Share

เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นคุณหนูร้อยโลที่สามีเมิน
เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นคุณหนูร้อยโลที่สามีเมิน
Auteur: เสี่ยวชิงเทียน

บทนำ

last update Dernière mise à jour: 2025-11-10 00:48:26

บทนำ

ในสถานที่เริงรมย์กลางเมืองปรากฏร่างระหงส์ของหญิงสาวในเสื้อกล้ามครอปสีดำสนิทโชว์เอวเล็กคอด บวกกับกางเกงยีนส์เข้ารูปและที่ทำให้เธอดูโดดเด่นเป็นพิเศษเห็นจะเป็นใบหน้าสะสวย ซึ่งถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอาง สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความสนุกสนานเนื่องจากวันนี้เป็นวันเกิดของเพื่อนสนิทเธอจึงได้ออกจากบ้านหรือที่เธอเรียกมันว่าถ้ำ เธอมักจะหมกตัวอยู่ในโลกส่วนตัวทำคลิปเทรนลูกค้าเรื่องการควบคุมอาหารเพื่อลดน้ำหนัก พอได้ออกมาเพื่อนสาวของเธอเลยจัดหนักจัดใหญ่ให้เธอได้เมาจนแทบจะพากันเลื้อยกลับ

โชคยังดีที่ตอนนี้มีบริการคนขับรถแทนเธอจึงจำต้องใช้บริการเพราะไม่สามารถขับรถกลับไปในสภาพนี้ได้จริง ๆ

“ฉันกลับก่อนนะ มีความสุขมาก ๆ นะแก” ภาพวาดคือชื่อของหญิงสาวที่ยืนเซซ้ายเซขวาอยู่หน้าทางออกจากคลับ ซึ่งเธอกำลังร่ำลาเจ้าของวันเกิดด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแก้มที่เคยมีสีชมพูอ่อนเพราะบลัชออน ตอนนี้บลัชออนได้จางไปหมด แต่ที่เห็นว่าแก้มนวลยังมีสีชมพูอยู่คงเพราะแอลกอฮอล์สูบฉีดอยู่ในร่างกายของเธอละมั้งมันถึงแดงมากกว่าบลัชออนซะอีก

“โอเค แล้วเจอกันใหม่นะภาพวาดเพื่อนรัก” เจ้าของวันเกิดบอกเสียงอ้อแอ้เพราะอาการลิ้นเปลี้ยจากการดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปมาก ไม่ต่างจากเพื่อนสาวตรงหน้าเลยและทั้งคู่ก็อยู่ในสภาพเซซ้ายเซขวาไม่ต่างกันเลยแม้แต่นิดเดียว ร่ำลากันเสร็จก็กลับมากอดกัน พอกอดกันเสร็จก็มาร่ำลากันอีก ทั้งคู่ทำแบบนี้อยู่สองสามหนจนการ์ดที่เฝ้าประตูยังหัวเราะ สุดท้ายเพื่อนที่เดินออกไปแล้วเลยต้องกลับมาแยกทั้งสองออกจากกันถึงกลับบ้านได้

“พี่ขับนิ่ม ๆ หน่อยนะวาดเวียนหัว” พอนั่งรถก็หันไปกำชับคนขับรถแทนที่เรียกมา ก่อนจะเอนหลังแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เธอเปิดไปที่การนำทางก่อนจะยื่นแผนที่ที่ปักหมุดบ้านตนเองไว้ให้คนขับเพราะสภาพเธอตอนนี้ไม่มีแรงแม้แต่จะนั่งบอกทางจริง ๆ

“อย่าลืมรัดเข็มขัดนะครับ” คนขับรถแทนพูดจบก็สตาร์ทรถแล้วขับออกไปทันที ตลอดเส้นทางที่คลาคล่ำไปรถส่วนตัวและรถสาธารณะทำให้จราจรติดขัดบ้างเป็นช่วง ๆ คนเมาเลยเกิดอาหารเวียนหัวยกใหญ่ก่อนจะพยายามพาตัวเองเข้าสู่ห้วงนิทราไปก่อนจะถึงบ้านตัวเอง โดยที่เธอยังคงก่นด่าตัวเองในใจว่าต่อไปจะไม่กินเยอะแบบนี้อีกเด็ดขาด เวลาผ่านไปเกือบ 20 นาทีคนขับรถแทนก็ขับเข้าไปจอดในชั้นจอดรถใต้คอนโดแล้วส่งเสียงปลุกคนที่กำลังหลับอยู่ให้รู้สึกตัว

