Se connecterแคว้นต้าหมิงผลัดเปลี่ยนผู้ครองบัลลังก์ใหม่อีกครั้ง ฮ่องเต้จูหย่งตี้ขึ้นครองบัลลังก์ท่ามกลางปัญหามากมายในแคว้นต้าหมิง ทรงปราบปรามอ๋องทั้งหลายที่ก่อกบฏ ทรงแจกเสบียงเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน ทรงก่อตั้งทหารเรือเพื่อกำจัดเหล่าโจรสลัดที่มักปล้นทรัพย์ชาวบ้านตามบริเวณชายฝั่งทะเลที่ปรึกษาเซี่ยคงเสวียนได้รับการแต่งตั้งเป็นท่านอัครเสนาบดีผู้คุมการทำงานของขุนนางในราชสำนัก บุตรเขยคนโตของเขาเจิ้งหรงเจี้ยนเป็นเสนาบดีฝ่ายขวาเลื่อนขึ้นมาเป็นขุนนางขั้นสองทั้งที่อายุยังน้อย เจิ้งหรงมู่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นขุนนางขั้นสามเป็นเสนาบดีควบคุมกองคลัง เจิ้งหรงจิ้งเป็นแม่ทัพใหญ่ถูกย้ายมาประจำชายแดนทางเหนือ โจวจื่อหวายบุตรเขยคนรองของท่านอัครเสนาบดีได้เลื่อนขั้นเป็นแม่ทัพควบคุมทหารองครักษ์และรับผิดชอบทหารที่ใช้ปกป้องเมืองหลวงฮ่องเต้จูหย่งตี้ทรงย้ายเมืองหลวงมาตั้งใหม่ที่เมืองเป่ยจิง และสร้างปรับปรุงพระราชวังแห่งใหม่ขึ้นแทนที่จวนเอียนอ๋อง ช่วงปรับเปลี่ยนเมืองหลวงมีผู้คนต่อต้านและสร้างข่าวลือมากมาย มีบางคนได้ยินข่าวลือมาว่าฮ่องเต้จูจางเหวินยังไม่ตายและได้หลบลี้หนีภัยไปทางทะเล หม่าชางเหวินผู้ที่สังหารจ
หม่าชางเหวินบุกเข้าไปในพระตำหนักคุณหนิง ซึ่งเป็นที่ประทับของฮ่องเต้จูจางเหวิน เขารู้ดีว่าโจวจวินเปิดทางให้เขาเป็นผู้ลงมือ เพราะเอียนอ๋องจะได้ไม่มีความแค้นเคืองกับโจวจวินในภายหลังไท่ซ่างหวงเอ่ยต่อรองกับหม่าชางเหวินท่ามกลางผู้คนที่คอยคุ้มกันเขาว่า "อาชางเอ๋ย อาจางผู้นี้เขามีศักดิ์เป็นพี่ชายของเจ้า ไว้ชีวิตของเขาได้หรือไม่""เสด็จปู่ คนผู้นี้สังหารเสด็จอาไปตั้งหลายคน แล้วเขายังก่อเรื่องทำให้เสด็จย่าของข้าต้องปลิดชีพตนเองเช่นนั้น ท่านยังจะขอให้ข้าไว้ชีวิตเขาอีกหรือ"จูจางเหวินมองกำลังทหารที่คุ้มครองตนแล้วมองไปยังคนที่อยู่ด้านหลังหม่าชางเหวินด้วยความท้อใจ "ข้าคงไม่มีหนทางถอยแล้วใช่หรือไม่ เช่นนั้นข้าขอร้องให้เจ้าปล่อยคนที่ตำหนักเฟิ่งหนิงไปได้หรือไม่ นางกำลังตั้งครรภ์บุตรของข้า ลู่ฮองเฮาดีต่อโจวจื่อหยามากมาโดยตลอดเจ้าปล่อยนางไปได้หรือไม่"หม่าชางเหวินเหยียดยิ้มก่อนจะพูดด้วยใบหน้าโกรธแค้นว่า "ในที่นี้ข้าละเว้นได้เพียงชีวิตของเสด็จปู่เท่านั้น ส่วนสตรีของเจ้าเหตุใดข้าต้องละเว้นพวกนางด้วย ในเมื่อเจ้ายังไม่ละเว้นฮูหยินของข้าเลย" หม่าชางเหวินรับรู้แล้วว่ายามนี้โจวจื่อหยานอนหลับยังไม่ฟื้นเนื่องจา
