مشاركة

บทที่ 4

مؤلف: moonlight -mini
last update تاريخ النشر: 2026-08-12 05:42:29

บทที่ 4

ในที่สุด…หว่านหนิงก็ไม่อาจเก็บงำสิ่งใดไว้ได้อีกต่อไป

โลหิตอุ่นร้อนพุ่งทะลักออกจากริมฝีปากบาง ราวกับสิ่งที่อัดแน่นอยู่ภายในได้ถึงคราวระเบิด นางยกมือขึ้นปิดปากโดยไม่รู้ตัว หากแต่สีแดงฉานกลับซึมผ่านปลายนิ้วอย่างไม่อาจห้าม หยดลงบนพื้นหินเย็นเยียบ…ทีละหยด…ทีละหยด

ราวกับหัวใจของนางที่แตกสลาย

ความเจ็บปวดมิได้อยู่เพียงในอก หากลามไปทั่วร่าง ราวกับเส้นชีพจรทุกเส้นกำลังร้องไห้ไปพร้อมกัน

ทั้งที่ตลอดชีวิตที่ผ่านมา…

สิ่งแรกที่นางนึกถึงเสมอ คือครอบครัว

แต่ครอบครัวที่นางทุ่มเทให้ กลับเห็นนางเป็นเพียงเครื่องรางเดินได้

เครื่องรางที่ใช้แล้วไม่ต้องดูแล

เครื่องรางที่สามารถโยนภาระทุกอย่างให้รับแทน

เครื่องราง…ที่ไม่มีหัวใจ

น้ำตาไหลลงมาเงียบ ๆ

เงียบเสียยิ่งกว่าลมหายใจของตน

หว่านหนิงไม่รู้จริง ๆ ว่าควรทำเช่นไรกับความจริงที่ได้รับรู้ เพราะนางใช้ชีวิตเช่นนี้…มานานนับสิบปี

ชีวิตที่มีเพียง “หน้าที่”

ชีวิตที่ไม่มีคำว่า “ตนเอง”

แม้นางจะจัดการกิจการได้อย่างเป็นระเบียบ เรียบร้อย จนผู้คนต่างยกย่องในความสามารถ

แต่ความสามารถนั้น…กลับขังนางเอาไว้ในโลกแคบ ๆ โลกที่มีเพียงตัวเลข บัญชี และคำสั่งโลกที่ไม่มีเสียงหัวเราะของสหาย ไม่มีบทสนทนาที่ไม่เกี่ยวกับงาน ไม่มีแม้แต่ใครสักคน…ที่เรียกได้ว่า “คนของตน”

หรือหากเคยมีใครเข้ามา… ท่านย่าก็มักจะให้ตรวจสอบประวัติอย่างละเอียดและน่าแปลก

คนเหล่านั้น…มักมีตำหนิเสมอ

ในอดีต นางคิดว่าเป็นความห่วงใย

แต่บัดนี้…หว่านหนิงเข้าใจแล้ว มันไม่ใช่ความห่วงใย แต่เป็นความหวาดระแวง กลัวว่าเครื่องรางที่ยังมีลมหายใจนี้…จะหลุดมือ กลัวว่า “โชคของตระกูล” จะถูกพาออกไป

“น่าขัน…”

เสียงหัวเราะแผ่วเบาหลุดออกจากลำคอทั้งที่น้ำตายังไหลหว่านหนิงค่อย ๆ ก้าวเดินกลับไปยังเรือนของตนเรือนเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ด้านหลังสุดของจวน ใกล้ครัวเสียยิ่งกว่าเรือนของสาวใช้บางคน แม้ตัวเรือนจะสร้างไว้อย่างประณีตแต่เพราะแสงแดดส่องไม่ถึง ทุกอย่างจึงดูหม่นมัว เงียบงัน และเย็นเยียบ

ในลานเล็ก ๆ หน้าห้อง มีต้นมู่ลี่ต้นหนึ่ง กลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ หว่านหนิงเคยมองมันด้วยความพึงพอใจ

เคยคิดว่า…

“เพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว”

แต่วันนี้…กลิ่นหอมนั้นกลับชวนให้รู้สึกว่างเปล่า

“ให้ข้าได้ทุกอย่างหรือ…”นางพึมพำกับตนเอง เสียงแผ่วเบาแทบไม่ได้ยิน

“ย่อมต้องได้อยู่แล้ว…” ริมฝีปากแย้มยิ้มบาง แต่ดวงตากลับเย็นชา “เพียงแต่…ข้าไม่เคยอยากได้อะไร”

