Share

บทที่ 8

Author: JustMoonLight
last update publish date: 2026-04-14 15:05:38

เจิ้งฝูหลิงแนะนำให้ทุกคนรู้จักกัน ทุกคนทักทายกันตามธรรมเนียม โจวจวินรับการคำนับขอโทษจากเจิ้งหรงมู่ เขาควานเงิน 1 ตำลึงทองส่งยื่นให้เจิ้งหรงมู่

"น้องเขย เจ้ากำลังทำอะไร รีบเก็บเงินคืนกลับไป" เจิ้งฝูหลิงรีบคว้าเงินในมือของบุตรชายส่งคืนกลับให้โจวจวิน

"ของขวัญพบหน้า" โจวจวินพูดสั้นๆ

"พี่รองพวกข้าเร่งเดินทาง จึงไม่ได้เตรียมของขวัญพบหน้าให้กับหลานๆ ท่านให้อามู่รับเงินตำลึงทองก้อนนี้ไปเถิดเจ้าค่ะ" เจิ้งฮุ่ยผิงเกลี้ยกล่อมเจิ้งฝูหลิง แสดงท่าทางว่าอยู่ฝ่ายสามีของตน

ชุ่ยเหนียนจึงเอ่ยด้วยท่าทางไม่พอใจว่า "ของขวัญพบหน้าอะไร จะสูงค่าขนาดนี้ คนงานท่าเรือทำงานหนักทุกวันเกือบหนึ่งเดือน จึงจะหาเงินได้เท่านี้ พวกเจ้าให้ของขวัญล้ำค่าแรกพบหน้าบุตรชายของข้าเช่นนี้ พวกข้าไม่มีปัญญาจะมอบของขวัญล้ำค่าพบหน้าให้บุตรสาวและบุตรชายของพวกเจ้าเช่นนี้หรอกนะ" ในใจชุ่ยเหนียนรู้ดีว่าเจิ้งฝูหลิงมีนิสัยอย่างไร หากให้บุตรชายรับเงิน1 ตำลึงทอง จากครอบครัวน้องสาว เจิ้งฝูหลิงต้องมอบของขวัญพบหน้า1ตำลึงทองคืนกลับไป บ้านรองของนางมีบุตรคนเดียว แต่บ้านน้องสาวสามีมีบุตรสองคน บ้านรองของนางต้องขาดทุนอย่างเห็นได้ชัด

เจียงฝานเหมือนได้ยินเสียงดีดลูกคิดในหัวสมองของลูกสะใภ้คนรองของตน ในใจจึงรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย และพูดขึ้นว่า "อาหลิง เจ้าให้อามู่รับไว้เถิด แต่เจ้ามิต้องมอบของขวัญแรกพบหน้าให้จื่อหวายและหยาหยา นี่คือความตั้งใจดีของบุตรเขย เจ้าอย่าได้ทำลายน้ำใจและความตั้งใจดีของน้องสาวและน้องเขยของเจ้าด้วยทรัพย์สินนอกกาย" พูดจบพลางเหลือบมองสะใภ้คนรองชุ่ยซื่อด้วยแววตาตักเตือน

ชุ่ยเหนียนรับรู้ถึงสายตาไม่พอใจของแม่สามี จึงปิดปากเงียบไม่พูดอะไรออกมาอีก ส่วนเจิ้งหรงมู่ เขาเป็นเด็กฉลาดและพบผู้คนมามากจึงมีความกล้าที่เด็กคนอื่นไม่มี

"อามู่ขอบคุณอาเขย อามู่ขอบคุณอาหญิงมากขอรับสำหรับของขวัญพบหน้า" เจิ้งหรงมู่ลุกขึ้นยืนคำนับให้ครอบครัวโจวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

'เจ้าหน้าเงิน' โจวจื่อหวายด่าเจิ้งหรงมู่ในใจอย่างนึกดูถูก

'ท่านพ่อติดนิสัยรวย ให้ของขวัญมีค่าเกินไปจะไม่ดีในอนาคต ท่านแม่ ท่านต้องเตือนท่านพ่อนะเจ้าคะ' โจวจื่อหยาส่งความคิดไปให้มารดารับรู้ และเหลือบตามองพี่ชายของตน เมื่อครู่นางอ่านความคิดพี่ชายได้