โจวจวินขี่ม้ามารับขบวนรถม้าของบุตรชายและบุตรสาว เนื่องจากเขาเองก็โดนคนลอบโจมตีเช่นกันจึงทำให้เสียเวลา เมื่อเขาไม่ได้พบกับขบวนรถม้าของบุตรทั้งสองที่จุดนัดพบ จึงเร่งม้าเดินทางต่อเพราะคาดเดาได้ว่าขบวนรถม้าผิดเวลาเช่นนี้ต้องมีปัญหาเกิดขึ้นโจวจื่อหยาสั่งให้จงลู่ช่วยแบกโจวจื่อหวายมาขึ้นรถม้าของนางโดยให้สาวใช้คนสนิทย้ายไปขึ้นรถม้าคันอื่น และสั่งให้จงลู่พาคนเจ็บเคลื่อนย้ายเดินทางออกจากบริเวณนี้ ส่วนคนเสียชีวิตก็ให้นำศพกลับไปด้วย แม้จะทำให้การเดินทางล่าช้าลง แต่โจวจื่อหยาเลือกจะไม่ทิ้งใครเอาไว้ด้านหลัง แม้คนเหล่านั้นจะไม่มีลมหายใจแล้วก็ตามเมื่อขึ้นรถม้ามาอยู่คันเดียวกับโจวจื่อหวายเพียงสองคน นางก็ตรวจพบว่าลมหายใจของเขาแผ่วเบาแม้จะฝังเข็มที่บาดแผลเพื่อหยุดเลือดแต่อวัยวะภายในเสียหายมาก โจวจื่อหยารู้ดีว่าหากเป็นคนทั่วไปโจวจื่อหวายต้องเสียชีวิตแล้วไม่มีหนทางรักษาเพราะเขาโดนลูกธนูยิงทะลุปอดไปหนึ่งข้างโจวจื่อหยาเลือกที่จะเสี่ยงใช้พลังแก้วดวงจิตของตน ทั้งที่มีเสียงเตือนภายในใจว่าหากนางใช้พลังพิเศษรักษาโจวจื่อหวายจนหาย ถือว่าเกินขีดจำกัดตามธรรมชาติมากไปพลังชีวิตของนางอาจจะหมดลงได้แต่เมื่อคิดว่าไม่ใ
โจวจื่อหยากลับมาพักผ่อนอยู่ที่จวนหม่ากั๋วกง แต่ภายในใจยังคงวนเวียนอยู่กับความคิดที่แอบอ่านมาได้จากผู้คนในงานเลี้ยงที่จัดขึ้นภายในวังหลวงค่ำคืนนี้หลังจากผ่านบทรักที่ชุ่มฉ่ำใจ หม่าชางเหวินกอดจูบร่างบางอย่างรักใคร่ ก่อนจะยื่นนิ้วเรียวยาวไปคลึงหัวคิ้วของโจวจื่อหยาอย่างเอาใจ"มีเรื่องอันใดหรือ ทำไมเจ้าจึงดูกลุ้มใจเช่นนี้""ท่านพี่ในงานเลี้ยงวันนี้ข้าเพิ่งค้นพบว่า ฮ่องเต้จูจางเหวินไม่มีทางปล่อยท่านไป ฮ่องเต้ทรงคิดว่าตระกูลหม่าไม่สมควรมีอยู่และทรงระแวงหม่าไทเฮารวมถึงเอียนอ๋อง" เมื่อพูดจบเงยหบน้ามองหม่าชางเหวินด้วยท่าทางไม่แน่ใจก่อนจะพูดเพิ่มเติมว่า " อีกเหตุผลก็เป็นเพราะฮ่องเต้จูจางเหวินสนใจในตัวจื่อหยา พระองค์คิดอยากได้จื่อหยาไปเป็นส่วนหนึ่งในสตรีที่ทรงโปรดปราน