แชร์

2

last update วันที่เผยแพร่: 2026-06-13 18:56:47

“เยว่เอ๋อร์...” เสียงแผ่วเบาราวกระซิบ

ทว่าในวินาทีต่อมา สายตาของเขากลับเย็นเยียบจนน่าหวาดกลัว

“ใครทำ” เสียงนั้นไม่ได้ดังมาก แต่กลับสะเทือนถึงจิตวิญญาณของทุกคน

เซียวเหวินหยางหน้าซีด ฉินเฟิงหลัวเริ่มตัวสั่น ลั่วจื่อเหิงถึงกับทรุดลงกับพื้น พวกเขารับรู้ได้ทันที ชายตรงหน้าสามารถสังหารคนทั้งสำนักได้เพียงยกมือ

“ขะ...ข้า...”

ลั่วจื่อเหิงพยายามพูด แต่หางสีเงินเส้นหนึ่งพุ่งผ่านอากาศ

ฉัวะ!

ศีรษะของเขาหลุดออกจากบ่า เลือดสาดกระจายตายคาที่ ทั้งสำนักตกอยู่ในความเงียบงัน

“ศิษย์น้องสาม!” เซียวเหวินหยางร้องลั่น

“ท่านเป็นใคร!”

ไป๋จิ่วเยวียนค่อย ๆ หันไปมอง

“ข้าถามว่าใครทำ” เสียงเย็นเยียบดังขึ้น

ซูเหยาเหยาตัวสั่น นางรีบคลานออกมา

“ข้าไม่รู้เจ้าค่ะ เป็นนางเองที่ผลักข้าก่อน ศิษย์พี่ทั้งสามเพียงช่วยเหลือข้า ข้าไม่ผิด ศิษย์พี่ต่างหากเป็นคนฆ่านาง” ไป๋จิ่วเยวียนหัวเราะเบา ๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ทำให้ทุกคนขนลุก

“ไม่ผิดหรือ โยนความผิดให้คนอื่น หากเจ้าไม่เสี้ยม พวกมันจะทำร้ายนางหรือ” เขายกมือขึ้น

ทันใดนั้นภาพเหตุการณ์ทั้งหมดก็ถูกดึงออกมาจากวิญญาณของซูเหยาเหยา เป็นวิชาค้นความทรงจำต้องห้าม ภาพทุกอย่างปรากฏกลางอากาศ ตั้งแต่ซูเหยาเหยาหยิกแขนมู่ชิงเยว่ การแกล้งล้ม การใส่ร้าย รวมถึงรอยยิ้มสะใจหลังมู่ชิงเยว่ตกหน้าผา

ทุกคนเห็นหมด ใบหน้าของซูเหยาเหยาซีดเผือด

“ไม่...ไม่... ข้าไม่ได้ตั้งใจ...”

เพียะ!

พลังมหาศาลตบใส่ร่างนาง แขนขวาระเบิดเป็นหมอกเลือด ซูเหยาเหยากรีดร้องลั่น

“อ๊าก! ช่วยข้าด้วย!”

เซียวเหวินหยางรีบพุ่งออกมา

“ท่านหยุดเดี๋ยวนี้!”

ฉินเฟิงหลัวชักกระบี่

“ปล่อยนาง!”

ไป๋จิ่วเยวียนมองทั้งสองราวกับมองมดปลวก

“พวกเจ้าก็สมควรตาย”

ตูม!

แรงกดดันโถมทับเข้าหา กระดูกทั่วร่างของทั้งคู่แตกละเอียด ทั้งสองคุกเข่าลงทันที เลือดไหลออกจากปาก

“อ๊าก!”

“ไม่นะ!” พวกเขาเพิ่งตระหนักในเวลานี้เองว่าตนกำลังจะตาย

“ขอร้อง...” เซียวเหวินหยางน้ำตาไหล

“ข้ารู้ว่าข้าผิดแล้ว...”

“ชิงเยว่...”

“ข้าขอโทษ...” ฉินเฟิงหลัวเองก็สั่นเทา

“ข้าไม่ได้อยากให้นางตาย...”

“ข้าเพียง...”