แก้วดวงจิตเปล่งแสงและบอกให้โจวจื่อหยารู้ว่า'ท่านสามารถอ่านความคิดของคนอื่นได้ ถ้าท่านจิตแข็งพอกว่าคนผู้นั้น ยามนี้พี่ชายของท่านกำลังมีอารมณ์ฉุนเฉียวไม่ควบคุมตนเอง ท่านจึงอ่านความคิดของเขาได้'

โจวจื่อหยาจึงรับรู้ถึงความสามารถพิเศษของตนเองอีกอย่าง หากอ่านความคิดของคนอื่นได้ นางก็จัดการกับคนผู้นั้นได้สบาย นี่คือการโกงโดยไม่ต้องใช้สติปัญญามากเท่าไหร่

ชุยเหนียนมองดูทารกในห่อผ้า พอดีกับที่โจวจื่อหยากำลังยิ้มแย้มอย่างดีใจพอดี จึงคิดว่า'เด็กน้อยคนนี้น่ารักจัง ข้าก็อยากได้บุตรสาวน่ารักเช่นนี้อีกสักคน หากขออุ้มน้องอาผิงจะรังเกียจมือไม้สกปรกของข้าหรือเปล่านะ'

โจวจื่อหยาจึงส่งความคิดไปบอกมารดาทันที 'ท่านแม่ ป้าสะใภ้รองอยากอุ้มข้า แต่กลัวท่านแม่จะรังเกียจนาง'

เจิ้งฮุ่ยผิงจึงกะพริบตา และหันมามองพี่สะใภ้รองของตนและพูดว่า "พี่สะใภ้รองจะรังเกียจหรือไม่หากข้าจะฝากท่านอุ้มหยาหยาสักครู่ ข้าอยากขอตัวไปล้างหน้าเจ้าค่ะ"

ชุ่ยเหยียนเผยยิ้มดีใจและรีบพูดว่า "จะรังเกียจอะไร ดูสิน่ารักขนาดนี้ ข้าต้มน้ำเตรียมไว้ให้พวกเจ้าอาบน้ำเปลี่ยนชุดใหม่จะได้สบายตัว น้องอาผิงรีบพาบุตรชายไปอาบน้ำเถิด" พูดจบรีบยื่นมือไปรับโจวจื่อหยามาอุ้มอย่างทะนุถนอม

เจียงฝานจึงมองสะใภ้รองด้วยสายตาที่ดีขึ้น เมื่อเห็นว่าทางด้านนี้ไม่มีเรื่องอะไรนางจึงลุกไปดูบุตรสาวด้วยความเป็นห่วง ช่วยยกน้ำร้อนมาผสมในถังอาบ ขณะที่จะไปช่วยเตรียมชุดให้ด้วยความเคยชิน เจิ้งฮุ่ยผิงจึงรีบพูดห้าม

"ท่านแม่ท่านก็เหนื่อยเช่นกันไม่ต้องคอยดูแลข้าหรอกเจ้าค่ะ ท่านแม่อาบน้ำในอ่างนี้ก่อนข้าเถิด"

"เจ้าอาบเถิด แม่ลืมไป มันชินนะ แม่อยากอาบน้ำเย็นประเดี๋ยวจะหาขันน้ำไปตักอาบแป๊บเดียวไวกว่าแช่อาบในถัง เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงแม่ นอนแช่น้ำอุ่นให้สบายตัวสักครู่เถิด"

"ท่านแม่..."

เจียงฝานยิ้มและพูดว่า"เอาล่ะไม่ต้องพูด ไม่ต้องรู้สึกผิดอะไรแล้วด้วย พวกเรามีชีวิตใหม่ที่แผ่นดินนี้ ต้องปรับตัวใหม่ การเป็นชาวไร่ชาวสวนลำบากไม่น้อย แต่พวกเราต้องปรับตัว ไม่พูดแล้ว เจ้ารีบอาบน้ำ แม่จะออกไปดูว่าเย็นนี้พวกเรามีอะไรกินบ้าง" เจียงฝานพูดจบจึงเดินออกไปจากห้องทันที

ทุกคนต่างได้อาบน้ำเปลี่ยนชุดใหม่ ชุ่นเหนียนก็เดินมาเกลี้ยกล่อมเจิ้งฮุ่ยผิงเป็นการส่วนตัวว่า