“คุณครับ คุณ ถึงแล้วนะครับ” คนขับรถวัยยี่สิบกว่า ๆ ส่งเสียงปลุกอยู่นานจนกระทั่งเธอสลึมสะลือลุกขึ้นมาควักธนบัตรใบสีม่วงให้เพื่อเป็นทิป พอเสร็จก็จัดการล็อกรถแล้วตรงดิ่งไปที่ลิฟต์เพื่อขึ้นห้อง ลิฟต์หยุดลงที่ชั้น 9 ภาพวาดลากสังขารที่จะหลับไม่หลับแหล่ออกมาจากลิฟต์เปิดประตูเข้าไปในห้องตัวเอง

“เวียนหัวจังเลยเว้ย” พอเข้าห้องได้คนเมาก็โยนกระเป๋าและกุญแจห้องไปคนละทิศคนละทาง พร้อมกับพึมพำถึงอาการเวียนหัวคลื่นไส้ของตัวเอง ขณะที่กำลังจะเดินเข้าห้องน้ำก็บังเอิญเห็นลู่วิ่งไฟฟ้าของตัวเองอยู่ใกล้ ๆ กับประตูห้องน้ำ

“วันนี้แม่ยังไม่ได้ปลุกหนูเลยใช่ไหมลูก” คนเมาพูดกับลู่วิ่งไฟฟ้าก่อนจะขึ้นไปยื่นบนลู่แล้วกดเปิดเครื่องพร้อมกับออกแรงเดินเบา ๆ ไปบนลู่ด้วยส้นสูงสี่นิ้วที่สวมอยู่บนเท้า ภาพวาดเอื้อมมือไปเร่งสปีดลู่วิ่งจนตัวเองเริ่มหอบแฮ่ก ๆ พอตัวเองเริ่มวิ่งไม่ไหวเธอเลยเอื้อมมือไปปิดแต่โชคร้ายเธอกลับไปโดนสปีดทำให้ลู่วิ่งเร็วขึ้นจนเธอตามไม่ทันเพราะส้นสูงและความเมา

“โอ๊ย” ภาพวาดตะโกนออกมาพร้อม ๆ กับร่างเพรียวบางหงายหลังตกจากลู่วิ่งจนหัวไปกระแทกกับขอบโต๊ะที่วางโทรศัพท์บ้านอยู่ เสียงสุดท้ายของเธอดังขึ้นโดยที่ไม่มีใครรู้เห็นเลยสักคน ร่างเพรียวบางนอนแน่นิ่งไม่ไหวติงทำให้รู้ว่า ณ ตอนนี้เธอไม่หายใจอีกต่อไปแล้ว

“มึง นางเป็นอะไรหรือเปล่าวะ โทรตามรถพยาบาลดิ” หญิงสาวสองคนที่กำลังจะเดินผ่านห้องของหญิงสาวที่นอนแน่นิ่งอยู่ไป แต่บังเอิญได้ยินเสียงกรีดร้องก่อนจะหงายหลังลงพื้นของภาพวาด ทำให้ทั้งสองเดินย้อนกลับมาพร้อมผลักประตูที่แง้มไว้เข้าไปในห้อง ก่อนจะสะกิดกันด้วยความตกใจแล้วพากันร้องโวยวายเสียงดังจนกระทั่งมีคนมามุ่งเรื่อย ๆ

"เป็นอย่างไรบ้างเล่า ทีนี้จะเชื่อข้าได้หรือยังว่าเจ้านั่นตายแล้ว" เสียงเข้มดังมาจากปากผู้ชายในชุดสูทสีดำคลุมทับด้วยโค้ตยาวสีน้ำเงินเข้ม คนพูดยืนมองร่างไร้วิญญาณอยู่ตรงประตูทางเข้าที่ถูกเปิดออกกว้างเพื่อการตรวจสอบที่เกิดเหตุ

"โอ๊ย! ฉันอายุแค่นี้เองนะทำไมถึงตายเร็วขนาดนี้" วิญญาณของเจ้าของห้องพูดขึ้นขณะที่เธอทรุดตัวลงนั่งกอดเข่าอยู่บนพื้นห้อง และไม่มีใครมองเห็นเธอซึ่งกำลังนั่งมองร่างตัวเองที่หงายหลังฟาดกับตู้ปลาจนตาย

