Teilen

ตอนที่ 8 รับปาก

            “นายท่าน คุณหนู ข้าขอแวะตำบลข้างหน้าได้หรือไม่สถานที่แห่งนั้นเป็นบ้านเกิดของข้ากับเมีย ข้าต้องการให้นางได้กลับคืนสู่บ้านเดิม” ชายหนุ่มผู้เป็นคนถ่อเรือคุกเข่าลงร้องขอต่อตู้เหวินกังกับเสี่ยวหนิง

            “เจ้าไปเถอะ พวกเราเองก็จะได้หาที่พักบ้าง” ตู้เหวินกัง อนุญาตด้วยเห็นใจชะตากรรมของเขา

            ดังนั้นคนถ่อเรือจึงได้แวะที่ท่าเรือเล็กแห่งหนึ่งข้างหมู่บ้านที่ตนเคยอาศัยอยู่

            “ต้าโถว เจ้าอยู่กับคุณหนูนะ พ่อไปไม่นานเดี๋ยวก็กลับ” มือหยาบกร้านของเขาวางบนศีรษะของลูกน้อยกล่าวคล้ายอาวรณ์ยามเมื่อพวกเขาเดินขึ้นมาบนฝั่ง

            “ฮับ” เด็กน้อยตอบรับอย่างเชื่อฟัง เนื่องจากที่เป็นแบบนี้เพราะเจ้าตัวต่างรู้สึกดีใจที่มีพี่น้องมากมายอีกทั้งเขายังได้กินของอร่อยที่พี่สาวแบ่งให้โดยมีเงื่อนไขว่าห้ามบอกใคร

            ชายคนนั้นรู้สึกพอใจที่ลูกเชื่อฟังตนเป็นอย่างดีและก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปอุ้มร่างของเมียที่บัดนี้ไม่ได้อยู่ในสภาพเดิมเจ้าตัวจึงได้มานั่งคุกเข่าลงต่อหน้าเสี่ยวหนิงเป็นการร้องขออีกครั้งด้วยใบหน้าเศร้าหมอง

            “คุณหนูข้ารู้ว่าสิ่งที่ข้าจะพูดต่อไปนี้เป็นการเห็นแก่ตัว แต่ข้าขอร้อง ท่านได้โปรดเมตตาต่อลูกนกตกยากด้วยเถอะ เอาไว้หากชาติหน้ามีจริงข้าจะขอเกิดมาเป็นวัวเป็นม้ารับใช้ท่าน” ชายคนนั้นพูดไปก็ยกชายเสื้อขึ้นเช็ดน้ำตา

            “พี่ชายท่านพูดอะไร ท่านแค่เอาร่างของภรรยาไปฝังไม่ใช่เหรอ เหตุใดพูดราวกับจะสั่งเสียกันล่ะ” เสี่ยวหนิงรู้สึกใจหายวาบหลังได้ยินคำกล่าวของคนตรงหน้า

            “คุณหนูได้โปรดฟังข้า หากเช้าวันพรุ่งนี้ข้ายังไม่กลับมาขอให้ท่านได้โปรดดูแลลูกชายของข้าด้วยเขายังเด็กนัก ขอให้ท่านจงช่วยรับเลี้ยงเขาด้วยไม่ว่าจะอยู่ในฐานะใดก็ตาม”

            เสี่ยวหนิงมีสีหน้ายุ่งยากใจ “พี่ชาย ท่านแค่ไปฝังศพภรรยาพวกเราจะรอท่านกลับมา ดังนั้นอย่าได้พูดจาเหลวไหล ลูกของท่าน ท่านต้องดูแลเอง จู่ ๆ ท่านจะมาไว้ใจให้คนอื่นดูแลเขาแทนได้ยังไง”

            “คุณหนู หนทางของข้ามืดมนเต็มทีเอาไว้อีกไม่นานท่านก็จะทราบว่าเพราะอะไร ข้าขอตัว หากท่านไม่อยากเลี้ยงเขาก็ปล่อยเขาเอาไว้ที่เมืองแห่งนี้เถอะ” ชายคนนั้นพูดขึ้นพลางยืดตัวตรงก่อนจะเดินไปช้อนร่างอันไร้ลมหายใจของภรรยาขึ้นแนบอกและเดินจากไปด้วยแผ่นหลังอันงองุ้ม

