แชร์

ถังทองใบแรก

ผู้เขียน: มาดามพี
last update วันที่เผยแพร่: 2026-09-30 13:38:32

การหาแหล่งวัตถุดิบเป็นก้าวแรกที่สำคัญและท้าทายที่สุดสำหรับธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้น เสิ่นอวี้หนิงรู้ดีว่าการจะเดินเข้าไปขอซื้อเครื่องจักรที่ถูกปลดระวางจากโรงงานรัฐโดยตรงนั้นเป็นเรื่องยากสำหรับคนนอกอย่างเธอ แต่โชคดีที่หุ้นส่วนของเธอไม่ใช่คนนอก

โจวเหยียนเฉิงทำงานที่นี่มานาน เขารู้จักทุกซอกทุกมุมของโรงงาน รวมถึงจุดบอดที่ผู้บริหารมักจะมองข้าม

เช้าตรู่วันต่อมา ชายหนุ่มพาเธอไปที่ลานทิ้งเศษเหล็กด้านหลังโรงงานผลิตอะไหล่ ซึ่งถูกล้อมรอบด้วยรั้วตาข่ายเหล็กที่มีสนิมเกาะกรัง กองเศษเหล็กสูงเนินเทินทึกถูกทิ้งขว้างรอการนำไปหลอมใหม่ กลิ่นสนิมและกลิ่นความชื้นลอยปะปนอยู่ในอากาศยามเช้า

ลุงยามเฝ้าประตูลานเศษเหล็กเป็นชายชราที่ชอบดื่มเหล้าขาว โจวเหยียนเฉิงเพียงแค่ยื่นขวดเหล้าเหมาไถเกรดรองที่ซื้อมาจากร้านสหกรณ์ให้ ลุงยามก็โบกมือไล่ให้พวกเขาเข้าไปเลือกดูของข้างในได้อย่างอิสระ โดยมีข้อแม้ว่าตอนขาออกจะต้องชั่งน้ำหนักและจ่ายเงินตามราคาเศษเหล็กทั่วไป

"คุณแน่ใจนะว่าในกองขยะพวกนี้จะมีของที่เราต้องการ" เสิ่นอวี้หนิงเอ่ยถามขณะก้าวข้ามท่อนเหล็กผุพัง ระมัดระวังไม่ให้กางเกงตัวเก่งเปื้อนคราบน้ำมัน

"สำหรับคนอื่นมันคือขยะ แต่สำหรับช่างอย่างผม มันคือขุมทรัพย์" โจวเหยียนเฉิงตอบโดยไม่หันมามอง เขากำลังใช้ท่อน

ไม้เขี่ยดูกองชิ้นส่วนมอเตอร์และฟันเฟืองที่ถูกทิ้งระเกะระกะ "โรงงานนี้มีระบบเบิกจ่ายที่หละหลวมมาก พอเครื่องจักรมีปัญหาแค่นิดหน่อย แทนที่จะซ่อม พวกหัวหน้าช่างที่ขี้เกียจก็มักจะแทงเรื่องว่าชำรุดเพื่อเบิกงบซื้อเครื่องใหม่ ส่วนเครื่องเก่าก็ถูกโยนมาทิ้งที่นี่"

ชายหนุ่มหยุดชะงักหน้ากองเศษเหล็กกองหนึ่ง เขาก้มลงดึงวัตถุสี่เหลี่ยมเปื้อนโคลนและคราบน้ำมันดำปี๋ออกมา มันคือมอเตอร์ไฟฟ้าอุตสาหกรรมขนาดกลางที่ใช้สำหรับขับเคลื่อนสายพานในโรงงานทอผ้า สภาพภายนอกดูย่ำแย่ราวกับผ่านสงครามมา แต่แววตาของโจวเหยียนเฉิงกลับเป็นประกาย

เขาหยิบผ้าขี้ริ้วในกระเป๋ากางเกงออกมาเช็ดคราบดินที่เกาะอยู่ตรงแผงวงจร ก่อนจะใช้นิ้วเคาะเบาๆ ที่ตัวถัง

