Share

บทที่ 2 : การแก้ปัญหา

last update Dernière mise à jour: 2025-06-23 13:22:05

บทที่ 2

การแก้ปัญหา

          บุคคลที่ได้รับเกียรติเป็นแขกพิเศษของจวนสกุลโต้วในวันนี้คือเจินเจียวหรงและ ‘เจินฮ่าวหลิน’ ผู้เป็นสามีของนาง  เจินซูเมิ่งบุตรีคือผู้เสียหายและโจทก์ของคดีนี้  โดยมีเผิงฟางหยวนผู้แสนอ่อนโยนและสุภาพพร้อมด้วยเซี่ยอิ๋งลู่ที่นั่งหน้าหงอยเพราะโดนเฉ่งชุดใหญ่ตั้งแต่โดยสารอยู่บนรถม้าฐานไม่ยอมดูแลเพื่อนรักให้ดีจนนางต้องเผชิญชะตากรรมอันเลวร้ายก็มาร่วมเป็นสักขีพยานด้วย

          เจินฮูหยินกวาดสายตาสำรวจไปรอบ ๆ โถงรับรองเรือนหลักพลางเบ้ปากอย่างนึกอิจฉา  เกิดเป็นชนชั้นสูงมีโอกาสสร้างคุณงามความดีต่ออาณาจักรก็จะได้ผลตอบแทนเป็นความโอ่อ่าเยี่ยงนี้  ข้าวของเครื่องใช้หลายชิ้นทำมาจากวัสดุคุณภาพสูง  บางอย่างก็มาจากต่างแคว้นต่างเมือง  มีภาพวาดทิวทัศน์จากจิตรกรชื่อดังรวมถึงอักษรมงคลลายเส้นงดงามที่รังสรรค์โดยอาจารย์ที่มีผู้นับหน้าถือตาไปทั่วแผ่นดินล้วนราคาแพงเกินเอื้อมทั้งนั้น  

          จะต้องขายไม้อีกกี่สิบชาติถึงจะอู้ฟู่ได้เยี่ยงนี้บ้าง  เห็นทีจะต้องแกะสลักจนนิ้วกุดกระมัง

          จนเมื่ออดีตท่านแม่ทัพผู้เป็นเจ้าของจวนเข้ามานั่งยังเก้าอี้ประธานอันเป็นจุดศูนย์กลางแขกทุกคนจึงกลับมาอยู่ในความสงบอีกครั้ง  เพราะใบหน้าอันแสนดุดันและก้าวย่างอันสง่างามของเขานั้นแสดงบารมีได้โดยที่ยังไม่ต้องปริปากพูดอะไรแม้สักคำเดียว

          ดวงตาคมกวาดสายตาสำรวจไปรอบ ๆ อย่างเก็บรายละเอียด  แม้แต่เจินเจียวหรงที่แสดงท่าทางอย่างนักเลงก่อนหน้านี้ก็มิบังอาจสู้หน้าอย่างเต็มท่าทีนัก  

บุคคลทั้งห้าลุกขึ้นคารวะผู้อาวุโสสูงสุดด้วยท่าทางนอบน้อมอย่างพร้อมเพรียง

“ท่านใต้เท้าทราบเรื่องแล้ว”  โต้วฮูหยินบอกเสียงราบเรียบเพราะกำลังพยายามข่มอาการต่อต้านอย่างรุนแรงภายในใจ

“แล้วท่านเชื่อพวกเรามั้ยเจ้าคะ  ถ้ายังไม่เชื่ออีกตรงนี้มีทายาทหมอที่เก่งที่สุดในฉางอาน  อยากจะตรวจสอบอะไรก็เอาเลย  เมิ่งเอ๋อร์นอนลงให้หมอเผิงตรวจซ้ำอีกครั้ง”  ว่าพร้อมลุกขึ้นไปหมายจะจับร่างบอบบางของบุตรสาวนอนราบไปกับพื้นโดยไม่รีรอ

“เอาล่ะ ๆ ใจเย็น ๆ กันก่อน”  เสียงทุ้มกังวานกล่าวแทรกความโกลาหลทำให้แกนนำผู้บุกรุกหยุดชะงักก่อนจะทันได้ทำอะไรแผลง ๆ

“ข้าหวังว่าท่านจะมอบความเป็นธรรมให้กับบุตรสาวของข้าด้วย”

“หากเป็นเยี่ยงนั้นจริงก็คงจะหนีไม่พ้นต้องให้ทั้งคู่ตบแต่งกันตามประเพณี...”

