LOGINชาติก่อน... มู่ชิงเยว่ทุ่มเททุกสิ่งให้ศิษย์พี่ทั้งสาม เลี้ยงสัตว์เทพแทบตายก็ถูกแย่ง หาของวิเศษมาได้ก็ถูกชิงไป ทำงานหนักจนแทบสิ้นใจ กลับถูกมองเป็นเพียงคนรับใช้ สุดท้ายยังถูกคนที่ไว้ใจผลักตกหน้าผาจนตายอย่างอนาถ เมื่อสวรรค์มอบโอกาสให้กลับมาอีกครั้ง มู่ชิงเยว่จึงตัดสินใจเพียงเรื่องเดียว "ข้าจะรักตัวเอง" ศิษย์พี่งี่เง่าพวกนั้น ไม่เอาแล้ว! คนทรยศ รอรับผลกรรมได้เลย! ส่วนสัตว์เทพอสูรที่เคยถูกแย่งไป ชาตินี้นางจะทำพันธสัญญากับพวกมันทุกตัว! แมวเทพจอมอ้วน สุนัขเทพสายกิน มังกรทองผู้เย่อหยิ่ง หงส์เพลิงตัวแสบ กิเลนขี้อ้อน งูดำกลืนสวรรค์ และสัตว์เทพสุดป่วนอีกนับไม่ถ้วน ต่างพร้อมใจกันยืนข้างนายหญิงคนเดียว! แต่ใครจะคิดว่า... ระหว่างทางไปเก็บเห็ดพันปี นางจะช่วยจิ้งจอกเก้าหางบาดเจ็บตัวหนึ่งเอาไว้ และเจ้าจิ้งจอกตัวนั้น ดันเป็นราชาแห่งเผ่าจิ้งจอกผู้ยิ่งใหญ่ ที่ย้อนเวลากลับมาเพื่อปกป้องนางเช่นกัน จากหญิงสาวผู้ถูกทุกคนรังแก สู่เจ้าสำนักฝึกสัตว์เทพผู้โด่งดังไปทั่วสามภพ พร้อมแก๊งสัตว์เทพอสูรจอมอ้วนสุดน่ารัก ที่พร้อมสร้างความวุ่นวายและความฮาในทุกวัน
View Moreเสียงหัวเราะดังขึ้นภายในลานฝึกสัตว์เทพของสำนักหมื่นอสูรเทวะ
“ศิษย์น้องซู ลองชิมขนมวิญญาณที่ข้าซื้อมาให้สิ” เซียวเหวินหยางยื่นกล่องหยกให้อย่างเอาใจ
“ดื่มชาวิญญาณก่อนเถิด” ฉินเฟิงหลัวยกถ้วยชาขึ้นป้อน
“ศิษย์น้องเมื่อยหรือไม่ ข้าจะนวดไหล่ให้” ลั่วจื่อเหิงรีบขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้ ซูเหยาเหยาหัวเราะเบา ๆ อย่างเขินอาย
“ศิษย์พี่ทั้งสาม อย่าดูแลข้าดีเช่นนี้เลยเจ้าค่ะ” หญิงสาวก้มหน้าทำท่าเหนียมอาย ก่อนจะเหลือบมองไปยังมุมหนึ่งของลาน
“เดี๋ยวศิษย์พี่หญิงจะไม่พอใจเอาอีก” สายตาทุกคู่หันมองตาม ตรงนั้นมีหญิงสาวในชุดเก่าซีดกำลังแบกกระสอบอาหารสัตว์หนักหลายสิบชั่งอยู่เพียงลำพัง
มู่ชิงเยว่ บุตรสาวเพียงคนเดียวของเจ้าสำนักหมื่นอสูรเทวะ เหงื่อไหลอาบใบหน้าจนเส้นผมเปียกชื้น มือที่เคยขาวนวลเต็มไปด้วยรอยแตกจากการทำงานหนัก แต่ไม่มีใครสนใจ
“นางจะไม่พอใจอะไรได้” ฉินเฟิงหลัวเอ่ยอย่างเย็นชา
“ศิษย์น้องซูใจดีเกินไป” ลั่วจื่อเหิงหัวเราะ
“คนอย่างนางสมควรรับใช้เจ้าด้วยซ้ำ” ซูเหยาเหยาก้มหน้าซ่อนรอยยิ้มเยาะ ก่อนจะส่งสายตาสะใจไปทางมู่ชิงเยว่ หากเป็นเมื่อก่อน นางอาจเสียใจ แต่ตอนนี้ นางไม่มีน้ำตาเหลืออีกแล้ว
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สัตว์เทพทุกตัวที่นางเลี้ยงจนเติบโต ถูกพวกเขาแย่งไปจนหมด แมววิญญาณระดับราชา หมาป่าจันทรา พยัคฆ์เพลิง กวางวิญญาณ หงส์เพลิง แม้แต่มังกรทองวัยเยาว์ ล้วนถูกพวกศิษย์พี่ทำสัญญาเป็นนายบ่าวไปจนหมด
ส่วนสัตว์เทพที่มีค่ามาก ถูกนำไปขายแลกหินวิญญาณ สร้างความร่ำรวยให้ศิษย์พี่ทั้งสามและซูเหยาเหยา ขณะที่ผู้เลี้ยงดูพวกมันมาตั้งแต่แรก ไม่มีแม้แต่หินวิญญาณก้อนเดียวเหลือติดตัว
“มู่ชิงเยว่ รีบเอาอาหารไปให้สัตว์เทพด้านหลังเขา”
“เสร็จแล้วไปซักผ้าต่อ”
“แล้วอย่าลืมทำอาหารเย็นด้วย” คำสั่งดังขึ้นไม่หยุด นางได้แต่ก้มหน้ารับคำ
ช่วงบ่าย ทั่วทั้งสำนักคึกคักขึ้นทันที
“เจ้าสำนักกลับมาแล้ว!”
