Teilen

ตอนที่ 9 พ่อ!!

            “เขาละ” ชายวัยกลางคนถามขึ้นทว่าเมื่อเจ้าตัวเห็นปฏิกิริยาของเด็กหญิงตู้เหวินกังก็ถอนหายใจอย่างหมองเศร้า

            “ลุงตู้ ท่านช่วยหาที่ปลอดภัยให้แม่กับน้อง ๆ ของฉันอยู่ที่นี่ก่อนได้หรือเปล่าคะ”

            คำพูดของเสี่ยวหนิงทำให้ชายวัยกลางคนรู้สึกประหลาดใจแกมสงสัย “ทำไม”

            “ข้าได้ยินว่ามีคนแซ่หยางถูกจับทว่ายังไม่รู้รายละเอียด ดังนั้น..”

            “ดังนั้นเจ้าก็เลยอยากจะไปสืบหาความจริง ว่าแต่คน แซ่หยางเป็นอะไรกับเจ้า” ตู้เหวินกังถามขึ้นด้วยความอยากรู้เนื่องจากเจ้าตัวไม่เคยถามถึงเรื่องพ่อของเด็ก ๆ จึงไม่รู้จักแซ่ของพวกเธอ

            “ฉันไม่แน่ใจว่าจะเป็นพ่อหรือเปล่าค่ะ” เสี่ยวหนิงตอบอย่างลังเล

            “พวกเจ้าแซ่หยางอย่างนั้นเหรอ”

            “ใช่ค่ะ ฉันมีชื่อจริงว่าหยางเฉียนหนิง ส่วนเสี่ยวมู่หยางเฉียนคุน น้องเล็กหยางเจี่ยวเยว่”

            “เหมือนข้าจะได้ยินมาในช่วงอพยพว่าคนแซ่หยางที่เป็นหนึ่งในสมาคมพ่อค้าเป็นสายลับคงไม่ใช่พวกเจ้าหรอกนะ” ตู้เหวินกังรู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้าขึ้นมาทันที หากว่าเด็กหญิงตรงหน้าเกิดพยักหน้ายอมรับขึ้นมาเขาจะทำอย่างไร

            “ไม่ใช่หรอกค่ะ แม้พ่อของฉันจะเป็นหนึ่งในสมาคมพ่อค้าก็จริง แต่เขาคนนั้นไม่มีวันเป็นสายลับอย่างเด็ดขาด” เสี่ยวหนิงกล่าวเสียงหนักเนื่องจากความทรงจำเจ้าของร่างเดิมบอกเช่นนี้ ใบหน้าของตู้เหวินกังเริ่มดีขึ้น

            “แล้วเจ้าจะไปสืบที่ไหน”

            “ฉันคิดว่าจะตามทหารพวกนั้นไป ไม่แน่ว่าอาจจะรู้อะไรบ้าง”

            “มันอันตรายหากทหารพวกนั้นจับได้เจ้าจะทำยังไง” สีหน้าของคนพูดเต็มไปด้วยความกังวล

            “ข้ามีวิธี ลุงตู้ไม่ต้องห่วง แต่ถ้าหากว่าข้ายังไม่กลับจนกระทั่งดวงจันทร์ลอยขึ้นสูงข้าอยากให้ลุงพาแม่กับน้อง ๆ ของฉันไปยังเมืองที่ฉันบอกเอาไว้ก่อน”

            “ได้ข้ารับปาก แต่ข้าหวังว่าเจ้าเองก็จะกลับมาอย่างปลอดภัยตามเวลาที่นัดกัน”

            “ฉันจะพยายามค่ะ”

            หลังจากเสี่ยวหนิงกินมื้อเย็นกับครอบครัวเรียบร้อยเธอก็หาข้ออ้างต่อมารดาว่าจะไปตามหาคนถ่อเรือ

            “เจ้าไปคนเดียวแม่ไม่วางใจ” นางฟู่แย้ง

            “แม่คะ ฉันปลอมตัวขนาดนี้รับรองว่าไม่มีใครรู้หรอกว่าเป็นผู้หญิง อีกอย่างให้ฉันไปคนเดียวนี่แหละค่ะดีแล้วคล่องตัวดี