ได้ยินเยี่ยงนั้นก็ราวกับน้ำทิพย์ชโลมรดหัวใจ  เจินเจียวหรงเผยรอยยิ้มกว้างออกมาในที่สุด  ผู้ติดตามคนอื่น ๆ ก็เช่นกัน

"ข้าจะรับบุตรสาวของเจ้ามาเป็นอนุของบุตรชายข้า”

สิ้นประโยคตัดสินใบหน้าระรื่นชื่นบานก็หุบลงทันที

“วะ  ว่าไงนะ!  เดี๋ยวสิ  เป็นอนุได้เยี่ยงไรเล่าเจ้าคะ!”

“เรื่องนั้นน่ะ...”

“ข้าไม่ยอม!  ยังไงก็ไม่ยอมเด็ดขาด  หากใต้เท้าจะยืนกรานตามสิ่งที่กล่าวมาจริง  ข้าก็จะเขียนป้ายประจานติดที่หน้าจวนสกุลโต้วยาวจนสุดรั้วกำแพงไปเลย!  ซ้ำจะระดมกำลังพลมาประท้วงเพื่อทวงคืนความยุติธรรมอีกด้วย!”

เจินฮูหยินประกาศกร้าวอย่างโกรธเกรี้ยวหลังได้รับการดูแคลนจนเจ้าของสถานที่ทำได้เพียงนั่งอ้าปากค้าง

ที่หออุปรากรย่านการค้าฝั่งตะวันออกของเมืองฉางอานมีการแสดงงิ้วเรื่องใหม่โดยนักแสดงชื่อดังที่กำลังได้รับความนิยมจนถูกเล่าขานความสนุกและประทับใจไปทั่วทั้งเมืองหลวงแม้กระทั่งเหล่าเชื้อพระวงศ์ก็ยังให้ความสนใจ...

โดยที่ ‘โต้วตงหมิง’ กำลังนั่งหน้าขมวดเพราะไม่คิดว่าอีกคนจะมาด้วยทั้งที่เขาตั้งใจจะมาดูงิ้วกับนางเพียงลำพังสองต่อสองเท่านั้น

“เหตุใดจึงทำหน้าเยี่ยงนั้น  งิ้วไม่สนุกรึ”

คนถูกถามส่ายหน้าปฏิเสธพร้อมยิ้มแหยอย่างเก็บอาการ

แต่ทว่าคนถามก็ดูจะไม่ได้ใส่ใจนัก ‘เมี่ยวลี่ฟางเสวี่ย’ หันไปหาเพื่อนชายผู้สูงศักดิ์ซึ่งนั่งอยู่ทางขวามือของตัวเองแล้วแล้วยกนิ้วขึ้นชี้ชวนวิพากษ์วิจารณ์กับการแสดงบนเวทีเบื้องหน้าอย่างออกรสออกชาติ

“พวกเขาแสดงดีสมกับที่ร่ำลือกันจริง ๆ ด้วยนะเพคะ”

“อื้ม...  สมบทบาทมาก  บทร้องก็ไพเราะ  บทพูดก็สละสลวยถือว่าพัฒนาศิลปะแขนงนี้ได้อย่างยอดเยี่ยมทีเดียว”

“เป็นวาสนาของหม่อมฉันแล้วเพคะที่ได้มาร่วมรับชมอุปรากรกับพระองค์”

“มิรู้ว่าที่มันสนุกขึ้นเพราะได้นั่งดูกับเจ้าด้วยรึเปล่า...”

“องค์ชายทรงล้อเล่นใหญ่แล้วนะเพคะ”  หญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวกลางวงล้อมเผยรอยยิ้มเขิน  นางดูจะพอใจมิน้อยในการได้หยอกล้อกับคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ

บทสนทนาระหว่างหญิงที่ตนชอบพอกับองค์ชาย ‘หลี่หลงจี’ ทำให้คนที่แอบนั่งฟังเงียบ ๆ อย่างโต้วตงหมิงรู้สึกไม่ต่างกับส่วนเกิน  เขาเป็นคนนัดหมายที่จะได้ใช้เวลาอยู่กับนางแล้วแท้ ๆ  ทั้งยังตั้งใจที่จะได้บอกความในใจให้คุณหนูใหญ่สกุลเมี่ยวได้รับรู้ความรู้สึกของตนในวันนี้...  แต่ก็ดันมีก้างชิ้นใหญ่เท่าวาฬมาขวางไว้เสียได้  ช่างบังเอิญกระไรที่พระราชนัดดา[1]คนโปรดของฮ่องเต้ดันเกิดปรารถนาจะทอดพระเนตรอุปรากรในวันนี้เช่นกัน