“เจ้าสำนักกลับมาแล้ว!” เสียงตะโกนดังลั่น มู่เทียนเฉิงกลับจากการออกเดินทางตามหาสัตว์เทพอีกครั้ง ชายวัยกลางคนในชุดสีดำก้าวลงจากนกยักษ์อย่างสง่างาม ใบหน้าเข้มงวดของเขาอ่อนโยนลงทันทีเมื่อมองเห็นบุตรสาว
“เยว่เอ๋อร์” มู่ชิงเยว่เงยหน้าขึ้น หัวใจอบอุ่นขึ้นเล็กน้อย ทว่าก่อนที่นางจะได้พูดอะไร ซูเหยาเหยาก็วิ่งเข้ามาเสียก่อน
“ท่านอาจารย์!” นางคุกเข่ารับของจากมือมู่เทียนเฉิง
“ศิษย์พี่หญิงสบายดีมากเจ้าค่ะ ท่านไม่ต้องเป็นห่วง พวกเราทำงานทุกอย่างแทนศิษย์พี่หญิง ศิษย์พี่หญิงอยู่อย่างสบาย ไม่ลำบากอะไรเลย” ซูเหยาหยาปั้นน้ำเป็นตัว ไม่เปิดโอกาสให้มู่ชิงเยว่ได้พูดอะไร
“ใช่ขอรับ” เซียวเหวินหยางรีบกล่าวเสริม
“พวกข้าดูแลนางเป็นอย่างดี”
มู่เทียนเฉิงพยักหน้าอย่างพอใจ เมื่อเห็นบุตรสาวสวมชุดใหม่ที่ซูเหยาเหยาเพิ่งนำมาให้นางเปลี่ยน เขาจึงไม่ทันสังเกตเลยว่ามือของบุตรสาวเต็มไปด้วยบาดแผล เสื้อผ้าดี ๆ ที่เห็น เป็นเพียงฉากหน้าเท่านั้น
มู่ชิงเยว่อ้าปากอยากพูด แต่ซูเหยาเหยาก็รีบแทรกขึ้นทุกครั้ง สุดท้ายนางได้แต่เงียบ มองแผ่นหลังของบิดาที่จากไปอีกครั้ง
เย็นวันนั้น มู่ชิงเยว่แบกตะกร้าผ้าเดินมาถึงลำธารริมหน้าผา น้ำจากภูเขาไหลผ่านกระบอกไม้ไผ่เป็นสาย นางนั่งซักผ้าเงียบ ๆ เพียงลำพัง จู่ ๆ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
“ศิษย์พี่หญิง” ซูเหยาเหยาเดินเข้ามา
“ให้ข้าช่วยเถิด”
มู่ชิงเยว่ไม่ตอบ อีกฝ่ายจึงก้าวเข้ามาใกล้ ก่อนจะใช้เล็บหยิกแขนของนางเต็มแรง
มู่ชิงเยว่สะดุ้ง ยังไม่ทันได้พูดอะไร ซูเหยาเหยาก็ล้มลงไปเอง
“กรี๊ด! ศิษย์พี่หญิงผลักข้า!” เสียงฝีเท้าหลายสายดังขึ้น ศิษย์พี่ทั้งสามรีบวิ่งมาถึง
“มู่ชิงเยว่!” ฉินเฟิงหลัวตวาด
“เจ้ากล้าทำร้ายศิษย์น้องซูอีกแล้วหรือ”
“ข้าไม่ได้ทำ”
“โกหก!”