"เจ้าตายแล้วแต่เจ้ายังไม่ถึงฆาต"

"แล้วมันแปลว่าอะไรล่ะ ไม่ถึงฆาตแล้วตายได้ยังไงแบบนี้มันไม่ยุติธรรมนะคะ ว่าแต่คุณเป็นใคร" หญิงสาวที่กำลังนั่งจุมปุ๊กอยู่บนพื้นเอ่ยถามก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมองคนข้าง ๆ ด้วยแววตาจริงจัง เธอคงเพิ่งจะนึกขึ้นมาได้ว่าเธอกำลังคุยกับใครบางคนอยู่ในขณะที่ตัวเองเป็นแค่วิญญาณเท่านั้น

"ข้าคือหัวหน้ายมฑูต"

"หัวหน้ายมฑูตเนี่ยนะ แล้วทำไมไม่ใส่โจงแดงล่ะ ปกติในหนัง ยมฑูตไทยต้องโจงแดงหรือท่านเป็นยมฑูตสัญชาติเกาหลี" น้ำเสียงสงสัยเอ่ยขึ้นมาพร้อม ๆ กับที่เธอลุกยืนเต็มความสูงแต่ก็ยังสูงน้อยกว่าคนที่บอกว่าตนเองคือยมฑูตอยู่ดี

"ยมฑูตแบบนั้นก็มีแต่ในละครน้ำเน่าของพวกเจ้าเท่านั้นแหละ พวกข้าแต่งตัวตามยุคตามสมัยบางทีก็มีประชุมยมฑูตนานาชาติ หากใส่โจงแดงไม่น่าขำหรอกหรือ" คนที่บอกว่าเป็นยมฑูตบอกเธอด้วยสีหน้าและน้ำเสียงเรียบนิ่ง ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปจากห้อง

"แล้วที่นี้ทำยังไงล่ะไปนรกเหรอ ว่าแต่นรกนี่ร้อนไหม" วิญญาณเจ้าของห้องตะโกนถามยมฑูตที่เดินนำไปพร้อมก้าวเท้าวิ่งตามออกไป แต่วิ่งยังไงก็ยังไกลจากยมฑูตอยู่ดีจนเธอเองสงสัยว่ามันอาจมีทริคการเดินแบบวิญญาณแน่ ๆ

"ข้ามีทางเลือกให้เจ้าสองทาง เหตุเพราะส่วนหนึ่งคือความผิดพลาดของการจัดการบัญชีเป็นตายในยมโลก"

"ทางเลือกหมายถึงฉันไม่ต้องลงไปในนรกก็ได้ใช่ไหมคะ"

"ถูกต้อง" ยมฑูตในชุดสไตล์เกาหลีพูดขึ้นพร้อมหันกลับไปมองวิญญาณหญิงสาวที่เดินตามมาตาละห้อย หลังจากที่ยมฑูตพูดจบแววตาก็มีความหวังขึ้นมาทันที

"ถ้ายังงั้นมีเรื่องอะไรบ้างล่ะคะ"

"อย่างแรกเจ้าจะได้เกิดใหม่ในร่างคุณหนูสกุลใหญ่ในอดีตนางหนักหนึ่งร้อยกิโลเป็นบุตรสาวของพ่อค้าที่มีฐานะและมีสามีแล้ว" สีหน้าจริงจังน้ำเสียงเรียบดังออกมาจากปากยมฑูตที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเธอ

"อันนี้ดีนะ แต่ใช้คำว่าสกุลนี่ไม่ใช่ในไทยเหรอคะ"

"ไม่ นางคือเจ้าในอดีตเมื่อหลายร้อยปีมาแล้ว"

"แล้วทางเลือกที่สองล่ะคะ" หญิงสาวเอียงคอถามยมฑูตอย่างสงสัย เพราะทางเลือกแรกสำหรับเธอที่ไม่ชอบให้ตัวเองอวบอ้วนมันค่อนข้างเลือกยากสักหน่อย เธอจึงถามหาทางเลือกที่สองเพื่อประกอบการพิจารณา

