Teilen

ตอนที่ 6 ย้ายถิ่น

             เช้าวันต่อมา ในเช้าวันนี้นางฟู่ก็ยังคงรับหน้าที่ทำอาหารเหมือนเดิม แต่พิเศษตรงที่เธอได้ลูกสาวเข้ามาช่วยและยังรวมถึงเด็กน้อยอีกหลายคนไม่เว้นแม้แต่หลานชายของหมอตู้

            “วันนี้พวกเราจะกินเกี๊ยวหมูกัน” เสี่ยวหนิงพูดขึ้นในระหว่างที่เจ้าตัวกำลังนวดแป้ง

            เด็ก ๆ พากันกลืนน้ำลาย ทว่า “พี่สาวพวกเรากินผักดองก็ได้ไม่ต้องเปลืองเงินซื้อเนื้อหรอก” เสี่ยวหงพูดขึ้นก่อนที่จะตามมาด้วยเสียงไอ

            “ไม่เป็นไรหรอกใช้เงินไม่มาก พี่ว่าเจ้าไปพักเถอะอากาศในห้องครัวไม่ดีมีทั้งกลิ่นควันกลิ่นอาหาร เอาไว้พี่ทำเสร็จแล้วจะให้คนไปตาม เมื่อไหร่เจ้าหายดีค่อยมาช่วยดีไหม” เสี่ยวหนิงพูดด้วยรอยยิ้มบางให้คนตัวเล็กที่มีอายุมากกว่าน้องของตนไม่กี่ปี

            “แต่..” เสี่ยวหงกำลังจะแย้ง

            “ไม่มีแต่ เชื่อพี่สาวนะ น้องเล็กเจ้าพาพี่สาวหงไปนอนพัก” เสี่ยวหนิงหันไปบอกน้องสาวผู้กำลังสนุกอยู่กับการขยำแป้ง(ห่อเกี๊ยว)

            “ค่ะ” เด็กหญิงลากเสียงยาว

            ผ่านไปครึ่งชั่วโมงกลิ่นน้ำซุปอันหอมกรุ่นก็ลอยออกมาจากโรงครัวของบ้านหมอตู้

            “พี่ใหญ่หอมมาก” เสี่ยวมู่พูดขึ้นด้วยความอยากกิน

            “พวกเจ้าไปช่วยกันเช็ดโต๊ะอาหารเถอะ ดูท่านลุงหมอด้วยว่าตื่นหรือยัง” เสี่ยวหนิงบอกเด็กน้อยทั้งหลายด้วยรอยยิ้มขำอย่างเอ็นดูแต่ละคน

            “ปู่ตื่นนานแล้วพี่สาว ท่านชอบออกกำลังกายตอนเช้าด้วยท่าแปลก ๆ อีกทั้งยังเคยบอกให้ผมทำด้วยแต่ผมไม่ชอบ”

            “เสี่ยวห่าวเจ้าไม่ชอบหรือว่าขี้เกียจกันแน่” เสียงของคนเป็นปู่ทำให้เด็กชายหน้าม้าน

            “แหะ ๆ ยังคงเป็นปู่ที่รู้จักผมดีตามเคย”

            เด็กหลายคนพากันส่งเสียงหัวเราะ “พวกเจ้าเองต่อไปก็ต้องออกกำลังกายแบบนี้เหมือนกัน ว่าแล้วก็ออกไปยืนเรียงแถวหน้ากระดานซะ!!”

            “เจ้าด้วย” “หา!” เสี่ยวหนิงผู้กำลังจะย่องเงียบไปช่วยแม่ของตนส่งเสียงออกมาด้วยใบหน้าเหลอหลา

            เด็กชายหญิงทั้งเจ็ดกำลังยืนตัวตรงอยู่กลางลานบ้านรอชายวัยกลางคนออกคำสั่งต่อไป

            “การออกกำลังเช่นนี้เรียกว่าชี่กงหรือเป็นการออกกำลังโดยเลียนแบบท่าสัตว์ทั้งห้า ได้แก่ ท่าเสือโคร่ง ท่ากวาง ท่าหมี ท่าวานร และท่านก พวกเจ้าดูข้าให้ดีนะเราจะเริ่มจากท่าแรกคือเสือก่อน”