            สิ่งที่เขาพูดหมายถึงเรื่องอะไรกันแน่ เด็กหญิงทำสีหน้าครุ่นคิด

            “เสี่ยวหนิง/พี่สาว” ทั้งแม่และน้องชายหญิงต่างส่งเสียงเรียกเธอออกมาพร้อมกัน

            “ค่ะ” เด็กหญิงทำสีหน้าฉงน

            “ท่านหมอตู้กำลังรอพวกเราอยู่” คนเป็นแม่กล่าวด้วยรอยยิ้มเอ็นดูท่าทางของบุตรสาวคนโตผู้ยังอยู่บนหัวเรือ

            “อ๋อ ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ไปกันเถอะ ว่าแต่เงินของแม่ยังมีอยู่หรือเปล่า”

            “ยังเหลืออยู่เยอะทีเดียว”

            ในขณะที่กลุ่มของเสี่ยวหนิงกำลังเดินเลือกซื้อข้าวของและหาที่พักที่ตำบลแห่งนี้เจ้าตัวไม่รู้เลยว่าได้ทิ้งปริศนาบางอย่างเอาไว้ให้กับใครบางคนเข้าแล้ว

            “นายน้อย พวกเราให้คนไปสืบดูแล้วครับ ไม่เคยมีใครเห็นกระสุนลักษณะแบบนี้มาก่อน”

            ผู้ที่ถูกเรียกว่านายน้อยเงยหน้าขึ้นจากหนังสือพิมพ์ที่ตนกำลังอ่านพลางมองคนพูดด้วยสายตาเรียบนิ่งไร้รอยกระเพื่อมไหวในแววตา ซึ่งทำให้คนมารายงานรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ ทั้งนี้เป็นเพราะไม่รู้ว่าผู้เป็นนายคิดอย่างไร

            เด็กหนุ่มผู้อยู่ในชุดทหารเอนหลังพิงพนักเบาะในเวลาเดียวกันนั้นเจ้าตัวก็เคาะนิ้วชี้ลงบนโต๊ะเป็นจังหวะดัง ก๊อก ก๊อก ซึ่งการกระทำเช่นนี้ยิ่งทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาหลั่งเหงื่อเย็น

            “แล้วเรื่องอื่นล่ะ” น้ำเสียงของเขาราบเรียบเช่นเดียวกับใบหน้า

            “รอยเท้าพวกนั้นต่างก็ถูกฝนชะล้าง จะ..จึงทำให้พวกเราไม่อาจทราบได้ว่าเป็นใครที่มาจัดการโจรเหล่านั้นและมีจำนวนคนเท่าไหร่” ผู้กล่าวรายงานเสียงสั่น

            “ออกไป” ถ้อยคำแสนสั้นได้ทำให้ผู้เข้ามารายงานอยากจะโห่ร้องด้วยความดีใจ ดังนั้นเจ้าตัวจึงได้หมุนกายออกไปคล้ายกับมีปีศาจร้ายไล่ล่าอยู่เบื้องหลัง

            เสียงปิดประตูดังขึ้นก่อนที่จะมีชายอีกคนเดินออกมาจากหลังตู้บานใหญ่ “นายน้อยให้คนของเราไปสืบดีไหมครับ” ชายคนนั้นกล่าวอย่างนอบน้อม

            “ไม่ต้อง เพราะตอนนี้เรามีเรื่องสำคัญกว่าให้คนในหน่วยไปสืบหาสายลับของทางฝั่งนั้นให้เจอ”

            “รับทราบ” ชายหนุ่มร่างสูงในเครื่องแบบรับคำสั่งก่อนที่เจ้าตัวจะเดินตามชายหนุ่มก่อนหน้าออกมาทางเดียวกัน

            พอหลับหลังคนของตนเด็กหนุ่มผู้เป็นเจ้าของห้องจึงได้ลุกขึ้นจากเก้าอี้เพื่อมายืนมองผู้คนที่กำลังเดินไปมาบนถนนอยู่ทางหน้าต่างด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

            หวังว่าคนผู้นั้นคงไม่ใช่ศัตรู นี่คือความคิดที่ผุดขึ้นมา

            เสียงผู้คนดังขึ้นเรียกลูกค้าอย่างไม่ขาดสายทำให้น้องชายหญิงของเสี่ยวหนิงมองทางนั้นทีทางนี้ทีอย่างสนใจ