"อยู่ในยุคนี้แต่เป็นร่างสุนัขของคนรวย" ร่างโปร่งแสงตอบหน้าตายก่อนจะยกยิ้มมุมปาก คล้ายกำลังเยาะเย้ยทางเลือกทั้งสองของเธอ

"ทำไมทางเลือกของฉันมันถึงโหดร้ายนักล่ะเนี่ย" ภาพวาดโวยวายอย่างหัวเสีย ผิดกับท่านยมฑูตที่ยกยิ้มอย่างพอใจ ราวกับการแกล้งใครสักคนเป็นเรื่องน่าสนุก

"กรรมของเจ้ายังไงล่ะ"

"กรรมอะไรของฉัน เกิดมาไม่เคยจะทำร้ายใครเลย เหล้ายังนาน ๆ กินที"

"กรรมที่เจ้าขายยาลดน้ำหนักทั้งที่เจ้าเองไม่เคยกินยานั่น แปลว่าเจ้าโกหกยังไงล่ะ" พอยมฑูตพูดจบร่างโปร่งแสงของหญิงสาวก็ทรุดลงกับพื้นโถงทางเดินในคอนโดของเธอ แล้วนั่งนึกถึงเรื่องเมื่อหลายปีก่อนที่เธอเข้าวงการลดน้ำหนักใหม่ ๆ แล้วอยากหารายได้เสริมจึงขายยาลดน้ำหนัก แต่พอขายไปก็รู้สึกละอายใจเลยเลิกขายแล้วผันตัวมาเป็นโค้ชลดน้ำหนักออนไลน์แทน

"คิดได้หรือยังว่าจะเลือกทางไหน หากนานเกินกว่าสองวันข้าจะปล่อยให้เจ้าเป็นวิญญาณเร่ร่อนไปอีก 40 ปีจนกว่าจะถึงเวลาตายจริง ๆ ของเจ้า"

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นคุณหนูร้อยโลที่สามีเมิน   ตัดสินใจ [END]

    29ตัดสินใจ“ข้าไม่ได้ขู่ท่าน ข้าเพียงเตือนท่านเท่านั้นว่าข้าจะไม่ยอมให้ผู้ใดมาทำให้นางลำบากใจอีก”“ท่านมาตั้งแต่เมื่อใด” เจียงถิงถิงลุกจากที่นั่งแล้วเงยหน้าถามชายหนุ่มที่เข้ามาใหม่ นางมาที่นี่กับผู่เย่ว์ซึ่งรออยู่ด้านนอกเหตุใดอันอี้เฉินจึงพรวดพราดเข้ามาเช่นนี้อันอี้เฉินรู้จากคนงานที่ร้านบะหมี่ว่าเจียงถิงถิงนัดพบกับหยุนฮ่าวหรานที่โรงน้ำชาจึงรีบตามมา เขาเกรงว่านางจะถูกหยุนฮ่าวหรานบีบบังคับให้กลับไปยังสกุลหยุน“ข้ารีบตามมาเกรงว่าเจ้าจะถูกญาติผู้พี่รังแก”“เหตุใดข้าต้องรังแกนาง”“คนอย่างหยุนฮ่าวหรานจะทำสิ่งใดข้าได้เล่า ท่านคิดมากไปแล้ว ไม่รู้จักข้าหรืออย่างไร” เจียงถิงถิงตอบคำถามของอันอี้เฉินด้วยรอยยิ้มขบขัน นึกเอ็นดูสิ่งที่เขาห่วงนางไม่รู้ว่าเขาห่วงหรือหึงหวงนางกันแน่ แต่ภายในกลับรู้สึกดีจนสิ่งที่อยู่ด้านในเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ ใบหน้าขาวเนียนเปล่งสีแดงระเรื่อลามไปทั่วพวงแก้ม

  • เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นคุณหนูร้อยโลที่สามีเมิน   หลักฐาน