"การทำไร่ไม่ใช่เรื่องง่าย ดินฟ้าอากาศเราควบคุมไม่ได้ เจ้ามีร่างกายอ่อนแอบอบบางเช่นนี้ จะทนความลำบากได้หรือ ยกจอบขุดดินเกรงว่ามือนุ่มๆ ของเจ้าจะหยาบกร้าน หาซื้อที่แถวนี้แล้วหาลู่ทางค้าขายไม่ดีกว่าหรือ"

"พี่สะใภ้รองโปรดวางใจ งานหนักข้าคงไม่ลงมือทำเอง ข้ามีสามีให้ใช้ อีกอย่างข้าคิดจะซื้อวัวมาเป็นแรงงานเจ้าค่ะ"

"เห้อ เจ้านี่นะ เจ้าไม่กลัวลำบาก แต่หลานสาวของข้าอาจจะกลัวลำบากก็ได้ เอาอย่างนี้ดีหรือไม่เจ้ายกลูกสาวให้ข้าเลี้ยงดูนางชั่วคราวก่อน รอพวกเจ้าตั้งหลักได้ค่อยมารับนางคืนไป"

"ไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ ต่อให้ลำบากแค่ไหนครอบครัวของข้าก็จะไปแยกจากกัน อาผิงขอบคุณพี่สะใภ้รองที่หวังดีเจ้าค่ะ"

"ก็ได้ๆ ข้าพอมีฝีมือเย็บผ้า ประเดี๋ยวข้าจะเร่งเย็บชุดให้หลานชายและหยาหยาเพิ่ม ซื้อวัวก็ดีเหมือนกัน พวกเราจะได้เทียวไปหากันได้ง่าย ต่อไปเห็นว่าน้องเขยจะนำสัตว์ป่ามาฝากข้าขาย เจ้าก็พาหยาหยามาให้ข้าเล่นกับนางบ่อยๆ ด้วย หากขาดเหลืออะไรอย่าได้ประหยัดจนหยาหยาต้องลำบาก ให้รีบมาบอกข้า แม้ข้าจะไม่ร่ำรวยแต่ก็น่าจะพอมีกำลังช่วยเหลือครอบครัวเจ้าได้ เงินทองที่มีหากไม่หาเพิ่มย่อมหมดไป ข้าเป็นคนพูดจาตรงๆ พวกเจ้าอาจจะไม่ชอบ แต่ข้าอยากเตือนให้พวกเจ้าสามีภรรยา อย่าได้ใช้เงินสิ้นเปลืองไปกับคนอื่น เวลาพวกเจ้าไม่มี คนอื่นไม่เหลียวแลพวกเจ้าหรอก โดยเฉพาะคนหมู่บ้านเถียนซี"

"คนหมู่บ้านเถียนซีเป็นอย่างไรหรือเจ้าคะ พี่สะใภ้รองช่วยบอกข้าด้วย ข้าจะได้ระวังตัวเจ้าค่ะ"

"ร้อยพ่อพันแม่ ย่อมมีคนดีและคนไม่ดี ครอบครัวพี่ใหญ่ดีมากเจ้าไม่ต้องกังวลใจ แต่ครอบครัวพี่สะใภ้ใหญ่นี่สิ เห้อไม่รู้ว่าพี่สะใภ้ใหญ่ที่นิสัยดีมากขนาดนี้ ทำไมจึงมีครอบครัวแบบนั้นได้ อีกครอบครัวที่ต้องระวังคือครอบครัวพี่หญิงใหญ่ นางเป็นลูกติดท่านพ่อสามี เจ้ามีเงินมีทองห้ามให้นางยืมเป็นอันขาด ต่อไปพวกวัวหรือทรัพย์สินที่เจ้าซื้อก็อย่าให้คนอื่นยืม ให้เก็บเงินแล้วจะไม่มีใครมาคอยกวนใจเจ้า" ชุ่ยเหนียนพยายามสั่งสอนน้องสาวสามีเพราะกลัวคนที่หมู่บ้านเถียนซีรังแกนาง

เจียงฝางอุ้มโจวจื่อหยาเดินไปเดินมาเพื่อกล่อมให้เด็กน้อยหลับพร้อมรอยยิ้ม ดูเหมือนนิสัยของสะใภ้รองก็ไม่ได้เลวร้าย แค่เห็นแก่ตัวบ้างแต่ก็ไม่ใช่คนเอาเปรียบผู้อื่นและยังพอมีน้ำใจเป็นห่วงผู้อื่นบ้าง