"แกนมอเตอร์ยังดีอยู่ ขดลวดทองแดงข้างในก็ยังไม่ไหม้ ปัญหาคงอยู่ที่ลูกปืนแตกกับระบบสายไฟลัดวงจรนิดหน่อย เปลี่ยนอะไหล่ไม่กี่ชิ้นก็กลับมาวิ่งฉิวแล้ว"

เสิ่นอวี้หนิงมองมอเตอร์ตัวนั้นด้วยสายตาประเมิน ในชีวิตก่อนเธอเคยคลุกคลีกับการทำบัญชีสั่งซื้อเครื่องจักรให้หลี่เจี้ยนกั๋ว เธอจำได้ว่ามอเตอร์อุตสาหกรรมรุ่นนี้หากเป็นของใหม่แกะกล่อง ราคาในตลาดจะสูงถึงสามร้อยหยวน ซึ่งถือเป็นเงินก้อนใหญ่มากในยุคที่ค่าแรงเฉลี่ยของคนงานอยู่ที่สามสิบหยวนต่อเดือน

"เราเอามันไปชั่งน้ำหนักกันเถอะ" หญิงสาวตัดสินใจอย่างรวดเร็ว

มอเตอร์ตัวนั้นมีน้ำหนักประมาณสิบห้ากิโลกรัม เมื่อคิดตามราคาเศษเหล็ก พวกเขาจ่ายเงินให้ลุงยามไปเพียงไม่ถึงห้าหยวน เสิ่นอวี้หนิงเป็นคนออกเงินทุนก้อนแรกนี้ไปก่อน โจวเหยียนเฉิงจัดการยกมอเตอร์ที่หนักอึ้งขึ้นใส่รถเข็นไม้ด้วยตัวคนเดียว กล้ามเนื้อแขนของเขาตึงแน่นจนเห็นเส้นเลือดปูดโปน

เมื่อกลับมาถึงโกดังหมายเลขเจ็ด การทำงานก็เริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจัง โจวเหยียนเฉิงถอดเสื้อตัวนอกออกเหลือเพียงเสื้อกล้ามสีขาว ร่างกายท่อนบนชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อขณะที่เขาใช้ประแจและไขควงถอดรื้อชิ้นส่วนมอเตอร์ออกมาทีละชิ้นอย่างชำนาญ ท่าทางของเขาเวลาอยู่กับเครื่องจักรนั้นดูจริงจังและมีเสน่ห์ดึงดูดอย่างประหลาด เขาไม่ใช่คนช่างพูด แต่การกระทำของเขากลับสะท้อนถึงความมุ่งมั่นและสมาธิอันแรงกล้า

เสิ่นอวี้หนิงไม่ได้ยืนดูเฉยๆ เธอช่วยเขานำชิ้นส่วนเล็กๆ อย่างนอตและเฟืองไปแช่ในกะละมังน้ำมันก๊าดเพื่อล้างคราบสกปรก มือที่เคยขาวสะอาดและได้รับการดูแลอย่างดีในชีวิตก่อน บัดนี้เปื้อนไปด้วยคราบน้ำมันและกลิ่นฉุนจัด แต่เธอกลับไม่ได้รู้สึกรังเกียจแม้แต่น้อย

"คุณไม่กลัวมือสวยๆ จะเสียหรือไง" โจวเหยียนเฉิงเอ่ยแซวขณะรับชิ้นส่วนที่ทำความสะอาดแล้วมาจากมือเธอ ปลายนิ้วของทั้งสองสัมผัสกันโดยไม่ได้ตั้งใจ ความหยาบกร้านจากมือของเขาทำให้หญิงสาวรู้สึกสะดุดในใจเล็กน้อย แต่เธอก็ชักมือกลับอย่างเป็นธรรมชาติ