ใช่…

นางไม่เคยเรียกร้องไม่เคยเอ่ยปากขอเพราะทุกสิ่งที่นางต้องการ… ไม่เคยมีใครคิดจะมอบให้

“เงินอยู่ในมือข้า…” นางหัวเราะเบา ๆ “ทุกตำลึงเงิน ทุกตำลึงทอง…ข้าจะซื้อสิ่งใดก็ได้ เลี้ยงข้าอย่างนั้นหรือ…” เสียงนั้นเริ่มสั่น

“เป็นใครกันแน่…ที่เลี้ยงใคร”

ในจวนแห่งนี้…

เงินที่ใช้ อาหารที่กิน ความเป็นอยู่ที่สะดวกสบายล้วนมาจากการจัดการของนาง

“หรือพวกเขาคิดว่า…เบี้ยหวัดของท่านพ่อจะพอเลี้ยงทุกคนได้จริง ๆ”

คำพูดเหล่านี้…หว่านหนิงอยากตะโกนใส่หน้าพวกเขา อยากให้ทุกคนได้ยิน

แต่สุดท้าย…นางก็เพียงส่ายหน้า

“ง่ายเกินไป…”

เพราะต่อให้นางพูดออกไปคนเหล่านั้น…ก็ไม่รู้สึกอะไร

‘ใครใช้ให้นางออกมาเป็นหญิงเล่า’

คำพูดนั้นยังคงก้องอยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันไม่ใช่เพียงคำพูด แต่เป็นคำตัดสิน เป็นตราประทับที่ประทับลงบนชีวิตของนาง

คนที่สามารถเอ่ยคำเช่นนั้นออกมาได้อย่างไม่ลังเลย่อมไม่อาจเข้าใจ หากไม่เคยลำบากหากไม่เคยสูญเสีย หากไม่เคยถูกปฏิเสธ

ก็ไม่มีวันเข้าใจ

หว่านหนิงเงยหน้ามองไปรอบ ๆ ลานเล็ก ๆ ว่างเปล่า มีเพียงโคมไฟแขวนสั่นไหวตามแรงลมต้นไม้เงียบงัน เงาของกิ่งก้านทอดยาวบนพื้น

ไม่มีผู้คน

ไม่มีเสียงพูดคุย

มีเพียงเสียงลมพัดผ่าน

“หากเป็นผู้อื่น…” นางพึมพำ “คงมีใครสักคนให้ปรึกษา…” ภาพของน้องสาวผุดขึ้นในความคิดนางเคยเห็นสหายของน้องมานั่งหัวเราะ พูดคุยกันในสวน เคยเห็นน้องชายร่ำสุรากับมิตรสหาย

แต่ตัวนาง…ไม่มีใครเลย

คนที่รู้จักนางส่วนใหญ่…ไม่เคยเห็นหน้านางด้วยซ้ำ

พวกเขารู้จักนางผ่านคำสั่ง ผ่านตัวอักษร ผ่านตราประทับ

หว่านหนิงคือ “ชื่อ”

ไม่ใช่ “คน”

นอกเหนือจากนั้นก็มีเพียงการออกคำสั่ง สั่งคนในจวน สั่งแม่ค้า สั่งคนงาน และทุกครั้งที่นางหันไปมอง สายตาที่ได้รับ มักจะเป็นการหลบเลี่ยง

ไม่มีใครกล้ามองตรง

ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้

“สหาย…” นางเอ่ยคำนี้ออกมาเบา ๆ “มันคืออะไรกัน…”

ตลอดชีวิตที่ผ่านมา นางอาจไม่เคยเข้าใจความหมายของมันเลย เพราะนาง…มอบทั้งชีวิตให้กับครอบครัวไปแล้ว

และสิ่งที่เลวร้ายที่สุด

คือการที่นาง…ไม่มีแม้แต่สาวใช้คนสนิท พี่น้องของนางทุกคนล้วนมี แต่หว่านหนิงกลับปฏิเสธเพราะนางคิดว่าไม่จำเป็น นางรู้จักทุกคนในจวน จะสั่งใครก็ได้ ท่านย่าเองก็เห็นด้วย

“ช่างโง่เขลานัก…”