            นางฟู่อยากจะแย้งกระนั้นเจ้าตัวก็รู้ดีว่าคงไร้ผลหากบุตรสาวได้ตัดสินใจไปแล้วและอีกอย่างในตอนนี้บุตรคนนี้ก็คล้ายกับเป็นหัวเรือใหญ่ที่ดูแลตนและเด็กน้อยอีกหลายชีวิต

            “เจ้าระวังตัวให้ดีนะ” นี่คือสิ่งเดียวที่หล่อนทำได้

            พอฟ้ามืดลงถนนหนทางก็เริ่มร้างผู้คนเนื่องจากแต่ละครัวเรือนต่างก็ปิดบ้านของตน

            เสี่ยวหนิงอาศัยเพียงแสงจันทร์ที่ส่องสว่างลงมาเป็นดวงตาให้แทนการจุดคบเพลิงหรือตะเกียงน้ำมันทั้งนี้เป็นเพราะหล่อนไม่อยากให้ตัวเองตกเป็นที่สนใจ

            ร่างเล็กผอมบางอยู่ในชุดสีดำกลืนไปสภาพรอบ ๆ ตัวจนกระทั่งเธอมาถึงบริเวณหน้าที่ทำการของทหารกลุ่มที่เจอเมื่อช่วงบ่าย

            เด็กหญิงหาที่แอบอยู่หน้าบริเวณนั้นได้ทันก่อนที่แสงไฟจากหน้ารถจี๊ปสีเขียวสาดเข้ามารอบด้านจนทำให้บริเวณนั้นสว่างขึ้นชั่วพริบตา

            “นายน้อย” ทหารด้านหน้าทำความเคารพเด็กหนุ่มคนหนึ่งซึ่งอยู่ในเครื่องแบบทหารอย่างนอบน้อมแม้ว่าคนผู้นี้จะอายุน้อยกว่า

            “เรื่องที่ฉันให้ไปสืบได้ความมาว่ายังไง”

            “เรียนนายน้อยคนแซ่หยางตอนนี้อยู่ในมือของทางนั้นครับ พวกเรากำลังหาวิธีช่วยเหลือ” แม้ว่าคนผู้นั้นจะพูดเสียงเบามากทว่าเสี่ยวหนิงผู้มีความสามารถในการอ่านปากมีหรือจะไม่เข้าใจ

            ‘แล้วเจ้าคนพวกนั้นอยู่ทางไหนกันล่ะ’ เจ้าตัวคิดสีหน้ายุ่งยาก และดูเหมือนว่าสวรรค์จะเห็นใจหล่อนเมื่อมีนายทหารคนหนึ่งวิ่งเหยาะ ๆ มาทางคนที่เพิ่งลงจากรถ

            “เตรียมคนและอาวุธให้พร้อม พวกเราจะไปช่วยคนเดี๋ยวนี้” สิ้นคำพูดของเด็กหนุ่มความโกลาหลก็เกิดขึ้นอยู่ชั่วครู่

            หลังจากนั้นคนจำนวนมากพร้อมอาวุธครบมือก็วิ่งตามรถยนต์คันนั้นไปโดยไม่รู้ว่าได้มีเด็กหญิงร่างผอมบางที่ปลอมตัวเป็นหนุ่มน้อยตามติดไปด้วย

            “นายน้อยที่นี่แหละครับ”

            เหนือบานประตูสถานที่แห่งนี้เขียนเอาไว้ว่าโรงแรมฟู่ไหล เด็กหนุ่มส่งสัญญามือให้คนของตนซ่อนตัวก่อนที่เขาจะให้คนสนิทลงไปเคาะประตู

            แอ๊ด เสียงบานประตูลั่นพร้อมกับมีใบหน้าของชายวัยกลางคนโผล่ออกมา ไม่ต้องให้คนเปิดประตูถามไถ่

            คนขับรถของเด็กหนุ่มก็ชิงพูดขึ้นเสียก่อน “ฉันต้องการห้องพัก”