"ถ้ากลัวมือเสีย ฉันคงไม่มานั่งล้างเศษเหล็กอยู่ตรงนี้หรอก" เธอย้อนกลับเสียงเรียบ "ว่าแต่คุณเถอะ จะซ่อมเสร็จทันพรุ่งนี้เช้าไหม ฉันมีเป้าหมายลูกค้าอยู่ในใจแล้ว"

ชายหนุ่มเลิกคิ้ว "คุณไปหาลูกค้ามาตั้งแต่ตอนไหน"

"เมื่อวานตอนเย็น" เสิ่นอวี้หนิงตอบพร้อมกับใช้ผ้าเช็ดมือ "โรงงานทอผ้าของเถ้าแก่หวังที่อยู่ท้ายตลาด เขากำลังได้ออเดอร์ใหญ่จากทางใต้ แต่เครื่องจักรเก่าในโรงงานดันมาเสียกะทันหัน เขาไม่มีงบพอจะซื้อเครื่องใหม่และกำลังร้อนใจมาก หากเราเอามอเตอร์ตัวนี้ไปเสนอขายในราคาที่ถูกกว่าของใหม่ครึ่งหนึ่ง เขาต้องรีบตะครุบแน่นอน"

โจวเหยียนเฉิงมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ผู้หญิงคนนี้มีความสามารถในการหาข่าวและวิเคราะห์สถานการณ์ที่ยอดเยี่ยม เธอรู้ความเคลื่อนไหวของตลาดและรู้จุดอ่อนของลูกค้าอย่างทะลุปรุโปร่ง

"พรุ่งนี้เช้าเก้าโมงตรง มอเตอร์ตัวนี้จะพร้อมใช้งาน" เขาให้คำมั่นพร้อมกับหันกลับไปประกอบชิ้นส่วนด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้น

และเขาก็ทำตามคำพูดได้จริงๆ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เกิดใหม่ปี 83 คราวนี้ฉันจะเป็นเถ้าแก่เนี้ย   เส้นทางที่ไม่อนุญาตให้เลือก

    แสงสีส้มอมแดงของดวงอาทิตย์ยามอัสดงสาดส่องทาบทับลงบนหลังคากระเบื้องเก่าๆ ของชุมชนคนงาน เสิ่นอวี้หนิงเข็นจักรยานคู่ใจกลับมาถึงหน้าบ้านด้วยความรู้สึกที่เบาสบายอย่างประหลาด แม้ในกระเป๋าเสื้อจะเหลือเงินเพียงไม่กี่เฟินหลังจากนำไปคืนครอบครัวหลี่จนหมดสิ้น ทว่าความรู้สึกของการได้เป็นอิสระและได้กุมชะตาชีวิตของตนเองเอาไว้นั้น มีค่ามากกว่าเงินทองกองเท่าภูเขาแต่ความโล่งใจนั้นอยู่ได้เพียงไม่นาน เมื่อเธอผลักบานประตูไม้ที่ดังเอี๊ยดอ๊าดเข้าไปในตัวบ้าน บรรยากาศภายในกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด กลิ่นยาต้มสมุนไพรจีนคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอับชื้น มารดาของเธอนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเก่ามุมห้อง ใบหน้าซูบซีดเต็มไปด้วยคราบน้ำตา สองมือที่หยาบกร้านสั่นเทาขณะกำผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กเอาไว้แน่นเสิ่นอวี้หนิงขมวดคิ้ว ก่อนจะหันไปมองต้นเหตุของความโศกเศร้า เสิ่นอวี้เฉียง น้องชายวัยสิบเจ็ดปีในชุดเสื้อยืดสีซีดและกางเกงขาสั้น กำลังก้มหน้าก้มตายัดเสื้อผ้าเก่าๆ ลงในกระเป๋าผ้าใบเขียวทหารที่เริ่มเปื่อยลุ่ย ท่าทางของเขาดื้อรั้นและไม่ยอมสบตาผู้เป็นพี่สาว"นายกำลังทำอะไร อวี้เฉียง" เสิ่นอวี้หนิงเอ่ยถามเสียงเข้ม ก้าวเข้าไปหยุดยืนอยู่กลา

