Share

การจับมือกันครั้งแรก

last update publish date: 2026-09-30 13:35:34

"ฉันรู้ว่าคุณซ่อมมันได้" หญิงสาวชี้ไปยังมอเตอร์ตัวหนึ่งที่มุมโต๊ะ ซึ่งดูเหมือนจะถูกซ่อมแซมจนเสร็จสมบูรณ์แล้ว

"เครื่องพวกนั้นไม่ได้พังจนกู่ไม่กลับ บางเครื่องแค่อะไหล่บางชิ้นสึกหรอ หรือบางเครื่องก็ถูกจงใจแจ้งว่าเสียเพื่อเหตุผลบางอย่าง"

เธอจงใจละเว้นคำว่าทุจริตเอาไว้ แต่รู้ดีว่าคนฉลาดอย่างเขาต้องเข้าใจความหมายแฝงนั้น

"ข้อเสนอของฉันคือ เราจะไปรับซื้อเครื่องจักรเก่าพวกนั้นมาในราคาเศษเหล็ก คุณมีหน้าที่ซ่อมแซมและประกอบมันขึ้นมาใหม่ ส่วนฉันจะรับหน้าที่หาลูกค้าและเจรจาขายเครื่องจักรพวกนี้ให้กับโรงงานขนาดเล็กในแถบชานเมืองหรือต่างอำเภอ กำไรที่ได้ เราแบ่งกันคนละครึ่ง"

โกดังหมายเลขเจ็ดตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงสายลมที่พัดลอดผ่านรอยแตกของผนัง โจวเหยียนเฉิงจ้องมองใบหน้าหวานละมุนที่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยวของหญิงสาวตรงหน้า เขาพยายามค้นหาความล้อเล่นในดวงตาคู่นั้น แต่ก็พบเพียงความจริงจังที่น่าประหลาดใจ

"คุณบ้าไปแล้วหรือเปล่า" ชายหนุ่มแค่นหัวเราะ "คุณคิดว่าโรงงานพวกนั้นจะยอมขายของให้ชาวบ้านธรรมดาๆ อย่างเราง่ายๆ หรือไง แล้วโรงงานเล็กๆ ที่คุณว่า มันมีเงินมากพอที่จะมาซื้อเครื่องจักรจากเราหรือ"

"โรงงานรัฐอาจจะไม่ขายให้ชาวบ้านทั่วไป แต่ถ้าเป็นของที่ถูกแทงจำหน่ายทิ้งไปแล้ว คนของโรงงานที่รับผิดชอบเรื่องนี้ย่อมอยากรีบปล่อยของออกไปเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินสดเข้ากระเป๋า

ตัวเองให้เร็วที่สุด ขอแค่เรามีเส้นสายเล็กๆ น้อยๆ และรู้ช่องทาง เราก็ซื้อมาได้" เสิ่นอวี้หนิงอธิบายอย่างใจเย็น

"ส่วนเรื่องลูกค้า คุณคงยังไม่รู้ว่าตอนนี้เมืองทางใต้เริ่มมีการตั้งโรงงานแปรรูปขนาดเล็กกันเยอะมาก พวกเขาต้องการเครื่องจักรเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต แต่ไม่มีทุนพอจะซื้อเครื่องจักรใหม่แกะกล่องจากต่างประเทศ เครื่องจักรมือสองสภาพดีที่ใช้งานได้จริงในราคาที่จับต้องได้ คือสิ่งที่พวกเขากำลังตามหาแทบพลิกแผ่นดิน"

โจวเหยียนเฉิงนิ่งอึ้งไป เขาเป็นวิศวกรที่สนใจแต่เรื่องเครื่องจักร ไม่ค่อยได้ติดตามความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจภายนอกมากนัก แต่สิ่งที่ผู้หญิงคนนี้พูดมากลับมีเหตุผลและมีความเป็นไปได้สูงมาก

เขาประเมินเด็กสาวตรงหน้าใหม่ตั้งแต่หัวจรดเท้า ผู้หญิงที่ดูอ่อนต่อโลกคนนี้ไปเอาความมั่นใจและข้อมูลพวกนี้มาจากไหน ทำไมเธอถึงมองเห็นช่องทางทำเงินที่แม้แต่คนในวงการอุตสาหกรรมหลายคนยังมองข้าม