            “พี่สาว” เด็กหญิงตัวน้อยดึงชายเสื้อบุนวมของคนเป็นพี่ “ว่ายังไงเสี่ยวเถา” ใบหน้าของเสี่ยวหนิงก้มลงถามน้องสาวอย่างสงสัย

            “กินนั่นได้ไหม” เด็กหญิงตัวน้อยชี้นิ้วไปยังร้านขายซาลาเปาเนื้อที่กำลังมีควันสีขาวพวยพุ่งขณะเปิดส่งให้ลูกค้า ทำให้คนตัวเล็กพากันยืนน้ำลายหก ทว่าพวกเขากลับไม่มีใครกล้าเอ่ยขอด้วยเกรงใจเงินของผู้มีพระคุณ

            “ได้สิ รอก่อนนะเดี๋ยวพี่ไปซื้อมาให้” เด็กหญิงใบหน้ารูปไข่พูดขึ้นก่อนที่เจ้าตัวจะรีบเดินไปยังร้านขายซาลาเปาแห่งนั้น

            “สิบห้าลูก! ดะ...ได้คุณหนูรอข้าสักครู่” พ่อค้าขายซาลาเปาตอบรับมือไม้สั่นเนื่องจากไม่มีใครซื้อเยอะเช่นนี้มานานแล้ว

            “พวกเจ้ามารับไปคนละลูก” เสี่ยวหนิงพูดพร้อมกับหยิบซาลาเปาสีแป้งออกเหลืองส่งให้น้อง ๆ ทีละคน

            “เป่าด้วย ระวังร้อน” คนเป็นพี่ไม่วายกล่าวเตือน

            ตู้เหวินกังเห็นทหารกลุ่มหนึ่งเดินไปทางทิศตรงข้ามกับพวกเขาดังนั้นเจ้าตัวจึงได้อยากไปดู

            “เสี่ยวหนิง น้องสาวฟู่ เจ้าดูแลเด็ก ๆ อยู่ตรงนี้นะข้าจะไปอ่านป้ายประกาศ” ตู้เหวินกังพูดขึ้นหลังเห็นทหารสามนายนำกระดาษทาแป้งเปียกแปะไปยังกระดานแผ่นใหญ่

            “คนนี้ข้าว่าดูหน้าคุ้น ๆ อยู่นะเจ้าว่าใช่ไหม” ชายคนหนึ่งยกมือกอดอกถามกับเพื่อนของตน

            “ใช่อะไรของเจ้า แล้วที่ว่าคุ้นเคยนะหมายถึงใคร” คนผู้นั้นย้อนถามด้วยสีหน้างุนงง

            “ขะ..ข้านึกออกแล้ว!” ชายคนแรกตะโกนเสียงดัง

            “นึกอะไรออกเจ้าบ้าไปแล้วเหรอ”

            “ชายคนนี้เป็นลูกชายบ้านจงยังไงล่ะ เขาออกจากเมืองของเราไปพร้อมกับเมียและก็ลูกชายเจ้าจำได้หรือยัง” ชายคนแรกที่ร้องตะโกนเสียงดังพูดขึ้น

            “เจ้าจำผิดเหรอเปล่า ลูกชายเฒ่าจงจะมีใบหน้าอยู่บนนี้ได้ยังไง” คนพูดรู้สึกกังขา

            “แต่ข้าว่าใช่ ไม่อย่างนั้นพวกเราลองหาคนที่อ่านหนังสือออกสักคนมาอ่านให้ฟังดีกว่าว่าเกิดอะไรขึ้นกับคนผู้นี้” ผู้พูดหันซ้ายแลขวาจนสายตามาปะทะกับหมอตู้

            “พี่ชาย ดูการแต่งกายของท่านก็รู้ว่าน่าจะเป็นผู้มีความรู้ยังไงซะท่านได้โปรดอ่านข้อความบนนั้นให้พวกเราฟังได้หรือไม่”

            ตู้เหวินกังมองคนที่กำลังเอ่ยกับตนด้วยท่าทางนอบน้อมอย่างพิจารณาอยู่ชั่วครู่เขาจึงได้พยักหน้า