ลั่วจื่อเหิงผลักนางทันที มู่ชิงเยว่ถอยหลังหนึ่งก้าว
“ข้าไม่ได้”
“คนอย่างเจ้าสมควรได้รับบทเรียน!”
เซียวเหวินหยางผลักซ้ำ ฝ่าเท้าของมู่ชิงเยว่เหยียบอากาศ ดวงตาเบิกกว้าง ร่างทั้งร่างร่วงหล่นจากหน้าผาสูง
“อ๊า!” เสียงกรีดร้องดังสะท้อนไปทั่วหุบเขา
ตูม! ร่างของนางกระแทกโขดหินเบื้องล่าง เลือดสีแดงสดไหลย้อมพื้นดิน ลมหายใจสุดท้ายค่อย ๆ เลือนหาย บนหน้าผา ซูเหยาเหยายิ้มเยาะ แกล้งทำท่าตกใจ
“ศิษย์พี่หญิงตกลงไปแล้ว”
“สมควรแล้ว” ศิษย์พี่ทั้งสามมองลงไป ไม่มีแม้แต่ความเสียใจ
“นางทำร้ายศิษย์น้องซู”
“ตายก็สมควรแล้ว”
ขณะเดียวกัน ท้องฟ้าเหนือสำนักพลันแยกออกเป็นสองฝั่ง แรงกดดันมหาศาลปกคลุมทั่วทั้งแผ่นดิน ชายผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศ ผมสีเงินยาวพลิ้วไหว ดวงตาสีทองเต็มไปด้วยความเย็นเยียบ
ไป๋จิ่วเยวียน ราชาจิ้งจอกเก้าหาง ผู้เพิ่งล้างแค้นให้ตนเองและกลับมาหาสตรีผู้มีพระคุณและเขาตกหลุมรัก ตั้งแต่แรกเห็น สัญญากับตัวเองว่าจะแต่งงานกับนาง แต่ในตอนนั้นเขาไปไม่บอกกล่าว และไม่ได้บอกฐานะให้นางรับรู้ ทิ้งเพียงจดหมายเอาไว้ให้เท่านั้น
ทว่า... สิ่งที่เห็นกลับเป็นร่างไร้วิญญาณของมู่ชิงเยว่ โลกทั้งใบของเขาพังทลายลงในพริบตา
“เยว่เอ๋อร์...” เสียงของเขาสั่นเครือ
ทันใดนั้นหางจิ้งจอกสีเงินทั้งเก้าพุ่งออกมาปกคลุมฟ้าดิน แรงสังหารมหาศาลระเบิดออกจากร่าง
“พวกเจ้าสมควรตาย!” เสียงคำรามสะเทือนสวรรค์ และในวินาทีต่อมา สำนักหมื่นอสูรเทวะก็ถูกเพลิงแค้นกลืนกิน
เพลิงสีเงินลุกโชนปกคลุมทั่วทั้งสำนักหมื่นอสูรเทวะ แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวทำให้เหล่าศิษย์ทั้งหลายคุกเข่าลงกับพื้น ไม่มีใครสามารถยืนหยัดได้
ไป๋จิ่วเยวียนยืนอยู่กลางอากาศ ดวงตาสีทองที่เคยสงบนิ่งเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง สายตาของเขาจับจ้องเพียงร่างไร้วิญญาณเบื้องล่าง ร่างของมู่ชิงเยว่ คนที่เขาเฝ้าคิดถึงตลอดเวลา คนที่ช่วยชีวิตเขาไว้ในวันที่ตกต่ำที่สุด คนที่เขาตั้งใจจะกลับมาขอแต่งงาน แต่กลับสายเกินไป
“เจ้า!” ฉินเฟิงหลัวโกรธจัด ก่อนจะก้าวเข้ามา เหมือนจะคว้าข้อมือนางแต่ทันใดนั้น ร่างสีเงินบนตักกลับกระโจนออกไปตูม!แรงกดดันมหาศาลระเบิดออกมา ทั้งสี่คนกระเด็นปลิวราวกับว่าวขาดสาย“อ๊าก!”“โอ๊ย!”“อะไรกัน!”