  • เกิดใหม่ปี 83 คราวนี้ฉันจะเป็นเถ้าแก่เนี้ย    งานแต่งที่ไม่เกิดขึ้น

    เช้าวันรุ่งขึ้น ท้องฟ้าเหนือเมืองอุตสาหกรรมถูกปกคลุมด้วยเมฆบางเบา อากาศในฤดูใบไม้ร่วงเริ่มเย็นลงจนต้องหยิบเสื้อแขนยาวมาสวมใส่ เสิ่นอวี้หนิงแต่งกายด้วยเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนและกางเกงผ้าเนื้อหนา ผมยาวถูกถักเป็นเปียเดี่ยวพาดไว้ที่บ่าอย่างเรียบร้อย หญิงสาวยืนมองเงาของตนเองในกระจกบานเล็ก นัยน์ตากลมโตที่เคยว้าวุ่นและเต็มไปด้วยความหวาดกลัวต่ออนาคต บัดนี้กลับนิ่งสงบและเด็ดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในกระเป๋ากางเกงของเธอมีธนบัตรปึกหนึ่งซุกซ่อนอยู่ มันคือเงินเจ็ดสิบห้าหยวนที่ได้จากการขายมอเตอร์เมื่อวาน ผสมกับเงินเก็บก้นหีบอีกเล็กน้อยของมารดา รวมเป็นจำนวนเงินที่พอดีกับค่ามัดจำสินสอดที่ครอบครัวหลี่เคยมอบให้หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ความรู้สึกหนักอึ้งที่เคยกดทับบ่ามาตลอดหลายวันมลายหายไปจนสิ้น วันนี้จะเป็นวันที่เธอตัดขาดจากฝันร้ายในอดีตชาติอย่างเป็นทางการบ้านของครอบครัวหลี่ตั้งอยู่ในเขตที่พักอาศัยระดับหัวหน้างานของโรงงานรัฐ เป็นบ้านปูนสองชั้นที่มีรั้วรอบขอบชิด บริเวณหน้าบ้านมีลานกว้างสำหรับปลูกต้นไม้และตั้งโต๊ะหินอ่อน บ่งบอกถึงฐานะความเป็นอยู่ที่เหนือกว่าครอบครัวคนงานทั่วไปอย่างชัดเจนเมื่อเสิ่นอ

  • เกิดใหม่ปี 83 คราวนี้ฉันจะเป็นเถ้าแก่เนี้ย   อิสรภาพ

    เช้าวันรุ่งขึ้น เสียงครางกระหึ่มของมอเตอร์ที่เดินเครื่องอย่างสมบูรณ์แบบดังขึ้นกลางโกดังหมายเลขเจ็ด โจวเหยียนเฉิงปาดเหงื่อบนหน้าผาก ใบหน้าคมคายเปื้อนคราบน้ำมันมีรอยยิ้มพึงพอใจประดับอยู่ เสิ่นอวี้หนิงมองเครื่องจักรที่ถูกชุบชีวิตขึ้นมาใหม่ด้วยดวงตาเป็นประกาย นี่คือสินค้าชิ้นแรกของพวกเขาหญิงสาวจัดการว่าจ้างรถลากให้ขนมอเตอร์ไปยังโรงงานทอผ้าของเถ้าแก่หวังทันที โจวเหยียนเฉิงตามไปด้วยในฐานะช่างเทคนิคเพื่อรับประกันการใช้งานเมื่อไปถึง เถ้าแก่หวังกำลังยืนหน้าดำคร่ำเครียดอยู่หน้าสายพานการผลิตที่หยุดชะงัก เสิ่นอวี้หนิงเดินเข้าไปเจรจาด้วยท่าทีนอบน้อมแต่มั่นใจ เธอไม่ได้ใช้วิธีอ้อนวอนขอให้เขาซื้อ แต่เธอเสนอทางแก้ปัญหาที่เขาปฏิเสธไม่ได้"เถ้าแก่หวังคะ ฉันรู้ว่าคุณกำลังต้องการเครื่องจักรด่วนเพื่อเร่งผลิตสินค้าให้ทันส่ง มอเตอร์ตัวนี้เพิ่งผ่านการโอเวอร์ฮอลมาใหม่อะไหล่ภายในถูกเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด รับรองว่าใช้งานได้ทนทานไม่แพ้ของใหม่แกะกล่อง ฉันให้คุณช่างติดตั้งและให้ลองเดินเครื่องดูก่อนได้เลย ถ้ามันไม่สามารถขับเคลื่อนสายพานของคุณได้ ฉันจะไม่คิดเงินแม้แต่เฟินเดียว"ข้อเสนอที่ตรงไปตรงมาและแฟร์ต่อผู้ซื้อทำใ