            เมื่อชายวัยกลางคนเห็นใบหน้าที่เด่นหราเจ้าตัวก็รู้สึกตกใจ กระนั้นเขาก็ยังคงเก็บอาการได้ดีพร้อมกันนั้นยังได้อ่านข้อความเหล่านั้นให้คนตรงนี้ฟังด้วยเสียงไม่ดังไม่เบา

            “ประกาศจับ!!” ผู้คนมากมายต่างพูดขึ้นพร้อมกันด้วยความตกตะลึงโดยเฉพาะคนที่รู้จักชายคนนี้

            “ขะ...ข้าไม่อยากเชื่อ ไม่ได้การหากคนผู้นี้เป็นโจรจริงพวกเราจะต้องไปแจ้งทหาร” ตู้เหวินกังจะเอื้อมมือไปดึงแขนของคนพูดเอาไว้ทว่าในที่สุดเขาก็ปล่อยมือของตนลง

            “พวกเราจะต้องรีบออกจากที่นี่” ตู้เหวินกังรีบสาวเท้าเดินมาทางกลุ่มของตนก่อนที่จะกระซิบข้างหูของเสี่ยวหนิงเสียงเบาราวกระซิบ

            “ท่านลุง ฉันไม่อยากทิ้งเขา เอาอย่างนี้ ท่านพาแม่ของข้ากับเด็ก ๆ ลงเรือไปก่อนฉันจะตามไปดูชายคนนั้น”

            ตู้เหวินกังรู้ดีว่าเขาไม่อาจทัดทานการกระทำของเด็กหญิงได้ ดังนั้นเจ้าตัวจึงได้พยักหน้า

            “หนึ่งชั่วโมง นี่คือเวลาของเจ้าไม่อย่างนั้นข้าจะพาพวกเขาจากไป”

            “แค่นั้นก็เหลือเฟือ ขอบคุณค่ะ” เสี่ยวหนิงส่งยิ้มให้เขาหลังจากคะเนดูแสงของดวงตะวัน

             “แม่คะ ฉันขอเดินไปดูอะไรหน่อยนะ แม่กับน้อง ๆ อยู่กับท่านลุงก่อนนะคะ” เด็กหญิงส่งเสียงบอกอย่างร่าเริงก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งโดยไม่รอเสียงตอบรับจากมารดา

            “เด็กคนนี้นี่” นางฟู่บ่นอย่างจนใจ ในตอนนี้นางไม่ค่อยห่วงลูกสาวคนโตแล้วเนื่องจากเด็กหญิงดูเติบโตขึ้นมาก อีกทั้งยังไม่อ่อนแอเจ้าน้ำตาเช่นครั้งอดีต

            เสี่ยวหนิงวิ่งมาตรงป้ายประกาศและเมื่อทราบว่าบ้านเดิมของชายหนุ่มคนนั้นอยู่ที่ไหนเจ้าตัวก็มุ่งหน้าไปทางนั้น

            ปลอมตัวสักหน่อยดีกว่า เธอคิด

            ดังนั้นในตอนนี้เด็กหญิงผมเปียจึงได้อยู่ในสภาพคล้ายหนุ่มน้อยเนื่องจากหล่อนได้นำวิกผมสั้นมาใส่ ส่วนเสื้อผ้าเองก็ใส่ให้ตัวใหญ่ขึ้นท่วงท่าการเดินก็เปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน

            หากพี่ชายกับพี่สาวมาเห็นคงตกตะลึงเป็นแน่ เจ้าตัวคิดด้วยความเศร้าที่หวนรำลึกถึงความหลังครั้งยังอยู่กับพี่น้องในยุคปัจจุบัน

            สองเท้าอันปราดเปรียวของเสี่ยวหนิงวิ่งไปทางหมู่บ้านที่ถูกระบุไว้ในแผ่นป้ายประกาศจับอย่างรีบร้อน

            คล้อยหลังเธอจากไปไม่ไกลทหารกลุ่มใหญ่พร้อมอาวุธครบมือโดยมีชาวบ้านชายสองคนนำหน้าก็มุ่งหน้าไปเส้นทางเดียวกัน

            สองสายตาของเสี่ยวหนิงพยายามมองหาชายหนุ่มคนนั้นด้วยความหนักใจ “จะไปหาที่ไหน บ้านของเขาหลังไหนก็ไม่รู้”