คำนี้ผุดขึ้นในใจ

ตอนนี้…นางไม่มีใครอยู่ข้างกายเลย

ความโดดเดี่ยวกัดกินหัวใจอย่างช้า ๆ

“อย่างที่ท่านแม่พูด…จนป่านนี้แล้ว…ข้าจะหนีไปไหนได้”

คำตอบนั้นชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด

“คงมีเพียง…ความตายเท่านั้น”

ที่จะพานางหลุดพ้นจากชีวิตที่ไม่เคยได้เลือก

คืนนั้น…

หว่านหนิงทำเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น นางเดินกลับเรือน เปิดประตู เข้าไปนอน และเมื่อลืมตาขึ้นในเช้าวันถัดมา นางก็ใช้ชีวิต…เหมือนเดิม

แต่ภายใต้ความเหมือนเดิม

ทุกอย่าง…เริ่มเปลี่ยนไป

ร่างกายของนางทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็วโดยไม่มีสาเหตุ เส้นผมที่เคยดำ ค่อย ๆ กลายเป็นสีขาว ดวงตาที่เคยมีชีวิตชีวา เริ่มว่างเปล่า

การเคลื่อนไหว…เชื่องช้าลง

และแน่นอน…นางถูกตำหนิทั้งจากท่านย่าทั้งจากบิดามารดา

แต่หว่านหนิงไม่โต้ตอบ เพราะไม่มีความหมายอีกต่อไป

การกระทำทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมแต่ในความเหมือนนั้นกลับมีบางสิ่ง…ที่ไม่เหมือนอีกแล้ว

อาหารบำรุงที่เคยจัดเตรียมให้ท่านย่านางไม่ทำอีกต่อไป หว่านหนิงปล่อยให้หญิงชรา กินในสิ่งที่ต้องการ ไม่ห้าม ไม่เตือน

ไม่นาน…ร่างกายของท่านย่าก็เริ่มอ่อนแอลง

ส่วนกิจการร้านค้า…นางค่อย ๆ ปล่อยมือ ทีละน้อย ทีละนิด ไม่ให้ใครทันสังเกต

นางไม่ดุด่า ไม่ตำหนิ

แม้จะเห็นความผิดพลาดทุกอย่างเริ่มหละหลวม

จากวันที่ได้ยินความจริง โลกของหว่านหนิงก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไป ช้า ๆ เงียบ ๆ เหมือนสายน้ำที่กัดเซาะฝั่ง โดยไม่มีใครรู้ตัว

ร่างกายของท่านย่าทรุดลง

กิจการที่เคยรุ่งเรืองเริ่มถดถอย คนงานเริ่มเกียจคร้านสาวใช้เริ่มละเลยหน้าที่

จวนที่เคยเป็นระเบียบค่อย ๆ เสื่อมโทรมทุกอย่าง…กำลังเดินไปสู่จุดจบ อย่างช้า ๆ และในวันที่ทุกสิ่งเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

หลินหว่านหนิงนอนนิ่งอยู่บนเตียง

ไร้ลมหายใจ

มันเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากการจากไปของท่านย่า

เสียงผู้คนในจวนเอ่ยขึ้น

“คุณหนูใหญ่ช่างกตัญญู…”

“ถึงกับตรอมใจตายตามท่านย่า”

คำชื่นชมดังไปทั่วแต่จะมีกี่คนที่รู้ความจริงว่าร่างกายของหลินหว่านหนิง

ไร้หัวใจ

ไร้วิญญาณ

มานานนับปีแล้ว

ตั้งแต่วันที่นางได้ยินความจริงอันแสนอัปยศนั้นและในวันนั้นเอง หลินหว่านหนิงก็ได้ตายไปแล้วเหลือเพียงร่าง