            ชายคนนั้นสำรวจคนทั้งสามที่ยืนอยู่ข้างรถอย่างพิจารณา “เรียนทุกท่านตอนนี้ห้องพักของเราเต็ม”

            “ถ้าอย่างนั้นขอพวกเราเข้าไปพักดื่มกินอาหารได้ไหม นายน้อยของเราเดินทางมาไกล” ผู้พูดเอามือยันประตูไม้ไว้ก่อนที่ชายวัยกลางคนจะปิดลง ชายวัยกลางคนมีสีหน้าครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่จึงพยักหน้าตอบตกลง

            ระหว่างที่คนของเด็กหนุ่มกำลังเจรจาอยู่กับคนเปิดประตูเสี่ยวหนิงก็ได้ปีนขึ้นมาอยู่บนต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ข้างกำแพงเรียบร้อยโดยไม่มีใครทันสังเกตเห็น

            จากนั้นหล่อนจึงได้กวาดตามองไปทั่วโรงแรมไม้สามชั้นตรงหน้าอย่างค้นหาว่ามีสิ่งใดผิดปกติจนกระทั่งสะดุดตาเข้ากับเรือนไม้หลังเล็ก

            “ลองไปดูก็แล้วกันแต่ก่อนอื่นมีคนช่วยย่อมดีกว่าหัวเดียวในเมื่อคนพวกนี้ก็ต้องการมาช่วยคน เราก็สงเคราะห์สักหน่อยก็แล้วกัน” เจ้าตัวพึมพำก่อนที่จะปีนลงจากต้นไม้และวิ่งไปเปิดประตูหน้าให้อ้าออก

            และก่อนที่ทหารพวกนั้นจะเข้ามาร่างกายเล็ก ๆ ของหล่อนก็หายไปกับความมืดมุ่งตรงไปยังทิศทางที่เป็นเป้าหมายเสียแล้ว

            หน้าเรือนไม้มีคนเฝ้าอยู่เพียงสองคนพร้อมอาวุธปืนยาวในมือ เสี่ยวหนิงอาศัยจังหวะนี้ยิงปืนลูกดอกยาสลบของตนออกไปโดยที่มันทั้งสองไม่ทันได้ตั้งตัว

            ฟุ่บ! ผ่านไปไม่ถึงลมหายใจร่างทั้งสองก็ลงไปนอนกองกับพื้น โชคดีที่เอามาเยอะ เจ้าตัวคิด

            ภายในห้องค่อนข้างมืดสลัวอีกทั้งยังมีกลิ่นสาบทำให้เสี่ยวหนิงยู่จมูก “ฉันบอกแล้วว่าไม่ใช่สายลับพวกแกต้องการอะไรอีก” น้ำเสียงของคนพูดเต็มไปด้วยความอ่อนล้า

            “พ่อ!” คำเรียกขานนี้ทำให้ชายคนนั้นตกตะลึง

            “หนิงหนิง” เขาครางออกมาอย่างไม่อยากเชื่อหูจนกระทั่งได้เห็นใบหน้าของลูกสาวอย่างชัดเจนจากไฟฉายในมือของหล่อน

            สภาพของชายคนนั้นที่เด็กหญิงเห็นคือใบหน้าของเขามีรอยแตกช้ำดวงตาปูด เสื้อตัวยาวที่เคยสะอาดอยู่เสมอในความทรงจำของเจ้าของร่างบัดนี้ราวกับผ้าขี้ริ้วมันทั้งยับย่นและฉีกขาด

            มือทั้งสองข้างถูกมัดไปด้านหลังเช่นเดียวกับเท้าที่มัดอยู่กับเก้าอี้ น้ำตาของเสี่ยวหนิงไหลออกมาไม่รู้ตัว

            “พ่อ ฉันมาช่วยแล้ว” เด็กหญิงไม่รอช้าเธอรีบปราดเข้าไปเอามีดตัดเชือกเส้นหนาออกจากร่างของชายคนนั้นทันที

            “หนิงหนิงหนีไป” น้ำเสียงของเขาแหบพร่า

            “เราต้องไปด้วยกัน พ่อไม่ต้องกลัวนะฉันจะไม่ให้ใครมาทำอะไรเราได้อีก” เด็กหญิงประคองร่างอันปวกเปียกของพ่ออย่างทุลักทุเล