"คุณรู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง" เขาถามด้วยน้ำเสียงเคลือบแคลง

"ฉันมีวิธีของฉันก็แล้วกัน" เสิ่นอวี้หนิงตอบเลี่ยงๆ เธอไม่สามารถบอกความจริงเรื่องอดีตชาติได้ "คำถามคือ คุณกล้าพอที่จะเสี่ยงกับฉันหรือเปล่า คุณอยากจะทนเป็นช่างซ่อมที่ถูกผู้บริหารโรงงานกดหัวอยู่แบบนี้ไปตลอด หรืออยากจะสร้างธุรกิจและพิสูจน์ให้พวกนั้นเห็นว่าคุณมีค่ามากกว่าที่พวกเขากดทับไว้"

คำพูดของเธอแทงใจดำเขาอย่างจัง ความคับแค้นใจที่ถูกลดตำแหน่งและความไม่เป็นธรรมที่ได้รับจากโรงงานยังคงเป็นรอยแผลในใจของชายหนุ่ม

เขาหลุบตาลงมองมือที่เปื้อนคราบน้ำมันของตนเอง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับหญิงสาว

"ถ้าคุณหาเครื่องจักรเก่ามาได้ ผมก็ซ่อมได้" โจวเหยียนเฉิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "แต่ผมขอเตือนไว้ก่อนนะ ถ้าคุณหาลูกค้ามาซื้อไม่ได้ เครื่องจักรพวกนั้นจะกลายเป็นแค่เศษเหล็กกองโตที่สูบเงินทุนของเราไปจนหมดตัว"

"ไม่ต้องห่วง" เสิ่นอวี้หนิงแย้มยิ้ม รอยยิ้มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจของผู้ที่เคยผ่านความล้มเหลวและจุดสูงสุดของชีวิตมาแล้ว "ฉันไม่เคยลงทุนในสิ่งที่ไม่มีผลกำไร"

"ดี" ชายหนุ่มพยักหน้า ยื่นมือขวาที่เพิ่งเช็ดคราบเขม่าออกลวกๆ ไปตรงหน้าเธอ "ถือว่าข้อตกลงเบื้องต้นสำเร็จ หุ้นส่วน"

เสิ่นอวี้หนิงยื่นมือไปจับมือที่หยาบกร้านของเขา ไออุ่นจากฝ่ามือหนาแผ่ซ่านมาถึงมือของเธอ เป็นสัมผัสที่หนักแน่นและให้ความรู้สึกมั่นคงอย่างประหลาด

การจับมือครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเริ่มต้นธุรกิจ แต่มันคือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของพวกเขาทั้งสองคนอย่างแท้จริง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่ปี 83 คราวนี้ฉันจะเป็นเถ้าแก่เนี้ย   เส้นทางที่ไม่อนุญาตให้เลือก

    แสงสีส้มอมแดงของดวงอาทิตย์ยามอัสดงสาดส่องทาบทับลงบนหลังคากระเบื้องเก่าๆ ของชุมชนคนงาน เสิ่นอวี้หนิงเข็นจักรยานคู่ใจกลับมาถึงหน้าบ้านด้วยความรู้สึกที่เบาสบายอย่างประหลาด แม้ในกระเป๋าเสื้อจะเหลือเงินเพียงไม่กี่เฟินหลังจากนำไปคืนครอบครัวหลี่จนหมดสิ้น ทว่าความรู้สึกของการได้เป็นอิสระและได้กุมชะตาชีวิตของตนเองเอาไว้นั้น มีค่ามากกว่าเงินทองกองเท่าภูเขาแต่ความโล่งใจนั้นอยู่ได้เพียงไม่นาน เมื่อเธอผลักบานประตูไม้ที่ดังเอี๊ยดอ๊าดเข้าไปในตัวบ้าน บรรยากาศภายในกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด กลิ่นยาต้มสมุนไพรจีนคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอับชื้น มารดาของเธอนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเก่ามุมห้อง ใบหน้าซูบซีดเต็มไปด้วยคราบน้ำตา สองมือที่หยาบกร้านสั่นเทาขณะกำผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กเอาไว้แน่นเสิ่นอวี้หนิงขมวดคิ้ว ก่อนจะหันไปมองต้นเหตุของความโศกเศร้า เสิ่นอวี้เฉียง น้องชายวัยสิบเจ็ดปีในชุดเสื้อยืดสีซีดและกางเกงขาสั้น กำลังก้มหน้าก้มตายัดเสื้อผ้าเก่าๆ ลงในกระเป๋าผ้าใบเขียวทหารที่เริ่มเปื่อยลุ่ย ท่าทางของเขาดื้อรั้นและไม่ยอมสบตาผู้เป็นพี่สาว"นายกำลังทำอะไร อวี้เฉียง" เสิ่นอวี้หนิงเอ่ยถามเสียงเข้ม ก้าวเข้าไปหยุดยืนอยู่กลา