            ในขณะที่เจ้าตัวกำลังยืนอย่างอับจนหนทางก็ได้มีชาวบ้านสองสามคนเดินพูดคุยกันโดยผ่านหน้าของเธอไปอย่างไม่สนใจ ทั้งนี้เป็นเพราะช่วงนี้หมู่บ้านของพวกเขามักมีคนแปลกหน้าเข้ามาเป็นจำนวนมาก

            “น่าสงสารลูกเฒ่าจง พ่อแม่เพิ่งจากไปได้ไม่นานนี่เมียก็ยังมาตายอีกเวรกรรมอะไรไม่รู้แม้แต่ลูกชายคนเดียวก็หายไป”

            “ฉันเองก็เห็นใจแต่จะทำยังไงได้ล่ะ ชีวิตคนเราก็มักโหดร้ายแบบนี้ไม่ใช่เหรอ นี่นับว่ายังโชคดีที่ยังได้นำร่างของเมียมาฝัง”

            “แกว่าลูกเฒ่าจงคงจะไม่ฆ่าตัวตายบนภูเขาหรอกใช่ไหม”

            เมื่อเสี่ยวหนิงได้ยินแบบนี้สองเท้าของหล่อนก็วิ่งไปทางภูเขาซึ่งเป็นทิศตรงกันข้ามกับหมู่บ้านทันที

            “พี่ชายอย่า!!” ทว่าช้าไปเสียแล้วเนื่องจากร่างกำยำของชายหนุ่มคนนั้นได้ทิ้งตัวลงไปใต้หุบเหวเบื้องหน้าต่อหน้าต่อตาของเธอ

            ยังไม่ทันที่เสี่ยวหนิงจะตั้งสติได้หล่อนก็ได้ยินเสียงเดินของคนจำนวนมากทำให้เจ้าตัวรีบหาที่ซ่อนอย่างรวดเร็ว

            “มันหายไปไหนแล้ว” หนึ่งในทหารคนหนึ่งพูดขึ้นอย่างหัวเสีย

            “หัวหน้าไม่ใช่ว่ามันรู้ความผิดก็เลยชิงกระโดดลงหน้าผาไปแล้วหรอกนะ” เมื่อลูกน้องของตนพูดแบบนี้

            ดังนั้นพวกเขาทั้งหมดจึงได้ก้มหน้าลงไปมองยังหุบเหวสูงคล้ายค้นหาร่องรอยของชายคนนั้น

            “นั่นเศษผ้านี่ครับ ติดอยู่กับกิ่งไม้” ชายผู้เป็นคนไปแจ้งทหารชี้นิ้วไปยังเศษผ้าที่กำลังปลิวไสวตามลม

            “กลับ” คนเป็นหัวหน้าสั่งเสียงดัง

            ในระหว่างที่พวกเขากำลังหันหลังมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่เพิ่งขึ้นมา จู่ ๆ นายทหารคนหนึ่งก็พูดกับเพื่อนของตนที่อยู่ด้านหลัง

            “หากเรื่องนี้นายน้อยรู้แกคิดว่าพวกเราจะเป็นยังไง คนแซ่หยางพวกเราก็ยังช่วยออกมาไม่ได้ มาตอนนี้ยังไม่สามารถจับตัวคนร้ายที่เหลือรอดได้อีก”

            “แกเงียบไปเลยหากหัวหน้ารู้ก็ซวยกันหมดหรอก” คนเป็นเพื่อนเอ็ดเสียงเขียว

            ‘คนแซ่หยาง’ เสี่ยวหนิงทวนก่อนที่เจ้าตัวจะเบิกตากว้าง จะใช่พ่อไหม

            พ้นจากร่างของคนกลุ่มใหญ่เสี่ยวหนิงจึงได้ปรากฏกายออกมา เธอยืนไว้อาลัยตรงหน้าผาอยู่ชั่วครู่

            “พี่ชายฉันรับปากจะดูแลต้าโถวให้ ขอให้ท่านกับพี่สาวเดินทางไปสู่สัมปรายภพที่ดีนะ”

            สายลมพัดมาอาบไล้ใบหน้าของเธอแผ่วเบาคล้ายกับเป็นการขอบคุณ

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   ตอนที่ 49 เจ๊ใหญ่กับครอบครัว (ตอนจบ)