บ้านของเจิ้งฝูหลิง มีเรือนรับแขกแยกต่างหากเพราะเขาทำไว้เก็บสินค้า และบางครั้งหากมีงานเยอะเขาจะจ้างคนมาเป็นแรงงานจึงทำเรือนที่พักแยกจากเรือนหลักของเขา ตระกูลโจวจึงแยกมานอนเรือนพักแขก แม้ที่นอนจะแข็งแต่ก็ไม่โยกไปมาเหมือนยามที่นอนอยู่บนเรือ ทุกคนจึงนอนหลับสนิทเป็นคืนแรก หลังจากทุกข์ทรมานกันมานานหลายเดือน

ยามเช้าเจียงฝานตื่นมาช่วยลูกสะใภ้รองนึ่งหมั่นโถวและเตรียมผักดองเพื่อเตรียมขาย และทำให้ทุกคนในบ้านได้กินอาหารเช้าด้วย นางยังต้มน้ำแกงเนื้ออีกหม้อใหญ่ และลงมือยำผักดองซึ่งใช้พริกแห้งที่ตำละเอียดรวมถึงต้นหอมและผักชี ทำให้ได้รสชาติแปลกใหม่

"ท่านแม่ยำผักดองนี้มีรสเผ็ดและมีกลิ่นหอม กินคู่กับหมั่นโถวช่างเข้ากันดียิ่งนัก นี่คือวิธีการทำอาหารของดินแดนฝั่งนั้นหรือเจ้าคะ ข้าสามารถนำไปขายได้หรือไม่"

"ได้ แต่ราคาพริกแห้งเห็นอาหลิงบอกข้าว่ามีราคาแพงไม่น้อย เจ้าลองคำนวณต้นทุนก่อนจะนำมาขาย เดี๋ยวข้าสอนวิธีการทำหมันโถผสมน้ำนมนึ่ง ข้าเห็นมีนมวัว"

"อ่อ มีบ้านที่อยู่ไม่ไกลนี้เขาเลี้ยงวัวนม ข้าให้อามู่เดินไปซื้อมา คิดจะต้มให้หยาหยากินเจ้าค่ะ นางจะได้อ้วนกว่านี้ มีคนบอกว่ากินนมจะฉลาด ข้าจึงให้อามู่กินด้วยเจ้าค่ะ เดี๋ยวแบ่งให้อาหวายกินด้วย"

"นมที่นำมาเจ้าต้องต้มก่อน และดับกลิ่นคาวโดยใช้ใบเซียงหลันนำมาขยี้ในนม เติมเกลือและน้ำตาลจะหอมมาก"

"ท่านแม่ ท่านทำอาหารเก่งเหลือเกินเจ้าค่ะ" ชุ่ยเหนียนพูดเยินยอแม่สามี เมื่อนางได้สูตรอาหารแบบใหม่เพิ่ม

วันนี้ร้านของนางขายดี หมั่นโถวหอมกรุ่นที่เปิดออกมาจากซึ้งเรียกคนเดินมาซื้อได้เยอะมากขึ้น

ช่วงสายเจิ้งฝูหลิงพาคนไปลงทะเบียนอาชีพ และซื้อวัวตัวโตแข็งแรงมาสองตัว คราวแรกโจวจวินจะซื้อม้าแต่เจิ้งฝูหลิงเอ่ยห้าม "ม้าวิ่งเร็วแต่ราคาแพงมากตัวหนึ่งราคาตั้งสองร้อยตำลึงทอง ซื้อวัวได้ตั้ง 6 ตัว แค่เจ้าซื้อวัวทีเดียวสองตัว คนในหมู่บ้านเถียนซีก็มองเจ้าเป็นเศรษฐีแล้ว วัวตัวล่ะ 30 ตำลึงทอง นี่ก็ถือว่าเป็นเงินจำนวนมาก หากเจ้าไปซื้อที่ในหมู่บ้านเจ้าจะโดนขึ้นราคา วัวสองตัวนี้ให้เจ้าบอกผู้อื่นว่ายืมเงินข้าซื้อ อย่าให้ผู้อื่นรู้ว่าเจ้ามีเงินจำนวนมากอยู่ในมือ บ้านพี่ใหญ่ยังไม่มีวัวใช้สักตัวทั้งๆ ที่เขาฐานะดีกว่าคนอื่นในหมู่บ้าน เจ้าเข้าใจความหมายของพี่รองหรือไม่"

โจวจวินพยักหน้า "ข้าเข้าใจแล้ว เช่นนั้นซื้อวัวเพิ่มอีกสักสองตัวมอบให้พี่ใหญ่ดีหรือไม่"