“เพียงอะไร”

ไป๋จิ่วเยวียนถาม ทั้งสองคนพูดไม่ออก

ใช่... เพียงอะไร เพียงเพราะพวกเขาหลงเชื่อซูเหยาเหยา เพียงเพราะพวกเขาคิดว่ามู่ชิงเยว่จะไม่จากไปไหน เพียงเพราะพวกเขามองข้ามความรู้สึกของนาง จึงทำร้ายคนที่คอยดูแลพวกเขามาตลอด แต่ตอนนี้ ทุกอย่างสายเกินไปแล้ว

“หากคำขอโทษใช้ได้” ไป๋จิ่วเยวียนเอ่ยเสียงเย็น

“เยว่เอ๋อร์ก็คงฟื้นขึ้นมาแล้ว”

ฉัวะ!

หางสีเงินทั้งสองเส้นพุ่งทะลุหัวใจของพวกเขา ร่างของศิษย์พี่ใหญ่และศิษย์พี่รองล้มลง สิ้นใจทันที เหลือเพียงซูเหยาเหยา หญิงสาวคลานหนีด้วยความหวาดกลัว

“ไว้ชีวิตข้าด้วย ข้าจะชดใช้ ข้าจะเป็นทาสท่านตลอดไป” ไป๋จิ่วเยวียนเดินเข้ามาทีละก้าว ดวงตาไร้ความเมตตา

“เยว่เอ๋อร์เคยขอชีวิตจากพวกเจ้าหรือไม่” ซูเหยาเหยาหยุดชะงัก

“นางร้องไห้เพราะพวกเจ้ามากี่ครั้ง พวกเจ้าฟังหรือไม่ นางถูกแย่งสัตว์เทพไปกี่ตัว พวกเจ้าสนใจหรือไม่ วันที่นางตกหน้าผา พวกเจ้ายื่นมือช่วยหรือไม่”

ซูเหยาเหยาตัวสั่น พูดอะไรไม่ออก ไป๋จิ่วเยวียนยกมือขึ้น เปลวเพลิงสีเงินลุกโชน เขาเพียงคิดว่าจะกลับไปชั่วครู่ แต่กินเวลายาวนานในการทำศึกกับเผ่าอสูร ไม่ได้ติดต่อกับนางเลย เพราะสถานการณ์ตึงเครียด ก่อนจากไปในครานั้นไม่เคยรู้ว่านางโดนคนพวกนี้ทรมาน เขารู้เอาตอนเมื่อสายเกินไป จากการมองผ่านกระจกเมฆสลาย ที่สามารถมองเหตุการณ์อะไรก็ได้ที่ต้องการ จึงได้รีบมาที่นี่แต่ไม่ทันเสียแล้ว

“อ๊าก!” เสียงกรีดร้องดังสะเทือนฟ้าดิน ร่างของซูเหยาเหยาถูกเผาไหม้ทีละน้อย จนไม่เหลือแม้แต่เถ้าถ่าน

หลังจากนั้น ทั่วทั้งสำนักตกอยู่ในความเงียบ ไป๋จิ่วเยวียนไม่มองใครอีก เขาค่อย ๆ ลงไปยังเบื้องล่างของหน้าผา อุ้มร่างของมู่ชิงเยว่ขึ้นมาแนบอก

“เยว่เอ๋อร์ ข้ากลับมาช้าเกินไป” น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงบนแก้มของหญิงสาว เป็นครั้งแรกที่ราชาจิ้งจอกเก้าหางร้องไห้

“หากมีชาติหน้า ข้าจะไม่ปล่อยให้ผู้ใดรังแกเจ้าอีก”

ทันใดนั้น ฟ้าดินเริ่มสั่นสะเทือน ราวกับรับรู้ถึงความเสียใจของเขา ไป๋จิ่วเยวียนหลับตาลง ก่อนจะระเบิดแก่นปีศาจหมื่นปีในร่างออกมา

“เยว่เอ๋อร์ รอข้าด้วย”

ตูม! แสงสีทองปกคลุมทั่วทั้งโลก เวลาและมิติเริ่มบิดเบือน วิญญาณของมู่ชิงเยว่และไป๋จิ่วเยวียนถูกดึงเข้าไปในกระแสแห่งกาลเวลา ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลง

“ศิษย์พี่หญิง!”