จึงคิดอยากกำจัดท่านพี่ที่ขวางทางอยู่ วันนี้พวกเราหลบเลี่ยงได้แต่วันต่อๆไปไม่รู้ว่าพวกเราจะพลาดเมื่อไหร่จื่อหยาจึงรู้สึกไม่สบายใจเลยเจ้าค่ะ"เมื่อโจวจื่อหยาพูดจบหม่าชางเหวินมีสีหน้าดำมืด แต่ยังคงพยายามพูดปลอบใจโจวจื่อหยา "เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องกังวลใจ ท่านพ่อตาเริ่มแผนการที่วางไว้แล้ว ยามนี้พวกเรามีหน้าที่กวนน้ำในวังหลวงให้ขุ่นเท่านั้น
ก่อนที่โจวจื่อหยาจะออกจากวังได้มอบของขวัญให้แก่ลู่ฮองเฮา เป็นกำยานหอม และน้ำอาบแช่กายสูตรพิเศษ โจวจื่อหยาได้กระซิบบอกวิธีการใช้ของเหล่านี้เป็นพิเศษมอบให้แก่ลู่ฮองเฮาอีกด้วย โจวจื่อหยามั่นใจว่าของขวัญเหล่านี้ ฮ่องเต้จูจางเหวินจะได้รับการปรนนิบัติเป็นพิเศษจากลู่ฮองเฮา ถือได้ว่านี่เป็นการมอบผลประโยชน์ให้กับฮ่องเต้จูจางเหวินทางอ้อมสามวันต่อมาหม่าชางเหวินพาโจวจื่อหยาเข้าวังหลวงอีกครั้ง เพื่อมาตามเทียบเชิญของพระสนมหลี่เฟย ที่เชิญโจวจื่อหยาไปร่วมงานเลี้ยงที่พระตำหนักเฟิ่งจี๋พระสนมหลี่เฟย สั่งให้คนจัดโต๊ะอาหารตัวยาวพร้อมทั้งเชิญแขกเป็นฮูหยินคนสำคัญของขุนนางใหญ่ในเมืองหลวงมามากมายหลายคนวันนี้พระสนมหลี่เฟยทรงแต่งตัวงดงามหรูหราดูสูงส่ง ต่างจะคุณหนูหลี่หวงซินคนเดิมเป็นอย่างมาก จากเดิมเคยแต่งตัวเรียบง่ายด้วยชุดสีขาวบริสุทธิ์ แต่วันนี้พระนางเลือกสวมชุดสีแดงเพลิงปักลวดลายเป็นดอกไห่ถังและประดับตกแต่งด้วยผ้าลูกไม้เมื่อถึงเวลางานหม่าชางเหวินเดินเคียงคู่มากับโจวจื่อหยา ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาของคนผู้นี้ยังคงทำให้จิตใจของพระสนมหลี่เฟยเกิดความหวั่นไหวได้เหมือนเดิม พระสนมหลี่เฟยมองหม่าชางเหวินอยู่นานแล้วจ
โจวจื่อหยาและหม่าชางเหวินเข้าพักที่จวนหม่ากั๋วกงในเมืองหลวง ในขณะที่เหล่าพี่ชายแยกย้ายกลับไปพักที่บ้านตระกูลเจิ้งและจวนเหมันต์เพ่ยเพ่ยพาไป๋จือและไป่เหอมารอต้อนรับโจวจื่อหยาที่จวนหม่ากั๋วกง โจวจื่อหยาไม่ได้มองพวกนางเป็นสาวใช้ทั่วไป แต่มองพวกนางเป็นสหายต่างวัยเสียมากกว่า เมื่อได้มาพบหน้ากันจึงพูดคุยถามไถ่เหตุการณ์ในชีวิตของแต่ล่ะคน"อะไรกันคนของสำนักอินทรีย์เหตุใดจึงคิดจะมาแย่งคนของข้าไปอีกแล้ว