ที่ดำรงอยู่…จนถึงวันนี้เท่านั้น

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าถอย…หนึ่งก้าว   ตอนพิเศษ 5

    ตอนพิเศษ 5 ยามค่ำของจวนกวน…สงบกว่ายามใดในวันหิมะไม่ได้ตกแต่ความเย็นยังคงแผ่วเบาอยู่ในอากาศ ราวกับเป็นลมหายใจของผืนแผ่นดินทางเหนือที่ไม่เคยหลับใหลแสงไฟจากโคมแดงแขวนเรียงรายตามชายคาสะท้อนกับพื้นหินอ่อนเป็นเงาไหวระยิบเงียบงาม…และอบอุ่น เสียงลมหอบบาง ๆ พัดผ่านพาเอากลิ่นไม้แห้งจากเตาไฟลอยมาตามทางภายในเรือนใหญ่ เด็ก ๆ หลับกันหมดแล้วบุตรชายคนโตนอนขดตัวอยู่กับกระบี่ไม้ที่ยังไม่ยอมวาง บุตรชายคนรองกับบุตรสาวฝาแฝดหลับสนิท โดยมีสมุดบัญชีและพู่กันกระจัดกระจายอยู่ข้างตัวส่วนเจ้าตัวเล็ก…ยังคงกำกระบี่เล่มเล็กไว้แน่นแม้ยามหลับหว่านหนิงมองภาพนั้นก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ“เหมือนพ่อไม่มีผิด…”คำพูดพึมพำของนางแฝงทั้งความเอ็นดูและความเหนื่อยใจ“เจ้าหมายถึงใคร”เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นด้านหลังไม่ต้องหันไปมอง…นางก็รู้ว่าเป็นผู้ใดกวนตงจี้เดินเข้ามาในชุดเรียบง่าย ไม่ใช่เกราะ ไม่ใช่ชุดแม่ทัพแต่เป็นเพียงบุรุษคนหนึ่ง…ที่กลับบ้านหว่านหนิงยิ้มบางก่อนจะลุกออกมาจากห้องเด็กเดินออกไปยังลานเรือนท้องฟ้ายามค่ำเปิดกว้างดวงดาวกระจายเต็มฟากฟ้างดงามจนราวกับภาพวาดนางนั่งลงบนม้านั่งไม้เงยหน้ามองขึ้นไป กวนตงจี้เดินตามมาก่อนจะน

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าถอย…หนึ่งก้าว   ตอนพิเศษ 4

    ตอนพิเศษ 4 เมืองหลวงในฤดูใบไม้ร่วง…ไม่หนาวจัดเช่นทางเหนือแต่ลมที่พัดผ่านกลับเย็นลึกกว่าที่เคยถนนสายหลักยังคงคึกคัก ผู้คนเดินสวนกันไปมาไม่ขาดสายเสียงพ่อค้าแม่ขายเรียกลูกค้า เสียงเกวียนเคลื่อนผ่าน เสียงหัวเราะ เสียงต่อรองทุกอย่าง…ยังเหมือนเดิมแต่ก็ไม่เหมือนเดิมหลินหว่านหนิงยืนอยู่ริมถนนสายหนึ่งสายตาของนางทอดมองไปยังร้านค้าหลังเก่าป้ายไม้ใหม่ถูกแขวนไว้เหนือประตู ตัวอักษรสลักคมชัด สะอาดตา สีของมันยังสดใหม่ ต่างจากความทรุดโทรมในความทรงจำกิจการที่เคยถูกปล่อยร้างกลับมามีชีวิตอีกครั้ง“ท่านแน่ใจหรือว่าจะไม่เข้าไป”เสียงของไป๋เหอดังขึ้นข้างกายยังคงนิ่ง เรียบ และตรงไปตรงมาตามนิสัยหว่านหนิงไม่ได้ตอบทันที นางเพียงมอง…มองผ่านประตูบานนั้น มองเข้าไปในความวุ่นวายของลูกค้า คนงาน และเสียงเงินกระทบกันเบา ๆ“ไม่จำเป็น”คำตอบสั้น ๆ แต่หนักแน่นไป๋เหอไม่พูดอะไรต่อเพราะนางรู้ดี…ว่าคำว่าไม่จำเป็นของหว่านหนิงไม่ใช่เพราะไม่อยากแต่เพราะ ไม่มีความหมายลมพัดผ่านอีกระลอกชายกระโปรงของหว่านหนิงพลิ้วไหวเบา ๆ นางเคยยืนอยู่ตรงนี้แต่ในตอนนั้น…ไม่มีสิ่งใดอยู่ในมือ ไม่มีอำนาจ ไม่มีที่พึ่ง ไม่มีแม้แต่เสียงของตน