“ศิษย์พี่หญิง!” เสียงคุ้นเคยดังขึ้น มู่ชิงเยว่ลืมตาพรวด นางหอบหายใจแรง ร่างกายเต็มไปด้วยเหงื่อเย็น ภาพตกหน้าผายังชัดเจนในหัว

ข้า...ยังไม่ตาย

นางมองไปรอบตัว นี่คือห้องพักของนางเมื่อห้าปีก่อน ก่อนที่ทุกอย่างจะเริ่มต้น ก่อนที่สัตว์เทพจะถูกแย่งไป ก่อนที่นางจะกลายเป็นคนรับใช้ ก่อนที่นางจะตาย ดวงตาของมู่ชิงเยว่ค่อย ๆ เปลี่ยนไป จากความอ่อนโยน กลายเป็นความเย็นชา

“ครั้งนี้ ข้าจะไม่โง่อีก” แล้วนางกำหมัดแน่น

“ศิษย์พี่หญิงได้ยินหรือไม่ ทำไมไม่ตอบ”

“มีอะไร” มู่ชิงเยว่เอ่ยถามอย่างเย็นชา

“วันนี้มีเห็นพันปีงอกที่หุบเขา ท่านสัญญากับพวกศิษย์พี่ว่าจะไปเก็บต้มบำรุงให้พวกข้า” ประโยคนั้นทำให้ความทรงจำในชาติก่อนเกิดขึ้น

คนสารเลวพวกนี้บังคับให้นางไปเก็บเห็ดพันปีมาปรุงเป็นยาให้พวกเขากิน แล้วทำให้ศิษย์พี่ใหญ่ระดับพลังรากปราณบรรลุขั้นหลอมแก่นปราณ ส่วนศิษย์พี่รองกับพี่สามบรรลุขั้นสร้างรากฐาน ส่วนศิษย์น้องเล็กบรรลุขั้นกลั้นลมปราณ ส่วนนางไม่มีโอกาสได้กินเห็ดพันปีที่ปีนเขาขึ้นไปหาอย่างยากลำบาก ถึงขั้นบาดเจ็บเพราะพวกเขากินไม่เหลือซาก

ชาตินี้มู่ชิงเยว่ไม่ใช่คนโง่และอ่อนแออีก เห็ดพวกนั้นนางจะกินให้เรียบ รวมถึงสัตว์อสูรด้วย นางจะจับทำสัญญาให้หมด โดยการหยดเลือดลงในอาหารให้พวกมันกิน แค่พวกมันกินอาหารที่มีเลือดของนางเป็นส่วนผสม ความสัมพันธ์นายบ่าวจะเกิดขึ้นทันที นอกเสียจากว่านางจะให้พวกมันกินผลึกอัคคีเพื่อให้ตัดความสัมพันธ์นายบ่าว เป็นของวิเศษที่มีเฉพาะเจ้าสำนักและผู้สืบทอดเท่านั้น ไว้ใช้กับสัตว์เทพอสูรพวกนี้

ชาติก่อนคนเลวพวกนี้ไม่รู้ว่านางมีผลึกอัคคีทำให้สัตว์อสูรเปลี่ยนเจ้านายใหม่ได้ เพราะนางเป็นคนดีเกินไปจึงไม่ให้สัตว์อสูรที่พวกมันแย่งไปตัดขาดกับพวกมัน แต่พวกมันก็สารเลวฆ่านางอย่างเลือดเย็น ชาตินี้นางจะทำให้พวกมันได้รับกรรมอย่างสาสม

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เกิดใหม่รักตัวเอง เลี้ยงสัตว์เทพอสูรสุดน่ารัก   25