พวกเขาล้มกลิ้งไปหลายตลบ เลือดไหลออกจากมุมปาก มู่ชิงเยว่ถึงกับตกใจ ส่วนไป๋จิ่วเยวียนแอบกระดิกหางอย่างพอใจ ใครให้พวกมันกล้าแตะนาง แค่ไม่ฆ่าก็บุญเท่าไรแล้ว“ศิษย์พี่หญิง!” ซูเหยาเหยาร้องลั่น“ท่านเอาปีศาจจิ้งจอกมาเลี้ยงได้อย่างไร นี่มันสัตว์ปีศาจ ไม่ใช่สัตว์เทพ!”มู่ชิงเยว่หัวเราะ ก่อนจะอุ้มจิ้งจอกขึ้นมาอีกครั้ง“ใครบอก นี่คือสัตว์เทพอสูรตัวใหม่ของข้า และเขาเป็นสัตว์พันธสัญญาของข้าเรียบร้อยแล้ว”ทุกคนเบิกตากว้าง“เป็นไปไม่ได้!”“เป็นไปแล้ว” มู่ชิงเยว่ยักไหล่ “เขาดื่มเลือดข้าแล้ว ตอนนี้เป็นนายบ่าวกันเรียบร้อย”ไป๋จิ่วเยวียนแอบพึงพอใจกับประโยคของนาง ถูกต้อง เขายอมเอง เต็มใจด้วย หากนางอยากเป็นนาย เขาก็พร้อมเป็นทาสทั้งชีวิต“พวกเจ้าควรกลับไปได้แล้ว” มู่ชิงเยว่ลูบหัวจิ้งจอก“จิ้งจอกของข้าดุมาก ถ้าพวกท่านอยากลองดูก็ได้”จบคำ ดวงตาสีทองของไป๋จิ่วเยวียนก็มองไปทางพวกเขาเพียงแวบเดียว ทั้งสี่คนข
ร่างเล็กสั่นเทา ลมหายใจแผ่วเบา หากช้ากว่านี้อีกเพียงเล็กน้อยคงไม่รอดแล้วมู่ชิงเยว่ยืนนิ่ง ภาพจากชาติที่แล้วผุดขึ้นมาในหัวทันที เพราะนี่คือวันที่นางพบมันเช่นกัน พบจิ้งจอกตัวนี้ ช่วยชีวิตมันเอาไว้ เลี้ยงดูมันอยู่หลายวัน ก่อนที่มันจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยตอนนั้นนางเสียใจมาก คิดว่ามันทอดทิ้งนางไปแล้ว จนกระทั่งหลังความตาย วิญญาณของนางล่องลอยออกจากร่าง และได้เห็นความจริงทั้งหมด จิ้งจอกตัวนี้คือไป๋จิ่วเยวียน ราชาจิ้งจอกเก้าหาง ผู้ปกครองเผ่าจิ้งจอกทั้งมวล ผู้ที่เพิ่งสืบทอดตำแหน่งราชาในเวลานั้นชาติก่อน มันไม่ได้จากไปเพราะไม่สนใจนาง แต่ต้องกลับไปสะสางความแค้นกับเผ่าปีศาจและคนในเผ่าจิ้งจอกที่ทรยศ คบคิดกับศัตรู เป็นการสู้รบที่ยาวนานมาก ความแค้นที่เผ่ามารสังหารบิดามารดา และยังลอบโจมตีทำให้บาดเจ็บสาหัส ไม่สะสางก็คงจะอยู่ไม่เป็นสุขตอนจากไป มันเขียนจดหมายเอาไว้ให้นาง แต่จดหมายนั้นไม่เคยถึงมือนาง เพราะซูเหยาเหยาแอบนำไปทิ้ง และโกหกว่าจิ้งจอกตัวนี้หนีไปเองมู่ชิงเยว่ย่อตัวลงช้า ๆ ก่อนจะลูบหัวจิ้งจอกเบา ๆ“คราวนี้ข้ารู้แล้ว เจ้าไม่ได้ตั้งใจจากไป” น้ำเสียงอ่อนโยนจนแม้แต่ตัวนางเองยังแปลกใจขณะเดียวกัน
ดีที่ในอดีตนางยังไม่โง่งมจนเกินไป บิดาสั่งห้ามเอาไว้ว่าผลึกอัคคีคือความลับสูงสุดของสำนัก จะไม่มีศิษย์คนใดล่วงรู้ นางจึงไม่เคยบอกความลับนี้กับใคร ชาตินี้สัตว์เทพอสูรพวกนั้นต้องเป็นของนางแต่เพียงผู้เดียว เพราะบิดาของนางลำบากหามา และนางเฝ้าฟูมฟักเลี้ยงดู แม้พวกมันจะไม่ได้ทำสัญญานายบ่าวกับนางแต่ก็รักและผูกพันกันมานานหลายปี สายใยแห่งรักจึงแน่นแฟ้น