เจิ้งฝูหลิงตบหน้าผากอย่างเหนื่อยใจ

"ข้าพูดเล่น" โจวจวินพูดด้วยใบหน้าเรียบเฉย

"......" เจิ้งฝูหลิงเริ่มรู้สึกเป็นห่วงน้องสาว ที่จะย้ายไปอยู่กับน้องเขยที่หมู่บ้านเถียนซี

เจิ้งฮุ่ยผิงเหลือบตามองสามี และเข้าใจว่าเขากำลังหยอกล้อนาง ที่เมื่อคืนนางพูดว่าเขาเป็น บุรุษนิสัยรวย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นสตรีบ้านป่า   บทที่ 200 ตอนจบ

    แคว้นต้าหมิงผลัดเปลี่ยนผู้ครองบัลลังก์ใหม่อีกครั้ง ฮ่องเต้จูหย่งตี้ขึ้นครองบัลลังก์ท่ามกลางปัญหามากมายในแคว้นต้าหมิง ทรงปราบปรามอ๋องทั้งหลายที่ก่อกบฏ ทรงแจกเสบียงเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน ทรงก่อตั้งทหารเรือเพื่อกำจัดเหล่าโจรสลัดที่มักปล้นทรัพย์ชาวบ้านตามบริเวณชายฝั่งทะเลที่ปรึกษาเซี่ยคงเสวียนได้รับการแต่งตั้งเป็นท่านอัครเสนาบดีผู้คุมการทำงานของขุนนางในราชสำนัก บุตรเขยคนโตของเขาเจิ้งหรงเจี้ยนเป็นเสนาบดีฝ่ายขวาเลื่อนขึ้นมาเป็นขุนนางขั้นสองทั้งที่อายุยังน้อย เจิ้งหรงมู่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นขุนนางขั้นสามเป็นเสนาบดีควบคุมกองคลัง เจิ้งหรงจิ้งเป็นแม่ทัพใหญ่ถูกย้ายมาประจำชายแดนทางเหนือ โจวจื่อหวายบุตรเขยคนรองของท่านอัครเสนาบดีได้เลื่อนขั้นเป็นแม่ทัพควบคุมทหารองครักษ์และรับผิดชอบทหารที่ใช้ปกป้องเมืองหลวงฮ่องเต้จูหย่งตี้ทรงย้ายเมืองหลวงมาตั้งใหม่ที่เมืองเป่ยจิง และสร้างปรับปรุงพระราชวังแห่งใหม่ขึ้นแทนที่จวนเอียนอ๋อง ช่วงปรับเปลี่ยนเมืองหลวงมีผู้คนต่อต้านและสร้างข่าวลือมากมาย มีบางคนได้ยินข่าวลือมาว่าฮ่องเต้จูจางเหวินยังไม่ตายและได้หลบลี้หนีภัยไปทางทะเล หม่าชางเหวินผู้ที่สังหารจ

  • เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นสตรีบ้านป่า   บทที่ 199

    หม่าชางเหวินบุกเข้าไปในพระตำหนักคุณหนิง ซึ่งเป็นที่ประทับของฮ่องเต้จูจางเหวิน เขารู้ดีว่าโจวจวินเปิดทางให้เขาเป็นผู้ลงมือ เพราะเอียนอ๋องจะได้ไม่มีความแค้นเคืองกับโจวจวินในภายหลังไท่ซ่างหวงเอ่ยต่อรองกับหม่าชางเหวินท่ามกลางผู้คนที่คอยคุ้มกันเขาว่า "อาชางเอ๋ย อาจางผู้นี้เขามีศักดิ์เป็นพี่ชายของเจ้า ไว้ชีวิตของเขาได้หรือไม่""เสด็จปู่ คนผู้นี้สังหารเสด็จอาไปตั้งหลายคน แล้วเขายังก่อเรื่องทำให้เสด็จย่าของข้าต้องปลิดชีพตนเองเช่นนั้น ท่านยังจะขอให้ข้าไว้ชีวิตเขาอีกหรือ"จูจางเหวินมองกำลังทหารที่คุ้มครองตนแล้วมองไปยังคนที่อยู่ด้านหลังหม่าชางเหวินด้วยความท้อใจ "ข้าคงไม่มีหนทางถอยแล้วใช่หรือไม่ เช่นนั้นข้าขอร้องให้เจ้าปล่อยคนที่ตำหนักเฟิ่งหนิงไปได้หรือไม่ นางกำลังตั้งครรภ์บุตรของข้า ลู่ฮองเฮาดีต่อโจวจื่อหยามากมาโดยตลอดเจ้าปล่อยนางไปได้หรือไม่"หม่าชางเหวินเหยียดยิ้มก่อนจะพูดด้วยใบหน้าโกรธแค้นว่า "ในที่นี้ข้าละเว้นได้เพียงชีวิตของเสด็จปู่เท่านั้น ส่วนสตรีของเจ้าเหตุใดข้าต้องละเว้นพวกนางด้วย ในเมื่อเจ้ายังไม่ละเว้นฮูหยินของข้าเลย" หม่าชางเหวินรับรู้แล้วว่ายามนี้โจวจื่อหยานอนหลับยังไม่ฟื้นเนื่องจา

  • เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นสตรีบ้านป่า   บทที่ 198

    โจวจวินขี่ม้ามารับขบวนรถม้าของบุตรชายและบุตรสาว เนื่องจากเขาเองก็โดนคนลอบโจมตีเช่นกันจึงทำให้เสียเวลา เมื่อเขาไม่ได้พบกับขบวนรถม้าของบุตรทั้งสองที่จุดนัดพบ จึงเร่งม้าเดินทางต่อเพราะคาดเดาได้ว่าขบวนรถม้าผิดเวลาเช่นนี้ต้องมีปัญหาเกิดขึ้นโจวจื่อหยาสั่งให้จงลู่ช่วยแบกโจวจื่อหวายมาขึ้นรถม้าของนางโดยให้สาวใช้คนสนิทย้ายไปขึ้นรถม้าคันอื่น และสั่งให้จงลู่พาคนเจ็บเคลื่อนย้ายเดินทางออกจากบริเวณนี้ ส่วนคนเสียชีวิตก็ให้นำศพกลับไปด้วย แม้จะทำให้การเดินทางล่าช้าลง แต่โจวจื่อหยาเลือกจะไม่ทิ้งใครเอาไว้ด้านหลัง แม้คนเหล่านั้นจะไม่มีลมหายใจแล้วก็ตามเมื่อขึ้นรถม้ามาอยู่คันเดียวกับโจวจื่อหวายเพียงสองคน นางก็ตรวจพบว่าลมหายใจของเขาแผ่วเบาแม้จะฝังเข็มที่บาดแผลเพื่อหยุดเลือดแต่อวัยวะภายในเสียหายมาก โจวจื่อหยารู้ดีว่าหากเป็นคนทั่วไปโจวจื่อหวายต้องเสียชีวิตแล้วไม่มีหนทางรักษาเพราะเขาโดนลูกธนูยิงทะลุปอดไปหนึ่งข้างโจวจื่อหยาเลือกที่จะเสี่ยงใช้พลังแก้วดวงจิตของตน ทั้งที่มีเสียงเตือนภายในใจว่าหากนางใช้พลังพิเศษรักษาโจวจื่อหวายจนหาย ถือว่าเกินขีดจำกัดตามธรรมชาติมากไปพลังชีวิตของนางอาจจะหมดลงได้แต่เมื่อคิดว่าไม่ใ

  • เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นสตรีบ้านป่า   บทที่ 197

    โจวจื่อหยากลับมาพักผ่อนอยู่ที่จวนหม่ากั๋วกง แต่ภายในใจยังคงวนเวียนอยู่กับความคิดที่แอบอ่านมาได้จากผู้คนในงานเลี้ยงที่จัดขึ้นภายในวังหลวงค่ำคืนนี้หลังจากผ่านบทรักที่ชุ่มฉ่ำใจ หม่าชางเหวินกอดจูบร่างบางอย่างรักใคร่ ก่อนจะยื่นนิ้วเรียวยาวไปคลึงหัวคิ้วของโจวจื่อหยาอย่างเอาใจ"มีเรื่องอันใดหรือ ทำไมเจ้าจึงดูกลุ้มใจเช่นนี้""ท่านพี่ในงานเลี้ยงวันนี้ข้าเพิ่งค้นพบว่า ฮ่องเต้จูจางเหวินไม่มีทางปล่อยท่านไป ฮ่องเต้ทรงคิดว่าตระกูลหม่าไม่สมควรมีอยู่และทรงระแวงหม่าไทเฮารวมถึงเอียนอ๋อง" เมื่อพูดจบเงยหบน้ามองหม่าชางเหวินด้วยท่าทางไม่แน่ใจก่อนจะพูดเพิ่มเติมว่า " อีกเหตุผลก็เป็นเพราะฮ่องเต้จูจางเหวินสนใจในตัวจื่อหยา พระองค์คิดอยากได้จื่อหยาไปเป็นส่วนหนึ่งในสตรีที่ทรงโปรดปราน จึงคิดอยากกำจัดท่านพี่ที่ขวางทางอยู่ วันนี้พวกเราหลบเลี่ยงได้แต่วันต่อๆไปไม่รู้ว่าพวกเราจะพลาดเมื่อไหร่จื่อหยาจึงรู้สึกไม่สบายใจเลยเจ้าค่ะ"เมื่อโจวจื่อหยาพูดจบหม่าชางเหวินมีสีหน้าดำมืด แต่ยังคงพยายามพูดปลอบใจโจวจื่อหยา "เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องกังวลใจ ท่านพ่อตาเริ่มแผนการที่วางไว้แล้ว ยามนี้พวกเรามีหน้าที่กวนน้ำในวังหลวงให้ขุ่นเท่านั้น

  • เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นสตรีบ้านป่า   บทที่ 196

    ก่อนที่โจวจื่อหยาจะออกจากวังได้มอบของขวัญให้แก่ลู่ฮองเฮา เป็นกำยานหอม และน้ำอาบแช่กายสูตรพิเศษ โจวจื่อหยาได้กระซิบบอกวิธีการใช้ของเหล่านี้เป็นพิเศษมอบให้แก่ลู่ฮองเฮาอีกด้วย โจวจื่อหยามั่นใจว่าของขวัญเหล่านี้ ฮ่องเต้จูจางเหวินจะได้รับการปรนนิบัติเป็นพิเศษจากลู่ฮองเฮา ถือได้ว่านี่เป็นการมอบผลประโยชน์ให้กับฮ่องเต้จูจางเหวินทางอ้อมสามวันต่อมาหม่าชางเหวินพาโจวจื่อหยาเข้าวังหลวงอีกครั้ง เพื่อมาตามเทียบเชิญของพระสนมหลี่เฟย ที่เชิญโจวจื่อหยาไปร่วมงานเลี้ยงที่พระตำหนักเฟิ่งจี๋พระสนมหลี่เฟย สั่งให้คนจัดโต๊ะอาหารตัวยาวพร้อมทั้งเชิญแขกเป็นฮูหยินคนสำคัญของขุนนางใหญ่ในเมืองหลวงมามากมายหลายคนวันนี้พระสนมหลี่เฟยทรงแต่งตัวงดงามหรูหราดูสูงส่ง ต่างจะคุณหนูหลี่หวงซินคนเดิมเป็นอย่างมาก จากเดิมเคยแต่งตัวเรียบง่ายด้วยชุดสีขาวบริสุทธิ์ แต่วันนี้พระนางเลือกสวมชุดสีแดงเพลิงปักลวดลายเป็นดอกไห่ถังและประดับตกแต่งด้วยผ้าลูกไม้เมื่อถึงเวลางานหม่าชางเหวินเดินเคียงคู่มากับโจวจื่อหยา ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาของคนผู้นี้ยังคงทำให้จิตใจของพระสนมหลี่เฟยเกิดความหวั่นไหวได้เหมือนเดิม พระสนมหลี่เฟยมองหม่าชางเหวินอยู่นานแล้วจ

  • เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นสตรีบ้านป่า   บทที่ 195

    โจวจื่อหยาและหม่าชางเหวินเข้าพักที่จวนหม่ากั๋วกงในเมืองหลวง ในขณะที่เหล่าพี่ชายแยกย้ายกลับไปพักที่บ้านตระกูลเจิ้งและจวนเหมันต์เพ่ยเพ่ยพาไป๋จือและไป่เหอมารอต้อนรับโจวจื่อหยาที่จวนหม่ากั๋วกง โจวจื่อหยาไม่ได้มองพวกนางเป็นสาวใช้ทั่วไป แต่มองพวกนางเป็นสหายต่างวัยเสียมากกว่า เมื่อได้มาพบหน้ากันจึงพูดคุยถามไถ่เหตุการณ์ในชีวิตของแต่ล่ะคน"อะไรกันคนของสำนักอินทรีย์เหตุใดจึงคิดจะมาแย่งคนของข้าไปอีกแล้ว แต่งพี่เพ่ยเพ่ยออกไปแล้วหนึ่งคนยังไม่พอนี่ยังจะมาขอแต่งไป๋จือเพิ่มอีกหรือนี่" โจวจือหยาแกล้งเอ่ยหยอกเย้าไป๋จือที่ยามนี้กำลังปลูกต้นรักอยู่กับข่งเจียซ่าน"หากคุณหนูไม่เห็นด้วยไป๋จือก็จะไม่แต่งเจ้าค่ะ"ไป๋จือพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง"ฮ่าๆ ข้าเพียงพูดแกล้งหยอกเจ้า ใยถือเป็นจริงเป็นจัง หากเจ้าคิดว่าแต่งงานออกเรือนแล้วมีความสุขข้าย่อมสนับสนุน ไม่ใช่เพียงไป๋จือนะรวมถึงไป่เหอด้วย""ข้าจะไม่แต่งงานเจ้าค่ะ ชาตินี้ข้าจะอยู่รับใช้คุณหนูไปตลอดชีวิต"ไป่เหอพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง 'หากไม่มีคุณหนูชีวิตของนางในยามนี้คงจบลงที่หอโคมแดงไปแล้วดังนั้นชาตินี้นางจะอยู่เพื่อทดแทนคุณให้กับคุณหนู'โจวจื่อหยาอ่านความคิดของไป่เ

  • เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นสตรีบ้านป่า   บทที่ 64

    เมื่อกลับมาถึงจวนเหมันต์ โจวจื่อหยาพาเซี่ยนปิงเหยียนและเซี่ยปิงหยูมานั่งพัก พอดีกับที่ชุ่ยเหนียนและเจิ้งฮุ่ยผิงกำลังนั่งพักผ่อนอยู่ในห้องโถง โจวจื่อหยาจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้ท่านแม่และป้าสะใภ้รองของตนฟังโดยละเอียด"อะไรกันเหตุใดฮวาเอ๋อร์ จึงสร้างเรื่องให้ผู้อื่นเข้าใจผิดอย่างนี้ล่ะ นี่ไ

  • เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นสตรีบ้านป่า   บทที่ 42

    ยามเช้าโจวจื่อหยาตื่นมาด้วยความสดชื่น นั่งกินอาหารเช้าเพียงลำพังเพราะทุกคนต่างออกไปทำธุระกันหมดแล้ว เมื่อกินอาหารเช้าเสร็จจึงกลับมาเปลี่ยนชุด โจวจื่อหยาได้ขอให้เจิ้งฮุ่ยผิงผู้เป็นมารดาตัดเย็บชุดฉีผ่าวให้กับตนซึ่งเป็นรูปแบบชุดของชาวแมนจูมีตัวเสื้อคอป้ายมีกระดุมผ้าติดอย่างสวยงาม ตัวเสื้อยาวคลุมขา ชาย

  • เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นสตรีบ้านป่า   บทที่ 28

    ยามเย็นโจวจื่อหยาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่น หลังจากทำธุระส่วนตัวเสร็จเปลี่ยนชุดใหม่ แล้วเดินออกมาจากห้องส่วนตัวของตน กลิ่นน้ำแกงหอมหวานลอยมาตามลม โจวจื่อหยาจึงเร่งซอยเท้าไปยังเรือนฝั่งขวาซึ่งมีห้องครัวอยู่ที่นั่นทันที "กลิ่นน้ำแกงไก่ หอมมากเลยเจ้าค่ะท่านแม่"โจวจื่อหยาพูดทักเมื่อเห็นเจิ้งฮุ่ยผ

  • เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นสตรีบ้านป่า   บทที่ 15

    ความจริงโจวจวินไม่คิดว่า เรื่องที่ตนตกลงราคากับนายช่างรับเหมาทำบ้านจะแพร่กระจายออกไปให้คนในหมู่บ้านรับรู้โจวจวินเลือกวัสดุที่ดีที่สุดในการสร้างบ้าน เพราะเขาคิดว่าไหนๆ ก็ทำบ้านแล้ว จึงต้องสร้างบ้านให้ดูดีและอยู่สบายตรงใจผู้อยู่ ภรรยาของเขาเคยเป็นคุณหนูตระกูลเก่าแก่ โจวจวินจึงไม่อยากให้ภรรยาต้องลำบา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status