            เด็กแต่ละคนพากันมองไปทางชายวัยกลางคนอย่างตั้งใจ “เอาละ พวกเจ้าลองทำตามดู”

            แรก ๆ เด็กน้อยไม่เว้นแม้แต่เสี่ยวหนิงก็ยังหายใจเข้าออกไม่ค่อยถูกจังหวะ จนกระทั่งผ่านไปถึงสามครั้งพวกเขาจึงเริ่มทำได้ดีขึ้น

            “การออกกำลังกายแบบนี้ไม่ใช่ว่าไม่มีประโยชน์นะ อย่างท่าเสือโคร่งที่พวกเจ้าทำกันอยู่ ท่านี้จะช่วยเรื่องรักษาเส้นเอ็น ทำให้ตับแข็งแรง เสี่ยวทู่เจ้าค่อย ๆ ทำลองฝึกดูใหม่” แม้ปากของหมอตู้จะพูดทว่าสายตาของเขานั้นหาได้หยุดนิ่ง

            “พักได้ พวกเจ้าจำไว้ให้ดีต้องทำทุกวันร่างกายของพวกเจ้าจะได้แข็งแรง” หมอตู้กล่าวย้ำก่อนที่จะปล่อยพวกเขาไป

            “หิวกันแล้วล่ะสิ เสี่ยวหนิงลูกมาช่วยแม่ยกชามเกี๊ยวออกไปเถอะ” นางฟู่ส่งยิ้มให้พวกเขาพูดอย่างอ่อนโยน

            “ค่ะแม่”

            คล้อยหลังบุตรสาวนางฟู่ก็หันมาต้มยาให้กับเสี่ยวหงต่อ หลังจากจัดเตรียมยาเรียบร้อยหล่อนจึงได้เดินตามบุตรสาวออกไปด้านนอก

            “มานั่งเถอะ” หมอตู้เอ่ยชวน

            “ค่ะ”

            การกินอาหารเช้าผ่านไปด้วยดี มื้อนี้เด็ก ๆ เจริญอาหารกันมากจากทีแรกพวกเขาไม่กล้ากินเพิ่มแต่เมื่อได้เสี่ยวหนิงกับนางฟู่คะยั้นคะยอพวกเขาก็กินกันจนอิ่ม

            เมื่อท้องอิ่มแต่ละคนก็ช่วยกันเก็บถ้วยตะเกียบนำไปล้าง “เด็กพวกนี้ช่างรู้ความ ไม่รู้ว่าก่อนเกิดเหตุร้ายพวกเขาถูกเลี้ยงมาแบบไหน” หมอตู้พูดขึ้นกับนางฟู่ที่กำลังมองดูเด็กแต่ละคนอย่างเอ็นดู

            “นั่นสิคะ ท่านหมอตู้คะ ฉันเห็นทีว่าวันนี้คงต้องกลับเรือนแล้ว”

            ตู้เหวินกังรู้สึกใจหายเมื่อได้ยินแบบนี้และยังไม่ทันที่เขาจะตอบโต้อะไรหลานชายคนเดียวก็ร้องไห้โฮขึ้นมาเสียก่อน

            “ปู่ พวกเราไปอยู่กับพวกเขาได้ไหม” เด็กชายร้องไห้ดึงชายเสื้อตัวยาวที่ชายวัยกลางคนสวม

            “เรื่องของชะตาบางครั้งเราไม่อาจหลีก พวกเขากลับหมู่บ้านก็จริงแต่ใช่ว่าเจ้าจะไปเยี่ยมไม่ได้นี่” คนเป็นปู่กล่าวตำหนิ

            “แต่พี่ใหญ่บอกว่าหล่อนต้องการย้ายที่อยู่” ผู้พูดยกมือปาดน้ำตากล่าวเสียงเจือสะอื้น

            “เรื่องจริงเหรอ” หมอตู้หันไปถามนางฟู่ที่กำลังพยักหน้าด้วยใบหน้าที่เศร้าหมอง หล่อนค่อนข้างเห็นใจหลานของหมอตู้ที่กำลังร้องไห้