คุณชายใหญ่โต้วเก็บซ่อนกล่องที่บรรจุปิ่นปักผมเงินตกแต่งด้วยหยกแกะสลักอย่างละเอียดงดงามเป็นรูปดอกไม้ไว้ในแขนเสื้อจนลึก  ถอดใจเสียแล้วที่จะมอบให้เจ้าของผู้แท้จริง   

โต้วตงหมิงกระโดดลงจากรถม้าแล้วก้าวฉับ ๆ เข้าจวนด้วยความงุ่นง่าน  ชายหนุ่มวัยยี่สิบปีกำลังเดือดดาลกับสิ่งที่ตั้งเป้าไว้แต่กลับไม่สำเร็จดั่งหวัง  เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีผู้ใดขัดใจเขาแม้แต่บิดาและมารดา

แล้วก็ยิ่งหงุดหงิดที่เมี่ยวลี่ฟางเสวี่ยทำเหมือนเกาะมังกรเกาะหงส์  คอยเอาอกเอาใจคนแซ่หลี่ผู้ยิ่งใหญ่คับฟ้านั่นอยู่ได้  บัดนี้เขารู้สึกตัวเองเป็นเพียงบุรุษที่ตัวเล็กนิดเดียวอีกทั้งยังไร้ค่า

“ใยที่จวนวันนี้มีเสียงเอะอะน่ารำคาญยิ่งนัก”

“เรียนคุณชายใหญ่  ได้ยินว่าใต้เท้าและฮูหยินมีแขกคนสำคัญขอรับ  ทั้งยังแจ้งว่าหากคุณชายกลับจวนแล้วให้รีบไปพบโดยด่วน”

ชายหนุ่มอารมณ์ร้อนไม่ได้แสดงความเห็นต่อสิ่งที่ ‘ซีหยวนซิน’ นายอารักขาคนสนิทรายงาน  แต่รีบก้าวไว ๆ ไปยังโถงรับรอง ณ เรือนกลางหลังใหญ่

“ลูกกลับมาแล้วท่านพ่อท่านแม่”  ตงหมิงยกมือขึ้นทำความเคารพบุพการีทำให้เสียงโต้เถียงเอ็ดตะโรเมื่อสักครู่หยุดชะงัก

“กลับมาเสียทีลูกแม่”  หนิงอันรีบลุกขึ้นแล้วปรี่เข้าไปหาบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนอย่างร้อนรน  “ไปสร้างปัญหาใหญ่มาให้ท่านพ่อกับแม่ร้อนใจจนได้”

คนต้นเรื่องกวาดสายตามองแขกแปลกหน้าทั้งห้าคนที่นั่งเรียงกันทางฝั่งขวามือ  แต่มีแม่นางอยู่ผู้หนึ่งที่รู้สึกคับคล้ายคับคลาจนอยากจะเข้าไปดูหน้าใกล้ ๆ  กระนั้นก็ยังคงความรู้สึกหงุดหงิดและอารมณ์เสียเกินกว่าจะเอ่ยปากถามไถ่เรื่องราวใด ๆ

“ปัญหาอะไรท่านพ่อกับท่านแม่ก็จัดการแทนลูกได้อยู่แล้ว  พวกท่านว่ายังไงข้าก็ว่าตามกัน  วันนี้ลูกเหนื่อยมากแล้ว  ขอตัวนะขอรับ”  พูดจบประโยคตงห‍มิงก็ยกมือขึ้นทำความเคารพบุพการีก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปโดยไม่สนใจแม้สักนิดว่ามารดาของตนจะแหกปากร้องเรียกหรือพยายามโก่งคอเพื่ออธิบายอะไร

[1] พระราชนัดดา (คำราชาศัพท์) หมายถึงหลานชายหรือหลานสาวของพระเจ้าแผ่นดิน

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • เกิดใหม่มาตบตีกับแม่ผัว   บทที่ 35 : อ้อมกอดแห่งความผูกพัน (จบ)