    ยามเย็น ทั้งครอบครัวมานั่งกินอาหารร่วมกัน ลูกทั้งห้าคนนั่งเรียงกัน สัตว์เทพทั้งหลายก็ล้อมวงอยู่รอบ ๆ ถังถังแอบขโมยปลา ต้าเปาแอบขโมยเนื้อ โหยวโหยวแอบขโมยขนม ส่วนเด็ก ๆ ก็ช่วยกันปิดบังความผิด จนทั้งโต๊ะวุ่นวายไปหมดไป๋จิ่วเยวียนมองภาพตรงหน้า ก่อนหันไปมองภรรยา“เยว่เอ๋อร์ เหนื่อยหรือไม่”มู่ชิงเยว่ยิ้ม ก่อนส่ายหน้า นางมองลูกทั้งห้าคน มองเหล่าสัตว์เทพที่รักนางเหมือนครอบครัว และมองสามีที่อยู่เคียงข้างเสมอ“ไม่เหนื่อยเลย เพราะนี่คือชีวิตที่ข้าใฝ่ฝันมาตลอด”แสงอาทิตย์ยามเย็นส่องลงมาบนตำหนักจิ้งจอก เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ดังไปทั่วหุบเขา อบอุ่น มีความสุข และเต็มไปด้วยความรัก ราวกับเทพสวรรค์เองยังอิจฉาครอบครัวนี้หลายร้อยปีผ่านไป ชื่อของมู่ชิงเยว่กลายเป็นตำนาน ผู้คนทั่วสามภพต่างรู้จักเจ้าสำนักฝึกสัตว์เทพผู้ยิ่งใหญ่ราชินีแห่งเผ่าจิ้งจอกเก้าหาง ผู้ช่วยเหลือแดนสวรรค์ และผู้ครอบครองสัตว์เทพมากที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่สำหรับมู่ชิงเยว่ สิ่งเหล่านั้นกลับไม่สำคัญเลย เพราะสิ่งที่นางรักที่สุดกลับเป็นบ้านหลังเล็กบนยอดเขาที่มีคนสำคัญทุกคนอยู่พร้อมหน้าเช้าวันหนึ่ง มู่ชิงเยว่กำลังนั่งจิบชาอยู่ใต้ต้นไม้เทพกำ

  • เกิดใหม่รักตัวเอง เลี้ยงสัตว์เทพอสูรสุดน่ารัก   24

    “เยว่เอ๋อร์...” เสียงของไป๋จิ่วเยวียนทุ้มต่ำนุ่มลึก ดวงตาสีทองอันเย็นชาในยามปกติ ณ ขณะนี้กลับเต็มไปด้วยประกายแห่งความปรารถนาที่ลุกโชน“ข้ารอวันนี้มานานสองชาติแล้ว” นางยกมือขึ้นลูบแก้มเขาเบา ๆ นิ้วเรียวสั่นระริกเล็กน้อยด้วยความเขินอายผสมความยินดี“ข้าก็เช่นกัน... จิ่วเยวียน”เขาก้มลงจูบริมฝีปากนางอย่างอ่อนโยนแต่ลึกซึ้ง จูบนั้นค่อย ๆ เปลี่ยนจากหวานละมุนเป็นเร่าร้อนขึ้นทุกขณะ ลิ้นของเขาสอดแทรกเข้าไปสำรวจความหวานภายในอย่างไม่รีบร้อน ราวกับกำลังดื่มด่ำน้ำทิพย์ที่รอคอยมานานแสนนานมู่ชิงเยว่ครางแผ่วในลำคอ มือทั้งสองประสานรอบคอเขา ปล่อยให้ร่างกายอ่อนยวบไปกับความร้อนรุ่มที่พุ่งทะยานไป๋จิ่วเยวียนถอดเสื้อคลุมตัวเองออกอย่างรวดเร็ว กล้ามเนื้อแน่นกระชับที่ปกปิดไว้ใต้ชุดราชันเผยออกมาเต็มตา รอยสักจิ้งจอกเก้าหางสีเงินเรืองแสงจาง ๆ บนแผ่นหลังกว้าง ราวกับกำลังตื่นตัวขึ้นเพราะสัมผัสของนางเขาจูบไล่ลงมาตามลำคอขาว ดูดดึงเบา ๆ ที่จุดกระสัน จนมู่ชิงเยว่สะดุ้งคราง“อ๊ะ...” มือใหญ่ของเขาลูบไล้ลงไปตามเนินอกอวบอิ่มที่ตั้งชันด้วยความตื่นเต้น นิ้วโป้งวนเวียนวนรอบยอดอกสีชมพูอ่อนอย่างทะนุถนอม ก่อนจะโน้มลงไปอมมันเข้