            “พวกเจ้าจะย้ายไปไหน”

            “เสิ่นเตี้ยนค่ะ” เสี่ยวหนิงผู้มาได้ยินคำถาม เป็นคนตอบแทนมารดาที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองจะไปอยู่เมืองอะไร

            “ทางใต้ ไกลจากที่นี่เยอะอยู่นะ พวกเจ้ามีญาติพี่น้องอยู่ที่นั่นอย่างนั้นเหรอ” ตู้เหวินกังถามขึ้นอย่างเป็นห่วงเนื่องจากพวกหล่อนมีแต่เด็กกับผู้หญิงสำหรับการเดินทางไกลนั้นย่อมไม่ง่าย

            “ไม่มีหรอกค่ะ ญาติของพวกเราอยู่เมืองหลวง ตั้งแต่เกิดสงครามก็พากันหนีหายแม้แต่สามีของฉันพวกเราก็ยังพลัดหลงกันจนป่านนี้ไม่รู้ว่าเขาเป็นหรือตาย” นางฟู่น้ำตารื้นจวนเจียนจะหยด

            “เอาอย่างนี้ดีไหม หากสหายฟู่ไม่รังเกียจข้า พวกเรามาสาบานเป็นพี่น้องกันต่อไปเจ้าก็เรียกข้าว่าพี่ชายเถอะ”

            นางฟู่ตกตะลึงหล่อนจ้องมองชายวัยกลางคนตรงหน้าก่อนที่จะพยักหน้าตกลงทั้งน้ำตา

            “พี่ชาย”

            “ดี ดี ในเมื่อพวกเจ้าจะย้ายเมืองข้าเองก็จะไปด้วย บอกตามตรงข้าเองก็กลัวว่าสงครามจะมาถึงที่นี่เหมือนกัน”

            ดังนั้นการเดินทางกลับหมู่บ้านอวี๋ถงในครั้งนี้จึงเป็นการนำบ้านรวมถึงที่ดินมาขายกับโรงแลกเงินเป่าเฉียน

            “พวกเจ้าจะไม่กลับมาแน่นะ อย่างน้อยหากอยู่ทางนั้นไม่ได้ก็ยังมีบ้านอยู่ทางนี้หรือจะจำนองเอาไว้ก่อน” ผู้เป็นหลงจู๊ของร้านแนะนำ

            “พวกฉันคงไม่กลับมาแล้ว ทางใต้ไกลจากที่นี่มาก” นางฟู่ตอบตามที่ลูกสาวบอก

            “ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจ” หลงจู๊ไม่ตื๊อต่อ ดังนั้นหลังจากจ่ายเงินให้อดีตเจ้าบ้านเรียบร้อยเขาก็ไม่สนใจหญิงสาวคนนี้อีก

            “พี่ชายนี่เงิน” นางฟู่ผู้รับหน้าที่ไปขายบ้านทั้งของตนและของพี่ชายหมาด ๆ ส่งถุงเงินให้เขา

            “ขอบใจ ในเมื่อพวกเราขายไปแล้วก็เดินทางกันเถอะ” ชายวัยกลางคนพูดอย่างไม่รู้สึกอาลัยอาวรณ์สถานที่แห่งนี้เลยสักนิดเนื่องจากเขาเองก็เป็นผู้อพยพมาเช่นกัน

            คล้อยหลังจากที่พวกเขาเดินมุ่งหน้าลงใต้ไปได้เพียงสองวันในเมืองที่เพิ่งจากมาก็เกิดความโกลาหลเพราะในตอนนี้ทางการได้ประกาศรับสมัครทหารเพิ่ม

            “หากพวกเจ้าเดินไม่ไหวก็บอกนะ” หมอตู้บอกกับเด็กน้อยทั้งหลายหลังจากเดินออกจากเมืองมาได้สักพัก

            หลังจากได้รับคำยืนยันจากเด็กน้อยชายวัยกลางคนก็บ่ายหน้ามาปรึกษากับเด็กหญิงที่เป็นคนต้นคิด

            “เสี่ยวหนิง เจ้าคิดว่าพวกเราควรเดินทางยังไง”