    แม้ว่าหลี่ลู่เหอจะรอดพ้นจากปากนรกมาได้ทว่ามั่วเฉิงกับเด็กหนุ่มคนนั้นไม่ได้โชคดีอย่างเขา ดวงตาของชายหนุ่มแดงก่ำภายใต้ร่มคันสีดำที่เสี่ยวหนิงเป็นผู้ยืนกางให้เนื่องจากแขนของเจ้าตัวมีเชือกห้อยเฝือกคล้องไว้ที่คอ “มั่วเฉิง นายเป็นวีรบุรุษของพวกเราฉันขอให้นายนอนหลับให้สบาย ส่วนเรื่องทางบ้านของนายนับจากนี้ฉันจะเป็นคนดูแลเอง แม่ของนายก็คือแม่ของฉัน” หลี่ลู่เหอมองใบหน้าของคนในรูปถ่ายที่ส่งยิ้มอันสดใสให้กับตนหยาดน้ำตาของเขาไหลออกมากระทบเข้ากับแสงตะวันก่อนจะใช้มืออีกข้างปาดมันทิ้ง “ไปกันเถอะ” น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่งหัวใจของชายหนุ่มเจ็บปวดทั้งนี้เป็นเพราะมั่วเฉิงกับเขานั้นนับได้ว่าเป็นเสมือนพี่น้องร่วมอุทร&nbs

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   ตอนที่ 48 เจ๊ใหญ่กับทางเลือก

    เสียงล้อรถดังเอี๊ยดอ๊าดขับไล่กวดกันไปมาอย่างเอาเป็นเอาตายตามท้องถนนในตรอกซอกซอยทำให้ผู้คนที่กำลังสัญจรพากันอกสั่นขวัญแขวน เปรี้ยง! รถคันที่ถูกยิงส่ายไปมาเนื่องจากยางแตก “บ้าเอ้ย! สหายหลี่เมื่อถึงบริเวณโรงงานร้างด้านหน้าคุณรีบพาเสี่ยวหมี่ไปหาที่รับส่งข่าว ส่วนผมจะเป็นตัวล่อให้พวกมันไปอีกด้าน” “มันอันตรายเกินไป” หลี่ลู่เหอค้านทั้งนี้เป็นเพราะเขาคิดว่าฝ่ายตรงข้ามคงเตรียมกำลังมามากกว่านี้ “ผมยอมตายขอให้แผนขององค์กรสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีก็พอ” ชายคนนั้นพูดโดยที่เขาพยายามบังคับรถให้ไปทางเป้าหมายที่เล็งไว้อีกทั้งยังต้องคอยหลบกระสุนที่พวกมันสาดมาด้วย ทางด้านมั่วเฉิงสถานการ

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   ตอนที่ 47 เจ๊ใหญ่กับการรอคอย

    “พี่ใหญ่!! เกิดเรื่องกับพี่เขยแล้วครับ” ซีห่าวตะโกนขึ้นเสียงดังพลางชูกระดาษหนังสือพิมพ์ที่พาดหัวเกี่ยวกับคนที่ตนเพิ่งกล่าวถึงวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา เสี่ยวหนิงรับหนังสือพิมพ์จากมือน้องชายก่อนกวาดตาอ่านเนื้อหาในนั้นอย่างรวดเร็วใบหน้าของหล่อนซีดเผือด ในขณะที่เธอกำลังช่วยคนกำลังลำบากจากน้ำท่วมอยู่ตรงข้ามคนละมณฑลกับคู่หมั้นหนุ่ม ซึ่งทางนั้นเองก็กำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดซึ่งเธอรู้ดีว่าเขาต้องเจอกับอะไรบ้าง มือของหญิงสาวสั่นน้ำตารื้นขึ้นก่อนที่หยาดน้ำนั้นจะหยดลงบนน้ำหมึกจึงทำให้ตัวอักษรเริ่มพร่าเลือน ร่างของเธอคล้ายซวนเซโชคดีที่ว่ามีเก้าอี้อยู่ตรงนี้หล่อนจึงนั่งลงอย่างอ่อนแรง ในข่าวร

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   ตอนที่ 46 เจ๊ใหญ่กับหวานก่อนขม