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าถอย…หนึ่งก้าว   ตอนพิเศษ 3

    ตอนพิเศษ 3 แสงอรุณสาดส่องผ่านม่านบางหิมะที่เคยขาวโพลนเมื่อคืนเริ่มละลายเป็นหยดน้ำใสลานกว้างของจวนกวนในยามเช้าดูสงบ…ราวกับโลกเพิ่งตื่นแต่ความสงบนั้นอยู่ได้เพียงไม่นาน“หยุดนะ!”เสียงของหลินหว่านหนิงดังลั่นเรือนความสงบแตกสลายทันทีเสียงฝีเท้าเล็ก ๆ วิ่งตึงตังไปทั่วเสียงหัวเราะ เสียงโวยวาย เสียงเถียงกันดังระงมภายในเรือนใหญ่ที่ควรจะเป็นที่อ่านหนังสืออย่างสงบกลับกลายเป็นสนามรบย่อม ๆเด็กสี่คนวิ่งกันวุ่นวายคนหนึ่งถือกระบี่ไม้แกว่งไปมาอย่างมั่นใจ ราวกับกำลังอยู่ในสนามประลองอีกคน…ถือสมุดบัญชีเปิดไปเปิดมา พยายามหลบอีกฝ่ายที่ไล่ตามอีกคนปีนขึ้นไปบนโต๊ะไม่รู้ว่าจะหนีหรือจะโจมตีและคนสุดท้ายกำลังนั่งกัดขนมก่อนจะโยนใส่พี่ของตนอย่างแม่นยำ“พวกเจ้าทำอะไรกัน!”หว่านหนิงยืนอยู่กลางห้องสีหน้าเคร่งเครียด มือหนึ่งกุมขมับ นี่ไม่ใช่สนามรบแต่กลับ…น่าปวดหัวกว่านั้นหลายเท่าน้องเริ่มก่อน!”“ไม่ใช่!”“พี่โกหก!”“ข้าไม่ได้โกหก!”เสียงเถียงกันทับซ้อนไม่มีใครยอมใครหว่านหนิงสูดหายใจลึก นางเคยต่อรองกับพ่อค้าเคยเจรจากับขุนนางเคยคุมกิจการนับสิบแห่งแต่…ไม่มีสิ่งใดยากเท่าการจัดการลูกทั้งสี่เสียงฝีเท้าอีกคู่หนึ

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าถอย…หนึ่งก้าว   ตอนพิเศษ 2

    ตอนพิเศษ 2เสียงลมหนาวพัดผ่านชายคาเรือนหิมะตกบางเบา ราวกับฟ้ากำลังกล่อมโลกให้หลับใหลแต่ภายในจวนกวน…กลับไม่มีใครหลับแสงตะเกียงถูกจุดขึ้นทั่วเรือนเสียงฝีเท้าของบ่าวไพร่ดังระงมไปทั่วทางเดินทุกคนเคลื่อนไหวอย่างเร่งรีบ ราวกับกำลังเผชิญศึกใหญ่และในเรือนด้านในสุดเสียงร้องของทารก…ดังขึ้น แหลมเล็ก แต่ชัดเจน ราวกับประกาศให้โลกรู้ว่าชีวิตใหม่ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว“คลอดแล้ว! คลอดแล้ว!”เสียงของแม่นมดังลั่น บ่าวไพร่ทั้งจวนแทบจะพร้อมใจกันถอนหายใจ แต่คนที่ยังไม่อาจผ่อนคลายได้…ยังคงยืนอยู่หน้าประตูห้องคลอดกวนตงจี้ แม่ทัพผู้ไม่เคยหวั่นเกรงศัตรูผู้เคยยืนอยู่ท่ามกลางคมดาบและลูกธนูโดยไม่แม้แต่จะกะพริบตาแต่บัดนี้ มือของเขาที่เคยมั่นคง กลับสั่นเล็กน้อย“แม่ทัพ…ท่านไม่ต้องกังวล”พ่อบ้านเอ่ยอย่างระมัดระวัง“ข้าไม่ได้กังวล”คำตอบนั้นมาเร็วเกินไปเร็วเสียจนคนฟังแทบไม่กล้าพยักหน้า“แต่…ท่านเดินวนมาหนึ่งชั่วยามแล้วขอรับ”กวนตงจี้หยุดฝีเท้าเขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ“ข้ากำลังคิดกลยุทธ์”พ่อบ้านเงียบบ่าวไพร่เงียบไม่มีใครกล้าเถียงเพราะแม้จะรู้ว่ามันไม่ใช่กลยุทธ์ใด ๆ แต่ก็ไม่มีใครกล้าทักแม่ทั