            “ทางน้ำค่ะ ไปทางเรือน่าจะดีที่สุด ช่วงนี้เพิ่งหมดฤดูมรสุมพวกเราจึงไม่น่าจะเจอพายุ การไปทางน้ำจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการเดินทางบกที่เสี่ยงกับโจรผู้ร้าย”

            “เจ้าวิเคราะห์ได้ดี แต่การเลือกเรือพวกเราก็จำต้องดูคนอีกเหมือนกัน” การที่หมอตู้กล่าวเช่นนี้ย่อมมีเหตุผลเพราะช่วง กลียุคเช่นนี้ย่อมมีโจรผู้ร้ายอยู่ทุกหนแห่ง

            รวมถึงพ่อค้ามนุษย์ด้วยกันเองก็มีมาก หากพวกมันจะแฝงเป็นคนเรือแล้วลักพาตัวคนก็มีโอกาสเช่นกัน

            “ฉันเข้าใจค่ะ” เสี่ยวหนิงรับปากสีหน้าค่อนข้างเครียด

            พวกเขาเดินเท้าออกมาจนถึงท่าเรือเล็กแห่งหนึ่ง “ลงเรือไหม” คนถ่อเรือถามขึ้นซึ่งท่าทางของคนผู้นี้แววตาดูหลุกหลิกทำให้ทั้งหมอตู้และเสี่ยวหนิงรู้สึกไม่วางใจ

            “ตอนนี้ยังไม่ลง เราต้องรอญาติมาสมทบก่อน” ตู้เหวินกังเลือกตอบเช่นนี้ อย่างน้อยหากคนผู้นี้รู้ว่าตนมีญาติจะตามมาภายหลังเขาคงไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม

            “ได้ ถ้าอย่างนั้นอยากลงเรือก็บอกข้าเดินทางมาเยอะสามารถพาพวกเจ้าไปได้ทุกที่” ชายคนนั้นคุย

            ตู้เหวินกังทำเพียงพยักหน้ารับก่อนที่จะพาสมาชิกของตนเดินไปทางเรือลำอื่นซึ่งลอยอยู่ห่างกัน

            “หวังว่าคนที่เหลือคงไม่ใช่พวกเดียวกัน” ชายวัยกลางคนพึมพำ

            ทุกการกระทำของคนทั้งกลุ่มได้ตกอยู่ภายใต้สายตาแห่งการจับจ้องที่เสี่ยวหนิงรู้สึกไม่ชอบมาพากล

            เหอะ ๆ ฉันจะต้องทำใจใช่ไหม เจ้าตัวคิด

            “ลุงตู้ เลือกสักลำเถอะ ชะตาครั้งนี้พวกเราไม่อาจหลีกมีแต่ต้องพุ่งชนเท่านั้นแหละค่ะ แต่พวกเราจะต้องมาปรึกษากันก่อน” ที่เธอกล่าวออกมาแบบนี้เป็นเพราะตอนนี้เท้าของพวกเธอได้ก้าวเข้าปากหมาป่ามาแล้วมีหรือที่พวกมันจะปล่อยเหยื่ออย่างพวกเธอไปอย่างง่ายดาย

            “อืม เจ้าเองก็รู้หรือ”

            “ค่ะ เอาอย่างนี้นะคะฉันอยากให้ลุงเชื่อใจ ดังนั้นหากเกิดเรื่องขึ้นจริงลุงช่วยดูแลแม่กับน้อง ๆ ส่วนเรื่องอื่นปล่อยให้ฉันจัดการเอง” แววตาของเสี่ยวหนิงเต็มไปด้วยไอสังหารชั่วครู่ก่อนจะหายไป

            “ได้” ตู้เหวินกังตอบไปโดยไม่ต้องคิดแม้แต่ตนเองก็ยังประหลาดใจที่ยอมเชื่อเด็กหญิงอายุเพียงสิบสามปี

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   ตอนที่ 49 เจ๊ใหญ่กับครอบครัว (ตอนจบ)