    28หลักฐานผ่านพ้นวันเปิดร้านไปเพียงหนึ่งวันเจียงถิงถิงก็ให้คนนำเทียบเชิญไปส่งที่ตระกูลหยุน นัดหมายพูดคุยกับคนที่จ้างให้ผู้อื่นมาก่อกวนร้านนางเมื่อวาน พอเห็นใบหน้างดงามที่เฝ้านึกถึงมาตลอดแม้จะไม่สามารถมาพบได้หยุนฮ่าวหรานก็รีบลุกไปต้อนรับ“เจ้ามาแล้วหรือ มานั่งเถิด ข้าให้คนเตรียมชาเขียวไว้ให้ เจ้าอยากได้สิ่งใดเพิ่มหรือไม่”“ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อกินข้าวกับท่าน”“เช่นนั้นเจ้าส่งเทียบเชิญให้ข้าเพราะเหตุใด” หยุนฮ่าวหรานถามด้วยความสงสัยราวกับไม่รู้ว่านางส่งเทียบเชิญให้เขาเพราะสิ่งใด ใบหน้ายิ้มแย้มในคราแรกพลันหายไปเหลือเพียงใบหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก พอเห็นเทียบเชิญจากนางเขาก็รีบให้บ่าวคนสนิทไปตอบรับคำเชิญ แต่นางไม่ยอมไปที่ตระกูลจึงเปลี่ยนมาเจอกันในโรงน้ำชาใกล้ร้านบะหมี่แทน“ท่านไม่รู้หรือว่าข้ารู้เรื่องที่ท่านเป็นผู้จ้างคนมาป้ายสีร้านข้าใช่หรือไม่”

  • เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นคุณหนูร้อยโลที่สามีเมิน   ถิงถิง

    27ถิงถิง“ท่านบอกว่าเงินกินบะหมี่นี่เป็นเงินอีแปะสุดท้ายใช่หรือไม่” เมื่อนึกถึงตอนอยู่ในโรงน้ำชาได้นางจึงสอบถามเขาอีกครา นางจะเปิดโปงคนสารเลวผู้นั้นให้ได้ บังอาจมากที่มาทำเช่นนี้กับร้านของนาง“ใช่ทั้งเนื้อทั้งตัวข้ามีเงินเพียงหนึ่งอีแปะ หากไม่ใช่เพราะท่านคิดค่าบะหมี่เพียงครึ่งเดียวข้าจะมากินร้านท่านหรือ แต่หากรู้ว่าคิดราคาเพียงครึ่งแล้วสกปรกเช่นนี้ข้าก็คงไม่มาเช่นกัน”“เหลียวต่ง ไปค้นผ้าคาดท้องของบุรุษผู้นั้นทีมียี่สิบตำลึงอยู่หรือไม่” ราวกับล่วงรู้ว่าเจียงถิงถิงคิดจะทำสิ่งใดต่อไป อันอี้เฉินจึงหันไปสั่งบ่าวคนหนึ่งของตนซึ่งเป็นบุรุษเพียงสองคนในร้าน เหลียวต่งค้อมตัวรับคำผู้เป็นนายก่อนจะเดินเข้าไปหมายจะตรวจค้นร่างกายเขาตามที่ผู้เป๋นเจ้านายบอก ยังไม่ทันได้แตะตัวชายผู้นั้นก็ปัดป้องเป็นพัลวันราวกับกลัวว่าจะมีผู้ใดแตะต้องตนเอง ใบหน้าซีดเผือดหลบซ้ายหลบขวา เหลียวต่งไม่อยากใช้กำลังกับลูกค้าในร้า

  • เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นคุณหนูร้อยโลที่สามีเมิน   ก่อกวน

    26ก่อกวนเปิดร้านวันแรกผู้คนก็พากันมาลองลิ้มชิมรสจนร้านเต็มตั้งแต่เปิด เจียงถิงถิงนางแทบไม่ได้พักเหนื่อยเลย เถ้าแก่อีกคนของร้านจึงเดินไปยืนด้านหลังขณะที่นางกำลังตักน้ำแกงใส่บะหมี่ ผ้าเช็ดหน้าผืนบางสีขาวสะอาดถูกยื่นมาซับเหงื่อบนใบหน้างดงามเบามือ นางชะงักมือตกใจก่อนจะหันกลับไปมองผู้ที่เข้ามาด้านหลังโดยที่นางไม่รู้ตัว“ท่านเอง ข้านึกว่าผู้ใด มาไม่บอกไม่กล่าว ข้าตกใจหมด”“จะมีผู้ใดกล้าเข้าใกล้เจ้าเช่นนี้อีก”“ผู่เยว์อย่างไรเล่า”“ไม่เหนื่อยหรือ พักบ้างเถิดเจ้าทำบะหมี่มาครึ่งค่อนวันแล้ว” ซับเหงื่อไปก็บ่นไปทั้งที่ถูกตำหนิแท้ ๆ แต่เจียงถิงถิงกลับมีใบหน้าเปื้อนยิ้มนางมีความสุขเพราะตนเองได้ทำสิ่งที่อยากทำโดยไม่ต้องคิดถึงชื่อเสียงผู้ใด นางไม่คิดว่าจะมีร้านบะหมี่เล็ก ๆ จะมีลูกค้าจนไม่ได้พักเช่นนี้“เถ้าแก่ บะหมี่ได้หรือยัง”

  • เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นคุณหนูร้อยโลที่สามีเมิน   เปิดร้าน

    25เปิดร้านเพียงหกวันชั้นล่างโถงกลางของตึกไม้ด้านหน้าก็ถูกเจียงถิงถิงตกแต่งให้เป็นร้านบะหมี่ขนาดเล็ก มีโต๊ะให้นั่งกินบะหมี่สี่ตัว นางไม่ได้ต้องการมีร้านใหญ่โตจึงไม่ได้ใช้พื้นที่ในเรือนไม้ทั้งหมด นางใช้พื้นที่เพียงหนึ่งในห้าของเรือนเท่านั้น“ท่านว่าเท่านี้ พอหรือไม่” เจียงถิงถิงร้องถามชายหนุ่มที่ยืนอยู่มุมด้านในสุดของร้าน เขายืนมองนางวางถาดใส่กาชาบนโต๊ะทุกตัวจนเสร็จ พอเสร็จก็หันมาถามเขาหลายหน อันอี้เฉินมองนางอย่างขบขันเขาคิดว่านางคงกำลังคิดมากเรื่องเปิดร้านวันพรุ่งนี้จึงได้ย้ายกาชายกเก้าอี้ไปทางนั้นทีทางนี้ที“นี่เจ้าย้ายมันรอบที่สิบแล้ว”“ข้ากลัวว่ามันยังดีไม่พอ”“เจ้าไม่ได้เปิดภัตตาคารเสียหน่อย กังวลสิ่งใดกัน แค่บะหมี่อร่อยก็เพียงพอแล้วสำหรับร้านขายบะหมี่ และบะหมี่ของเจ้าอร่อยที่สุดเท่าที่ข้าเคยกินมา หากเปิดแล้วเกรงว่าร้านคงไม่พอให้ผู้คนนั่งแน

  • เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นคุณหนูร้อยโลที่สามีเมิน   ข้าก็เป็นครั้งแรกของเจ้า

    24ข้าก็เป็นครั้งแรกของเจ้ารถม้าสามคันที่อันอี้เฉินจ้างมาขนของมุ่งตรงไปยังตรอกการค้าที่ผู้คนพลุกพล่าน จากสกุลหยุนมาถึงตรอกการค้ากลางเมืองใช้เวลาครึ่งชั่วยาม รถม้าทั้งหมดหยุดลงที่หน้าเรือนไม้ ซึ่งบัดนี้กลายเป็นที่ทำงานสำหรับผู้คนยากไร้ไม่มีที่ไป สามด้านถูกปิดล้อมไว้หมดมีเพียงด้านหน้าที่เปิดให้เข้าออกได้ข้าวของต่าง ๆ รวมถึงสินเดิมของเจียงถิงถิงถูกยกเข้าผ่านทางเข้าเล็ก ๆ และผ่านตัวเรือนไม้หลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าเข้าไปถึงเรือนหลัง ที่มีเรือนไม้ขนาดไม่ใหญ่มากกลางเก่ากลางใหม่ตั้งอยู่ด้านหลังเรือนไม้ ตรงกลางเป็นที่ดินโล่ง ๆ เหมาะแก่การทำแปลงผักของนางยิ่งนัก“ทำไมที่นี่จึงเปลียนไปมากมายเช่นนี้ หนก่อนที่ข้ามาที่ดินโล่ง ๆ นั่นยังไม่มีแปลงผักเลย” เจียงถิงถิงเอ่ยถามชายหนุ่มข้างกายขณะที่ทั้งสองเดินผ่านเรือนชั้นนอกเข้ามาชั้นใน พร้อม ๆ กับที่คนงานรับจ้างขนของเข้าไปวางไว้หน้าเรือน“ไม่กี่วันก่อนข้าให้คน

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status