  • เกิดใหม่รักตัวเอง เลี้ยงสัตว์เทพอสูรสุดน่ารัก   23

    “ไม่”มู่ชิงเยว่ส่ายหน้า“ข้าไม่ได้ใจดี ข้าแค่อยากให้เขามีชีวิตอยู่ เพื่อจดจำสิ่งที่ตนเองเคยทำ”สายลมอ่อนพัดผ่านภูเขา เสียงหัวเราะบ้าคลั่งของลั่วจื่อเหิงยังคงดังมาเป็นระยะ ขณะที่มู่ชิงเยว่เอนศีรษะพิงไหล่ไป๋จิ่วเยวียน ความแค้นที่สะสมมาสองชาติ กำลังค่อย ๆ ถูกชำระล้างทีละส่วน และในครั้งนี้ นางไม่จำเป็นต้องลงมือสังหารใครด้วยตนเองเลย เพราะคนเหล่านั้น ล้วนทำลายตัวเองด้วยความโลภและความโง่เขลาของตนเองส่วนซูเหยาเหยาก็มีโทษมหันต์ฆ่าศิษย์ร่วมสำนัก ถูกขังเอาไว้ในคุกน้ำแข็งใต้ดิน นางจะออกมาได้เมื่อสิ้นลมหายใจเท่านั้น บางทีความตายก็ปรานีมากกว่าการมีชีวิตอยู่อย่างทุกข์ทรมานไปจนกว่าจะสิ้นลมหายใจหลังจากเรื่องของศิษย์พี่ทั้งสามและซูเหยาเหยาสิ้นสุดลง มู่ชิงเยว่ก็ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขอยู่ในสำนัก ทุกวันมีเพียงการฝึกฝน เล่นกับสัตว์เทพ และใช้เวลากับไป๋จิ่วเยวียนนางรับฝึกสัตว์เทพที่นำมาฝากเลี้ยงด้วย เพราะตัดใจขายสัตว์เทพอสูรตัวอ้วนที่นางเลี้ยงมาแต่เล็กแต่น้อยไม่ได้ แต่นางมีฝีมือการฝึก จึงได้เงินและหินวิญญาณเป็นจำนวนมาก ถังถังกับต้าเปาเป็นหัวหน้าแก๊งช่วยฝึกสัตว์เทพอสูร ค่าตอบแทนคือของโปรดที่กินจนพุงปลิ้น จ

  • เกิดใหม่รักตัวเอง เลี้ยงสัตว์เทพอสูรสุดน่ารัก   22

    “ในที่สุดก็ยอมรับแล้ว”มู่ชิงเยว่เดินเข้าไปใกล้ ก่อนหยิบป้ายหยกออกมา“จำสิ่งนี้ได้หรือไม่”ซูเหยาเหยาหน้าซีดทันที ป้ายหยกสีขาวบริสุทธิ์ เป็นป้ายที่นางอวดมาตลอดหลายปี ว่าคือหลักฐานการช่วยชีวิตศิษย์พี่ทั้งสามมู่ชิงเยว่หัวเราะ“เจ้ารู้หรือไม่ เหตุใดข้าจึงไม่เคยทวงคืน เพราะข้ารอวันนี้อยู่”นางพลิกป้ายหยก เผยให้เห็นตัวอักษรด้านในที่สลักชื่อของนางเอาไว้ แต่ต้องสังเกตดีๆ เพราะตัวหนังสือเล็กมาก มองผ่าน ๆ จะไม่เห็น สามคำสลักอยู่ชัดเจน ซูเหยาเหยาหน้าขาวซีด“เป็นไปไม่ได้ ป้ายหยกนี้เป็นของข้า!”“ของเจ้างั้นหรือ”มู่ชิงเยว่หัวเราะ“ชื่อข้าสลักอยู่บนนี้ จะเป็นของเจ้าได้อย่างไร ของที่ข้าทำตกในวันที่ช่วยชีวิตพวกเขา กลับถูกเจ้าหยิบไปใช้โกหกคนทั้งสำนัก เจ้าช่างไร้ยางอายจริง ๆ ไม่ใช่แค่ครั้งเดียวเสียด้วย ข้าช่วยศิษย์พี่ตั้งหลายครั้ง แต่สิ่งที่ได้ตอบแทนกลับมาคือความเย็นชาจากพวกเขา แรกเริ่มเดิมทีท่านพ่อไม่ได้คิดจะรับพวกเขาเป็นศิษย์ เพราะข้าคุกเข่าสามวันสามคืน ขอร้องท่านพ่อ บอกว่าพวกเขาอบรมสั่งสอนได้ ข้าโง่เสียจริงๆ ที่สงสารงูเห่าอย่างพวกเขา”พูดจบ มู่ชิงเยว่ก็เก็บป้ายหยก ก่อนหมุนตัวเดินจากไป แต่ก่อนจะจาก