  • เกิดใหม่ปี 83 คราวนี้ฉันจะเป็นเถ้าแก่เนี้ย    งานแต่งที่ไม่เกิดขึ้น

    เช้าวันรุ่งขึ้น ท้องฟ้าเหนือเมืองอุตสาหกรรมถูกปกคลุมด้วยเมฆบางเบา อากาศในฤดูใบไม้ร่วงเริ่มเย็นลงจนต้องหยิบเสื้อแขนยาวมาสวมใส่ เสิ่นอวี้หนิงแต่งกายด้วยเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนและกางเกงผ้าเนื้อหนา ผมยาวถูกถักเป็นเปียเดี่ยวพาดไว้ที่บ่าอย่างเรียบร้อย หญิงสาวยืนมองเงาของตนเองในกระจกบานเล็ก นัยน์ตากลมโตที่เคยว้าวุ่นและเต็มไปด้วยความหวาดกลัวต่ออนาคต บัดนี้กลับนิ่งสงบและเด็ดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในกระเป๋ากางเกงของเธอมีธนบัตรปึกหนึ่งซุกซ่อนอยู่ มันคือเงินเจ็ดสิบห้าหยวนที่ได้จากการขายมอเตอร์เมื่อวาน ผสมกับเงินเก็บก้นหีบอีกเล็กน้อยของมารดา รวมเป็นจำนวนเงินที่พอดีกับค่ามัดจำสินสอดที่ครอบครัวหลี่เคยมอบให้หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ความรู้สึกหนักอึ้งที่เคยกดทับบ่ามาตลอดหลายวันมลายหายไปจนสิ้น วันนี้จะเป็นวันที่เธอตัดขาดจากฝันร้ายในอดีตชาติอย่างเป็นทางการบ้านของครอบครัวหลี่ตั้งอยู่ในเขตที่พักอาศัยระดับหัวหน้างานของโรงงานรัฐ เป็นบ้านปูนสองชั้นที่มีรั้วรอบขอบชิด บริเวณหน้าบ้านมีลานกว้างสำหรับปลูกต้นไม้และตั้งโต๊ะหินอ่อน บ่งบอกถึงฐานะความเป็นอยู่ที่เหนือกว่าครอบครัวคนงานทั่วไปอย่างชัดเจนเมื่อเสิ่นอ