    บทที่ 35อ้อมกอดแห่งความผูกพัน เวลานี้ข้างเตียงสลับเป็นโต้วตงหมิงเป็นฝ่ายมานั่งเฝ้าแล้วประคบประหงมภรรยาบ้างโดยเขาไม่ได้ชวนคุยหรือถามจุกจิกเป็นการรบกวนนางแม้แต่น้อย “เหตุใด... ถึงรู้สึกว่าบรรยากาศช่วงนี้น่าเศร้านัก” พราวฝันเพียงมองไปรอบ ๆ ห้องแต่ก็เกิดความหดหู่ขึ้นในใจ “บัดนี้... เทียนโฮ่วสิ้นพระชนม์แล้ว...” “สิ้นแล้วหรือ... มีแต่เรื่องน่าเศร้า...” เธอพึมพำ หลังจากนี้บ้านเมืองจะวุ่นวายและโกลาหลอยู่อีกหลายปีทีเดียว... “ตอนนี้ทั่วทั้งเมืองต่างเต็มไปด้วยความโศกเศร้า” “เฉกเช่นเดียวกับในจวนของเรา... เจ้าเสียใจบ้างรึไม่ที่เราต้องสูญเสียลูกไป” “เหตุใดจึงเอ่ยถามด้วยถ้อยคำทิ่มแทงข้าเยี่ยงนี้ หากข้าทำดีกับเจ้าก็ย่อมหมายถึงข้าเฝ้ารอคอยการกำเนิดมาอย่างปลอดภัยและแข็งแรงของเขาเช่นเดียวกัน” “ข้าคงคิดมากเกินไป ขอโทษนะตงหมิง” ผู้เป็นสามีไม่คิดเก็บเอามาใส่ใจ หากแต่ยกฝ่ามือหนาขึ้นลูบศีรษะของภรรยาอย่างแผ่วเบาและนุ่มนวลราวกับต้องการปลอบประโลมจากทุกความโหดร้ายที่เกิดขึ้น “เจ้าโศกเศร้ามานานแล้ว อย่

  • เกิดใหม่มาตบตีกับแม่ผัว   บทที่ 34 : ทวงคืนบุตรสาว

    บทที่ 34ทวงคืนบุตรสาว วินาทีที่ร่างของเธอลอยละล่องไปบนอากาศราวกับกระดาษขอพรที่ปลิวขาดออกจากเชือกนั้น เธอคิดว่าตัวเองได้ตายไปเสียแล้ว ความรู้สึกนั้นคล้ายคลึงกันเล็กน้อยต่างกันก็แค่เพียงตอนนั้นเป็นกลางคืนแต่ตอนนี้เป็นกลางวัน... ตึง! ม้าตัวนั้นวิ่งฝ่าฝูงชนต่อไปด้วยอาการเตลิดพร้อม ๆ ร่างของพราวฝันก็ตกลงบนพื้นอย่างแรง เธอนอนแน่นิ่งท่ามกลางสายตาของผู้เป็นแม่สามีและคนอื่น ๆ บริเวณนั้น แม้แต่ชายฉกรรจ์ที่ทะเลาะกันก่อนหน้านี้ยังต้องหยุดวิวาท ราวกับโลกหยุดหมุน โต้วหนิงอันตะเกียกตะกายคลานมาหาลูกสะใภ้ ยิ่งเมื่อบริเวณกระโปรงของนางมีสีแดงฉานจากเลือดสด ๆ ซึมออกมาหญิงสูงวัยก็แทบสิ้นสติ “ซูเมิ่ง ไม่นะซูเมิ่ง ไม่เป็นอย่างนี้สิ เจ้าฟื้นขึ้นมาก่อนเจินซูเมิ่ง ไม่นะ ม่ายยย!!!”“ท่านย่าทวด ท่านปู่ ท่านย่า ท่านพ่อ ท่านแม่ แล้วก็ท่านอาเชี่ยเฟิงและท่านอาชุนฮวา... ฮวนเอ๋อร์กลับจากหอเหวินฟางแล้วขอรับ”“แหม พูดเสียงเจื้อยแจ้วน่าเอ็นดูจริง ๆ เลยเด็กคนนี้ ไหน... มาซิ มาใกล้ ๆ ย่า ให้ย่ากอดหน่อยเร็ว”เด็กน้อยถอยหลังกรูดตอนที่ผู้