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าถอย…หนึ่งก้าว   ตอนพิเศษ 1

    ตอนพิเศษ 1หิมะโปรยลงบางเบา ราวกับขนนกสีขาวที่ปลิวผ่านฟากฟ้าอย่างไร้จุดหมาย ต่างจากวันพายุหิมะที่เคยโหมกระหน่ำจนแทบกลืนกินทั้งจวนกวนในความทรงจำของใครหลายคน ครั้งนั้นความหนาวเย็นเหมือนคมมีดแต่คืนนี้…กลับนุ่มนวลราวกับอ้อมกอดลานกว้างของจวนกวนเงียบสงบหิมะเกาะบางอยู่บนกิ่งสน เสียงลมพัดเบา ๆ พาเอาความเย็นผ่านไปอย่างไม่อาจทำอันตรายสิ่งใดได้อีก เสียงฝีเท้าเล็ก ๆ ของเด็กน้อยดังขึ้นเป็นระยะ“พี่ใหญ่! รอข้าด้วย!”เสียงใสของเด็กหญิงตัวเล็กวิ่งตามพี่ชายที่ถือกิ่งไม้ทำเป็นกระบี่เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ทำให้สถานที่แห่งนี้…มีชีวิตชีวาจวนกวนในวันนี้ไม่ใช่จวนที่เงียบเหงา ไม่ใช่จวนที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของสงครามอีกต่อไปแต่เป็นบ้านภายในเรือนใหญ่แสงเทียนส่องกระทบโต๊ะไม้ยาว เงาของหญิงสาวสะท้อนลงบนพื้นอย่างเงียบงันหลินหว่านหนิงนั่งอยู่ตรงนั้นมือเรียวขาวของนางคลี่สมุดบัญชีเก่าตัวอักษรเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ ตัวเลขมากมายที่เคยเป็นสิ่งเดียวที่นางยึดมั่นแต่วันนี้…สายตาของนางกลับไม่ได้จดจ่อกับมันปลายนิ้วหยุดนิ่งอยู่บนหน้ากระดาษราวกับความคิดล่องลอยไปไกลกว่านั้นไกล…จนย้อนกลับไปในอดีต“ยังคิดอะไรอยู่อีก”

  • เกิดใหม่ครานี้ ข้าถอย…หนึ่งก้าว   บทที่ 34

    บทที่ 34กวนตงจี้มองสีหน้าของหญิงสาวที่ยังคงมีเงาความกังวลหลงเหลืออยู่ในแววตา เขาจึงถอนหายใจแผ่วเบา ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างชัดเจน ราวกับต้องการตัดทุกความลังเลของนางให้ขาดสิ้น“หว่านหนิง…บุญคุณก็ส่วนบุญคุณ ข้าไม่ใช่คนโง่ที่จะมองคนไม่ออก” น้ำเสียงเขาไม่ได้แข็งกร้าว แต่มั่นคงอย่างยิ่ง “ข้ายอมนางถึงสามส่วนเพราะนางเป็นบุตรีของผู้มีพระคุณ แต่เมื่อเกินขอบเขต…ก็ต้องจัดการ”หว่านหนิงเงยหน้ามองเขาอย่างนิ่งงันคำพูดนั้นเรียบง่าย แต่หนักแน่นเสียจนไม่อาจโต้แย้งได้“แสดงว่าท่านรู้มาตลอด…” นางเอ่ยเบา ๆ“แน่นอน” กวนตงจี้ตอบโดยไม่ลังเล “เพราะเรื่องของเจ้า ข้าใส่ใจเสมอ”คำตอบนั้นทำให้หัวใจของหว่านหนิงสะดุดราวกับมีบางอย่างกระทบลงในส่วนลึกที่นางพยายามปิดเอาไว้“แต่มันก็แค่สัญญาแต่ง…” นางพยายามเอ่ยออกไปให้เสียงเรียบทว่าไม่ทันจบประโยค ชายหนุ่มก็ยื่นมือเข้ามาดึงนางเข้าไปในอ้อมกอดแรงกอดนั้นไม่รุนแรง…แต่มั่นคงมั่นคงจนยากจะดิ้นหลุด“หากวันนั้นมีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรจริง” เสียงเขาแผ่วลงข้างหู “ข้าคงฉีกมันทิ้งไปตั้งนานแล้ว”หว่านหนิงชะงัก“เจ้านี่ฉลาดทุกเรื่อง” เขาเอ่ยต่อพร้อมเสียงหัวเราะแผ่ว “แต่เรื่องนี้กลับ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status