  • เกิดใหม่รักตัวเอง เลี้ยงสัตว์เทพอสูรสุดน่ารัก   21

    ขณะเดียวกัน เซียวเหวินหยางที่เพิ่งมาถึง กำลังยืนอยู่ด้านนอกห้องพอดีเขากำลังจะเปิดประตู แต่กลับได้ยินเสียงภายในก่อนจึงชะงัก“เจ้ารู้หรือไม่” มู่ชิงเยว่พูดขึ้นเบา ๆ“ความจริงข้าแปลกใจมาก เจ้าหลอกพวกเขาได้ตั้งหลายปี”ซูเหยาเหยาสีหน้าเปลี่ยนทันที“ท่านหมายความว่าอย่างไร”มู่ชิงเยว่หัวเราะ“ยังจะแกล้งโง่อีกหรือ เรื่องที่ข้าช่วยชีวิตศิษย์พี่ทั้งสาม เรื่องที่เจ้าขโมยความดีความชอบ เรื่องที่เจ้าโกหกทุกคน ข้ารู้ตั้งนานแล้ว” ซูเหยาเหยาหน้าซีด ก่อนหัวเราะออกมาอย่างเสียสติ“แล้วอย่างไร ตอนนั้นพวกเขาเชื่อข้า ไม่เชื่อเจ้า พวกโง่พวกนั้นหลงข้าจนหัวปักหัวปำ ข้าเพียงพูดไม่กี่คำ พวกเขาก็พร้อมเกลียดเจ้าแล้ว”เซียวเหวินหยางที่ยืนอยู่หน้าห้องตัวแข็งทื่อ ใบหน้าซีดเผือด วันนี้กะว่าจะพูดทุกอย่างให้รู้เรื่อง แต่ไม่คิดว่าจะได้ยินความจริงอันน่าเจ็บปวดนี้อีก ว่าพวกเขาหลงเชื่อคนผิด“ข้าเป็นคนช่วยพวกเขาหรือ ไม่ ข้าไปถึงตอนทุกอย่างจบแล้ว แต่พวกเขากลับเชื่อว่าข้าช่วยชีวิต ฮ่า ๆ ๆ ถึงความจริงจะเปิดเผย แล้วอย่างไร พวกเขาก็ไม่เห็นทำอะไรข้า เพราะตลอดหลายปีมานี้พวกเขารักข้าไปแล้ว” ซูเหยาเหยาหัวเราะอย่างสะใจ“ข้ายังจำสีหน้

  • เกิดใหม่รักตัวเอง เลี้ยงสัตว์เทพอสูรสุดน่ารัก   20

    “ส่วนเจ้า ค่อยคิดบัญชีกัน” ศิษย์พี่ใหญ่ผลักนางจนกระเด็น แต่นางก็กัดฟันแสร้งทำเป็นอ่อนแอ เหมือนไม่โกรธเคือง แต่ในใจแค้นเคืองยิ่งนักเซียวเหวินหยางหรี่ตา ก่อนหันไปมองศิษย์จากสำนักอื่น“พวกท่านไม่คิดหรือ ว่าสมบัติมากมายเช่นนั้นควรแบ่งกัน”ฉินเฟิงหลัวรีบเสริม“ใช่ พวกเรามีคนมากกว่า ต่อให้เขาเก่งแค่ไหนก็สู้ไม่ไหว”ลั่วจื่อเหิงพยักหน้า“สมบัติควรเป็นของทุกคน”ซูเหยาเหยาทำตาแดง แสร้งบีบน้ำตา แม้ความจริงจะเปิดเผย แต่ศิษย์พี่ทั้งสามก็ไม่ได้ตำหนิอะไรนางมากมาย อาจเพราะกำลังสนใจของวิเศษมากกว่าบุญคุณช่วยชีวิต“ข้าก็คิดเช่นนั้น พวกเราควรได้รับความยุติธรรม”หลายคนเริ่มถูกปลุกปั่น ความโลภเข้าครอบงำจิตใจสุดท้าย ศิษย์จากหลายสำนักก็ตัดสินใจรวมตัวกัน มุ่งหน้าไปหามู่ชิงเยว่ นางกำลังนั่งกินผลไม้วิญญาณอย่างสบายใจ ไป๋จิ่วเยวียนนั่งอยู่ข้างกายเหล่าสัตว์เทพตัวอ้วนกำลังแทะขนมกันอย่างเอร็ดอร่อย ถังถังถึงกับนอนหงายพุงอยู่บนศีรษะต้าเปา“ส่งสมบัติมา!” ใครคนหนึ่งตะโกน“ใช่”“แบ่งให้พวกเราด้วย”“สมบัติไม่ควรเป็นของคนคนเดียว”มู่ชิงเยว่ถึงกับหัวเราะ“พวกเจ้าหน้าด้านขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อใด สมบัติที่ข้าหามาเอง เหตุใดต้อ