แต่งพี่เพ่ยเพ่ยออกไปแล้วหนึ่งคนยังไม่พอนี่ยังจะมาขอแต่งไป๋จือเพิ่มอีกหรือนี่" โจวจือหยาแกล้งเอ่ยหยอกเย้าไป๋จือที่ยามนี้กำลังปลูกต้นรักอยู่กับข่งเจียซ่าน"หากคุณหนูไม่เห็นด้วยไป๋จือก็จะไม่แต่งเจ้าค่ะ"ไป๋จือพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง"ฮ่าๆ ข้าเพียงพูดแกล้งหยอกเจ้า ใยถือเป็นจริงเป็นจัง หากเจ้าคิดว่าแต่งงานออกเรือนแล้วมีความสุขข้าย่อมสนับสนุน ไม่ใช่เพียงไป๋จือนะรวมถึงไป่เหอด้วย""ข้าจะไม่แต่งงานเจ้าค่ะ ชาตินี้ข้าจะอยู่รับใช้คุณหนูไปตลอดชีวิต"ไป่เหอพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง 'หากไม่มีคุณหนูชีวิตของนางในยามนี้คงจบลงที่หอโคมแดงไปแล้วดังนั้นชาตินี้นางจะอยู่เพื่อทดแทนคุณให้กับคุณหนู'โจวจื่อหยาอ่านความคิดของไป่เ
โจวจื่อหวาย นอนพักอยู่ที่บ้านบนเนินเขาเพียงหนึ่งคืน เช้าวันต่อมาเขาก็รีบควบม้าฝีเท้าดีออกจากหมู่บ้านเถียนซีเพื่อมุ่งหน้าสู่เมืองหลวง โดยมีเวลาไปร่ำลาท่านผู้เฒ่าเจิ้งหลี่และท่านแม่เฒ่าเจียงฝานเพียงครู่เท่านั้นโจวจวินมองตามหลังบุตรชายด้วยแววตาครุ่นคิด ก่อนจะสั่งคนให้ติดตามไปคุ้มครองโจวจื่อหวายเพิ่มม
โจวจื่อหยารีบเดินกลับมาที่บ้านบนเนินเขาโดยมีหม่าชางเหวินที่ในเวลานี้ทำตัวเป็นคนว่างงานและคอยตามติดโจวจื่อหยาเสมือนเป็นดังเงาของนางติดตามมาด้วยโจวจื่อหวายอาบน้ำเปลี่ยนชุดเครื่องแต่งตัว ก่อนจะออกมานั่งดื่มกินอาหารในห้องอาหารจนเสร็จ เขาก็พลันรู้สึกว่าร่างกายของตนสดชื่นและหายอ่อนเพลียเป็นปลิดทิ้งทั้ง
เรือเดินสมุทรลำใหญ่ของตระกูลโจวแล่นฝ่าคลื่นลมกลางท้องทะเลโดยมีเรือลำเล็กอีกสองลำ แล่นตามคอยประกบอยู่ไม่ห่าง โจวจื่อหยายืนมองทิวทัศน์อยู่บนดาดฟ้าด้วยความรู้สึกปลอดโปร่งสบายใจ ข้างกายของโจวจื่อหยามีถังเสี่ยวซีที่ถือได้ว่าเป็นสะใภ้คนใหม่ของตระกูลเจิ้งครึ่งหนึ่งยืนอยู่เป็นเพื่อนนางถังเสี่ยวซีถือได้ว่า
เสียงคนภายในห้องเสพสังวาสกันอย่างร้อนแรงดุเดือด โจวจื่อหยาแม้จะไม่เคยมีประสบการณ์โดยตรงในเรื่องนี้ แต่นางก็ไม่ใช่สตรีไร้เดียงสา ชีวิตเก่าในโลกเดิมมีสื่อออนไลน์ที่เปิดกว้างดังนั้น โจวจื่อหยาจึงรู้ว่าเสียงที่ตนได้ยินแว่วๆ คือเสียงอะไรถังเสี่ยวซีรู้สึกแน่นหน้าอกเหมือนหัวใจของตนถูกบีบรัดอย่างแรง นางไม