    สายลมหนาวพัดโชยท่ามกลางป่าเขาที่ต้นไม้ยืนต้นตายแห้งเหี่ยวเนื่องจากสภาพอากาศอันเลวร้ายที่มองไปทางไหนก็เห็นเพียงสีขาวโพลนของหิมะที่ทอดยาว ครอบครัวเสือทั้งสี่ตัวที่บัดนี้ได้คืนร่างเดิมเป็นการชั่วคราวได้แยกย้ายกันวิ่งสำรวจป่าแห่งนี้ราวกับเป็นบ้านของตน โดยหญิงสาวผู้อยู่ในชุดเสื้อโค้ทตัวยาวสีน้ำเงินเข้มยืนกอดอกมองการกระทำของพวกมันแต่ละตัว “ระวังตัวกันด้วยล่ะ” เสี่ยวหนิงตะโกนไล่หลังสัตว์ทั้งสี่ที่กำลังวิ่งห่างออกไปไกลซึ่งมีเพียงเสียงคำรามตอบกลับมา แปลได้ว่าไม่ต้องเป็นห่วง เสี่ยวหนิงได้แต่ยกยิ้มโคลงศีรษะก่อนที่จะเดินย้อนกลับลงเขาตามลำพังท่ามกลางเกร็ดละอองสีขาวจากฟ้าเบื้องบน เพียงพริบตาเว

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   ตอนที่ 45 เจ๊ใหญ่กับการเอาคืน

    เสียงเคาะประตูจากด้านนอกดังขึ้นขัดการสนทนาของคนทั้งสอง เมื่อบานประตูไม้หนาหนักเปิดออกชายหนุ่มในเครื่องแบบคนนั้นก็ยกมือป้องปากข้างหูคนเป็นเจ้านาย ผู้เป็นใหญ่ของสถานที่เริ่มคิ้วขมวดหลังฟังจบเขาก็โบกมือให้ชายคนนี้เป็นสัญญาณให้เดินถอยไป “ฉันกลับบ้านพร้อมกับคู่หมั้นได้แล้วใช่ไหมคะ” หญิงสาวขยับกายของตนด้วยกิริยานุ่มนวลถามขึ้นด้วยรอยยิ้มละไม “ใช่ครับ ผมต้องขอโทษด้วยที่ทำให้คุณหนูใหญ่หยางเสียเวลา” แม้ปากเขาจะพูดเช่นนี้ทว่าใบหน้ากับการกระทำนั้นค่อนข้างสวนทางเป็นอย่างยิ่ง ภายในอกของเขารู้สึกผิดหวังที่หนึ่งหญิงหนึ่งชายไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องเมื่อคืน เสียงประตูห้องเปิดออกโดยไม่มีการแจ้งเตือนจ

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   ตอนที่ 43 เจ๊ใหญ่กับคำชม

    ความภาคภูมิใจฉายชัดบนใบหน้าของเขาอย่างชัดเจนจนทำให้ผู้ที่หลุดออกมาจากสมาธิหลังจากเย็บแผลจนเสร็จสมบูรณ์หันมาเห็น “ฉันเก่งมากใช่ไหมคะ” หล่อนถามอย่างไร้อาการเก้อเขิน “ใช่ครับ ทั้งเก่งทั้งสวยและยังฉลาดมากที่สุด” คำชมของเขาทำให้คนถูกชมหน้าแดงซ่านหล่อนหลุบตาลงต่ำด้วยสะท้านกับสายตาของคนพูดที่ไม่ดูเวล่ำเวลา เสียงละเมอของคนเจ็บดังขึ้นจึงทำให้บรรยากาศระหว่างชายหนุ่มหญิงสาวหายไปหลี่ลู่เหอกระแอมในลำคอเปลี่ยนเป็นมานั่งตัวตรงมองไปทางคนเจ็บที่ยังไม่ลืมตา “เขาจะฟื้นตอนไหนหรือครับ” เขาบ่ายหน้ามาถามหญิงคนรักที่กำลังถอดถุงมือ “ฉันคิดว่าน่าจะเช้าค่ะ พี่เหอคะช่วยฉันปลดเชือกด้านหลังหน่อยไม่รู้ว่ามันติดอะไร” เสี่ยวหนิงตอบพลางพยายามแก้ปมเชือกชุดที่ใช้ผ่าตัดคนไข้จำเป็นของตน

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status