            เสียงการต่อสู้เริ่มดังเข้ามาใกล้ “หนิงหนิงหนีไป” คนเป็นพ่อพยายามบอกลูกสาวด้วยเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่

            “ไม่ หากจะไปก็ต้องไปด้วยกัน พ่ออดทนหน่อยนะฉันจะพาพ่อหนีไปให้ได้” เด็กหญิงกัดฟันแม้ว่าชายคนนี้จะซูบผอมลงทว่าร่างของเธอเองก็ยังฟื้นตัวได้ไม่นานจึงทำให้เจ้าตัวรับภาระหนัก

            สองตาของเสี่ยวหนิงมองผ่านหน้าต่างออกไปท่ามกลางความมืด “พ่อพอจะปีนหน้าต่างได้ไหมเราต้องออกไปทางนี้”

            “อืม” แม้ว่าเขาจะถูกทรมานมานานหลายวันแต่เนื่องจากคนพวกนี้คิดว่าเขาเป็นสายลับมันจึงยังให้เขาได้กินอาหารบ้างแม้จะไม่มากนัก

            ดังนั้นเขาจึงไม่ถึงกับหมดเรี่ยวแรงซะทีเดียวเพียงแต่เนื่องจากร่างกายไม่ได้ขยับนาน นานวันเข้าจึงกะปลกกะเปลี้ยเป็นธรรมดา

            เมื่อสองพ่อลูกพ้นจากเรือนหลังเล็กนั้นมาได้พวกเขาก็ซ่อนตัวอยู่นิ่งเพื่อดูความเคลื่อนไหวจากทางโรงแรมที่กำลังเกิดการต่อสู้กัน

            “หนิงหนิงไปทางประตูหลัง พวกมันพาพ่อเข้ามาทางนั้น”

            ไม่รอช้าเด็กหญิงรีบเข้าไปช่วยพยุงคนเป็นพ่ออีกแรง เงาร่างทั้งสองมาเจอเข้ากับประตูเล็กที่ปราศจากคนเฝ้า

            เสี่ยวหนิงมองแม่กุญแจที่คล้องอยู่ก่อนที่จะทำในสิ่งที่บิดาคาดไม่ถึง เปรี้ยง! เคร้ง เสียงกุญแจกับโซ่หลุดออกจากกัน             “พ่อไป”

            ในตอนนี้หยางเฉียนหมิงไม่รู้ว่าไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนทั้งนี้เป็นเพราะเสียงดังจากปืนของลูกสาวได้เรียกคนทั้งหมดมาทางตน

            “ลุงหยางผมมาช่วย” นี่คือประโยคที่คนเป็นนายน้อยของทหารกลุ่มใหญ่คนนั้นตะโกนก่อนที่เจ้าของชื่อจะวิ่งลงเรือลำหนึ่ง

            คำพูดของคนผู้นี้ทำให้เสี่ยวหนิงหันหน้าไปมองเขาก่อนที่เธอจะเห็นว่าได้มีอาวุธร้ายเล็งมาทางเด็กหนุ่มคนนี้

            “หลบ!” เธอตะโกนออกไปโดยที่ไม่รู้ว่าเขาคนนั้นจะเชื่อตนหรือไม่ เสียงกัมปนาทดังขึ้นอีกครั้งพร้อม ๆ กับร่างของฝ่ายตรงข้ามล้มลงโดยมีดอกไม้สีแดงกระจายเป็นวงกว้างตรงอกเสื้อ

            “นี่แทนคำขอบคุณ ลาก่อน” เสี่ยวหนิงหันหลังกระโดดลงเรือไปท่ามกลางความมืดของรัตติกาลทันที

            “นายน้อย” คนสนิทของเด็กหนุ่มเรียกเขาด้วยใบหน้าซีดเผือดด้วยกลัวว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะมีอันตราย

            “ฉันไม่เป็นไร ไปสืบมาว่าใครช่วยลุงหยาง” น้ำเสียงของคนพูดไม่สามารถคาดเดาอารมณ์ได้ ก่อนที่เจ้าตัวจะหมุนกายเดินเข้าไปดูร่องรอยบาดแผลของคนที่นอนฟุบอยู่กับพื้นดิน

            บนเรือทั้งนางฟู่และเด็ก ๆ ต่างพากันอกสั่นขวัญแขวนเพราะจู่ ๆ ก็มีคนกระโดดขึ้นมาบนเรือของพวกเขา

            “เสี่ยวหนิง เกิดอะไรขึ้น” นางฟู่ส่งเสียงถามลูกสาวท่ามกลางแสงสลัวจากดวงจันทร์จึงยังไม่รู้ว่าตอนนี้สามีของตนก็ได้อยู่บนเรือลำนี้ด้วย

            “เหนียงเอ๋อร์” คำเรียกนี้ทำให้นางฟู่ชะงักงันคล้ายกับมีสิ่งใดตรึงหล่อนไว้ให้อยู่กับที่

            “สะ...สามีเป็นท่านเหรอ” นางฟู่เอ่ยตะกุกตะกักราวกับนี่ไม่ใช่เรื่องจริง “พี่เอง”

            ตู้เหวินกังผู้รับหน้าที่ถ่อเรือพาคนหนีรู้สึกเหนื่อยล้าเป็นอย่างมากเขาคล้ายกับว่าตัวเองแก่ลงไปอีกหลายสิบปีทีเดียว

            “ลุงตู้ ฉันมาช่วยแล้ว” เด็กหญิงในรูปลักษณ์ของเด็กหนุ่มส่งยิ้มเอ่ยประจบ

            “จะ..เจ้าทำข้าหัวใจจะวาย โชคดีมากแค่ไหนที่ข้ารู้จักเตรียมตัวเอาไว้ก่อน” ชายวัยกลางคนบ่นพลางถอนใจออกมายืดยาว

            “แหะ ๆ ลุงตู้ฉันผิดไปแล้วต่อไปนี้คงไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้อีกแล้วละ” คนพูดยิ้มแหยในขณะพูด

            “ข้าก็หวังให้เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน เจ้าไม่รู้หรอกว่าเพียงแค่ข้ารู้จักเจ้าได้ไม่กี่วันก็มีเรื่องชวนให้หวาดผวาอยู่ไม่รู้จบ”

            “ฉันเองก็ไม่คิดว่าจะเจอเรื่องแบบนี้เหมือนกัน ลุงตู้ไปพักเถอะพวกเราหนีมาไกลแล้ว อีกทั้งยังอยู่กลางแม่น้ำฉันคิดว่าคงไม่มีใครตามมาทันหรอก” เด็กหญิงพูดขึ้นก่อนจะรับหน้าที่ถ่อเรือแทนเขา

            “เจ้าบังคับเรือเป็นอย่างนั้นเหรอ” ชายวัยกลางคนถามอย่างกังขา

            “ครั้งนี้เป็นครั้งแรกแต่ข้าคิดว่ามันไม่ยาก ลุงตู้โปรดวางใจ” เมื่อเด็กหญิงพูดออกมาหนักแน่นเช่นนี้ดังนั้นชายวัยกลางคนจึงได้ปล่อยให้เธอรับผิดชอบหน้าที่นี้แทน

            แต่ถ้าหากเขารู้ว่าการปล่อยให้เด็กหญิงบังคับเรือในคืนนั้นจะทำให้พวกเขาหลงทิศทางมาเจอเข้ากับบางสิ่งชายวัยกลางคนคงไม่เลือกจะเดินกลับไปนอน

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   ตอนที่ 49 เจ๊ใหญ่กับครอบครัว (ตอนจบ)