  • เกิดใหม่ปี 83 คราวนี้ฉันจะเป็นเถ้าแก่เนี้ย   อิสรภาพ

    เช้าวันรุ่งขึ้น เสียงครางกระหึ่มของมอเตอร์ที่เดินเครื่องอย่างสมบูรณ์แบบดังขึ้นกลางโกดังหมายเลขเจ็ด โจวเหยียนเฉิงปาดเหงื่อบนหน้าผาก ใบหน้าคมคายเปื้อนคราบน้ำมันมีรอยยิ้มพึงพอใจประดับอยู่ เสิ่นอวี้หนิงมองเครื่องจักรที่ถูกชุบชีวิตขึ้นมาใหม่ด้วยดวงตาเป็นประกาย นี่คือสินค้าชิ้นแรกของพวกเขาหญิงสาวจัดการว่าจ้างรถลากให้ขนมอเตอร์ไปยังโรงงานทอผ้าของเถ้าแก่หวังทันที โจวเหยียนเฉิงตามไปด้วยในฐานะช่างเทคนิคเพื่อรับประกันการใช้งานเมื่อไปถึง เถ้าแก่หวังกำลังยืนหน้าดำคร่ำเครียดอยู่หน้าสายพานการผลิตที่หยุดชะงัก เสิ่นอวี้หนิงเดินเข้าไปเจรจาด้วยท่าทีนอบน้อมแต่มั่นใจ เธอไม่ได้ใช้วิธีอ้อนวอนขอให้เขาซื้อ แต่เธอเสนอทางแก้ปัญหาที่เขาปฏิเสธไม่ได้"เถ้าแก่หวังคะ ฉันรู้ว่าคุณกำลังต้องการเครื่องจักรด่วนเพื่อเร่งผลิตสินค้าให้ทันส่ง มอเตอร์ตัวนี้เพิ่งผ่านการโอเวอร์ฮอลมาใหม่อะไหล่ภายในถูกเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด รับรองว่าใช้งานได้ทนทานไม่แพ้ของใหม่แกะกล่อง ฉันให้คุณช่างติดตั้งและให้ลองเดินเครื่องดูก่อนได้เลย ถ้ามันไม่สามารถขับเคลื่อนสายพานของคุณได้ ฉันจะไม่คิดเงินแม้แต่เฟินเดียว"ข้อเสนอที่ตรงไปตรงมาและแฟร์ต่อผู้ซื้อทำใ

  • เกิดใหม่ปี 83 คราวนี้ฉันจะเป็นเถ้าแก่เนี้ย    ถังทองใบแรก

    การหาแหล่งวัตถุดิบเป็นก้าวแรกที่สำคัญและท้าทายที่สุดสำหรับธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้น เสิ่นอวี้หนิงรู้ดีว่าการจะเดินเข้าไปขอซื้อเครื่องจักรที่ถูกปลดระวางจากโรงงานรัฐโดยตรงนั้นเป็นเรื่องยากสำหรับคนนอกอย่างเธอ แต่โชคดีที่หุ้นส่วนของเธอไม่ใช่คนนอกโจวเหยียนเฉิงทำงานที่นี่มานาน เขารู้จักทุกซอกทุกมุมของโรงงาน รวมถึงจุดบอดที่ผู้บริหารมักจะมองข้ามเช้าตรู่วันต่อมา ชายหนุ่มพาเธอไปที่ลานทิ้งเศษเหล็กด้านหลังโรงงานผลิตอะไหล่ ซึ่งถูกล้อมรอบด้วยรั้วตาข่ายเหล็กที่มีสนิมเกาะกรัง กองเศษเหล็กสูงเนินเทินทึกถูกทิ้งขว้างรอการนำไปหลอมใหม่ กลิ่นสนิมและกลิ่นความชื้นลอยปะปนอยู่ในอากาศยามเช้าลุงยามเฝ้าประตูลานเศษเหล็กเป็นชายชราที่ชอบดื่มเหล้าขาว โจวเหยียนเฉิงเพียงแค่ยื่นขวดเหล้าเหมาไถเกรดรองที่ซื้อมาจากร้านสหกรณ์ให้ ลุงยามก็โบกมือไล่ให้พวกเขาเข้าไปเลือกดูของข้างในได้อย่างอิสระ โดยมีข้อแม้ว่าตอนขาออกจะต้องชั่งน้ำหนักและจ่ายเงินตามราคาเศษเหล็กทั่วไป"คุณแน่ใจนะว่าในกองขยะพวกนี้จะมีของที่เราต้องการ" เสิ่นอวี้หนิงเอ่ยถามขณะก้าวข้ามท่อนเหล็กผุพัง ระมัดระวังไม่ให้กางเกงตัวเก่งเปื้อนคราบน้ำมัน"สำหรับคนอื่นมันคือขยะ แต่

