพอใจมากกว่าจะเสียใจ แม้ว่ามันจะเป็นการหลอกตัวเองแต่เธอก็ยินดีที่จะทำเช่นนั้นต่อไป"แล้วเรื่องของผู้หญิงคนนั้นกับเด็กในท้องล่ะ คุณเมืองเหนือเขาคิดจะจัดการ

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ก็หย่ารักเขาเลย   4 มาอยู่ด้วยกัน(1)

    บทที่ 4 มาอยู่ด้วยกัน"อึก! หื้ออออ" เสียงร้องไห้อย่างสุดเสียงดังลั่นในห้องโดยสารของรถยนต์ราคากลาง ๆ ที่มีนิสาเป็นคนขับอยู่อย่างเงียบ ๆ และคอยเหลือบมองผู้อยู่เบาะข้าง ๆ อย่างเป็นห่วงแต่ก็ไม่ได้ถามหรือกวนใจอะไรมากมาย เธอเลือกจะปล่อยให้เพื่อนตัวเองร้องไห้อยู่เช่นนั้นเพื่อระบายความเสียใจให้เต็มที่"...""ทำไมอ่ะ ทำไมพี่เหนือเขาต้องทำแบบนี้กับฉันด้วย ฉันไม่ดีตรงไหนเหรอ หื้อออ" คำพูดที่ออกมาจากปากของพิมโรสไม่ใช่คำถามที่ต้องการคำตอบหรอก เธอไม่ได้ถามคนที่นั่งข้าง ๆ ด้วยคำถามนี้ก็เพียงแค่ถามตัวเองเท่านั้น"...""แกรู้ไหม ที่ผ่านมาฉันรักและซื่อสัตย์กับพี่เหนือเพียงคนเดียวมาตลอดเลย ไม่เคยมีใครในสายตาอีก ทั้ง ๆ ที่มีคนเข้าหามากมายขนาดไหนแต่ฉันก็มั่นคงกับเขามาก แล้วทำไมเรื่องแค่นี้พี่เหนือถึงทำไม่ได้อะ" นั่นสิ การซื่อสัตย์กับคนรักนั้นเป็นเรื่องที่ความจริงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลย และสิ่งนี้มันก็เป็นสิ่งพื้นฐานที่ทุกคนควรมีกันอยู่แล้ว เมื่อตกลงปลงใจที่จะแต่งงานสร้างครอบครัวกันและกันแล้ว ก็หมายความว่าต่างคนต่างให้คำมั่นสัญญาว่าจะรักและมีคู่ครองเพียงกันและกันเท่านั้นไม่มีคนอื่นอีก ทำไมถึงทำตามสัญญา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status