    แม้ว่าหลี่ลู่เหอจะรอดพ้นจากปากนรกมาได้ทว่ามั่วเฉิงกับเด็กหนุ่มคนนั้นไม่ได้โชคดีอย่างเขา ดวงตาของชายหนุ่มแดงก่ำภายใต้ร่มคันสีดำที่เสี่ยวหนิงเป็นผู้ยืนกางให้เนื่องจากแขนของเจ้าตัวมีเชือกห้อยเฝือกคล้องไว้ที่คอ “มั่วเฉิง นายเป็นวีรบุรุษของพวกเราฉันขอให้นายนอนหลับให้สบาย ส่วนเรื่องทางบ้านของนายนับจากนี้ฉันจะเป็นคนดูแลเอง แม่ของนายก็คือแม่ของฉัน” หลี่ลู่เหอมองใบหน้าของคนในรูปถ่ายที่ส่งยิ้มอันสดใสให้กับตนหยาดน้ำตาของเขาไหลออกมากระทบเข้ากับแสงตะวันก่อนจะใช้มืออีกข้างปาดมันทิ้ง “ไปกันเถอะ” น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่งหัวใจของชายหนุ่มเจ็บปวดทั้งนี้เป็นเพราะมั่วเฉิงกับเขานั้นนับได้ว่าเป็นเสมือนพี่น้องร่วมอุทร&nbs

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   ตอนที่ 48 เจ๊ใหญ่กับทางเลือก

    เสียงล้อรถดังเอี๊ยดอ๊าดขับไล่กวดกันไปมาอย่างเอาเป็นเอาตายตามท้องถนนในตรอกซอกซอยทำให้ผู้คนที่กำลังสัญจรพากันอกสั่นขวัญแขวน เปรี้ยง! รถคันที่ถูกยิงส่ายไปมาเนื่องจากยางแตก “บ้าเอ้ย! สหายหลี่เมื่อถึงบริเวณโรงงานร้างด้านหน้าคุณรีบพาเสี่ยวหมี่ไปหาที่รับส่งข่าว ส่วนผมจะเป็นตัวล่อให้พวกมันไปอีกด้าน” “มันอันตรายเกินไป” หลี่ลู่เหอค้านทั้งนี้เป็นเพราะเขาคิดว่าฝ่ายตรงข้ามคงเตรียมกำลังมามากกว่านี้ “ผมยอมตายขอให้แผนขององค์กรสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีก็พอ” ชายคนนั้นพูดโดยที่เขาพยายามบังคับรถให้ไปทางเป้าหมายที่เล็งไว้อีกทั้งยังต้องคอยหลบกระสุนที่พวกมันสาดมาด้วย ทางด้านมั่วเฉิงสถานการ

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   ตอนที่ 47 เจ๊ใหญ่กับการรอคอย

    “พี่ใหญ่!! เกิดเรื่องกับพี่เขยแล้วครับ” ซีห่าวตะโกนขึ้นเสียงดังพลางชูกระดาษหนังสือพิมพ์ที่พาดหัวเกี่ยวกับคนที่ตนเพิ่งกล่าวถึงวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา เสี่ยวหนิงรับหนังสือพิมพ์จากมือน้องชายก่อนกวาดตาอ่านเนื้อหาในนั้นอย่างรวดเร็วใบหน้าของหล่อนซีดเผือด ในขณะที่เธอกำลังช่วยคนกำลังลำบากจากน้ำท่วมอยู่ตรงข้ามคนละมณฑลกับคู่หมั้นหนุ่ม ซึ่งทางนั้นเองก็กำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดซึ่งเธอรู้ดีว่าเขาต้องเจอกับอะไรบ้าง มือของหญิงสาวสั่นน้ำตารื้นขึ้นก่อนที่หยาดน้ำนั้นจะหยดลงบนน้ำหมึกจึงทำให้ตัวอักษรเริ่มพร่าเลือน ร่างของเธอคล้ายซวนเซโชคดีที่ว่ามีเก้าอี้อยู่ตรงนี้หล่อนจึงนั่งลงอย่างอ่อนแรง ในข่าวร

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   ตอนที่ 46 เจ๊ใหญ่กับหวานก่อนขม