  • เกิดใหม่มาตบตีกับแม่ผัว   บทที่ 33 : โต้วเจียฮวน

    บทที่ 33โต้วเจียฮวน “อยากดูพระจันทร์ใกล้ ๆ กว่านี้รึไม่” “อื้อ” พราวฝันตอบทั้งคราบน้ำตา จากนั้นผู้เป็นสามีจึงพาภรรยาขึ้นม้าแล้วควบเบา ๆ ไปที่ใดที่หนึ่ง ระหว่างทางนั้นหญิงสาวก็ถูกประคองโอบไว้ด้วยชายที่เธอเฝ้ารอคอยมาหลายวันด้วย ใช้เวลาราวครึ่งชั่วยามเขาก็พาเธอมาที่เนินของภูเขาจงหนานในระดับความสูงที่ไม่ต้องบุกป่าฝ่าดงจนเกินไป เขาเลือกมุมหนึ่งที่ยืนมองออกไปเห็นเมืองฉางอานอันกว้างใหญ่ไพศาลทั่วทั้งเมืองในยามราตรี ขณะที่บนท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้มก็มีแสงผุดผาดจากดวงจันทร์เต็มดวงส่องนำทาง “วิวที่นี่สวยจัง อย่างกับมองจากตึกมหานครแน่ะ” “ตึกอะไรนะ” “ตึกสูง ๆ สูงมาก ๆ จนเจ้าจินตนาการไม่ออกเลยว่ามนุษย์จะสร้างสิ่งก่อสร้างเทียมฟ้าได้” “มนุษย์จะกลายเป็นเทพเซียนรึ” “ไม่... มนุษย์ก็คือมนุษย์เช่นเดิม เราไม่ได้เป็นผู้วิเศษหรือมีพลัง แต่เราจะถูกพัฒนาการทางสมองและทักษะ ต่อยอดด้วยองค์ความรู้ต่าง ๆ จากคนในยุคนี้นี่ล่ะ” “คนในยุคนี้... แสดงว่าเจ้ามาจากอนาคตงั้นรึ” พราวฝันไม่ตอบแต่เบี่ยงประเด็นไปท

  • เกิดใหม่มาตบตีกับแม่ผัว   บทที่ 32 : ความคิดถึง

    บทที่ 32ความคิดถึง มื้อเที่ยงวันนี้มีเผิงฟางหยวนมารวมโต๊ะด้วย ทุกคนในจวนสกุลโต้วดูจะเอ็นดูเขาเป็นอย่างดี ปฏิบัติกับเขาอย่างน่ารักราวกับเป็นสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัวก็มิปาน “หมอเผิงเจ้าต้องกินเยอะ ๆ ร่างกายเจ้าซูบผอมเกินไปแล้ว” หนิงอันใช้ตะเกียบคีบเนื้อหมูไปวางไว้บนถ้วยข้าวของว่าที่สะใภ้รอง “มัวแต่ดูแลคนอื่น เจ้าต้องมีคนดูแลที่ดีจะได้มีเรี่ยวแรงรักษาผู้ไข้ทั่วทั้งแผ่นดิน” “หากจะโทษก็ต้องโทษบุตรชายเจ้านั่นล่ะหนิงเอ๋อร์ที่ปล่อยปละละเลย...” ผู้เป็นย่ารีบแทรกด้วยสายตากรุ้มกริ่ม ก่อนผู้เป็นแม่จะอมยิ้มรับกันโดยไม่ได้พูดอะไรต่อ ปล่อยให้บุตรชายนั่งหน้าร้อนผ่าวจนทำตัวไม่ถูก “ยังอีก... ยังไม่รีบคีบกับข้าวให้สหายเจ้าอีกรึเชี่ยเฟิง” ผู้เป็นพ่อทำเสียงดุแต่ทุกคนกลับหัวเราะชอบใจ คนในบ้านนี้ได้เปิดรับโลกใหม่ที่อีกพันกว่าปีอย่าว่าแต่ครอบครัวเลยแม้แต่บางประเทศก็ยังทำไม่ได้ ก่อนเขาก่อนใครสุด ๆ “ข้าเพิ่งจะเคยพบเคยเห็นบุรุษสองคนวิ่งเล่นไล่จับผีเสื้อในสวนดอกไม้” ชุนฮวาแอบกระซิบกระซาบกับพี่สะใภ้ขณะนั่งจิบน้ำชาและกินของว่างอยู่ในศ