  • เกิดใหม่ปี 83 คราวนี้ฉันจะเป็นเถ้าแก่เนี้ย    ถังทองใบแรก

    การหาแหล่งวัตถุดิบเป็นก้าวแรกที่สำคัญและท้าทายที่สุดสำหรับธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้น เสิ่นอวี้หนิงรู้ดีว่าการจะเดินเข้าไปขอซื้อเครื่องจักรที่ถูกปลดระวางจากโรงงานรัฐโดยตรงนั้นเป็นเรื่องยากสำหรับคนนอกอย่างเธอ แต่โชคดีที่หุ้นส่วนของเธอไม่ใช่คนนอกโจวเหยียนเฉิงทำงานที่นี่มานาน เขารู้จักทุกซอกทุกมุมของโรงงาน รวมถึงจุดบอดที่ผู้บริหารมักจะมองข้ามเช้าตรู่วันต่อมา ชายหนุ่มพาเธอไปที่ลานทิ้งเศษเหล็กด้านหลังโรงงานผลิตอะไหล่ ซึ่งถูกล้อมรอบด้วยรั้วตาข่ายเหล็กที่มีสนิมเกาะกรัง กองเศษเหล็กสูงเนินเทินทึกถูกทิ้งขว้างรอการนำไปหลอมใหม่ กลิ่นสนิมและกลิ่นความชื้นลอยปะปนอยู่ในอากาศยามเช้าลุงยามเฝ้าประตูลานเศษเหล็กเป็นชายชราที่ชอบดื่มเหล้าขาว โจวเหยียนเฉิงเพียงแค่ยื่นขวดเหล้าเหมาไถเกรดรองที่ซื้อมาจากร้านสหกรณ์ให้ ลุงยามก็โบกมือไล่ให้พวกเขาเข้าไปเลือกดูของข้างในได้อย่างอิสระ โดยมีข้อแม้ว่าตอนขาออกจะต้องชั่งน้ำหนักและจ่ายเงินตามราคาเศษเหล็กทั่วไป"คุณแน่ใจนะว่าในกองขยะพวกนี้จะมีของที่เราต้องการ" เสิ่นอวี้หนิงเอ่ยถามขณะก้าวข้ามท่อนเหล็กผุพัง ระมัดระวังไม่ให้กางเกงตัวเก่งเปื้อนคราบน้ำมัน"สำหรับคนอื่นมันคือขยะ แต่