  • เกิดใหม่ปี 83 คราวนี้ฉันจะเป็นเถ้าแก่เนี้ย   การจับมือกันครั้งแรก

    "ฉันรู้ว่าคุณซ่อมมันได้" หญิงสาวชี้ไปยังมอเตอร์ตัวหนึ่งที่มุมโต๊ะ ซึ่งดูเหมือนจะถูกซ่อมแซมจนเสร็จสมบูรณ์แล้ว"เครื่องพวกนั้นไม่ได้พังจนกู่ไม่กลับ บางเครื่องแค่อะไหล่บางชิ้นสึกหรอ หรือบางเครื่องก็ถูกจงใจแจ้งว่าเสียเพื่อเหตุผลบางอย่าง"เธอจงใจละเว้นคำว่าทุจริตเอาไว้ แต่รู้ดีว่าคนฉลาดอย่างเขาต้องเข้าใจความหมายแฝงนั้น"ข้อเสนอของฉันคือ เราจะไปรับซื้อเครื่องจักรเก่าพวกนั้นมาในราคาเศษเหล็ก คุณมีหน้าที่ซ่อมแซมและประกอบมันขึ้นมาใหม่ ส่วนฉันจะรับหน้าที่หาลูกค้าและเจรจาขายเครื่องจักรพวกนี้ให้กับโรงงานขนาดเล็กในแถบชานเมืองหรือต่างอำเภอ กำไรที่ได้ เราแบ่งกันคนละครึ่ง"โกดังหมายเลขเจ็ดตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงสายลมที่พัดลอดผ่านรอยแตกของผนัง โจวเหยียนเฉิงจ้องมองใบหน้าหวานละมุนที่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยวของหญิงสาวตรงหน้า เขาพยายามค้นหาความล้อเล่นในดวงตาคู่นั้น แต่ก็พบเพียงความจริงจังที่น่าประหลาดใจ"คุณบ้าไปแล้วหรือเปล่า" ชายหนุ่มแค่นหัวเราะ "คุณคิดว่าโรงงานพวกนั้นจะยอมขายของให้ชาวบ้านธรรมดาๆ อย่างเราง่ายๆ หรือไง แล้วโรงงานเล็กๆ ที่คุณว่า มันมีเงินมากพอที่จะมาซื้อเครื่องจักรจากเราหรือ""โรงงา

  • เกิดใหม่ปี 83 คราวนี้ฉันจะเป็นเถ้าแก่เนี้ย   หุ้นส่วนทางธุรกิจ

    เพียงแค่เธอเปลี่ยนการตัดสินใจเล็กน้อย อนาคตที่เธอเคยรู้จักก็อาจจะคลาดเคลื่อนไปทั้งหมด เธอไม่อาจชะล่าใจพึ่งพาเพียงความทรงจำในอดีตได้อีกต่อไป หากเธอต้องการจะรอดพ้นจากเงื้อมมือของครอบครัวหลี่และสร้างชีวิตใหม่ที่มั่นคง เธอต้องใช้สมอง สติปัญญา และทักษะที่หล่อหลอมมาจากประสบการณ์ทั้งชีวิตเพื่อรับมือกับสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ เป้าหมายแรกตอนนี้คือการหาเงิน เธอไม่สามารถนั่งรอเวลาให้รัฐบาลมาเวนคืนที่ดินในปี 1987 ได้ ครอบครัวของเธอยังต้องกินต้องใช้ มารดาที่ร่างกายอ่อนแอต้องการยาบำรุง เสิ่นอวี้เฉียงน้องชายจอมซนก็ต้องการทุนรอนสำหรับการเรียนต่อ หญิงสาวนึกถึงมอเตอร์เก่าที่โจวเหยียนเฉิงซ่อมแซมจนกลับมาใช้งานได้ เครื่องจักรที่ถูกคัดทิ้งเหล่านั้นคือขุมทรัพย์ที่คนอื่นมองไม่เห็น หากเธอสามารถโน้มน้าวให้เขาร่วมมือด้วยการซ่อมเครื่องจักรเพื่อนำไปขายต่อให้กับโรงงานขนาดเล็กในชนบท พวกเขาจะสามารถทำกำไรได้มหาศาล เขาเป็นช่างฝีมือ ส่วนเธอเป็นนักเจรจา นี่คือการจับคู่ทางธุรกิจที่สมบูรณ์แบบ แม้ว่าผู้ชายคนนั้นจะดูดุดัน ปากคอเราะร้าย และมีชะตากรรมที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status