  • เกิดใหม่มาตบตีกับแม่ผัว   บทที่ 31 : แต่ละวันที่สามีไม่อยู่

    บทที่ 31แต่ละวันที่สามีไม่อยู่ หลังจากที่กินยาบำรุงจากแม่สามีไปได้ครึ่งขนานเธอก็กินเก่งขึ้นมาก ช่วงสายของวันนี้ก็เช่นกันหลังร่วมโต๊ะกินมื้อเช้ากับสมาชิกคนอื่น ๆ ไปเพียงไม่ถึงชั่วยามเธอก็อยากหาอะไรกระแทกปากอีกแล้ว พราวฝันชวนอาหว่านมาเดินเล่นที่โรงครัวแล้วเดินสำรวจโดยการเปิดดูโน่นนี่ไปเรื่อย “ช่วงนี้เราจะกินขนมฉงหยางเป็นของว่างเจ้าค่ะฮูหยินน้อย” บ่าวไพร่คนหนึ่งบอกแล้วยกจานขนมมาส่งให้ หญิงสาวรับมากัดเคี้ยวแล้วเสมองไปรอบ ๆ ก็เห็นคนคุ้นตานั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่มุมหนึ่งโดยมีบ่าวรุ่นน้องคอยประคบร้อนบริเวณไหล่ให้อยู่ “มานั่งอู้อยู่รึอันหยิน” “บ่าวปวดระบมไปทั้งแผงไหล่เลยเจ้าค่ะ วันนั้นที่ฮูหยินน้อยปราบโจรขโมยถุงเงินแล้วได้ของรับขวัญมาตั้งมากมาย ถ้ารู้อย่างนี้จะให้หงเอ๋อร์กับไห๋เอ๋อร์ติดตามไปด้วยก็ดี” “โทษข้าอยู่รึ” “ใครจะไปกล้ากันล่ะเจ้าคะ” พราวฝันยัดขนมส่วนที่เหลือเข้าปากแล้วไล่เด็กสาวที่กำลังนั่งประคบแบบขอไปทีออกไปโดยพาตัวเองเข้าไปแทนที่ “ฮูหยินน้อยจะทำอะไรบ่าวเจ้าคะ บ่าวไม่ได้จะตำหนิฮ

  • เกิดใหม่มาตบตีกับแม่ผัว   บทที่ 30 : บุปผาหอมที่เริ่มคุ้นชิน

    บทที่ 30บุปผาหอมที่เริ่มคุ้นชิน สตรีสองนางขนาบข้างไปด้วยกันตามทางเดินแคบ ๆ พร้อมบ่าวไพร่ที่ช่วยถือของฝากบางส่วนตามมา “คงต้องขอบคุณฮูหยินน้อยโต้วที่กรุณาให้ข้าเข้าเยี่ยมสหายตั้งแต่วัยเยาว์ในวันนี้” ผู้มาเยือนเริ่มเปิดสนทนาด้วยการเหน็บแนมเล็กน้อย หากแต่ผู้ทำหน้าที่เจ้าบ้านเพียงยิ้มบาง ๆ ตอบกลับไปเท่านั้น “ยามที่ป่วยไข้ตงหมิงมักจะอยากกินบ๊วย... เจ้าทราบรึไม่” “ไม่... ข้าไม่ทราบ” เมี่ยวลี่ฟางเสวี่ยแค่นหัวเราะเบา ๆ ราวกับไพ่ใบนั้นกลับมาอยู่ในมือนางแล้ว “ตอนแปดขวบโต้วตงหมิงจมน้ำหลังจากขึ้นมาได้เขาก็ป่วยเป็นไข้ซมอยู่หลายวันอีกทั้งยังจืดปากจืดคอจนกินอะไรไม่ลง ข้าจึงนำบ๊วยเค็มนี่มาให้เขา หลังจากได้ลิ้มรสมันเขาก็ติดใจทันที ทุกครั้งเมื่อเขาป่วยหนักหลังฟื้นไข้ก็จะถามหาเม็ดบ๊วยเค็มอยู่เสมอ เขาบอกว่ามันทำให้เขาสดชื่นและกระตุ้นการรับรสได้ดี...” พราวฝันเพียงมองที่อีกฝ่ายเล่าเรื่องราวในอดีตด้วยใบหน้ามีความสุข “แม่นางเมี่ยวคงสนิทสนมกับสามีของข้ามาก” “ใช่... เราสองคนสนิทกันมากจนใคร ๆ ต่างก็คิดว่

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status