    แม้ว่าหลี่ลู่เหอจะรอดพ้นจากปากนรกมาได้ทว่ามั่วเฉิงกับเด็กหนุ่มคนนั้นไม่ได้โชคดีอย่างเขา ดวงตาของชายหนุ่มแดงก่ำภายใต้ร่มคันสีดำที่เสี่ยวหนิงเป็นผู้ยืนกางให้เนื่องจากแขนของเจ้าตัวมีเชือกห้อยเฝือกคล้องไว้ที่คอ “มั่วเฉิง นายเป็นวีรบุรุษของพวกเราฉันขอให้นายนอนหลับให้สบาย ส่วนเรื่องทางบ้านของนายนับจากนี้ฉันจะเป็นคนดูแลเอง แม่ของนายก็คือแม่ของฉัน” หลี่ลู่เหอมองใบหน้าของคนในรูปถ่ายที่ส่งยิ้มอันสดใสให้กับตนหยาดน้ำตาของเขาไหลออกมากระทบเข้ากับแสงตะวันก่อนจะใช้มืออีกข้างปาดมันทิ้ง “ไปกันเถอะ” น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่งหัวใจของชายหนุ่มเจ็บปวดทั้งนี้เป็นเพราะมั่วเฉิงกับเขานั้นนับได้ว่าเป็นเสมือนพี่น้องร่วมอุทร&nbs

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   ตอนที่ 48 เจ๊ใหญ่กับทางเลือก

    เสียงล้อรถดังเอี๊ยดอ๊าดขับไล่กวดกันไปมาอย่างเอาเป็นเอาตายตามท้องถนนในตรอกซอกซอยทำให้ผู้คนที่กำลังสัญจรพากันอกสั่นขวัญแขวน เปรี้ยง! รถคันที่ถูกยิงส่ายไปมาเนื่องจากยางแตก “บ้าเอ้ย! สหายหลี่เมื่อถึงบริเวณโรงงานร้างด้านหน้าคุณรีบพาเสี่ยวหมี่ไปหาที่รับส่งข่าว ส่วนผมจะเป็นตัวล่อให้พวกมันไปอีกด้าน” “มันอันตรายเกินไป” หลี่ลู่เหอค้านทั้งนี้เป็นเพราะเขาคิดว่าฝ่ายตรงข้ามคงเตรียมกำลังมามากกว่านี้ “ผมยอมตายขอให้แผนขององค์กรสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีก็พอ” ชายคนนั้นพูดโดยที่เขาพยายามบังคับรถให้ไปทางเป้าหมายที่เล็งไว้อีกทั้งยังต้องคอยหลบกระสุนที่พวกมันสาดมาด้วย ทางด้านมั่วเฉิงสถานการ

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   ตอนที่ 47 เจ๊ใหญ่กับการรอคอย

    “พี่ใหญ่!! เกิดเรื่องกับพี่เขยแล้วครับ” ซีห่าวตะโกนขึ้นเสียงดังพลางชูกระดาษหนังสือพิมพ์ที่พาดหัวเกี่ยวกับคนที่ตนเพิ่งกล่าวถึงวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา เสี่ยวหนิงรับหนังสือพิมพ์จากมือน้องชายก่อนกวาดตาอ่านเนื้อหาในนั้นอย่างรวดเร็วใบหน้าของหล่อนซีดเผือด ในขณะที่เธอกำลังช่วยคนกำลังลำบากจากน้ำท่วมอยู่ตรงข้ามคนละมณฑลกับคู่หมั้นหนุ่ม ซึ่งทางนั้นเองก็กำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดซึ่งเธอรู้ดีว่าเขาต้องเจอกับอะไรบ้าง มือของหญิงสาวสั่นน้ำตารื้นขึ้นก่อนที่หยาดน้ำนั้นจะหยดลงบนน้ำหมึกจึงทำให้ตัวอักษรเริ่มพร่าเลือน ร่างของเธอคล้ายซวนเซโชคดีที่ว่ามีเก้าอี้อยู่ตรงนี้หล่อนจึงนั่งลงอย่างอ่อนแรง ในข่าวร

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   ตอนที่ 46 เจ๊ใหญ่กับหวานก่อนขม