ยิ่งถ้าทำสัญญานายบ่าว พวกมันก็จะทำตามคำสั่งนางทุกอย่างแบบไม่บิดพลิ้ว และยอมตายแทนนางได้ชาติก่อนสัตว์เทพอสูรพวกนี้ถูกพวกศิษย์พี่และศิษย์น้องแย่งไป พวกเขาก็ไม่ได้ดูแลพวกมันอย่างดี ใช้แรงงานมันเยี่ยงทาส พามันไปหาเงินและหินวิญญาณแสดงโชว์ เอาเงินเข้ากระเป๋า ถ้ามันเหนื่อย มันหิวก็ทรมานมัน เฆี่ยนตีทุบทำร้ายบังคับให้มันทำงาน และแสดงโชว์ ทำงานเสร็จได้เงินถึงให้พวกมันกินอาหารคนใจทรามเช่นนี้นางจะจัดการให้สาสม ชาติก่อนนางโง่เองที่คิดว่าความดีจะเอาชนะทุกอย่าง ชาตินี้ข้าจะทำให้พวกมันต้องชดใช้มู่ชิงเยว่กดความเย็นเยียบในดวงตาเอาไว้ ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียง“ได้ ข้าจะไปเก็บเห็ดพันปีบนเขา”“เช่นนั้นข้าจะไปบอกศิษย์พี่ทั้งสามก่อน”พูดจบนางก็รีบวิ่งออกไป มู่ชิงเยว่ย
“เยว่เอ๋อร์...” เสียงแผ่วเบาราวกระซิบทว่าในวินาทีต่อมา สายตาของเขากลับเย็นเยียบจนน่าหวาดกลัว“ใครทำ” เสียงนั้นไม่ได้ดังมาก แต่กลับสะเทือนถึงจิตวิญญาณของทุกคนเซียวเหวินหยางหน้าซีด ฉินเฟิงหลัวเริ่มตัวสั่น ลั่วจื่อเหิงถึงกับทรุดลงกับพื้น พวกเขารับรู้ได้ทันที ชายตรงหน้าสามารถสังหารคนทั้งสำนักได้เพียงยกมือ“ขะ...ข้า...”ลั่วจื่อเหิงพยายามพูด แต่หางสีเงินเส้นหนึ่งพุ่งผ่านอากาศฉัวะ!ศีรษะของเขาหลุดออกจากบ่า เลือดสาดกระจายตายคาที่ ทั้งสำนักตกอยู่ในความเงียบงัน“ศิษย์น้องสาม!” เซียวเหวินหยางร้องลั่น“ท่านเป็นใคร!”ไป๋จิ่วเยวียนค่อย ๆ หันไปมอง“ข้าถามว่าใครทำ” เสียงเย็นเยียบดังขึ้นซูเหยาเหยาตัวสั่น นางรีบคลานออกมา“ข้าไม่รู้เจ้าค่ะ เป็นนางเองที่ผลักข้าก่อน ศิษย์พี่ทั้งสามเพียงช่วยเหลือข้า ข้าไม่ผิด ศิษย์พี่ต่างหากเป็นคนฆ่านาง” ไป๋จิ่วเยวียนหัวเราะเบา ๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ทำให้ทุกคนขนลุก“ไม่ผิดหรือ โยนความผิดให้คนอื่น หากเจ้าไม่เสี้ยม พวกมันจะทำร้ายนางหรือ” เขายกมือขึ้นทันใดนั้นภาพเหตุการณ์ทั้งหมดก็ถูกดึงออกมาจากวิญญาณของซูเหยาเหยา เป็นวิชาค้นความทรงจำต้องห้าม ภาพทุกอย่างปรากฏกลางอากาศ ตั้
เสียงหัวเราะดังขึ้นภายในลานฝึกสัตว์เทพของสำนักหมื่นอสูรเทวะ“ศิษย์น้องซู ลองชิมขนมวิญญาณที่ข้าซื้อมาให้สิ” เซียวเหวินหยางยื่นกล่องหยกให้อย่างเอาใจ“ดื่มชาวิญญาณก่อนเถิด” ฉินเฟิงหลัวยกถ้วยชาขึ้นป้อน“ศิษย์น้องเมื่อยหรือไม่ ข้าจะนวดไหล่ให้” ลั่วจื่อเหิงรีบขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้ ซูเหยาเหยาหัวเราะเบา ๆ