  • เกิดใหม่ปี 83 คราวนี้ฉันจะเป็นเถ้าแก่เนี้ย   การจับมือกันครั้งแรก

    "ฉันรู้ว่าคุณซ่อมมันได้" หญิงสาวชี้ไปยังมอเตอร์ตัวหนึ่งที่มุมโต๊ะ ซึ่งดูเหมือนจะถูกซ่อมแซมจนเสร็จสมบูรณ์แล้ว"เครื่องพวกนั้นไม่ได้พังจนกู่ไม่กลับ บางเครื่องแค่อะไหล่บางชิ้นสึกหรอ หรือบางเครื่องก็ถูกจงใจแจ้งว่าเสียเพื่อเหตุผลบางอย่าง"เธอจงใจละเว้นคำว่าทุจริตเอาไว้ แต่รู้ดีว่าคนฉลาดอย่างเขาต้องเข้าใจความหมายแฝงนั้น"ข้อเสนอของฉันคือ เราจะไปรับซื้อเครื่องจักรเก่าพวกนั้นมาในราคาเศษเหล็ก คุณมีหน้าที่ซ่อมแซมและประกอบมันขึ้นมาใหม่ ส่วนฉันจะรับหน้าที่หาลูกค้าและเจรจาขายเครื่องจักรพวกนี้ให้กับโรงงานขนาดเล็กในแถบชานเมืองหรือต่างอำเภอ กำไรที่ได้ เราแบ่งกันคนละครึ่ง"โกดังหมายเลขเจ็ดตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงสายลมที่พัดลอดผ่านรอยแตกของผนัง โจวเหยียนเฉิงจ้องมองใบหน้าหวานละมุนที่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยวของหญิงสาวตรงหน้า เขาพยายามค้นหาความล้อเล่นในดวงตาคู่นั้น แต่ก็พบเพียงความจริงจังที่น่าประหลาดใจ"คุณบ้าไปแล้วหรือเปล่า" ชายหนุ่มแค่นหัวเราะ "คุณคิดว่าโรงงานพวกนั้นจะยอมขายของให้ชาวบ้านธรรมดาๆ อย่างเราง่ายๆ หรือไง แล้วโรงงานเล็กๆ ที่คุณว่า มันมีเงินมากพอที่จะมาซื้อเครื่องจักรจากเราหรือ""โรงงา

  • เกิดใหม่ปี 83 คราวนี้ฉันจะเป็นเถ้าแก่เนี้ย   หุ้นส่วนทางธุรกิจ

    เพียงแค่เธอเปลี่ยนการตัดสินใจเล็กน้อย อนาคตที่เธอเคยรู้จักก็อาจจะคลาดเคลื่อนไปทั้งหมด เธอไม่อาจชะล่าใจพึ่งพาเพียงความทรงจำในอดีตได้อีกต่อไป หากเธอต้องการจะรอดพ้นจากเงื้อมมือของครอบครัวหลี่และสร้างชีวิตใหม่ที่มั่นคง เธอต้องใช้สมอง สติปัญญา และทักษะที่หล่อหลอมมาจากประสบการณ์ทั้งชีวิตเพื่อรับมือกับสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ เป้าหมายแรกตอนนี้คือการหาเงิน เธอไม่สามารถนั่งรอเวลาให้รัฐบาลมาเวนคืนที่ดินในปี 1987 ได้ ครอบครัวของเธอยังต้องกินต้องใช้ มารดาที่ร่างกายอ่อนแอต้องการยาบำรุง เสิ่นอวี้เฉียงน้องชายจอมซนก็ต้องการทุนรอนสำหรับการเรียนต่อ หญิงสาวนึกถึงมอเตอร์เก่าที่โจวเหยียนเฉิงซ่อมแซมจนกลับมาใช้งานได้ เครื่องจักรที่ถูกคัดทิ้งเหล่านั้นคือขุมทรัพย์ที่คนอื่นมองไม่เห็น หากเธอสามารถโน้มน้าวให้เขาร่วมมือด้วยการซ่อมเครื่องจักรเพื่อนำไปขายต่อให้กับโรงงานขนาดเล็กในชนบท พวกเขาจะสามารถทำกำไรได้มหาศาล เขาเป็นช่างฝีมือ ส่วนเธอเป็นนักเจรจา นี่คือการจับคู่ทางธุรกิจที่สมบูรณ์แบบ แม้ว่าผู้ชายคนนั้นจะดูดุดัน ปากคอเราะร้าย และมีชะตากรรมที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status