    สายลมหนาวพัดโชยท่ามกลางป่าเขาที่ต้นไม้ยืนต้นตายแห้งเหี่ยวเนื่องจากสภาพอากาศอันเลวร้ายที่มองไปทางไหนก็เห็นเพียงสีขาวโพลนของหิมะที่ทอดยาว ครอบครัวเสือทั้งสี่ตัวที่บัดนี้ได้คืนร่างเดิมเป็นการชั่วคราวได้แยกย้ายกันวิ่งสำรวจป่าแห่งนี้ราวกับเป็นบ้านของตน โดยหญิงสาวผู้อยู่ในชุดเสื้อโค้ทตัวยาวสีน้ำเงินเข้มยืนกอดอกมองการกระทำของพวกมันแต่ละตัว “ระวังตัวกันด้วยล่ะ” เสี่ยวหนิงตะโกนไล่หลังสัตว์ทั้งสี่ที่กำลังวิ่งห่างออกไปไกลซึ่งมีเพียงเสียงคำรามตอบกลับมา แปลได้ว่าไม่ต้องเป็นห่วง เสี่ยวหนิงได้แต่ยกยิ้มโคลงศีรษะก่อนที่จะเดินย้อนกลับลงเขาตามลำพังท่ามกลางเกร็ดละอองสีขาวจากฟ้าเบื้องบน เพียงพริบตาเว

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   ตอนที่ 45 เจ๊ใหญ่กับการเอาคืน

    เสียงเคาะประตูจากด้านนอกดังขึ้นขัดการสนทนาของคนทั้งสอง เมื่อบานประตูไม้หนาหนักเปิดออกชายหนุ่มในเครื่องแบบคนนั้นก็ยกมือป้องปากข้างหูคนเป็นเจ้านาย ผู้เป็นใหญ่ของสถานที่เริ่มคิ้วขมวดหลังฟังจบเขาก็โบกมือให้ชายคนนี้เป็นสัญญาณให้เดินถอยไป “ฉันกลับบ้านพร้อมกับคู่หมั้นได้แล้วใช่ไหมคะ” หญิงสาวขยับกายของตนด้วยกิริยานุ่มนวลถามขึ้นด้วยรอยยิ้มละไม “ใช่ครับ ผมต้องขอโทษด้วยที่ทำให้คุณหนูใหญ่หยางเสียเวลา” แม้ปากเขาจะพูดเช่นนี้ทว่าใบหน้ากับการกระทำนั้นค่อนข้างสวนทางเป็นอย่างยิ่ง ภายในอกของเขารู้สึกผิดหวังที่หนึ่งหญิงหนึ่งชายไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องเมื่อคืน เสียงประตูห้องเปิดออกโดยไม่มีการแจ้งเตือนจ

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   ตอนที่ 43 เจ๊ใหญ่กับคำชม

    ความภาคภูมิใจฉายชัดบนใบหน้าของเขาอย่างชัดเจนจนทำให้ผู้ที่หลุดออกมาจากสมาธิหลังจากเย็บแผลจนเสร็จสมบูรณ์หันมาเห็น “ฉันเก่งมากใช่ไหมคะ” หล่อนถามอย่างไร้อาการเก้อเขิน “ใช่ครับ ทั้งเก่งทั้งสวยและยังฉลาดมากที่สุด” คำชมของเขาทำให้คนถูกชมหน้าแดงซ่านหล่อนหลุบตาลงต่ำด้วยสะท้านกับสายตาของคนพูดที่ไม่ดูเวล่ำเวลา เสียงละเมอของคนเจ็บดังขึ้นจึงทำให้บรรยากาศระหว่างชายหนุ่มหญิงสาวหายไปหลี่ลู่เหอกระแอมในลำคอเปลี่ยนเป็นมานั่งตัวตรงมองไปทางคนเจ็บที่ยังไม่ลืมตา “เขาจะฟื้นตอนไหนหรือครับ” เขาบ่ายหน้ามาถามหญิงคนรักที่กำลังถอดถุงมือ “ฉันคิดว่าน่าจะเช้าค่ะ พี่เหอคะช่วยฉันปลดเชือกด้านหลังหน่อยไม่รู้ว่ามันติดอะไร” เสี่ยวหนิงตอบพลางพยายามแก้ปมเชือกชุดที่ใช้ผ่าตัดคนไข้จำเป็นของตน

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status