  • เกิดใหม่รักตัวเอง เลี้ยงสัตว์เทพอสูรสุดน่ารัก   5

    “เจ้า!” ฉินเฟิงหลัวโกรธจัด ก่อนจะก้าวเข้ามา เหมือนจะคว้าข้อมือนางแต่ทันใดนั้น ร่างสีเงินบนตักกลับกระโจนออกไปตูม!แรงกดดันมหาศาลระเบิดออกมา ทั้งสี่คนกระเด็นปลิวราวกับว่าวขาดสาย“อ๊าก!”“โอ๊ย!”“อะไรกัน!”พวกเขาล้มกลิ้งไปหลายตลบ เลือดไหลออกจากมุมปาก มู่ชิงเยว่ถึงกับตกใจ ส่วนไป๋จิ่วเยวียนแอบกระดิกหา

  • เกิดใหม่รักตัวเอง เลี้ยงสัตว์เทพอสูรสุดน่ารัก   4

    ร่างเล็กสั่นเทา ลมหายใจแผ่วเบา หากช้ากว่านี้อีกเพียงเล็กน้อยคงไม่รอดแล้วมู่ชิงเยว่ยืนนิ่ง ภาพจากชาติที่แล้วผุดขึ้นมาในหัวทันที เพราะนี่คือวันที่นางพบมันเช่นกัน พบจิ้งจอกตัวนี้ ช่วยชีวิตมันเอาไว้ เลี้ยงดูมันอยู่หลายวัน ก่อนที่มันจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยตอนนั้นนางเสียใจมาก คิดว่ามันทอดทิ้งนางไปแล้

  • เกิดใหม่รักตัวเอง เลี้ยงสัตว์เทพอสูรสุดน่ารัก   3

    ดีที่ในอดีตนางยังไม่โง่งมจนเกินไป บิดาสั่งห้ามเอาไว้ว่าผลึกอัคคีคือความลับสูงสุดของสำนัก จะไม่มีศิษย์คนใดล่วงรู้ นางจึงไม่เคยบอกความลับนี้กับใคร ชาตินี้สัตว์เทพอสูรพวกนั้นต้องเป็นของนางแต่เพียงผู้เดียว เพราะบิดาของนางลำบากหามา และนางเฝ้าฟูมฟักเลี้ยงดู แม้พวกมันจะไม่ได้ทำสัญญานายบ่าวกับนางแต่ก็รักแ

  • เกิดใหม่รักตัวเอง เลี้ยงสัตว์เทพอสูรสุดน่ารัก   1

    เสียงหัวเราะดังขึ้นภายในลานฝึกสัตว์เทพของสำนักหมื่นอสูรเทวะ“ศิษย์น้องซู ลองชิมขนมวิญญาณที่ข้าซื้อมาให้สิ” เซียวเหวินหยางยื่นกล่องหยกให้อย่างเอาใจ“ดื่มชาวิญญาณก่อนเถิด” ฉินเฟิงหลัวยกถ้วยชาขึ้นป้อน“ศิษย์น้องเมื่อยหรือไม่ ข้าจะนวดไหล่ให้” ลั่วจื่อเหิงรีบขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้ ซูเหยาเหยาหัวเราะเบา ๆ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status