    สายลมหนาวพัดโชยท่ามกลางป่าเขาที่ต้นไม้ยืนต้นตายแห้งเหี่ยวเนื่องจากสภาพอากาศอันเลวร้ายที่มองไปทางไหนก็เห็นเพียงสีขาวโพลนของหิมะที่ทอดยาว ครอบครัวเสือทั้งสี่ตัวที่บัดนี้ได้คืนร่างเดิมเป็นการชั่วคราวได้แยกย้ายกันวิ่งสำรวจป่าแห่งนี้ราวกับเป็นบ้านของตน โดยหญิงสาวผู้อยู่ในชุดเสื้อโค้ทตัวยาวสีน้ำเงินเข้มยืนกอดอกมองการกระทำของพวกมันแต่ละตัว “ระวังตัวกันด้วยล่ะ” เสี่ยวหนิงตะโกนไล่หลังสัตว์ทั้งสี่ที่กำลังวิ่งห่างออกไปไกลซึ่งมีเพียงเสียงคำรามตอบกลับมา แปลได้ว่าไม่ต้องเป็นห่วง เสี่ยวหนิงได้แต่ยกยิ้มโคลงศีรษะก่อนที่จะเดินย้อนกลับลงเขาตามลำพังท่ามกลางเกร็ดละอองสีขาวจากฟ้าเบื้องบน เพียงพริบตาเว

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   ตอนที่ 45 เจ๊ใหญ่กับการเอาคืน

    เสียงเคาะประตูจากด้านนอกดังขึ้นขัดการสนทนาของคนทั้งสอง เมื่อบานประตูไม้หนาหนักเปิดออกชายหนุ่มในเครื่องแบบคนนั้นก็ยกมือป้องปากข้างหูคนเป็นเจ้านาย ผู้เป็นใหญ่ของสถานที่เริ่มคิ้วขมวดหลังฟังจบเขาก็โบกมือให้ชายคนนี้เป็นสัญญาณให้เดินถอยไป “ฉันกลับบ้านพร้อมกับคู่หมั้นได้แล้วใช่ไหมคะ” หญิงสาวขยับกายของตนด้วยกิริยานุ่มนวลถามขึ้นด้วยรอยยิ้มละไม “ใช่ครับ ผมต้องขอโทษด้วยที่ทำให้คุณหนูใหญ่หยางเสียเวลา” แม้ปากเขาจะพูดเช่นนี้ทว่าใบหน้ากับการกระทำนั้นค่อนข้างสวนทางเป็นอย่างยิ่ง ภายในอกของเขารู้สึกผิดหวังที่หนึ่งหญิงหนึ่งชายไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องเมื่อคืน เสียงประตูห้องเปิดออกโดยไม่มีการแจ้งเตือนจ

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   ตอนที่ 43 เจ๊ใหญ่กับคำชม

    ความภาคภูมิใจฉายชัดบนใบหน้าของเขาอย่างชัดเจนจนทำให้ผู้ที่หลุดออกมาจากสมาธิหลังจากเย็บแผลจนเสร็จสมบูรณ์หันมาเห็น “ฉันเก่งมากใช่ไหมคะ” หล่อนถามอย่างไร้อาการเก้อเขิน “ใช่ครับ ทั้งเก่งทั้งสวยและยังฉลาดมากที่สุด” คำชมของเขาทำให้คนถูกชมหน้าแดงซ่านหล่อนหลุบตาลงต่ำด้วยสะท้านกับสายตาของคนพูดที่ไม่ดูเวล่ำเวลา เสียงละเมอของคนเจ็บดังขึ้นจึงทำให้บรรยากาศระหว่างชายหนุ่มหญิงสาวหายไปหลี่ลู่เหอกระแอมในลำคอเปลี่ยนเป็นมานั่งตัวตรงมองไปทางคนเจ็บที่ยังไม่ลืมตา “เขาจะฟื้นตอนไหนหรือครับ” เขาบ่ายหน้ามาถามหญิงคนรักที่กำลังถอดถุงมือ “ฉันคิดว่าน่าจะเช้าค่ะ พี่เหอคะช่วยฉันปลดเชือกด้านหลังหน่อยไม่รู้ว่ามันติดอะไร” เสี่ยวหนิงตอบพลางพยายามแก้ปมเชือกชุดที่ใช้ผ่าตัดคนไข้จำเป็นของตน

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status